ใจแค้น แสนรัก [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 4 : ใจแค้น แสนรัก : ตอนที่ 1 --- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    10 ธ.ค. 60

          



        ธิติละสายตาจากภาพร่างบางที่เดินหายเข้าไปให้ห้องน้ำ พลางดึงบุหรี่ออกจากปาก ขณะทอดสายตาคมมองไปยังยอดตึกสูงใหญ่ที่ตั้งเรียงรายห้อมล้อมอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด พลันเหตุการณ์ที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าเต็มตัวเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาก็แวบกลับเข้ามาในความคิด

                นี่ใคร เสียงอู้อี้ร้องถาม ยามที่ธิติวางร่างแบบบางลงบนเตียงนอนนุ่ม หลังจากรับอีกฝ่ายมาจากมือผู้ว่าจ้าง แล้วพาตรงมายังเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวบนชั้นที่สี่สิบห้าของโรงแรมเดอะแกรนด์วรรักษ์ของตัวเอง

            ผมเองเสียงห้าวเอ่ยตอบ มือใหญ่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการปลดซิปด้านหลังของชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ลลิสาสวมใส่

            ไปป์เหรอ

            ‘อืมเขารับคำ ก่อนที่หญิงสาวจะยกมือออกมาแตะใบหน้าของเขาเบาๆ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอนัยน์ตาสวยอย่างกะทันหัน พร้อมด้วยแววตาฉายความรวดร้าวลึกๆ ในใจ

            คนใจร้าย

            ‘หืม ใครใจร้าย

            ‘ไปป์ไง ไปป์ใจร้าย ไปป์ไม่รักลลิส

            ‘ผมขอโทษที่เคยไม่รัก...ได้ไหมธิติตอบ สายตาคมจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยของร่างบาง ที่นอนเม้มปากแน่นอย่างดื้อดึง คล้ายจะไม่ยอมให้อภัยง่ายๆ

            ผมจะไม่ทำให้ลลิสเสียใจอีก ยกโทษให้ผมเถอะนะ

            ‘จริงนะ จะไม่ทำให้ลลิสเสียใจอีกนะหญิงสาวร้องถาม ดวงตาสวยฉ่ำปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์วาวขึ้นอย่างยินดี

            ‘ครับ จะไม่ทำให้เสียใจอีก

            ‘จะไม่ทิ้งลลิสอีกใช่ไหมคะ จะไม่ใจร้ายอีกใช่ไหม

            ‘ครับ ไม่ทิ้ง จะไม่ทิ้งอีกเขาตอบ แล้วก็แทบกลั้นหายใจ ยามที่ปลดชุดเดรสสั้นออกจากลาดไหล่บอบบางได้สำเร็จจนเหลือเพียงชั้นในไร้สายสีเนื้อที่ปกปิดโนมเนื้ออิ่มเต็มเอาไว้

            ร่างแบบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตรงหน้าทำเอาธิติอดใจไม่ไหว จนต้องหยัดตัวขึ้นจูบหัวไหล่มนเพื่อลดความรู้สึกปรารถนาของตัวเอง แล้วกดแช่นิ่งนานอยู่อย่างนั้น ก่อนผละออกอย่างอ้อยอิ่ง

            ลลิสยังรักผมอยู่ไหม ยังรักกันอยู่หรือเปล่า

            ชายหนุ่มร้องถาม แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาสวยของหญิงสาวที่มีสติเหลือน้อยเต็มทีอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ อยากรู้ว่าหญิงสาวจะตอบว่าอย่างไร เพราะเขาว่ากันว่าคนเมามักจะพูดความจริงเสมอ

            ว่าไง ยังรักผมอยู่หรือเปล่า ตอบให้ผมชื่นใจหน่อยได้ไหมชายหนุ่มกระซิบถามเสียงพร่าพร้อมกับก้มหน้าต่ำลงหาคนตัวเล็ก แล้วเกลี่ยปลายจมูกโด่งลงเคลียคลอไปทั่วกรอบหน้าสวย ก่อนหยุดสายตาอยู่ที่ดวงตากลมโตของคนใต้ร่าง

            รัก ลลิสรักไปป์

            ‘ดีจังธิติพึมพำอย่างพึงพอใจ ก่อนจับร่างบางพลิกขึ้นนั่งเหนือหน้าท้องแกร่งของตัวเองที่ทอดตัวนอนแทนที่หญิงสาว จนคนเมาหวีดร้องเบาๆ อย่างตกใจ ขณะที่ชายหนุ่มหายใจหอบแรงยามพิศมองความขาวอวบละลานตาของร่างบางเหนือร่าง ธิติเอื้อมไปดึงมือเล็กของลลิสาให้วางแนบลงบนอกกว้างของตัวเอง แล้วเริ่มปฏิบัติการร้ายของผู้ล่าอย่างแท้จริง

            ลลิสปลดกระดุมเสื้อให้ผมหน่อยสิครับ ร้อนจังธิติอ้อนเสียงหวาน ก่อนที่มือเล็กของคนเมาจะเริ่มไต่ยุกยิกไปบนอกกว้างของเขา แล้วช่วยปลดเม็ดกระดุมออกจากรังอย่างว่าง่าp

                แกร็ก

               เสียงลูกบิดประตูภายในห้องนอนดังขึ้น เรียกให้ร่างสูงที่ยืนเปลือยแผ่นอกอยู่ริมระเบียงขยับตัว แล้วกดบุหรี่ที่สูบไปได้เพียงนิดเดียวลงบนถาดรองที่วางอยู่ใกล้มือ ก่อนเบนสายตาหันกลับไปจ้องมองร่างแบบบางในชุดเสื้อผ้าตัวหลวมโพรกที่เดินไปมาภายในห้องนอนกว้างขวางด้วยแววตาหมายมั่น

                กวางน้อยอย่างลลิสา จะไม่มีวันหลุดรอดไปจากเงื้อมมือของเขาได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน!

 

                เพนท์เฮ้าส์หรูหราของธิติตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุดของโรงแรมเดอะแกรนด์วรรักษ์ มีขนาดใหญ่และค่อนข้างกว้างขวาง เพราะใช้พื้นด้านบนสุดทั้งหมดกว่าสามร้อยห้าสิบตารางเมตรในการก่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งภายในตกแต่งพร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้องนอนกว้างขวาง ห้องน้ำหรูหรา ห้องครัวแบบ pantry ห้องรับแขก ห้องทำงานเล็กๆ แบบเทควิวบนชั้นสองของห้องและสระว่ายน้ำแบบเปิดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของยอดตึกสูงระฟ้ากลางกรุงได้แบบกว้างขวางเหมือนที่ลลิสากำลังนั่งมองอยู่ในขณะนี้

                ดวงตากลมโตหลังม่านขนตายาวจดจ้องอยู่ที่ผืนน้ำสีฟ้าภายในสระนิ่งด้วยอาการคิดไม่ตกกับท่าทีสุภาพบุรุษจ๋าของธิติที่รีบยืดอกขอรับผิดชอบในเวลาที่เธอไม่ต้องการมันอีกแล้วอย่างนึกแปลกใจ

                เขาเคยทิ้งขว้าง ไม่สนใจไยดีเธอมาก่อน แล้วอะไรทำให้เขาดึงดันอยากรับผิดชอบเธอนัก

                ...แปลก...

            ดื่มนี่หน่อยสิลลิสาสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ คนเป็นเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง เรียกให้เธอหันไปมองแก้วกระเบื้องลายสวยที่ถูกยื่นมาตรงหน้า แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างแปลกใจ

                “ดื่มเสียหน่อย มันจะทำให้อาการปวดหัวของคุณดีขึ้นธิติที่อาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วเอ่ยบอก พร้อมกับวางแก้ว ลงบนโต๊ะไม้หวายถักตัวเล็ก

                “แต่ฉันไม่ได้ปวดหัวสักหน่อยนี่” ลลิสาทำปากแข็ง ไม่ยอมรับน้ำใจจากเขาง่ายๆ

                “ปวดหรือไม่ปวดก็ต้องดื่ม ผมทำมาให้แล้ว อย่าดูถูกน้ำใจกันหน่อยเลย” ธิติบอก แล้วเลื่อนแก้วกระเบื้องเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิด ขณะที่ลลิสาถอนหายใจ แล้วชะโงกหน้าไปมอง

                “อะไรเหรอลลิสาเอ่ยถาม มองกลุ่มควันสีขาวที่ลอยวนอยู่เหนือแก้วอย่างไม่ไว้ใจ เพราะยังติดใจกับคำพูดของธิติที่บอกว่าเธอเป็นคนรุกเขาก่อน แต่เธอที่ถูกกล่าวหากลับจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด นั่นจึงทำให้เธอสรุปว่าเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

                “ทำไม กลัวว่าผมจะวางยาคุณหรือไง

                ลลิสาเม้มปากเมื่อถูกรู้ทัน แต่ไม่ได้เอ่ยตอบอะไร  ขณะที่ธิติขยับเลื่อนแก้วอีกนิดพร้อมกับอธิบายสั้นๆ

                “น้ำขิงร้อนๆ น่ะ แก้แฮงก์ เมื่อคืนคุณดื่มไปตั้งเยอะ

                “ขอบคุณหญิงสาวพึมพำขอบคุณสั้นๆ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบแก้วลายสวยที่บรรจุน้ำขิงสีจางๆ มีควันลอยฉุยขึ้นจิบ ความอุ่นร้อนที่แล่นผ่านลำคอทำให้ลลิสารู้สึกดีขึ้นทันทีจนต้องจิบซ้ำอย่างพอใจ พลางมองตามหลังธิติที่เดินกลับเข้าไปในห้องครัว ก่อนที่เขาจะกลับออกมาพร้อมกับจานเปลใบใหญ่และแก้วมักในมืออีกครั้ง

                “ดีขึ้นไหมเสียงห้าวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังใช้สองมือประคองแก้วน้ำขิงร้อนๆ เอาไว้ พร้อมกับทรุดนั่งลงบนเก้าอี้นอนตัวยาวที่ถูกถักด้วยหวายเนื้อดีข้างๆ กัน แล้ววางจานบรรจุอาหารแบบอเมริกันร้อนๆ ลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลาง

                “อืมลลิสาตอบเสียงอุบอิบ วางแก้วเปล่าในมือลง ขณะที่ชายหนุ่มรีบเลื่อนจานเปลมาให้ทันที แล้วบอก

                “กินนี่ก่อนสิ

                ตากลมๆ ก้มมองอาหารในจาน ทั้งไส้กรอกร้อนๆ ไข่ดาวสีสวย เบคอน พร้อมด้วยสลัดผักสดกรอบตรงหน้าด้วยแววตาอาวรณ์อยู่แวบหนึ่งให้กับความน่าทานจนน้ำลายสอ ก่อนจะตัดใจเอ่ยปฏิเสธ เพราะไม่อยากอยู่ใกล้ชิดธิติเกินจำเป็น หลังจากเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์หวามไหวมาหมาดๆ ภายนอกเธออาจจะดูเหมือนไม่ใสใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าภายในใจนั้นค่อนข้างอ่อนไหวเหลือเกิน

                “ขอบคุณมาก แต่ฉันยังไม่หิว”

                “กินให้หมดก่อน ผมถึงจะไปส่งธิติบอกแกมสั่ง ก่อนยกแก้วกาแฟในมือขึ้นดื่ม พร้อมกับหันไปทอดสายตามองยอดตึกสูงตรงหน้า ทำเป็นไม่สนใจท่าทีพยศของลลิสา

                “ฉันอยากกลับแล้ว”

                “นี่มันสิบโมงครึ่งแล้ว กินรองท้องเสียหน่อย เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะไปหรอก

                “แต่นี่มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมานั่งทานข้าวด้วยกันแบบนี้นะคะ

                “แล้วมันต้องเป็นยังไงล่ะ

                ลลิสาเงียบ แล้วเอ่ยตอบเขาในใจ เธอต้องกลับบ้านทันทีที่ตื่นนอนและไม่มาเจอหน้าเขาอีก ไม่ใช่มานั่งพูดคุยเหมือนเหตุการณ์ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปรกติแบบนี้ ทั้งที่เธอเพิ่งจะเสียความบริสุทธิ์ให้เขาไป

                “มันผิดตั้งแต่ตอนที่คุณตื่นมาแล้วไม่ร้องไห้โวยวายแล้วลลิส ลลิสาขมวดคิ้วยุ่ง เมื่อจู่ๆ ก็ถูกโบ้ยความผิดมาให้เสียเฉยๆ

                “ถ้าคุณร้องไห้โวยวายออกมาบ้างสักนิดเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ผมอาจจะรำคาญจนไม่อยากจะรับผิดชอบคุณก็ได้ แต่นี่คุณกลับเงียบ ซ้ำยังบอกให้ผมลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นง่ายๆ อีก ในเมื่อคุณไม่ปกติ ผมก็จะไม่ปกติบ้างธิติพูดยาวพลางลอบมองสีหน้าจืดเจื่อนของหญิงสาวอย่างสมใจ ขณะที่ความคิดมากมายวิ่งวุ่นในหัวเล็กๆ ของลลิสาปนเปกันไปหมด นี่เธอทำผิดขั้นตอนไปงั้นเหรอ พอคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็พลันรีบกลับคำที่เคยพูดไปทันที เพราะวาดหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามปากของธิติที่พูดปาวๆ โดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นไปตามแผนของคนขี้แกล้งซึ่งนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

                “ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบฉันสิ เพราะฉันเป็นของคุณแล้วนี่ เราจะต้องแต่งงานและอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต

                “ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

                “เอ๊ะ!หญิงสาวชักสีหน้าอย่างงุนงง ขณะที่ธิติมองหญิงสาวด้วยแววตาระอากึ่งขบขัน

                ผมแค่พูดให้ฟัง ไม่ได้หมายความว่าให้คุณทำตามแล้วจะได้ผลสักหน่อย

                “นี่คุณ!” ธิติยักไหล่อย่างไม่ยี่หระกับท่าทีกรุ่นโกรธของร่างแบบบาง พลางเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยแววตาอ่อนแสงลง นี่ลลิสาอายุมากกว่าเขาจริงๆ งั้นเหรอ ทำไมถึงตามไม่ทันเขาสักอย่าง

                “ตกลงว่าคุณจะไม่ไปส่งฉันจริงๆ ใช่ไหม”

                “ไป แต่คุณต้องกินอาหารเช้าก่อน”

                “งั้นฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ลลิสาผุดลุกขึ้นอย่างดื้อดึง ก่อนถูกธิติคว้าข้อมือไว้ ดึงรั้งจะให้นั่งลงตามเดิม แต่หญิงสาวขืนตัวไว้ แล้วชักสีหน้าใส่อย่างไม่ชอบใจ

                “ปล่อย!

                “กินก่อน ถ้าไม่อยากให้ใครต่อใครรู้ว่าคุณพักอยู่ที่นี่กับผม...ทั้งคืน

              “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่หิวหญิงสาวบอก ก่อนที่เสียงร้องเล็กๆ จะดังขึ้นประจานตัวเองให้ได้ขายขี้หน้า โอ้ย! ทำไมกระเพาะเจ้ากรรมถึงต้องมาร้องตอนนี้ด้วยนะ

                “ไหนว่าไม่หิว แล้วนั่นเสียงอะไร

                “...”

                “นั่งลง แล้วกินให้หมดธิติบอกแกมบังคับ พร้อมกับดึงข้อมือหญิงสาวให้ทรุดนั่งลงตามเดิม ก่อนมือใหญ่จะเลื่อนจานอาหารไปให้อีกครั้ง

                “กินเองได้ไหมหรือจะต้องให้ป้อน

                “...” ลลิสาเม้มปากแน่น เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับท่าทีบงการของธิติเต็มที ขณะที่เขาย้ำอีกครั้ง

                “ว่าไงล่ะหญิงสาวถอนหายใจพรืด ก่อนบอกเสียงเบา

                “มันเยอะไป ฉันกินไม่หมดหรอก

                “กินน้อย ถึงได้ผอมแห้งแบบนี้ไง กินให้หมด กินหมดเมื่อไหร่ ผมจะไปส่ง หญิงสาวมองปริมาณอาหารตรงหน้าอย่างหนักใจ แล้วบ่นอุบ

                “ขืนกินหมดนี่คงได้ท้องแตกตายกันพอดี ฉันกินไม่หมดหรอก

                “งั้นก็กินด้วยกัน กินให้หมดก่อนถึงจะได้กลับบ้าน อยากกลับนักไม่ใช่เหรอเขาบอกแกมบังคับพร้อมกับขยับตัวหันหน้าเข้าหาเธอ ก่อนหยิบมีดและส้อมไปถือไว้ แล้วยื่นช้อนให้ลลิสาที่เอื้อมมือมารับอย่างเสียไม่ได้

                “ลองชิมสลัดสิ ผมทำอร่อยนะพ่อครัวหนุ่มคะยั้นคะยอ พร้อมกับใช้มีดหั่นไส้กรอกเป็นชิ้นพอดีคำไว้ให้ ขณะที่หญิงสาวตักสลัดสีสวยเข้าปากเคี้ยวตามคำชวนของเขา ก่อนตักซ้ำ จนพ่อครัวกิตติมศักดิ์อดเอ่ยปากแซ็วไม่ได้

                “อร่อยล่ะสิ

                ลลิสาไม่ตอบให้เสียฟอร์ม หญิงสาวตีสีหน้านิ่งนั่งกินอาหารที่ธิติตักมาให้อยู่เงียบๆ ริมสระว่ายน้ำ ที่มองเห็นวิวเป็นยอดตึกสูงระฟ้าภายในเพนท์เฮาส์หรูหราบนโรงแรมเดอะแกรนด์วรรักษ์ของธิติไปอย่างนั้นจนอาหารหมดจาน

                สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ระหว่างเขาและเธอก็ผิดแผน ผิดขั้นตอนไปหมด

 

                รถยนต์สปอร์ตบีเอ็มดับเบิลยูสีดำสนิทแล่นฉิวออกจากโรงแรมเดอะแกรนด์วรรักษ์ในตอนเกือบบ่ายโมง แล้วเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนท่ามกลางแสงแดดร้อนเปรี้ยง มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านอัครวราซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการบ้านจัดสรรคีตะแลนด์ หนึ่งในธุรกิจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง เมธตระกูลทวีกรุ๊ป ที่มีคีริน ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ผู้ซึ่งเป็นรุ่นพี่ปีแก่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยนั่งเก้าอี้บริหารงานทั้งหมด

                มือใหญ่ของธิติเอื้อมไปกดเครื่องเล่น ก่อนท่วงทำนองเพลงแว่วหวานแบบสากลจะดังขึ้นกลบความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่ดำเนินมาได้ร่วมยี่สิบนาทีแล้ว ตั้งแต่ล้อรถยนต์คันหรูเคลื่อนออกจากลานจอดบนชั้นที่ห้า

                “คุณจะบอกพ่อแม่คุณว่าอย่างไรกับเรื่องของเรา ให้ผมลงไปกราบเรียนท่านให้ไหม

                “ไม่ต้องลลิสาที่นั่งเฉยมาตลอดปฏิเสธทันควัน ฉันไม่อยากให้ท่านรับรู้เรื่องนี้ และอีกอย่างฉันก็แจ้งความประสงค์กับคุณไปแล้วอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการความรับผิดชอบใดๆ ทั้งนั้น ซึ่งฉันก็ยังยืนยันแบบนั้น

                “ครับ ผมเองก็บอกคุณไปแล้วเหมือนกันว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างให้สมศักดิ์ศรี

                “ทั้งที่ฉันไม่ได้ต้องการเนี่ยนะลลิสาแหวเสียงสูงอย่างไม่พอใจกับท่าทีพูดไม่รู้เรื่องของธิติ ซึ่งไม่เป็นไปตามเหตุการณ์ที่คาดไว้ เขาควรจะผลักไสเธอสิ ไม่ใช่พยายามยืดอกรับผิดชอบแบบนี้

                “คุณควรจะลืมมันแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะดีกว่านะคะ เก็บความเป็นสุภาพบุรุษของคุณไปใช้กับผู้หญิงคนอื่นในสต็อกของคุณดีกว่า อย่ามาใช้มันกับฉันเลย”

                ธิติซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยคิ้วกระตุก หันขวับไปมองสีหน้าเอาเรื่องของลลิสาเต็มตาตอนที่รถยนต์จอดรอสัญญาณไฟที่สี่แยกแห่งหนึ่ง

                “ผมไม่ชอบประโยคที่ดูเหมือนไม่แคร์เรื่องพรหมจรรย์ของคุณเลยจริงๆ นะลลิสา อย่าทำเหมือนเป็นคนเจนจัดเรื่องเสรีภาพทางเซ็กส์จนไม่นึกแคร์อะไรทั้งที่ยังเวอร์จิ้นไปหน่อยเลย อย่าทำให้ผมโมโห

                “งั้นฉันคงต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนที่สอง สามและสี่สินะ ถึงจะพูดแบบนี้ได้

                “พูดแบบนี้ นี่อยากตายคาอกผมเหรอธิติย้อนถามกึ่งข่มขู่ทื่อๆ ทำเอาลลิสาหุบปากฉับแล้วนึกบริภาษเขาในใจว่าปากร้าย ก่อนจะเชิดหน้านิ่ง นั่งเงียบไปตลอดทาง จนกระทั่งบีเอ็มดับเบิลยูคันงามจอดเทียบหน้าบ้านกึ่งคฤหาสน์หลังงามของตระกูลอัครวรา

                ลลิสาที่หน้าตาบึ้งจัดรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนหันไปมองหน้าสารถีหนุ่ม แล้วบอกย้ำความประสงค์เดิม

                “ฉันขอย้ำอีกครั้งนะคะคุณธิติ ว่าอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ อย่าเอาชีวิตคุณมาผูกติดกับฉันกะอีแค่คำว่ารับผิดชอบ ถือว่าฉันขอล่ะ เลิกแล้วต่อกันเถอะนะ” ลลิสาพูดจบ แล้วก็เปิดประตูรถลงไปอย่างไม่แยแส โดยไม่รอฟังคำตอบรับหรือดูปฏิกิริยาจากธิติเลยสักนิด และทันทีที่หญิงสาวยืนหยัดบนพื้นได้ รถสปอร์ตคันหรูก็กระชากตัวออกไปอย่างแรงตามอารมณ์ของคนเป็นเจ้าของ ทำเอาลลิสาได้แต่ทอดมองตามท้ายรถคันหรูไปอย่างหนักใจ

                เธอจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ดี


----------------------------------------------

อัพครบ จบตอนที่ 1 

เวลาอัพช่วงนี้ ก็จะอัพตามอารมณ์ของคนเขียนไปก่อนนะคะ

ถ้าเนื้อหามีมากพอ จะกำหนดวันอัพแน่นอนให้ค้าาา

อย่าลืมเม้น โหวตเป็นกำลังใจให้ลานีนด้วยนะคะ 

ชอบแนวนี้อย่าลืมกดเฟฟกันไว้นะค้าาา

ฝากเพจและผลงานด้วยจ้าาา



 



   
ลับ รัก สุดใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
เจ้าชายในนิยายอาจจะไม่มีอยู่จริงแต่ผู้ชายในเครื่องแบบอย่าง ร้อยเอกชวนนท์  เป็นดั่งเทพบุตรขี่ม้าขาวพิมพิกา  หาใช่เจ้าหญิงผู้อ่อนหวาน แต่ซ่อนความอ่อนไหวไว้ใต้ภาพลักษณ์ของสาวมั่นเขาเองอาจไม่ใช่เจ้าชายหนุ่มในคืนเต้นรำแต่เป็นทหารหาญที่ซ่อนตัวเพื่อภารกิจลับของชาติมาโดยตลอด และกำลังอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีตัวตน เพื่อที่จะได้รักใครสักคนให้สุดใจ!          “พี่ซัน”          “ครับ” ชวนนท์ขานรับเสียงหวานชิดใบหูเล็กของพิมพิกาที่แม้จะมีที่ครอบหูกางกั้น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนลมหายใจของเขาเป่ารดบนผิวเนื้อของเธอเต็มๆ          “พี่ซันยืนใกล้เจ้าเกินไปแล้วนะคะ”          “เขาก็สอนยิงปืนกันแบบนี้แหละ พี่ไม่ได้แต๊ะอั๋งสักหน่อย”          “ต้องโอบไว้ทั้งตัวเลยหรือคะ” พิมพิกาถาม ทั้งที่สายตามองตรงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าเพื่อซ่อนอาการเขินอาย ของตัวเอง          “ก็ต้องยืนแบบนี้สิ เจ้าขายังยิงปืนไม่เป็นนี่ครับ ก็ต้องติวหนักหน่อย”          “แต่พี่ซันแน่ใจนะคะว่าแค่จะสอนยิงปืนเฉยๆ”          “ทำไม” ชวนนท์หลุดยิ้มอย่างชอบใจกับคำถามของร่างแบบบางในอ้อมกอด เพราะการสอนยิงปืนของเขาดูจะพิเศษกว่าการสอนยิงปืนของครูฝึกท่านอื่นๆ ในเมื่อเขาจงใจเหยียดแขนโอบคนตัวเล็กกว่าไว้ทั้งตัว ซ้ำยังฉวยโอกาสดอมดมกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างบางไว้เต็มปอด          “ก็...มันใกล้ไป”          “ไม่ใกล้หรอก เขาก็ยืนสอนกันแบบนี้แหละครับ”
   
ร้อยเล่ห์ใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
รักสิบปีของผู้บริหารหนุ่มและวิศวกรสาวได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในวันที่ทั้งคู่ต่างสวมแหวนแต่งงานให้กันและเซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสท่ามกลางสักขีพยานเพื่อประกาศสิทธิ์ทางนิตินัยว่าได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์หากการแต่งงานกลับไม่ใช่ปลายทาง แต่มันคือการเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคนต่างหาก ดังนั้นที่เคยคิดว่าความรักอย่างเดียวก็เพียงพอ ทว่าวันนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อมีบททดสอบเข้ามามากมายให้เธอและเขาได้ฟันฝ่าสองมือที่เคยจับกันแน่นจะคลายออกหรือไม่รักที่สมบูรณ์แบบจะมีอยู่จริงไหมมีเพียงสองหัวใจเท่านั้นที่ให้คำตอบได้
     
เล่ห์ร้อยใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
เมื่อรักร้างรา เสน่หาจึงกลายเป็นน้ำตารักเจ็ดปีของศิชาพังทลายลง เพียงเพราะเธอบ่ายเบี่ยงคำขอแต่งงานของคีรินใครจะคิดว่าแค่ขอยืดเวลาออกไป เขาจะตัดรอนถึงขั้นบอกเลิกกับเธอรักแสนหวานที่บ่มเพาะมานานจึงกลายเป็นรักร้าย ทำลายหัวใจใช่ว่าศิชาจะเจ็บคนเดียว คีรินเองก็เจ็บปวดรวดร้าวไม่แพ้กันเพราะคนที่รักและรอมานานอ้างว่ายังไม่พร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกันเขาจึงต้องทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของหัวใจนั่นคือยุติความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน ราวกับไม่เคยผูกพันกับเธอเมื่อคู่รักกลายเป็นคู่ร้าง จากที่เคยสบตาก็กลายเป็นเมินหน้าหนีจากที่เคยห่วงใย แต่นี้ต่อไปก็เป็นได้แค่เพียงคนแปลกหน้าแต่ทำไมยิ่งถอยห่างกันเท่าไร หัวใจของพวกเขาก็ยังเพรียกหากันหรือแท้จริงภายใต้ความเย็นชา ยังมีเยื่อใยแห่งความห่วงหาซุกซ่อนอยู่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

714 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:28
    ควรรีบไปหาซื้อยาคุมฉุกเฉินนะ555
    #644
    0
  2. #449 noodao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 18:23

    ลลิสไปพูดแบบนั้น พี่ไปป์แกโมโหไม่ต้องไปจาห้องกันล่ะ

    #449
    0
  3. #218 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 06:27
    ไม่รอดหรอก ลลิส หุหุหุ
    #218
    0
  4. #178 YulSica (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 12:54
    อยากตาคาอกเลยค่ะ
    #178
    0
  5. #109 maliriri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:07
    สนุกมากค่ะ
    #109
    0
  6. #89 Star On sky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 15:46
    รอนะคะ :) กำลังสนุกเลย
    #89
    0
  7. #87 fangchada (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 19:15
    หมั่นใส้พระเอก ไม่อยากให้ลงเอยง่ายๆ อยากให้พระเอกโดนทำหนักๆ เอาให้เจ็บกว่านางเอก
    #87
    0
  8. #86 Riew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 10:12
    บางทีก็ไม่อยากให้ไปป์สมหวังง่ายๆนะเพราะตอนที่หมั้นก็มีแต่ลลิสทีทุ่มเทฝ่ายเดียวคนเรากว่าจะทำใจให้เลิกรักมันยากนะแต่พอมันเริ่มดีขึ้นคุณก็กลับเข้ามาแล้ววางแผนให้เสียตัวอีกมันเหมือนเกมส์อะถ้ารักจริงต้องทำความดีให้เขาเห็นพูดกันดีๆๆๆไม่ต้องมีฟอร์มจิตใจคนไม่ได้มีไว้ให้เล่นๆๆ.....โอ้ยนี่ฉันอินเกินไปหรือเปล่าอยากบอกว่าติดตามมาทุกเรื่องนะคะแต่เรื่องนี้อินจัดรอๆๆๆค่ะ
    #86
    0
  9. #84 พิมพิม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 07:07
    สนุกมากค่ะ
    #84
    0
  10. #83 amyjjang0323 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 00:41
    ไปป์ไปซ่อมประตูก่อนมั๊ยจ๊ะ กำลังอ่านเพลิน เสียงแอ๊ดทำสติสตังกลับมาซะงั้น 5555
    #83
    1
  11. #82 tunchhh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:42
    คิดถึงพี่คี พีชมาก
    #82
    0