ดวงใจศิขรินทร์ [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 12 : ดวงใจศิขรินทร์ : ตอนที่ 4 --- 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    15 ต.ค. 62








"กับข้าวบ้านๆ หนูมีนพอกินได้ไหม" ป้าคำจันเอ่ยขึ้น ดึงความสนใจของมีนมีนาที่เพิ่งวางแก้วชาลงกับพื้นไม้ให้ก้มมองเมนูอาหารที่วางบนโตกขนาดใหญ่อย่างแปลกใจ

"อันนั้น น้ำพริกหนุ่มใช่ไหมคะ"

"จ้ะ"

"แล้วอันนั้น…" มีนมีนาชี้ไปที่ถ้วยใบเล็ก ซึ่งบรรจุชิ้นเนื้อสีดำเข้ม

"อันนี้เรียกว่าไส้อั่ว แต่เป็นไส้อั่วเนื้อ หนูมีนเคยกินไหม" ลุงแก้วเอ่ยบอก ขณะที่มีนมีนายิ้มแหยๆ ให้กับรูปลักษณ์ที่ดูไม่น่ารับประทานเท่าไหร่นัก

"มีนเคยกินค่ะ แต่หน้าตามันเป็นอีกแบบหนึ่ง"

"อันนี้ชาวบ้านทำกันเองจ้ะ ป้าเพิ่งซื้อมาจากรถขายกับข้าวเมื่อวาน"

"อ๋อ" มีนมีนาขานรับเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ "งั้นเดี๋ยวมีนขอลองชิมหน่อยนะคะ"

"ได้เลยๆ ลองชิมดู" เจ้าบ้านอย่างลุง...เอ่ยขึ้นอย่างยินดี กระวีกระวาดเลื่อนจานไส้อั่วเนื้อมาให้เธอ

"หนูมีนกินอะไรดีจ๊ะ ข้าวสวยหรือข้าวเหนียว"

"ข้าวสวยดีกว่าค่ะ" มีนมีนาตอบ ก่อนป้าคำจันจะตักข้าวสวยจากหม้อสแตนเลสที่เขรอขระด้วยรอยไฟจากเตาถ่านยื่นมาให้ หญิงสาวจึงรับไปและพึมพำขอบคุณเบาๆ ก่อนจะลงมือใช้ช้อนแบบสั้นตักไส้อั่วเนื้อมาชิม

หญิงสาวเคี้ยวตุ้ยๆ ละเลียดชิมรสชาติของไส้อั่วเนื้อเป็นครั้งแรก ท่ามกลางสายตาของเจ้าบ้านที่จ้องมองเธออย่างลุ้นคำตอบ

"เป็นไงบ้าง ถูกปากไหม" ลุงแก้วถามขึ้น มีนมีนาจึงพยักหน้ารับอย่างอายๆ เมื่อรสชาติของมันถูกปากเธอกว่าที่คาดไว้ ซ้ำยังรสชาติดีขัดภาพลักษณ์ขะมุกขะมอมที่ดูไม่น่าอร่อยนั่นด้วย

"มีนไม่คิดว่ามันจะอร่อยนะคะเนี่ย" ป้าคำจันหัวเราะ ตอนที่มีนมีนาตักไส้อั่วเนื้อซ้ำ

"ถึงหน้าตามันจะขี้เหร่ แต่อร่อยใช่ไหมล่ะจ๊ะ"

"ใช่ค่ะ" หญิงสาวยิ้มรับแหยๆ แอบละอายใจที่เมื่อครู่เธอตัดสินมันไปแล้วว่าไม่อร่อย ทั้งที่ยังไม่ได้ลองชิมสักนิด มือเรียวจัดการตักข้าวเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีลุงแก้วคอยชี้ชวนให้ลองชิมอาหารอย่างอื่นอย่างภูมิใจนำเสนอ ซึ่งมีนมีนาก็ลองชิมตามทุกอย่างด้วยความกระตือรือร้น และถือได้ว่าอาหารมื้อเช้าแรกที่หมู่บ้านมะปินถูกปากเธอไม่น้อยทีเดียว

"อร่อยมากเลยค่ะ" มีนมีนาเอ่ยขึ้น หลังดื่มน้ำจากขันแต่งลายใบใหญ่เป็นการจบมื้ออาหาร ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่ทั้งสองคน

"ป้าดีใจที่หนูชอบนะจ๊ะ เดี๋ยวป้าจะทยอยทำเมนูใหม่ๆ ให้หนูชิม"

"ขอบคุณป้าคำจันมากเลยนะคะ" หญิงสาวยิ้มตาหยีอย่างยินดี ก่อนจะเอ่ยปากถามถึงเรื่องราวเมื่อคืน เมื่อมีเวลาเหลืออยู่นิดหน่อย ก่อนที่ประธานค่ายอย่างดินจะเรียกรวมที่ลานดินกลางหมู่บ้าน

"เอ่อ ป้าคำจันคะ เมื่อคืนมีนกลับมาบ้านได้ยังไงหรือคะ"

"อ๋อ นายมาส่งน่ะจ้ะ"

"นาย?" มีนมีนาขมวดคิ้วมุ่นอยู่ชั่วครู่ พลันภาพใบหน้าเรียบเฉยของร่างสูงที่เป็นเป้าสายตาของบรรดาสาวๆ รุ่นน้องก็โผล่เข้ามา เขางั้นหรือ?

"ป้าคำจันหมายถึงนายคามน่ะหรือคะ"

"จ้ะ นายคามเป็นคนพาหนูมีนมาส่ง" ป้าคำจันบอกยิ้มๆ ขณะที่มีนมีนาฝืนยิ้มแหย ทำหน้าไม่ถูก ด้วยไม่คิดว่าศิขรินทร์จะเป็นคนพาเธอมาส่งด้วยตัวเอง เธอคิดว่าเป็นรุ่นน้องคนใดคนหนึ่งเสียอีก

"แล้ว...เมื่อคืนมีนทำตัวน่าเกลียดๆ หรือเปล่าคะ" หญิงสาวตะล่อมถามเบาๆ อย่างไม่มั่นใจว่าตัวเองแสดงท่าทีอะไรออกไปบ้างหรือเปล่า เพราะมีนมีนาไม่ใช่สายดื่มนัก เธอจำได้ว่าตัวเองดื่มจนเมาล่าสุดก็เมื่อครั้งที่พะแพงได้สมหวังกับพี่ต้น หลังจากที่เพื่อนสนิทของเธอแอบรักรุ่นพี่มาตลอดสี่ปี แล้วเธอก็ยังไม่เคยเมาอีกเลย

"ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนะ"

"แปลว่ามีนทำใช่ไหมคะ"

"จ้ะ แค่ร้องไห้กับอ้วกเท่านั้นเอง" มีนมีนายิ้มแหย หลังได้ยินคำตอบจากป้าคำจัน ก่อนจะยกขึ้นไหว้ขอโทษผู้สูงวัย

"มีนต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำตัวน่าเกลียด แต่ไปนี้มีนจะไม่ดื่มอีกแล้วค่ะ"

"เหล้าหมักมันแรงนัก ไม่เหมาะกับผู้หญิงหรอก" ลุงแก้วเอ่ยเตือนยิ้มๆ ซึ่งมีนมีนาก็พยักหน้ารับฟังแต่โดยดี ก่อนหญิงสาวจะช่วยป้าคำจันเก็บสำรับกับข้าวและแยกย้ายกัน ป้าคำจันและลุงแก้วต้องเข้าสวนเพื่อเก็บผลผลิตไปขาย มีนมีนาจึงถือโอกาสเดินแยกตัวออกมา ตรงไปยังลานดินกลางหมู่บ้านที่มีเสียงกลองฉิ่งฉาบดังแว่วตามลมมาอย่างสนุกสนาน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแรกของวัน

มีนมีนาพลิกนาฬิกาตรงข้อมือเพื่อดูเวลา เหลืออีกสิบห้านาทีกว่าจะถึงเวลานัด พอเห็นดังนั้น หญิงสาวจึงเบนปลายเท้าเดินแยกไปอีกทาง

 

"ทำไมตื่นเช้าจังเลย" เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเป็นประโยคแรกอย่างแปลกใจ เมื่อคนปลายสายฝั่งเมืองใหญ่กดรับสายอย่างรวดเร็ว

"ฉันนอนไม่หลับน่ะ นี่ก็ลุกขึ้นมาเตรียมข้าวกล่องให้พี่บาส แล้วก็เก็บกวาดบ้านตั้งแต่ตีสี่แล้ว"

"อะไรกัน ทำไมแกเข้าสู่วัยทองเร็วจัง"

"ปากดี" พะแพงกระแทกเสียงว่ามาตามสาย ทำเอามีนมีนาหลุดหัวเราะเบาๆ อย่างน้อยในเวลาที่เธอเคว้งคว้าง ก็ยังมีพะแพงที่ยืนเคียงข้างเสมอ

"ฉันเป็นห่วงแกจะแย่ นอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว" 

"เป็นห่วงอะไร แกทำอย่างกับว่าฉันเป็นเด็กเล็กๆ ฉันโอเคมาก" มีนมีนาลากเสียงยาว แต่พะแพงกลับค่อนเสียงว่า

"ย่ะ ฉันรู้ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ว่าแต่ทุกอย่างโอเคจริงๆ ใช่ไหม"

"อือ บรรยากาศดีมาก ลุงกับป้าที่ฉันพักด้วยก็น่ารัก เมื่อเช้าฉันได้ลองดื่มชาของมะปินกับกินไส้อั่วเนื้อด้วยนะ"

"ดีแล้ว ฉันเห็นแกมีความสุข ฉันก็ดีใจ"

"จ้า งั้นก็เป็นห่วงฉันให้น้อยลงหน่อย ฉันดูแลตัวเองได้" มีนมีนาบอกสำทับ โดยจงใจปกปิดเรื่องดื่มเหล้าจนเมาแอ๋ เนื่องจากเผลอนึกถึงเรื่องของทศเทพ เพราะไม่อยากถูกพะแพงบ่นยืดยาว

"ก่อนหน้าแกโทรมาครู่เดียว พี่ทศก็เพิ่งจะโทรมา" มีนมีนาเงียบฟัง ยามได้ยินชื่ออดีตคนรักแว่วมา

"เขาโทรมาว่าไงล่ะ"

"ก็โทรมาถามหาแกน่ะแหละ ท่าทางเป็นห่วงแกมากๆ ด้วย แกจะไม่ใจอ่อนยอมรับสายเขาหน่อยหรือมีน"

"ไม่รู้จะรับไปทำไม ฉันอยากให้มันจบแบบนี้" มีนมีนาบอกอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้ยืดยาว

"แล้วแกไม่คิดจะเคลียร์กันให้ชัดเจนหน่อยเหรอ"

"ฉันก็ว่าฉันพูดชัดแล้วนะ"

"ถ้าให้ดี ฉันว่าแกรับสายเขา แล้วเคลียร์พร้อมยายแอ้มไปเลยดีไหม พี่ทศจะได้ไม่ต้องตอแยแกด้วย"

มีนมีนาเงียบลงอย่างครุ่นคิด เพื่อฟังเสียงความรู้สึกของตัวเอง จริงอย่างที่พะแพงว่า เธออยากให้เรื่องมันจบแบบเคลียร์กันให้ชัดเจนไปเลยมากกว่า เพราะทฤษฎียี่สิบเอ็ดวัน บอกว่าการทำอะไรซ้ำๆ จะติดเป็นนิสัย ดังนั้นหากเธอตัดขาดจากทศเทพ ผู้เป็นรักแรกและรักเดียวได้ครบยี่สิบเอ็ดวัน เขาก็คงจะค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของเธอ และเธอก็จะลืมเขาได้ในที่สุด

"มีน ว่ายังไง ทำไมแกเงียบไปเลย"

"ไว้ฉันจะลองคิดดูละกัน ฉันอาจจะโทรกลับไป"

"ฉันเห็นด้วย คิดจะทำการใหญ่ ใจต้องเด็ดเดี่ยว ตัดบัวอย่าให้ได้เหลือใย" พะแพงพูดเสียงแข็งขัน ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยๆ ในตอนท้าย "นี่ถ้าพี่บาสมาได้ยินฉันพูดแบบนี้ล่ะก็ มีหวังถูกมะเหงกลงกะบาลแน่ โทษฐานที่ยุยงส่งเสริมแกน่ะ แต่แกก็รู้ใช่ไหมมีน ว่าฉันเป็นห่วงแก ฉันไม่อยากให้แกเสียใจนานๆ"

"อือ ฉันรู้" มีนมีนารับคำสั้นๆ ขณะที่วงหน้าใสระบายด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนพะแพงจะเอ่ยชวนคุยเรื่องอื่น

"แล้วที่นั่นเป็นไงบ้างอ้ะ มีหนุ่มๆ ถูกใจบ้างไหม"

"ฉันเพิ่งอกหักไหม แกจะให้เอาอารมณ์ไหนมามองผู้ชายย่ะ"

"เสียของ" พะแพงแค่นเสียงว่า ทำเอาคนฟังขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

"แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง"

"ก็ฉันเห็นภาพในเพจค่ายอาสาหมู่บ้านมะปินลงภาพกิจกรรมเมื่อวานน่ะสิ มีหนุ่มๆ หน้าตาดีตั้งเยอะ"

"อ๋อ นี่เป็นสาเหตุที่แกอยากให้ฉันเคลียร์กับพี่ทศและแอ้มใช่ไหม"

"ช่าย" พะแพงยอมรับตรงๆ ก่อนบอกอย่างไม่อ้อมค้อม "แกจะได้เอาเวลาที่เหลือไปมองหนุ่มคนใหม่ไงล่ะ"

...........................................

อัพชดเชย วันจันทร์ ให้แล้วค่าาา

อย่าลืมส่งกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ^^


  

    

   

  

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #380 noodao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 22:59
    พะแพงพูดีมีนฟังเพื่นไว้นะ
    #380
    0
  2. #95 Jakkaran55 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:53
    พรุ่งนี้ก็ต้องอัพตอนใหม่ถูกมั้ยคะห้ามลืม ลืมบ่อยจะคิดดอก เคลียร์ก็ดีจะได้โล่ง เคลียร์พร้อมกัน3คนดูซิอิพี่ทศจะกล้าพูดอะไรอีกมั้ย
    #95
    0
  3. #94 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:09
    ชอบ พะเเพง อ่ะ
    #94
    0
  4. #93 Rakray (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 21:23

    เรื่องของพี่ทศ ก็จบไปแล้ว ยังต้องให้ไปเคลียร์กับแอ้ม ยืนยันเรื่องการเลิกคบกับพี่ทศแล้ว ต้องทำถึงขนาดนั้นเหรอ ทำแบบนี้ เท่ากับว่าที่ผ่านมา เธอคบซ้อนกับแฟนคนอื่นใครจะไปเชื่อว่า เธอ ไม่เคยรู้เรื่องว่า พี่ทศมีใกล้ชิดมาก่อน

    #93
    0