ใจแค้น แสนรัก [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 13 : ใจแค้น แสนรัก : ตอนที่ 4 --- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

               


                “ผมแค่มาทำอะไรๆ ให้มันถูกต้อง”

                “ฉันหวังว่าเรื่องอะไรๆ ของคุณจะไม่เกี่ยวกับฉันนะ”

                “บังเอิญว่าเกี่ยว” ธิติตอบด้วยน้ำเสียงยียวน แต่ไม่มีวี่แววล้อเล่น เขาเหลือบตาขึ้นมองเธอแล้วตรึงอีกฝ่ายไว้นิ่งๆ ก่อนตอบ “เพราะผมพาพ่อกับแม่มาสู่ขอคุณ”

                อะไรนะคะลลิสาอุทานอย่างตระหนก ใบหน้าสะสวยเผือดสีลงทันควันยามได้ยินประโยคบอกเล่าจากเขา        “คุณพูดเล่นใช่ไหม

                “ผมดูเป็นคนขี้เล่นขนาดนั้นเลยเหรอ” ธิติย้อนถาม ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แบบที่ลลิสาซึ่งหยัดยืนอยู่บนรองเท้าส้นสูงกว่าสี่นิ้วยังดูเตี้ยกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด

                “คุณจะไม่บอกเรื่องของเรากับพ่อแม่ใช่ไหม”

                “ผมมีแหวนหมั้นมาด้วยนะ คุณอยากจะดูก่อนไหมล่ะ จะได้รู้ว่าผมล้อเล่นหรือเปล่า” ลลิสาส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของธิติ เขาจะดึงดันรับผิดชอบเธอไปทำไม ในเมื่อเรื่องของเขาและเธอควรจบไปตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอคืนอิสระให้เขาโดยที่เขาไม่ลังเลจะยื้อเลยแม้แต่นิดเดียว

                “ฉันไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ ว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”

                “เพราะผมอยากได้คุณล่ะมั้ง” ธิติกระซิบบอกหน้าตาย ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารคืนให้เธอ แล้วหมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่เดิม ขณะที่ลลิสายังคงยืนนิ่ง มือเรียวที่จับแฟ้มเอกสารสั่นน้อยๆ ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

                “มานั่งนี่ก่อนสิลลิส” เสียงทุ้มใหญ่ของคนเป็นบิดาร้องเรียก ลลิสาจึงขานรับคำเสียงเบา ก่อนเดินลากเท้าเข้าไปทรุดนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวใกล้ๆ กันบิดาและมารดาอย่างเสียไม่ได้ โดยไม่ลืมหันไปยกมือไหว้คุณเดชาและคุณวิยะดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างนอบน้อมด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่พยายามเก็บทุกความรู้สึกให้อยู่ลึกในใจ        

                “สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า

                “ไหว้พระเถอะลูกคุณวิยะดาเอ่ยรับไหว้ พลางกวาดตามองอดีตคู่หมั้นของลูกชายด้วยแววตาอ่อนแสงลงอย่างเอื้อเอ็นดู “ไม่เจอกันเสียนาน สบายดีนะจ๊ะ”

                “ค่ะ” ลลิสารับคำสั้นๆ เลยถูกมารดาที่นั่งฟังอยู่เอ่ยตำหนิเสียงเบา ยามเธอเอ่ยพูดเพียงประโยคเดียว ไม่แม้จะเอ่ยถามกลับตามมารยาท

                “พูดห้วนจังเลยลลิส ป้าดาอุตส่าห์ถามเพราะเป็นห่วง”

                “ไม่เป็นไรจ้ะ หนูลลิสคงจะเหนื่อย” คุณวิยะดาบอกอย่างไม่ถือสา กลับรู้สึกเข้าใจความรู้สึกของลลิสาเสียอีกที่ต้องมาเผชิญหน้ากับครอบครัววรรักษ์ธิกุลอย่างกะทันหันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่เลิกรากับธิติไปอย่างไม่สวยงามนัก

                “ว่าแต่ดามีธุระอะไรหรือ ถึงมาที่นี่แต่เช้า” คุณอริสาเอ่ยถามเข้าเรื่องอย่างนึกแปลกใจ ที่จู่ๆ คนเป็นเพื่อนก็มาหาถึงบ้านพร้อมด้วยสามีและลูกชายที่หายหน้าไปเกือบสามปี จนคุณอริสาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มดูภูมิฐานที่นั่งอยู่ตรงหน้าคืออดีตเด็กหนุ่มนักศึกษาในวันวาน เพราะธิติดูโตขึ้นมากจริงๆ

                “คือว่าอย่างนี้นะคะสา คุณธิป” คุณวิยะดาเกริ่นขึ้นแล้วขยับตัวนิด ใบหน้าอวบอิ่มฉายแววกังวลใจ ด้วยเพราะรู้สึกลำบากใจอยู่ลึกๆ กับเรื่องราวที่จะต้องเอื้อนเอ่ยซ้ำเป็นครั้งที่สอง

                “คือว่าฉันจะมาสู่ขอหนูลลิสให้ไปป์อีกครั้งน่ะค่ะ”

                “ว่าไงนะ?” คุณอริสาอุทานอย่างตกใจ  ขณะที่คุณอธิปขยับตัวนิดแล้วเอ่ยทวนถามอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจนัก

                “คุณดาบอกว่าจะมาสู่ขอลูกสาวผมงั้นหรือ”

                “ค่ะ” คุณวิยะดารับคำเสียงเบา ใจเสียกับท่าทีของคู่สนทนาที่แสดงออกว่าตกใจ จนคนเป็นสามีที่นั่งอยู่เคียงข้างต้องตบเบาๆ ที่หลังมืออวบอย่างให้กำลังใจ แล้วช่วยพูดอีกแรง

                “ผมรู้ว่าเจ้าไปป์ทำผิดกับหนูลลิสไว้มาก แต่ก็อยากขอโอกาสอีกสักครั้ง”

                “แค่ขอโอกาส คงไม่ต้องถึงขั้นแต่งงานกันหรอกมั้งคะ” คุณอริสาขัดขึ้นเสียงขุ่น ด้วยเพราะยังจำใบหน้าที่เนืองนองไปด้วยหยาดน้ำตาของบุตรสาวได้ดี ธิติทำลลิสาร้องไห้หนักเหลือเกิน “บอกตามตรงนะคะ ฉันไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”

                “ไม่หรอกค่ะ มันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกแน่นอน” คุณวิยะดารีบออกหน้า ขณะที่ธิตินั่งประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เงียบๆ ด้วยเรียบสนิท และเขาเหลือบเห็นว่าลลิสานั่งเชิดหน้าคอแข็งเลยทีเดียว เมื่อถูกย้อนความจำเกี่ยวกับเรื่องราวในวันวาน

                “ดาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทุกอย่างจะไม่จบลงแบบเดิม มีอะไรเป็นหลักประกัน ลลิสร้องไห้เพราะไปป์มามากแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวต้องกลับไปร้องไห้อีกครั้งแน่นอน”

                “ไม่หรอกครับ เพราะเราเป็นของกันและกันแล้ว” ธิติที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น ด้วยประโยคที่ทำให้ลลิสาซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะคำพูดของธิติไม่ต่างอะไรกับการสารภาพบาป โดยมีเธอเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดนั่นด้วย 

                “ตาไปป์ว่ายังไงนะ!

                “ลลิสเป็นของผมแล้ว”

                “ตายจริง”

                “ใจเย็นๆ ก่อนคุณ” คุณอธิปเอ่ยบอกกับภรรยาอย่างใจเย็น พร้อมกับขยับตัวเข้าไปโอบประคองคุณวิยะดาที่ทำท่าจะเป็นลมเสียให้ได้

                “คุณจะให้ฉันใจเย็นอยู่ได้ยังไงคะ นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะ”

                “ฉันต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะที่ตาไปป์ชิงสุกก่อนห่าม” คุณวิยะดาที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด ทั้งเรื่องที่ธิติเคยทำร้ายความรู้สึกลลิสาเมื่อครั้งก่อน และเรื่องความไวไฟของลูกชายที่ไม่รอเข้าตามตรอกออกตามประตู

                ผมต้องขอโทษคุณลุงกับคุณป้าด้วยนะครับ แต่ผมยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง ชายหนุ่มพนมมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างลุแก่โทษ ขณะที่คุณอริสาหันไปมองหน้าลูกสาว

                “มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมลลิส”  

                “หนูขอโทษค่ะแม่” ลลิสาบอกเสียงเรียบ เป็นการยอมรับกลายๆ ว่าคำบอกเล่าของธิติเป็นความจริง

                “แล้วทีนี้จะทำอย่างไรกัน แม่ปวดหัวไปหมดแล้ว”

                “ไม่ต้องทำอะไรค่ะ พ่อกับแม่แค่รับรู้แล้วปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป” ลลิสารีบเอ่ยบอกเสียงหนักแน่นอย่างไม่ทุกข์ร้อน พยายามวางหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ใจเต้นระรัวไปหมด “ให้มันเป็นเพียงความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเถอะค่ะ มันเป็นแค่ความผิดพลาด”

                “ลูกว่าไงนะ!” คุณอริสาอุทานลั่น มองใบหน้าของลูกสาวอย่างตระหนก ตกใจยิ่งกว่าการรับรู้ว่าลลิสาตกเป็นของธิติก่อนเวลาอันควรแล้วเสียอีก แม่ไม่เคยสอนหนูให้มีความคิดเสรีจ๋าแบบนี้นะลลิส ลูกพูดเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องขี้ปะติ๋วได้ยังไง นี่มันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงนะ ถ้าวิญญาณของคุณย่ากับคุณยายรับรู้คงได้ตำหนิแม่แน่ๆ ที่ลูกมีความคิดแบบนี้”

                “แต่แม่คะ นี่มันพอศอไหนแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนก่อนแต่งงาน มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว”

                “มันอาจเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงสมัยใหม่คนอื่นๆ แต่เป็นลูกผู้หญิงของตระกูลอัครวราต้องมีสามีเดียวเท่านั้น” คุณอริสาสรุปอย่างคนที่มีความคิดแบบโบราณ ค้านกับค่านิยมสมัยใหม่ที่ลูกสาวหยิบยกมาพูด ในขณะที่ลลิสากลอกตาแรง เพราะดูเหมือนเรื่องราวตรงหน้าจะลุกลามใหญ่โต

                “หนูรู้ว่านั้นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูล แต่แม่จะมาบังคับให้หนูแต่งงานกับเขาไม่ได้ เราไม่ได้รักกัน” ลลิสาเอ่ยค้านหัวชนฝา แล้วก็ก่นด่าตัวเองเมื่อตะกอนความรู้สึกบางอย่างในใจที่ซ่อนไว้ไหววูบ ก่อนประโยคต่อมาของธิติจะดึงความสนใจของเธอให้หันขวับไปมอง

                “แต่ผมรักคุณ”

                อย่ามาพูดจาพล่อยๆ แถวนี้ได้ไหมลลิสาตวาดแว้ดออกไปอย่างกรุ่นโกรธ ไม่รู้สึก อินไปกับคำพูดของเขาแม้สักนิด กลับโกรธมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

                “ผมเปล่าธิติปฏิเสธเสียงเบา พลางจ้องดวงตาวาววับของลลิสาไม่วางตา เขารู้ว่าเธอโกรธและสับสนกับการกระทำของเขามาก จนอาจจะไม่อยากมองหน้ากันอีก แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้โอกาสตรงหน้าหลุดมือไปได้ง่ายๆ ธิติจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจับลลิสาให้อยู่หมัด

           “ผมอยากรับผิดชอบคุณ

                “แต่ฉันเคยบอกคุณไปแล้วว่าไม่ต้องการความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นลลิสาเค้นเสียงตอบอย่างขุ่นเคือง เขาจะมาพยายามในวันที่มันสายเกินไปเพื่ออะไรเก็บความเป็นสุภาพบุรุษของคุณกลับไปเถอะค่ะ เรื่องแค่นี้ฉันไม่ถือหรอก

                หญิงสาวตอบ แล้วเชิดหน้านั่งนิ่ง ท่ามกลางอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวอย่างหาสาเหตุไม่ได้

                “งั้นลลิสบอกแม่กับพ่อหน่อยได้ไหมว่าลูกจะแก้ปัญหาครั้งนี้ยังไงคุณอริสาเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบแบบไม่บ่งบอกอารมณ์ แต่ลลิสากลับรู้สึกกังวลขึ้นมาแบบบอกไม่ถูก

                “หนูไม่อยากแต่งงานกับเขา

                “แล้วหนูจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยที่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่สนว่าพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงด้วยอย่างนั้นเหรอ

                ลลิสาเงียบ คล้ายเป็นการตอบรับกลายๆ อย่างไม่มีทางเลือก เพราะเธอเชื่อว่าการกระทำของธิติมีประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอยู่ ทั้งที่ไม่รู้แน่ชัดก็เถอะว่าคืออะไร แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ได้รักเธออย่างที่พูด เพราะไม่อย่างนั้น คงไม่ทำร้ายความรู้สึกกัน

                “งั้นพ่อกับแม่คงต้องเลิกคบป้าดากับลุงเดชถาวร เพราะคงทำใจมองหน้ากันไม่ได้จริงๆ

                “คะ?” ลลิสาอุทาน แล้วหันขวับไปมองหน้าบิดากับมารดาอย่างตกใจ

                “แม่รู้ว่าสมัยนี้เรื่องชิงสุกก่อนห่ามเป็นค่านิยมผิดๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่แม่ก็ทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี ทางออกนี่น่าจะดีที่สุดแล้ว อีกอย่างแม่ก็ทนให้ป้าดากับลุงเดชมองหน้าหนูไม่ได้เหมือนกัน แม่ไม่อยากให้ใครมองลูกไม่ดีคุณอริสาอธิบายอย่างคิดไม่ตก ยอมรับว่ายังโกรธธิติซึ่งเป็นต้นเหตุที่เคยทำให้ลูกสาวเสียใจ แต่หัวอกคนเป็นแม่ก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ลลิสาต้องการได้

            “แต่ไหนแม่บอกว่าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไงคะ ทุกอย่างมันจะต้องจบลงแบบเดิมแน่ๆ เพราะเขาไม่ได้รักหนู

                “รักครับธิติที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยแย้งขึ้นด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด จนลลิสาต้องหันไปถลึงตาใส่เขาอย่างไม่พอใจ พร้อมกับเสียงเล็กๆ ในใจที่ตะโกนต่อว่าเขาเสียงดังก้องโกหก!

                “แม่ยอมรับนะว่าโกรธไปป์มากที่เคยทำให้ลูกของแม่เสียใจ แต่เมื่อไปป์บอกว่ารักลูก แม่ก็เชื่อว่าครั้งนี้ทุกอย่างจะไม่จบลงแบบเดิมอีก

                “แล้วทำไมแม่ไม่ถามหนูบ้างคะว่ารักเขาหรือเปล่าลลิสาโพล่งถามขึ้นอย่างอัดอั้น ดวงตาสวยไหววูบด้วยความรู้สึกอ่อนไหว ขณะที่คุณอริสาหันมองตาลูกสาวนิ่งอย่างสำรวจ ก่อนบอก

                “ที่แม่ไม่ถามเพราะแม่มั่นใจว่ารู้จักลูกสาวของแม่ดีน่ะสิ

                “...”ลลิสาเม้มปากแน่น ด้วยไม่รู้จะพูดแย้งอะไร เพราะขนาดคุณอริสายังไม่เชื่อเลยว่าเธอลืมธิติได้แล้วจริงๆ นี่เธอดูอาลัยอาวรณ์เขาขนาดนั้นเลยเหรอ

                “ลลิสรู้ใช่ไหม ว่าแม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกเสมอ

                หญิงสาวนิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบรับอย่างยอมจำนน เพราะเถียงหรือแย้งอะไรไม่ได้อยู่แล้ว สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือตามน้ำไปเท่านั้น

                “ค่ะ

                “ป้าขอรับประกันว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยแน่ๆ จ้ะคุณวิยะดาที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นอย่างยินดี เมื่อได้ฟังคำตอบรับสั้นๆ จากลลิสา

                “ตาไปป์รักหนูลลิสจริงๆ นะจ้ะ แม้ว่าจะรู้ตัวช้าไปหน่อยก็เถอะ

                “ไม่หน่อยนะ ตั้งหลายปีคุณอริสากระเซ้าเพื่อนยิ้มๆ เป็นการปลดล็อกบรรยากาศอึมครึมให้คลี่คลายลง ในขณะที่ลลิสายิ้มไม่ออก ด้วยเพราะไม่คิดจะเชื่อในคารมของธิติแม้สักนิด จึงนั่งเชิดมองหน้าเขานิ่งๆ อย่างไม่หลบสายตา ให้เขาได้รู้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจเหมือนคำตอบรับที่พูดออกไปนัก และต่อจากนี้เธอจะแสดงออกให้เขาได้เห็นว่าเธอไม่ได้รักเขาแล้วอย่างที่ใครๆ เข้าใจ

                “งั้นถ้าทุกอย่างลงเอยแบบนี้ เดี๋ยวฉันไปหาฤกษ์หมั้นกับฤกษ์แต่งรอเลยนะคะ

                “เอาสิคะ นัดวันกันเลยดีกว่า จะได้ไปพร้อมๆ กันคุณอริสายิ้มแย้ม เอ่ยบอกอย่างเห็นดีด้วย ไม่หลงเหลือเค้าวีนเหวี่ยงเหมือนการสนทนาในช่วงแรกเลยสักนิด ขณะที่คุณอธิปซึ่งนั่งฟังเงียบๆ มาตลอดการสนทนาเอ่ยขัดขึ้น แล้วมองตรงไปที่ธิติ

                “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว งั้นขอถามอะไรอีกหน่อยได้ไหม

                “ครับชายหนุ่มรับคำอย่างนอบน้อม แล้วมองตรงไปยังคู่สนทนาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ พร้อมจะตอบทุกคำถามจากคุณอธิป

                “เรามีแฟนมาแล้วกี่คน แบบที่ไม่รวมลลิส

                “ตายจริงคุณพี่ ถามอะไรแบบนั้นละคะคุณอริสาอุทาน เมื่อได้ยินคำถามของสามีเต็มหู ขณะที่คุณเดชาซึ่งนั่งฟังอยู่เพียงยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะกึ่งเย้า

                “ถามได้ครับ ผมมั่นใจว่าตาไปป์สะอาดอยู่นะคุณอธิปหลุดยิ้มจางๆ ก่อนหันไปมองธิติอย่างรอคอยคำตอบ

                “ว่าไงล่ะ”

                สี่ครับลลิสาคอแข็งขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำตอบของธิติ พลางกรีดร้องเสียงดังในใจ เธอไม่อยากเป็นคนที่ห้าของเขา!

                “แล้วได้ป้องกันหรือเปล่า

                “ครับธิติตอบสั้นๆ แม้ว่าเขาเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ก็รู้สึกลำบากใจนิดๆ ยามต้องมาตอบคำถามทำนองนี้ต่อหน้าลลิสา ที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหึง ที่รู้เขาคั่วสาวหลายคนหรือรังเกียจในความโชกโชนของเขากันแน่

                “ถ้าไปป์มั่นใจขนาดนั้น งั้นลุงขอผลการตรวจสุขภาพแบบละเอียดภายในวันมะรืนได้ไหม

                “ได้ครับธิติรับคำเสียงหนักแน่นอย่างไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เพราะเขาป้องกันทุกครั้งและมั่นใจว่าตัวเองสะอาดมากพอ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคิดว่าการมีประสบการณ์รักมากๆ เป็นข้อเสียเมื่อต้องมานั่งยืนยันความสะอาดของตัวเองต่อหน้าผู้หญิงที่สนใจ

                “ดี งั้นลุงจะรอ

                “ครับธิติรับคำอย่างไม่รีรอ เมื่อคุณอธิปสรุปสั้นๆ โดยมีลลิสานั่งงอง้ำอยู่ข้างๆ เพราะแม้แต่คนบิดาก็ไม่เอ่ยถามความสมัครใจของเธอสักคำ หญิงสาวจึงผุดลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าหมดธุระของตัวเองแล้ว

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นหนูขอตัวเลยนะคะ

                “อ้าว ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนหรือลูกคุณอริสาร้องถามพอเป็นพิธี เพราะรู้ดีว่าการตัดสินใจของตัวเองทำให้ลูกสาวไม่พอใจนัก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คิดเปลี่ยนการตัดสินใจ และยังเชื่อว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด ผิดกันกับลลิสาที่รีบปฏิเสธอย่างไม่ลังเล

               ไม่ละคะ หนูมีประชุม ขอตัวเลยนะคะหญิงสาวบอกพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ในวงสนทนาลวกๆ แล้วหยิบแฟ้มเอกสาร ก้าวเดินฉับๆ ออกจากห้องรับแขกอย่างเร่งรีบ โดยมีสายตาคมของธิติเหลือบมองแผ่นหลังบอบบางไปจนลับตาด้วยความรู้สึกมากมาย แต่ที่รู้ๆ เขาไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจกลับเข้ามาในชีวิตของหญิงสาวอีกครั้ง แม้ว่าจะเสี่ยงต่อการถูกลลิสาเกลียด เพราะเขาเคยทำให้เธอเสียใจก็ตาม แต่ธิติเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนความรู้สึกของหญิงสาวได้และทำให้เธอยอมรับหัวใจตัวเองจนบอกรักเขาเหมือนคืนนั้นอีกครั้ง



--------------------------------------------

กลับมาแล้วค่าาาา ลานีนมาแล้วววว

เราจะไม่ขออะไรมากกก ใครที่รอ ช่วยเม้นต์เป็นกำลัง จุดไฟให้ลานีนหน่อยค่าาา

เราจะไม่สัญญาว่าจะมาอีกวันไหนนน แต่จะพยายามมาให้บ่อยกว่านี้

ใครรอคุณไปป์ ช่วยคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ลานีนหน่อยนะคะ ^^

ฝากผลงานทั้งสี่เรื่องของลานีนด้วยจ้า ^^







         
แสนรักร้าย
ลานีน
www.mebmarket.com
เธอรักเขาอย่างไร้ข้อแม้ แต่ก็เป็นรักข้างเดียวที่ถูกจำกัดด้วยคำว่า "เด็กเสี่ย"****พนิตดามั่นใจ ว่าเธอรักติณห์ บูรณธิรักษ์ ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาอยู่ในสถานะคลุมเครือเกินกว่าจะคาดเดา ขณะที่คนรอบตัวรู้อยู่เต็มอกว่า วิศวกรหนุ่มประจำบริษัทเมธตระกูลทวีกรุป ที่ทั้งหล่อ รวย และสมบูรณ์แบบอย่างติณห์ เลี้ยงเด็กนักศึกษาอย่างเธอไว้ในฐานะอะไรเขาให้การศึกษา ให้ชีวิต แต่ไม่ให้หัวใจ แล้วคนใน 'อุปการะ' ของเขาอย่างเธอจะเรียกร้องสิ่งใดได้นอกจากเจียมตน และขอให้รักที่ (อยาก) มีไม่ 'ร้าย' เกินไป
ลับ รัก สุดใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
เจ้าชายในนิยายอาจจะไม่มีอยู่จริงแต่ผู้ชายในเครื่องแบบอย่าง ร้อยเอกชวนนท์  เป็นดั่งเทพบุตรขี่ม้าขาวพิมพิกา  หาใช่เจ้าหญิงผู้อ่อนหวาน แต่ซ่อนความอ่อนไหวไว้ใต้ภาพลักษณ์ของสาวมั่นเขาเองอาจไม่ใช่เจ้าชายหนุ่มในคืนเต้นรำแต่เป็นทหารหาญที่ซ่อนตัวเพื่อภารกิจลับของชาติมาโดยตลอด และกำลังอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีตัวตน เพื่อที่จะได้รักใครสักคนให้สุดใจ!          “พี่ซัน”          “ครับ” ชวนนท์ขานรับเสียงหวานชิดใบหูเล็กของพิมพิกาที่แม้จะมีที่ครอบหูกางกั้น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนลมหายใจของเขาเป่ารดบนผิวเนื้อของเธอเต็มๆ          “พี่ซันยืนใกล้เจ้าเกินไปแล้วนะคะ”          “เขาก็สอนยิงปืนกันแบบนี้แหละ พี่ไม่ได้แต๊ะอั๋งสักหน่อย”          “ต้องโอบไว้ทั้งตัวเลยหรือคะ” พิมพิกาถาม ทั้งที่สายตามองตรงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าเพื่อซ่อนอาการเขินอาย ของตัวเอง          “ก็ต้องยืนแบบนี้สิ เจ้าขายังยิงปืนไม่เป็นนี่ครับ ก็ต้องติวหนักหน่อย”          “แต่พี่ซันแน่ใจนะคะว่าแค่จะสอนยิงปืนเฉยๆ”          “ทำไม” ชวนนท์หลุดยิ้มอย่างชอบใจกับคำถามของร่างแบบบางในอ้อมกอด เพราะการสอนยิงปืนของเขาดูจะพิเศษกว่าการสอนยิงปืนของครูฝึกท่านอื่นๆ ในเมื่อเขาจงใจเหยียดแขนโอบคนตัวเล็กกว่าไว้ทั้งตัว ซ้ำยังฉวยโอกาสดอมดมกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างบางไว้เต็มปอด          “ก็...มันใกล้ไป”          “ไม่ใกล้หรอก เขาก็ยืนสอนกันแบบนี้แหละครับ”
   
ร้อยเล่ห์ใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
รักสิบปีของผู้บริหารหนุ่มและวิศวกรสาวได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในวันที่ทั้งคู่ต่างสวมแหวนแต่งงานให้กันและเซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสท่ามกลางสักขีพยานเพื่อประกาศสิทธิ์ทางนิตินัยว่าได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์หากการแต่งงานกลับไม่ใช่ปลายทาง แต่มันคือการเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคนต่างหาก ดังนั้นที่เคยคิดว่าความรักอย่างเดียวก็เพียงพอ ทว่าวันนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อมีบททดสอบเข้ามามากมายให้เธอและเขาได้ฟันฝ่าสองมือที่เคยจับกันแน่นจะคลายออกหรือไม่รักที่สมบูรณ์แบบจะมีอยู่จริงไหมมีเพียงสองหัวใจเท่านั้นที่ให้คำตอบได้
     
เล่ห์ร้อยใจ
ลานีน
www.mebmarket.com
เมื่อรักร้างรา เสน่หาจึงกลายเป็นน้ำตารักเจ็ดปีของศิชาพังทลายลง เพียงเพราะเธอบ่ายเบี่ยงคำขอแต่งงานของคีรินใครจะคิดว่าแค่ขอยืดเวลาออกไป เขาจะตัดรอนถึงขั้นบอกเลิกกับเธอรักแสนหวานที่บ่มเพาะมานานจึงกลายเป็นรักร้าย ทำลายหัวใจใช่ว่าศิชาจะเจ็บคนเดียว คีรินเองก็เจ็บปวดรวดร้าวไม่แพ้กันเพราะคนที่รักและรอมานานอ้างว่ายังไม่พร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกันเขาจึงต้องทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของหัวใจนั่นคือยุติความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน ราวกับไม่เคยผูกพันกับเธอเมื่อคู่รักกลายเป็นคู่ร้าง จากที่เคยสบตาก็กลายเป็นเมินหน้าหนีจากที่เคยห่วงใย แต่นี้ต่อไปก็เป็นได้แค่เพียงคนแปลกหน้าแต่ทำไมยิ่งถอยห่างกันเท่าไร หัวใจของพวกเขาก็ยังเพรียกหากันหรือแท้จริงภายใต้ความเย็นชา ยังมีเยื่อใยแห่งความห่วงหาซุกซ่อนอยู่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

714 ความคิดเห็น

  1. #459 noodao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 23:51

    พี่ไปป์สุดยอดจริงๆที่ทำให้บ้านลลิสยอมยกลูกสาวให้อีกครั้ง

    #459
    0
  2. #293 น้ำ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:20
    คุณพ่อถามผิดนะ ไม่ใช่มีแฟนกี่คนแต่นอนกับผู้หญิงมากี่คนแล้ว แอบรู้สึกนางเอกไร้ค่านิดๆ พ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่นอนกับแฟนได้ทุกคน ถ้าไปป์รักนางเอกต้องให้เกียรติไม่ทำให้อลิสด้อยค่าเหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาสิ แต่ก็เข้าใจนะ ถ้าไม่บังคับลลิสก็ไม่แต่งแน่ แต่น่าจะกดดันพระเอกมากๆหน่อย แม่นี่แทบจะยกลูกถวายให้เลย แล้วผู้ชายมันจะข่มลูกตัวเองไหมเนี่ย ที่ผ่านๆมาไม่เคยไว้หน้าลลิสเลย ขอให้มีใครมาช่วยลลิสด้วยเถอะ
    #293
    0
  3. #258 moussie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 20:53
    สู้ๆนะค่า รอค่าาาาา
    #258
    0
  4. #257 Lila (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 18:57
    ไรต์สู้สู้นะคะ ว่างก็มาบ่อยๆนา
    #257
    0
  5. #256 partynunsritong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 21:42
    รอค่ะ มาเร็วๆนะจ้ะ
    #256
    0
  6. #255 khuniceee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 11:52
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #255
    0
  7. #254 Arnaud (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 11:18
    รอต่อค่ะไรท์ อยากกกอ่านจนจบแล้วค่ะ :)
    #254
    0
  8. #253 sky_2753 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 10:43
    เย้ๆมาแล้วรีบมาต่ออีกไวๆนะคะ รออยู่ค่ะไรท์
    #253
    0
  9. #252 Kwandao Malasai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 10:14
    รีบมาน้าาาาาาาไรท์ รอจ้าาา
    #252
    0
  10. #251 Nok (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 04:31
    เข้าใจนางเลยว่สโดนมาเยอะ
    #251
    0
  11. #250 MyMod09 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 00:09
    ทำกับเค้าไว้เยอะไปป์ ทนหน่อยนะ
    #250
    0
  12. #249 Ms_miss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:49
    โอ้ยย สงสารลลิสอ่ะอุตส่าห์ตัดใจปล่อยอิตาคุณไปป์ไปเเล้วเเท้ๆ ยังกลับมาอีก ทำใจเชื่อยากอ่ะว่ากลับมาเพราะรู้สึกอะไรด้วยจริงๆ-3-
    #249
    0
  13. #248 pim_pom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:45
    หนักหน่อยนะไปป์ 555+
    #248
    0
  14. #247 FangHH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:29
    เอาใจช่วยทั้งสองฝ่ายเลยยย ไรท์ สู้ๆๆน้าคิดถึงเสมอค่าา
    #247
    0
  15. #246 PreawPure (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 22:26
    เราเข้าใจอลิสนะ
    #246
    0
  16. #245 Decemlek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:54
    ปวดตับกับความคิดแบบนี้
    #245
    0
  17. #244 eyenie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:30
    โอ้โหหหหห เสียววาบเลยคุณไปป์... รอนะคะไรต์
    #244
    0
  18. #243 Lady Ninee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:26
    ได้โปรดมาต่อเร็วๆนะคะะะะ
    #243
    0
  19. #242 nana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:23
    หมั่นไส้พ่อคุณมั่นหน้ามากอะ
    #242
    0
  20. #241 Jvar J. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:18
    มาแว้ววววว
    #241
    0
  21. #240 PhichchaKorn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:15
    มั่นใจมากเลยนะคะคุณไปป์ 
    #240
    0
  22. #239 นั่งกับสายฝน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:14
    รออ่าน
    #239
    0
  23. #238 nongnong79 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:13
    รอค่ะชอบไปป์และอลิสนะคะ
    #238
    0
  24. #237 LipdaP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:10
    รอทุกวินาทีค่ะ
    #237
    0
  25. #236 amyjjang0323 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:08
    ไรท์มาแย๊วววว
    #236
    0