ใจแค้น แสนรัก [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 33 : ใจแค้น แสนรัก : ตอนที่ 11 --- 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61




ลูกมีปัญหาอะไรกับหนูลลิสหรือเปล่าธิติเงียบ

ไปป์คนเป็นแม่จับแขนลูกชายอย่างเป็นกังวลไหนเล่าให้แม่ฟังสิ มีเรื่องอะไรกัน

เปล่าครับแม่ ไม่มีอะไรเขาบอกปัด ก่อนย้ำแต่ผมอยากให้แม่ช่วยเลือกชุดหน่อย ได้ไหมครับ

ได้น่ะได้จ้ะ แต่ลูกจะไม่ถามหนูลลิสหน่อยหรือว่าอยากได้ชุดแบบไหน

เขายุ่งครับ คงใส่ชุดอะไรก็ได้เขาตอบแล้วก็เจ็บจี๊ดในอก ยามนึกถึงความไม่ใส่ใจของลลิสา เพราะแม้แต่ชุดแต่งงาน หญิงสาวยังไม่กระตือรือร้นเลือกสรร เหมือนมันไม่มีค่าอย่างไรอย่างนั้น

 ตอบแบบนี้ เหมือนมีปัญหากันเลยนะ

ไม่มีอะไรจริงๆ ครับเขาบอกยิ้มๆ ด้วยสีหน้าปกติ พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ ด้วยเพราะไม่อยากให้คนเป็นมารดากังวลใจ

ถ้าไปป์ยืนยันแบบนั้น แม่ก็จะเชื่อละกันจ้ะ พรุ่งนี้แม่ว่าง เดี๋ยวจะชวนป้าสาไปด้วยกัน

ขอบคุณครับแม่ชายหนุ่มตอบ แล้วก้มลงแตะจมูกลงบนซีกแก้มของมารดาฟอดใหญ่ ก่อนถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้มห้าวที่ดังขึ้นตรงหน้าประตู

เอ้า แม่ลูกคู่นี้มายืนหอมแก้มกันอยู่ได้ เมื่อไหร่จะตั้งโต๊ะสักที พ่อหิวแล้วนะคุณเดชาเอ่ยว่า พลางเดินอาดๆ ตรงเข้ามาภายในห้องครัว แล้วชะเง้อมองเมนูอาหารที่ถูกตักใส่ชามและจานจัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อย

ไหนดูสิ มีอะไรกินบ้าง

เยอะเลยค่ะ มีแต่ของชอบคุณทั้งนั้น

แหม รู้ใจจริงคุณเดชาเอ่ยชมภรรยาเสียงหวาน ทำเอาลูกชายอย่างธิติที่ยืนมองอยู่ยิ้มตามไปกับกิริยาของพ่อและแม่ ขณะที่คุณวิยะดาหลุดหัวเราะพร้อมกับตีเพียะลงเบาๆ บนท่อนแขนของสามี

คุณนี่ก็... มาปากหวานอะไรต่อหน้าลูกก็ไม่รู้ สองพ่อลูก ช่วยกันยกกับข้าวไปตั้งโต๊ะเลยไปคุณวิยะดาได้ทีไล่กลบความอาย ขณะที่ธิติรับคำแล้วเดินเข้าไปยกชามต้มยำมาถือไว้ ก่อนเดินตามบิดาที่หัวเราะน้อยๆ อย่างชอบอกชอบใจออกไป ภาพรอยยิ้มของบิดาและมารดาทำเขานึกสะท้อนในอก หากเขามีครอบครัว ก็ขอแค่อบอุ่นเหมือนคู่ของพ่อกับแม่ก็พอแล้ว

 

ธิติกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวในตอนเกือบเก้าโมงครึ่ง หลังจากทานข้าวที่บ้านของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก็นอนเตร่อยู่ที่ห้องนั่งเล่น ฟังบิดากับมารดาคุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระอยู่พักใหญ่ จึงขอตัวกลับ เพื่อมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะมีนัดรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับครอบครัวอัครวรา

ร่างสูงใหญ่หยุดยืนที่หน้าห้องชุดหรูของตัวเอง พร้อมกับกดรหัสเพื่อเปิดประตูเข้าไปด้านในอย่างเช่นทุกวัน แต่ทำเอาร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องหันขวับมามองอย่างตกใจ ธิติชะงัก แล้วเหลือบตามองสีหน้าตื่นๆ ของลลิสานิ่ง ก่อนความทรงจำเมื่อวานจะแล่นกลับเข้ามาในความคิด

ลลิสาเบี้ยวนัดสำคัญ!

กะ กินแซนวิชด้วยกันไหมหญิงสาวร้องถามอย่างเก้อๆ เมื่อธิติเอาแต่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่กลางห้อง โดยไม่พูดไม่จา เธอจึงชูแซนวิชในมือขึ้นอย่างเชิญชวน ด้วยเพราะทำตัวไม่ถูกฉันทำไว้หลายชิ้นเลย กินด้วยกันสิ

ไม่เป็นไร ผมทานมาแล้วธิติตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบกว่าที่เคย แล้วทำท่าจะผละเข้าห้อง แล้วเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้

นัดกินข้าวกับพ่อแม่คุณวันนี้ ผมอยากให้เราไปพร้อมกัน

อ๋อ ได้สิ

หวังว่าคุณจะไม่เบี้ยวนัดโดยการหนีไปก่อนอีกนะเขาดักคอ ก่อนเดินผ่านอีกฝ่ายตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบ โดยไม่รื้อฟื้นหรือถามไถ่ถึงเหตุผลการเบี้ยวนัดเมื่อวาน เพราะรู้ว่าลลิสาสามารถชักแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นเหตุผลได้ และเขาไม่อยากรับฟังให้เสียความรู้สึกมากไปกว่านี้

ธิติกดปิดประตูห้องนอนดังกริ๊ก แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งแนวโมเดิร์น ที่ถูกจัดคุมโทนด้วยสีขาวดำ ก่อนปลดเสื้อยืดออกจากลำตัว เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่แน่นหนั่นไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกาย ซึ่งแตกต่างจากหุ่นบางๆ ของเด็กหนุ่มวัยมหาวิทยาลัยคนนั้นลิบลับ สาเหตุมาจากที่เขาพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้แข็งแรงและดูภูมิฐานมากพอที่จะปกป้องดูแลลลิสาได้ เพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายสามารถยกเรื่องอายุที่น้อยกว่ามาอ้างได้ว่าเขาไม่คู่ควร แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะมองไม่เห็นสิ่งที่เขาตั้งใจทำสักเท่าไหร่นัก หรืออีกนัยก็อาจจะมองเมิน

มือใหญ่คว้าผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ที่วางอยู่บนเก้าอี้แบบสตูลตัวเล็กมาพันรอบเอว ก่อนปลดกางเกงยีนออกจากตัว แล้ววางมันลงในตะกร้าหวายสำหรับใส่ผ้าอย่างเรียบร้อย แล้วจึงเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย โดยวาดหวังให้สายน้ำเย็นๆ จากฝักบัวบรรเทาความรู้สึกตึงๆ ทั้งจากความคิดวุ่นวายและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในหัวให้เบาบางลง

ฟากลลิสายังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา โดยมีจุดโฟกัสสายตาเป็นบานประตูห้องนอนของธิติที่ถูกปิดลงด้วยกิริยาห่างเหินด้วยความรู้สึกปลาบแปลบในใจ ก่อนวางแซนวิชที่ถูกกัดพร่องไปสองคำในมือลง ด้วยเพราะรู้สึกไม่อยากอาหารขึ้นมากะทันหัน

แม้ลลิสาจะย้ำกับตัวเองเสมอว่าไม่ควรรู้สึกอะไรไปกับการกระทำของเขา แต่ภาพเมื่อวานยังคงตามมาบาดตายามนึกถึง ซ้ำธิติที่เพิ่งกลับเข้าบ้านยังวางท่าทีเฉยเมย โดยไม่อธิบายอะไรสักคำ ปล่อยให้เธอที่เพียรเดินลงมาชั้นล่างตลอดทั้งคืนเพราะอดห่วงไม่ได้นั่งเก้ออยู่อย่างนั้น ซึ่งความรู้สึกดีที่แวบเข้ามาเป็นระยะๆ เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าเธอเริ่มใจอ่อนกับธิติลงไปทุกทีๆ ดังนั้นเธอจึงต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมก่อนที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ด้วยเพราะความเสียใจในอดีตไม่ยอมให้เธอเชื่อว่าเขาจะจริงใจ

 

ประตูรั้วอัลลอยด์ดัดลายสวยของบ้านอัครวราถูกเปิดออกด้วยฝีมือของลุงยามคนเดิม ที่กุลีกุจอรีบมาเปิดให้อย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นรถยนต์ของธิติ ซึ่งลดกระจกลงเพื่อพูดคุยถามไถ่กับอีกฝ่ายเหมือนอย่างเคยทุกครั้งที่มาเยือนบ้านอัครวรา ในขณะที่ลลิสาซึ่งนั่งเงียบมาตลอดทางนั่งตัวแข็งทื่อ ไม่เอ่ยทักทายคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านสักคำ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าลุงชมก็ไม่ได้สนใจเธอนัก เพราะเอาแต่พูดคุยกับเขาอย่างสนุกสนาน

ธิติพูดคุยกับลุงชมอยู่ชั่วครู่ ก่อนเคลื่อนรถยนต์เข้าไปจอดสนิทภายในโรงจอดรถของบ้านอัครา ลลิสาจึงปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวเตรียมเปิดประตูลงไป แต่ถูกรั้งไว้ด้วยน้ำเสียงเข้มๆ ที่เอ่ยดักไว้ก่อน

เดินเข้าไปพร้อมกันธิติบอกแกมสั่ง ลลิสาจึงรับคำในลำคอเบาๆ อย่างไม่อิดออด ก่อนเปิดประตูลงไปยืนรอเขา จนกระทั่งธิติจัดการกับรถยนต์เสร็จ แล้วเปิดประตูรถตามลงมาจึงได้ก้าวเดินขึ้นไปด้านบนบ้านอัครวราพร้อมกัน

สองหนุ่มสาวเดินตรงไปยังห้องอาหารตามการเชื้อเชิญของเด็กรับใช้ที่ออกมาต้อนรับตามคำสั่งของคุณอริสาที่กำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารอยู่ในนั้น

อ้าว มากันแล้วเหรอคุณอธิปที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้น ยามเห็นบุตรสาวและว่าที่ลูกเขยเดินเข้ามาพร้อมกัน เรียกให้คุณอริสาหันไปมอง ก่อนที่ทั้งคู่จะยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองพร้อมกัน

ไหว้พระเถอะลูกคุณอริสาพยักหน้ายิ้มๆพร้อมกับทรุดนั่งลงตรงมุมโต๊ะข้างสามี ขณะที่ธิติแตะข้อศอกลลิสาให้เดินอ้อมไปนั่งอีกฟากด้วยกัน ซึ่งภาพความสนิทสนมยามที่ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ให้บุตรสาว ทำคุณอริสาใจชื้นและยกยิ้มอย่างชอบใจ

เดี๋ยวเรากินไปคุยกันไปกันดีกว่านะจ้ะ แม่กลัวว่ากับข้าวจะเย็นเสียก่อน

เอาสิคุณอธิปพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย คุณอริสาจึงหันไปบอกให้เด็กรับใช้ที่ยืนรออยู่ตักข้าวใส่จานจนครบทุกคน

ลลิสกับไปป์ ลองชิมปลาช่อนลุยสวนดูสิจ๊ะ แม่ลงครัวเองเลยนะวันนี้คุณอริสาเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยการตักกับข้าวใส่จานให้ทั้งสองอย่างภูมิใจนำเสนอ โดยไม่ลืมตักใส่จานของสามีด้วย

ขอบคุณค่ะแม่ลลิสาบอกเสียงเบา ก่อนตักอาหารเข้าปากแล้วเคี้ยวเนิบๆ อย่างไร้ชีวิตชีวา จนธิติที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องกระซิบเตือน ด้วยเกรงว่าผู้ใหญ่ทั้งสองจะจับความรู้สึกอึมครึมระหว่างเขาและเธอได้

ทำหน้าให้มันดีหน่อยได้ไหม คุณทำท่าทำทางเหมือนโดนบังคับ

ฉันก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่นี่ลลิสาตอบ โดยไม่หันไปมองหน้าธิติสักนิด พร้อมกับเอื้อมมือไปตักอาหารใส่จานด้วยท่าทีปกติ แต่ก็ดูอ้อยสร้อยเสียจนคุณอริสาที่มองอยู่อย่างสังเกตเอ่ยถาม

สองคนนี้มีอะไรกันหรือเปล่าลูก ทำไมหน้าตาคร่ำเคร่งเชียว

ไม่มีครับ

มีค่ะลลิสาหันขวับไปมองหน้าธิติเมื่อตอบไม่ตรงกัน ทำเอาคุณอธิปและคุณอริสาต้องเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ

มีอะไรกันงั้นหรือจ๊ะ


----------------------------------------------

อัพจ้า

อย่าลืมคอมเมนต์ โหวตเป็นกำลังใจให้ลานีนด้วยนะคะ ^^

ฝากเรื่องรักละมุนหวานๆ สวนส้มนี้มีรัก ไว้ด้วยนะคะ 





         

แสนรักร้าย
ลานีน
www.mebmarket.com
เธอรักเขาอย่างไร้ข้อแม้ แต่ก็เป็นรักข้างเดียวที่ถูกจำกัดด้วยคำว่า "เด็กเสี่ย"****พนิตดามั่นใจ ว่าเธอรักติณห์ บูรณธิรักษ์ ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาอยู่ในสถานะคลุมเครือเกินกว่าจะคาดเดา ขณะที่คนรอบตัวรู้อยู่เต็มอกว่า วิศวกรหนุ่มประจำบริษัทเมธตระกูลทวีกรุป ที่ทั้งหล่อ รวย และสมบูรณ์แบบอย่างติณห์ เลี้ยงเด็กนักศึกษาอย่างเธอไว้ในฐานะอะไรเขาให้การศึกษา ให้ชีวิต แต่ไม่ให้หัวใจ แล้วคนใน 'อุปการะ' ของเขาอย่างเธอจะเรียกร้องสิ่งใดได้นอกจากเจียมตน และขอให้รักที่ (อยาก) มีไม่ 'ร้าย' เกินไป
ลับ รัก สุดใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
เจ้าชายในนิยายอาจจะไม่มีอยู่จริงแต่ผู้ชายในเครื่องแบบอย่าง ร้อยเอกชวนนท์  เป็นดั่งเทพบุตรขี่ม้าขาวพิมพิกา  หาใช่เจ้าหญิงผู้อ่อนหวาน แต่ซ่อนความอ่อนไหวไว้ใต้ภาพลักษณ์ของสาวมั่นเขาเองอาจไม่ใช่เจ้าชายหนุ่มในคืนเต้นรำแต่เป็นทหารหาญที่ซ่อนตัวเพื่อภารกิจลับของชาติมาโดยตลอด และกำลังอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีตัวตน เพื่อที่จะได้รักใครสักคนให้สุดใจ!          “พี่ซัน”          “ครับ” ชวนนท์ขานรับเสียงหวานชิดใบหูเล็กของพิมพิกาที่แม้จะมีที่ครอบหูกางกั้น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนลมหายใจของเขาเป่ารดบนผิวเนื้อของเธอเต็มๆ          “พี่ซันยืนใกล้เจ้าเกินไปแล้วนะคะ”          “เขาก็สอนยิงปืนกันแบบนี้แหละ พี่ไม่ได้แต๊ะอั๋งสักหน่อย”          “ต้องโอบไว้ทั้งตัวเลยหรือคะ” พิมพิกาถาม ทั้งที่สายตามองตรงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าเพื่อซ่อนอาการเขินอาย ของตัวเอง          “ก็ต้องยืนแบบนี้สิ เจ้าขายังยิงปืนไม่เป็นนี่ครับ ก็ต้องติวหนักหน่อย”          “แต่พี่ซันแน่ใจนะคะว่าแค่จะสอนยิงปืนเฉยๆ”          “ทำไม” ชวนนท์หลุดยิ้มอย่างชอบใจกับคำถามของร่างแบบบางในอ้อมกอด เพราะการสอนยิงปืนของเขาดูจะพิเศษกว่าการสอนยิงปืนของครูฝึกท่านอื่นๆ ในเมื่อเขาจงใจเหยียดแขนโอบคนตัวเล็กกว่าไว้ทั้งตัว ซ้ำยังฉวยโอกาสดอมดมกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างบางไว้เต็มปอด          “ก็...มันใกล้ไป”          “ไม่ใกล้หรอก เขาก็ยืนสอนกันแบบนี้แหละครับ”

   

ร้อยเล่ห์ใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
รักสิบปีของผู้บริหารหนุ่มและวิศวกรสาวได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในวันที่ทั้งคู่ต่างสวมแหวนแต่งงานให้กันและเซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสท่ามกลางสักขีพยานเพื่อประกาศสิทธิ์ทางนิตินัยว่าได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์หากการแต่งงานกลับไม่ใช่ปลายทาง แต่มันคือการเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคนต่างหาก ดังนั้นที่เคยคิดว่าความรักอย่างเดียวก็เพียงพอ ทว่าวันนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อมีบททดสอบเข้ามามากมายให้เธอและเขาได้ฟันฝ่าสองมือที่เคยจับกันแน่นจะคลายออกหรือไม่รักที่สมบูรณ์แบบจะมีอยู่จริงไหมมีเพียงสองหัวใจเท่านั้นที่ให้คำตอบได้

     

เล่ห์ร้อยใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
เมื่อรักร้างรา เสน่หาจึงกลายเป็นน้ำตารักเจ็ดปีของศิชาพังทลายลง เพียงเพราะเธอบ่ายเบี่ยงคำขอแต่งงานของคีรินใครจะคิดว่าแค่ขอยืดเวลาออกไป เขาจะตัดรอนถึงขั้นบอกเลิกกับเธอรักแสนหวานที่บ่มเพาะมานานจึงกลายเป็นรักร้าย ทำลายหัวใจใช่ว่าศิชาจะเจ็บคนเดียว คีรินเองก็เจ็บปวดรวดร้าวไม่แพ้กันเพราะคนที่รักและรอมานานอ้างว่ายังไม่พร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกันเขาจึงต้องทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของหัวใจนั่นคือยุติความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน ราวกับไม่เคยผูกพันกับเธอเมื่อคู่รักกลายเป็นคู่ร้าง จากที่เคยสบตาก็กลายเป็นเมินหน้าหนีจากที่เคยห่วงใย แต่นี้ต่อไปก็เป็นได้แค่เพียงคนแปลกหน้าแต่ทำไมยิ่งถอยห่างกันเท่าไร หัวใจของพวกเขาก็ยังเพรียกหากันหรือแท้จริงภายใต้ความเย็นชา ยังมีเยื่อใยแห่งความห่วงหาซุกซ่อนอยู่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

714 ความคิดเห็น

  1. #578 PhichchaKorn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 07:50

    น่าจะเปิดใจคุยกันตรง ๆ ไปเลย ดีกว่าต่างคนต่างคิด ทำมึนตึงใส่กันแบบนี้

    #578
    0
  2. #577 Ms_miss (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 01:12
    คิดเองทั้งคู่เลย สงสารอยู่นะ คนนึงก็เข็ดกับอดีตอีกคนก็พยายามจะเเก้ตัว-...-
    #577
    0
  3. #576 daowinkies (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 22:32
    รำไยทั้งคู่
    #576
    0
  4. #575 mmaprao (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 21:39
    แรกๆก็เข้าใจนะ แต่ตอนนี้เริ่มเยอะแล้วลลิส อ่านไปอ่านมาไม่ถึงไหนสักที ป่านนี้ยังไม่ได้แต่งเลย เทเถอะไปป์
    #575
    0
  5. #574 chon29 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 21:33
    ทำไมไม่หันหน้ามาคุยเพื่อเคลียร์กัน
    #574
    0
  6. #573 Tiyapa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 21:02
    ต่างคนต่างคิดเอง ก็คงต้องเจ็บเองทั้งคู่เนาะ
    #573
    0
  7. #572 AijaSolothurn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 20:22

    เอ้อเมือไรจะดีกันหน่วงๆจังสงสารอิไปป์อ่ะต่ออีกนิดจิไรท์

    #572
    0