(FIC NCT) When I See You ≡ TAEYU

ตอนที่ 1 : WISY ≡ I N T R O ≡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ธ.ค. 59








INTRO

 

 

 

 

 

            “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ.....

 

 

 

 

 

            กี่ครั้งกี่ครั้งกับเสียงของหญิงสาวที่ตอบรับอัตโนมัติที่ดังขึ้นแทนเสียงของคนที่ต้องการโทรหา ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างเหนื่อยเปล่าก่อนจะมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับไป เสียงร้องเพลงของบรรดาเพื่อนๆยังคงดังกึกก้องภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ ทุกคนกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงฉลองต้อนรับนักศึกษาฝึกงานที่กำลังจะมาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเป็นเวลาหกเดือน ลี แทยง ได้แต่มองโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองชั่วครู่ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองพลางยกแก้วน้ำส้มเพียงแก้วเดียวที่มีอยู่บนโต๊ะขึ้นมายกดื่ม

 

            วันนี้เขาถูกชวนมางานเลี้ยงฉลองที่ห้องคาราโอเกะแถวย่านๆหนึ่ง ซึ่งปกติแทยงมักจะปฏิเสธเพื่อนฝูงและแน่นอนหนุ่มวัยทำงานอย่างแทยงที่อายุ 28 ในปีนี้ในสายตาคนอื่นเขาคงเป็นพวกพ่อบ้านอย่างที่คนในบริษัทกล่าวไว้นั่นแหละ ปกติถ้าเป็นเรื่องเที่ยวกลางคืนแทยงคนนี้ขอบายแต่วันนี้กลับปฏิเสธไม่ได้เลยโดนลากออกมาเพียงเพราะเห็นแก่เด็กฝึกงานพวกนั้นที่ทำตาปริบๆอ้อนเขาอยู่แบบนั้นกันทั้งวันจนเลิกงาน ใบหน้าหล่อดั่งเทพบุตรที่หลุดออกมาจากอนิเมะจึงจำต้องมานั่งดูเพื่อนร่วมงานที่ออกอาการเมาอย่างที่เห็นและมันน่าตีนักที่คนในแผนกของเขามาทำให้พวกน้องใหม่นั้นโดนมอมเมาด้วยเหล้าราคาแพง ยังดีที่เขาเป็นพวกไม่สนพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พวกนี้สักเท่าไรอีกอย่างอย่าหวังเลยเหอะว่าจะหยิบขึ้นมาจิบง่ายๆ(ถ้าไม่โดนยุเข้าหนักๆ) เพียงแค่ได้กลิ่นก็เหมือนจะเป็นลมล้มพับเสียให้ได้ น้ำส้มจึงเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้

 

            เสียงร้องเพลงยังคงกึกก้องอยู่ตลอดโดยไม่มีท่าทีว่าจะลดละและยิ่ง ซอ ยองโฮ เจ้าพ่อขายาวประจำกลุ่มด้วยแล้ว คิดเหรอว่าจะมีการวางไมค์เอาเงินล้านวอนมาพนันกันได้เลย แล้วหันพอมองไปยังคนอื่นๆที่กำลังเมาได้ที่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ทำไมพวกนี้ถึงมีความสุขกันขนาดนี้นะ เหล้ามันทำให้คนมีความสุขขนาดนั้นหรือไง หรือเพราะทุกคนไม่ได้กำลังคิดมากเหมือนเขากันนะ

 

            “วู้วววว! คุณพี่ครับ มางานฉลองรับน้องใหม่กันทั้งทีช่วยทำตัวให้มันสนุกหน่อยได้ไหมครับ พวกผมมองไปแล้วมันใจแป้วชอบกล เอิ๊ก!เสียงของลี มินฮยอง หรือ มาร์คลี บุลคลที่อายุน้อยที่สุดในแผนกดังขึ้นมาผ่านไมค์หลังจากที่เจ้าตัวแย่งจากยองโฮมาได้สักพักพร้อมกับเอ่ยแซวเขาที่นั่งนิ่งมองเพื่อนร่วมงาน นิ้วชี้เรียวถูกชี้เข้าหาตัวเองอย่างงงๆก่อนจะได้รับการพยักหน้าจากคนเมา

 

            “ก็คุณนั่นแหละครับ คุณพี่ลีแทยง ผมพูดกับคุณอยู่ ยี่ๆๆๆ

 

            “นายเมาแล้วนะมาร์คแทยงพูดเสียงเรียบ

 

            “ยางงงงไม่มาวววซะหน่อยยย อิอิคนเมามักจะไม่พูดว่าตัวเองเมา แทยงคิดแบบนั้นก่อนจะลอบมองไปที่กระเป๋ากางเกงตัวเอง โทรศัพท์ยังคงเงียบและไม่มีท่าทีว่าจะมีใครโทรมา ที่จริงก็ไม่ได้หวังจะให้ใครโทรมาหาในตอนนี้หรอกนะ เพียงแต่คนที่ต้องการเจอและคิดถึงในตอนนี้กลับเงียบหายไปหลังจากที่เลิกงาน บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทยงทำงานอยู่ในตอนนี้กำลังรุ่งเอามากๆเพียงเพราะมีการขยายสาขาไปทั่วโซลและที่สำคัญบริษัทยังตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซลอีก หนุ่มวัย 28 ปีอย่างเขาพร้อมกับเงินเดือนอีกหลายล้านวอนที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตาและฐานะและเป็นหนุ่มในฝันของใครหลายคน แต่หากคนที่แทยงมอบหัวใจให้กลับเป็นเพื่อนร่วมงานที่อยู่แผนการขายและเป็นถึงขั้นหัวหน้าแผนกอย่าง คัง ซึลกิ ถึงจะเป็นผู้หญิงที่หน้าออกจะหมวยไปหน่อยแต่พอแต่งหน้าขึ้นก็สวยคมเฉี่ยวเอาการ ฐานะก็ดี โปรไฟล์ก็ดี จัดอยู่ในพวกอุดมคติของคนทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ผู้ชายผู้หญิงต่างก็หลงใหลและพร้อมเททั้งกายและใจให้ แต่สุดท้ายผู้หญิงคนนี้ก็กลายมาเป็นคนรักเขาเพียงเพราะเรามีนิสัยที่คล้ายกันและเข้ากันได้พูดคุยกันถูกคอ แต่ก็นั่นล่ะนะช่วงแรกๆมันก็เป็นความรักที่อยู่ในขั้นโปรโมท ทุกอย่างรอบตัวตอนนั้นดูหวานและดีไปหมดจนแทยงคิดว่ามันถูกแล้วที่เขาคบกับผู้หญิงคนนี้ แล้วกลับมาดูตอนนี้สิ งานก็ยุ่งทั้งคู่แล้วยิ่งอีกคนเป็นหัวหน้าแผนกด้วยต้องไปกลับๆระหว่างจังหวัดอีก คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาจนคนที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดอย่าง เตนล์ น้องชายคนสนิทอดเป็นห่วงไม่ได้ที่จะถาม

 

            “เป็นอะไรไปเนี่ยพี่แทยง?”

 

            “เปล่าแม้ปากจะปฏิเสธทำตัวนิ่งแค่ไหนแต่ดวงตาที่สะท้อนแววความเศร้าออกมาก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของรุ่นน้องคนนี้ไปได้เลย เตนล์พยักหน้ากับตัวเองเบาๆพอจะเข้าใจบางอย่างก่อนจะถามออกไป

 

            “อย่าบอกนะว่ายัยซึลกิไม่รับโทรศัพท์

 

            "........"

 

            ไม่ตอบแปลว่าใช่ เตนล์คิดแบบนั้นพร้อมกับจิ๊ปากพลางบ่นถึงซึลกิที่ช่วงนี้ชอบทำให้รุ่นพี่ของตัวเองมีอาการเซื่องซึม ข่าวลือมาใหม่ช่วงนี้คงไม่พ้นเรื่องที่ซึลกิกับผู้จัดการคนใหม่ที่เข้ามาประจำสาขา ข่าวลือที่ว่าซึลกิและผู้จัดการคนใหม่นั้นเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาก่อนในตอนที่เรียนช่วงมหาลัยด้วยเรียกง่ายๆว่าแฟนเก่า เตนล์เองก็ไม่รู้จักอีกคนดีสักเท่าไรแต่เคยได้ยินจากปากของเจ้าตัวว่าเคยมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เคยไว้ใจมากและปรึกษาได้แทบทุกเรื่องแต่ผู้ชายคนนั้นกลับไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงที่กำลังจะขึ้นปีสี่ และความกลัวในใจของแทยงที่เตนล์เดาคือกลัวว่าซึลกิจะกลับไปหาผู้ชายคนนั้น และยิ่งช่วงนี้ฝ่ายนั้นไม่ค่อยมีเวลาให้รุ่นพี่ของเขาสักเท่าไรแถมยังชอบเงียบหายไปอีก

 

            “พี่แทยงถึงช่วงนี้พวกพี่จะไม่มีเวลาให้กันแต่ผมคิดว่ายัยซึลกิคงไม่ได้อะไรมากกับผู้จัดการคนใหม่หรอก สองคนนั้นเขาต้องติดต่องานและไปด้วยกันประจำ พี่อย่าไปเชื่อพวกแม่สาวปากแดงแผนกบัญชีให้มาก พวกยัยนั่นอิจฉาจ้องจะเล่นงานแฟนพี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วมันก็ต้องหาเรื่องอะไรมาให้เล่าปากต่อปากเสี้ยมให้พี่กับยัยซึลกิเลิกกันอยู่แล้วแหละถึงจะเห็นด้วยกับเตนล์แต่ว่าคนรักของเขาก็ไม่เคยละเลยกันได้นานแบบนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่ง….

 

            “แต่ว่าช่วงนี้พี่กับซึลกิเองก็เหมือนจะโกรธกันหน่อยๆพี่ก็กลัว..

 

            “โอ๊ย! พี่แทยง ไม่ต้องกลัวว่ายัยซึลกิจะนอกใจพี่หรอกน่า พี่ก็รู้นิสัยแฟนพี่ดีอยู่แล้วนิ ถ้าคิดจะนอกใจก็คงนอกใจตั้งแต่พวกหนุ่มๆในบริษัทเราที่หล่อกว่าพี่ไม่ซื่อบื้อแบบพี่เข้าไปจีบละ

 

            “แต่มันไม่เหมือนกันนี่หว่าเตนล์ผู้จัดการคนใหม่เขาเคยเป็นแฟนเก่าของซึลกิมาก่อนคนรักคนแรกขึ้นชื่อว่าน่ากลัวกว่าทุกอย่างโดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างแทยง

 

            “ช่ายๆๆๆ พอโคนเคยคบกานได้กลาบมาเจอกานนะมานก็จะเป็นแบบนี้แหละ เอิ๊ก! แล้วยิ่งยัยซึลกิเป็นคนโดนบอกเลิกแล้วด้วยนา สปาร์คกันอีกครั้งแน่ๆ ยองโฮคอนเฟิร์มมมมม!เสียงทุ้มที่แสนจะยานครางของยองโฮที่ไม่รู้ว่ามานั่งตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรดังขึ้นมาขัดจังหวะของเตนล์ที่กำลังจะพูดทำให้คนตัวเล็กถึงกับหันไปยกมือไหว้ปลกๆ

 

            "โทษนะพี่" แล้วตบหัวคนตัวสูงอย่างแรง

 

            อะ!โอ๊ยยย!

 

            “จะพูดอะไรก็หัดดูสถานการณ์ซะบ้างเซ่! ไปนอนข้างมาร์คมันเลยไป!ร่างสูงของยองโฮถูกผลักให้นอนลงไปข้างๆมาร์คลีที่กำลังเมาได้ที่และครางงุ๊งงิ๊งอย่างไม่รู้เรื่อง แทยงชะงักไปกับคำพูดของเพื่อนรัก ใช่สิ ยองโฮเคยเป็นเพื่อนกับซึลกิตั้งแต่สมัยมหาลัยย่อมรู้อะไรมากเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

 

            “ฮึ่ย! บ้าจริงเลยพวกคนขี้เมานี่ บางทีคงต้องปล่อยให้พวกขี้เรื้อนนี่นอนนี่ซะแล้วเตนล์มองร่างของยองโฮกับมาร์คลีและคนอื่นที่นอนเมาเรื้อนอยู่ตรงพื้นห้องคาราโอเกะอย่างเอือมๆก่อนจะพูดขึ้นอย่างหัวเสียเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองแทยงที่ทำหน้าซึมหนักกว่าเดิมสุดท้ายมือเรียวนั่นได้แต่เอื้อมมาตบบ่ารุ่นพี่ของตนเบาๆ

 

 

 

            “อย่าคิดมากเลยนะพี่ ถ้าพี่รักยัยนั่นจริงพี่ต้องเชื่อใจดิ

 

 

 

 

 

 

 

            เชื่อใจเหรอ?

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้อ!

 

 

 

เสียงถอนหายใจดังออกมาครั้งที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้จากแทยง บัดนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ทุกคนก็พากันแยกย้ายกลับบ้าน โดยที่เตนล์ต้องอาสาพามาร์คลีและยองโฮกลับบ้านส่วนคนอื่นๆก็มีคนของตัวเองมารับ ยกเว้นเขาที่สติดีสุดจึงขอกลับเองแม้ว่าเตนล์จะเสนอตัวไปส่งแล้วก็ตามแต่เขาก็ขอปฏิเสธเพียงเพราะอยากคิดอะไรคนเดียว ช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนกับสวนสาธารณะที่แสนจะสงบนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเล็ก อากาศเย็นสบายช่วยให้ใจรู้สึกชุ่มชื้นแปลกๆแม้จะไม่ใช่หน้าฝน ถึงจะหนาวแต่เสื้อโค๊ทตัวใหญ่ก็พอจะประทังความอุ่นให้แก่ร่างกายไม่น้อย เลือกที่จะนั่งลงบนเก้าอี้นั่งตัวยาวใกล้ๆกับสนามเด็กเล่นพร้อมกับซุกมือเข้าที่เสื้อโค๊ทของตัวเอง พลางคิดเรื่องทั่วๆไปคลายเครียด ตอนนี้เขายังไม่รู้สึกอยากจะกลับบ้าน กลับไปก็เจอแต่เตียงนอนพร้อมกับบ้านที่โล่งเพราะอยู่คนเดียว เจอเฟอร์นิเจอร์ที่แสนจะคุ้นเคยอยู่ทุกวันและช่างหน้าเบื่อถ้ากลับไปบ้านแล้วต้องล้มลงบนเตียงนอน

 

เสียงรองเท้าพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำเล็กน้อยกำลังเข้ามาใกล้บริเวณแถวแทยงนั่ง เขาจึงหันไปมองคนเข้ามาใหม่ เด็กหนุ่มที่คาดว่าน่าจะอยู่ม.ปลายเพราะเสื้อนักเรียนม.ปลายของโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังที่เจ้าตัวใส่และบนตัวของเด็กคนนั้นมีเพียงแค่เสื้อนักเรียนสีขาวที่ปลายเสื้อหลุดลุ่ยออกจากกางเกงนักเรียนและกระเป๋าเป้สีเขียวดำที่เจ้าตัวพาดไว้บนไหล่ข้างซ้าย รองเท้าผ้าใบสีดำนั่นเดินเข้ามาใกล้เขาทุกทีจนกระทั่งหยุดนิ่งเมื่อเราสบตากัน

 

คนมาใหม่นั่งลงข้างแทยงทันทีโดยที่ไม่พูดอะไร แทยงเองก็เงียบเหมือนกันเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี อีกอย่างเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่คนที่รู้จักเสียด้วย แต่ความคิดที่สงสัยก็แวบเข้ามาในหัว ทำไมเด็กม.ปลายคนนี้ถึงยังไม่กลับบ้านกัน จะเที่ยงคืนแล้วยังมานั่งเล่นสบายใจอยู่สวนสาธารณะแบบนี้ พ่อแม่ไม่ว่าหรือไงกันนะ?

 

ถามมาเลยดีกว่ามั๊ย? ถ้าจะจ้องกันแบบนั้นราวกับรู้ความคิดของเขา เสียงนุ่มก็เอ่ยออกมาขัดแถมยังยักคิ้วใส่แบบกวนๆจนแทยงอดไม่ได้จริงๆที่จะถามออกไปด้วยความสงสัย

 

เป็นเด็กนักเรียน ดึกดื่นแบบนี้ไม่กลับบ้านหรือไง?”

 

กลับไปก็น่าเบื่อ สู้อยู่หนาวๆแบบนี้ดีกว่า

 

พ่อแม่เราไม่ว่าหรือไง?”

 

แยกออกมาอยู่คนเดียวแล้วอ่อ เด็กคนนี้เลยเกเรได้ตามใจชอบสินะ ดีจริงๆเลยเด็กสมัยนี้ เสร็จจากคำตอบนั่นก็เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง

 

แล้วในเวลานั้นดวงตาคมก็กวาดมองคนนั่งข้างตัวเองสักพักก่อนจะสังเกตว่าเด็กคนนี้หน้าหวานคล้ายกับผู้หญิง ดวงตาที่กลมโตใสแจ๋วแบบนั้น จมูกที่โด่งรับใบหน้า และปากที่บางสวยอย่างกับผู้หญิง สวยน่ารักซะไม่มี ถ้าไม่ติดว่าเห็นลูกกระเดือกกับทรงผมและชุดก็คงคิดว่าเป็นทอมไปแล้ว

 

แล้วทำไมนายไม่กลับบ้านหือ? อยู่ๆก็ถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

 

เราถามพี่เหรอ?”

 

ก็ใช่ไง มีฉันกับนายแค่สองคนแล้วจะให้ถามใคร ต้นไม้เหรอ?” กวนประสาทชะมัด อยู่ม.ปลายยังไม่บรรลุนิติภาวะแท้ๆแล้วเขาอายุมากกว่าตั้งเยาะแต่กลับโดนเรียกเหมือนเป็นเพื่อนวัยเดียวกันแบบนี้มันน่าแอบโมโหอยู่นะ แต่ก็ต้องคีพลุคผู้ใหญ่ต่อหน้าเด็กไปก่อน

 

เรียกกันดีๆหน่อย พี่อายุ28แล้วนะเราเองก็พึ่งอยู่ม.ปลายไม่ใช่หรือไงได้โปรดเรียกพี่ว่าพี่ด้วยไม่ใช่เรียกว่านายเฉยๆพอเขาพูดจบเด็กหนุ่มคนนั้นก็หันมามองแทยงก่อนจะหัวเราะแค่นๆเหมือนจะสมเพชเขาอยู่ อะไรกัน คำพูดของเขามันน่าหัวเราะตรงไหนกัน?

 

ห่างกันสิบปีพอดีนี่เรียกว่าพ่อยังได้เลยนะเนี่ยถ้าห่างกันสิบปีแบบนี้ก็คงมีลูกตั้งแต่สิบขวบแล้วล่ะ แทยงส่ายหน้ากับความคิดตัวเองเขาพึ่งรู้สึกอยากจะจับปากเล็กๆนั่นมาลงโทษให้ซะเข็ดนัก พอได้ยินอีกคนพูดจากวนประสาทแบบนี้เรื่องที่เครียดมากมายในหัวถึงกับหายไปจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ที่เริ่มขุ่นขึ้นเพราะโดนเด็กพูดยั่วแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสอุ่นๆจากคนข้างๆ

 

หนาวว่ะ ขอเบียดหน่อยไหล่เล็กนั่นขยับเข้ามาเบียดกระแซะกับต้นแขนแกร่งของเขาทำให้แทยงตกใจไม่น้อย คือไม่รู้จักกันไม่เคยสนิทแต่กล้ามานั่งเบียดเขาราวกับว่าเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ก่อนจะได้พูดอะไรกลิ่นหอมๆของชาเขียวอ่อนๆก็ลอยมาผ่านจมูกเขาจึงเผลอสูดดมก่อนจะเหล่ตาแอบมองเด็กข้างๆ ในใจแอบสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ลอบมองเสี้ยวใบหน้าหวานๆของอีกคนอย่างชัดๆอีกครั้ง

 

รู้งี้เอาเสื้อคลุมมาด้วยก็ดี ว่าแต่เหม็นเหล้านะเนี่ยไปอาบเหล้ามาหรือไงวะเด็กคนนั้นบ่นกับตัวเองเบาๆพร้อมทำจมูกฟุดฟิดๆพลางเบ้หน้าใส่เขา แต่ถึงจะบ่นพึมพำงุบงิบๆกับตัวเองก็เถอะแต่แทยงก็ได้ยินอยู่ดีจึงตอบกลับไป

 

 “พึ่งกลับมาจากฉลองกับเพื่อนในแผนกแต่พี่ไม่ได้กินเหล้านะถึงจะไม่ได้กินแต่ตอนที่ไปช่วยพยุงคนอื่นๆกลิ่นเหล้าก็คงจะติดเขามาบ้างแหละ แต่ใช้คำว่าอาบเหล้าก็แรงไป

 

อ่อ เอ้อ นี่นายตอบมาดิว่าทำไมยังไม่กลับบ้าน

 

ที่พี่ไม่กลับบ้านเพราะแค่เบื่อเท่านั้นเองกลับบ้านไปก็เหงาอยู่ดี สู้นั่งเล่นท่ามกลางอากาศเย็นๆแบบนี้ไปเรื่อยจนกว่าจะง่วงดีกว่า

 

อารมณ์เดียวกันเลย งั้นไปทำกิจกรรมคลายหนาวด้วยกันหน่อยมั๊ย?” คำถามกำกวมสองแง่สองง่ามถูกส่งมาจากเด็กหนุ่มที่ตอนนี้หันมาสบตากับเขาพร้อมกับกดยิ้มที่มุมปากอย่างรู้สึกสนุก แทยงจึงจ้องตากลับทันทีก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

ขอโทษนะ พี่ไม่นิยมเอาผู้ชายด้วยกัน

 

"โหวววว คิดไปไหน ขนลุกเลยเนี่ย เปล่า ฉันหมายถึงไปดื่มเหล้าแก้หนาวหรือไม่ก็หาที่อุ่นๆอยู่ต่างหาก แล้วที่สำคัญฉันก็ไม่นิมยมเอาผู้ชายเหมือนกันหรอกเว้ย นี่แมนๆชอบผู้หญิงยิ่งตัวเล็กๆเอวบางๆเซ็กซี่ๆนะ อื้อหืออออ มันน่า......" ก่อนที่อีกคนจะคิดไปถึงไหนต่อไหนแทยงจึงต้องพูดเบรกขึ้นมา

 

เราเป็นแค่เด็กม.ปลาย

 

"เด็กม.ปลายก็เอาสาวได้เหอะนี่มันสมัยไหนแล้วหรือสมัยเรียนนายไม่เคย?" ก็ไม่เคยน่ะสิ! สมัยนั้นเขามันเด็กรักการเรียนนี่นาเรื่องแบบนี้นี่แทบไม่เคยคิดแต่เรื่องช่วยตัวเองก็มีอยู่ถึงจะไม่เคยมีแฟนแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่เป็น แต่ทางที่ดีไม่ควรจะพูดอะไรให้เด็กคนนี้ฟังเพราะดูจากหน้าตาที่พร้อมจะล้อเขาแล้วเนี่ยไว้ใจไม่ได้จริงๆ

 

"หัวโบราณดีแท้"

 

 

 

            จึก!

 

 

 

            เหมือนมีมีดมาแทงที่อกเข้าอย่างจัง

 

 

 

            วิ๊ววววว

 

 

 

            เสียงของลมหนาวที่พัดผ่านอย่างเยือกเย็นทำให้รู้สึกหนาวหน่อยๆ ดวงตาคมเหลือบมองคนข้างกายที่ยังเบียดแขนเขาแน่นก่อนจะขมวดคิ้ว ร่างเริ่มที่สั่นเทาเพราะความหนาวของคนตัวบางทำให้เขารู้สึกสงสารไม่ใช่น้อย แถมเสื้อนักเรียนก็บางขนาดนั้น แอบคิดในใจก่อนจะเอ่ยถาม

 

            “เอาเสื้อโค๊ทพี่ไปใส่มั๊ย?”

 

            “นายใส่ไปเหอะ ฉันไม่เป็นไรหรอกแค่นี้จิ๊บๆจิ๊บๆ แต่ตัวสั่นปากสั่นเหมือนลูกแมวเนี่ยนะ แทยงมองสักพักก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้อโค๊ทของตัวเองออกท่ามกลางสายตาที่งุนงงของเด็กหนุ่ม เสื้อโค๊ทสีเข้มถูกโยนลงคลุมหัวเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วจนมองเห็นแค่ดวงตาใสแจ๋วทั้งคู่ที่กระพริบปริบๆ ใบหน้าหล่อของคนแก่กว่าจึงเผลอยิ้มไปกับภาพนั้น

 

            “เราเป็นเด็กน่ะควรจะห่วงสุขภาพตัวเองดีกว่านะ เดี๋ยวจะป่วยเอาจนไม่ได้ไปเรียนเด็กหนุ่มคนนั้นดึงเสื้อโค๊ทของเขาออกจากหัวเปลี่ยนเป็นถือไว้ในมือข้างหนึ่ง ขณะเดียวกันแทยงก็ลุกขึ้นพลางบิดขี้เกียจไปมาเพราะรู้สึกว่านั่งนานก็ชักจะเมื่อย แต่ประโยคต่อมาทำเอาเขาต้องมองอีกคนนิ่ง

 

            “แต่ความต้านทานของคนแก่น้อยกว่าเด็กนะ!

 

            “น้อยๆหน่อยเรานี่ ถึงจะอายุ 28 ปีแต่พี่ก็ยังไม่แก่อะไรขนาดนั้น ยังมีแรงปราบเด็กอย่างเราได้อยู่ แล้วนี่พี่อุตส่าเป็นห่วงกลัวเราจะหนาวตายก่อนยังจะมาทำปากดีใส่พี่อีก เรารีบใส่ๆไปซะ วันหลังค่อยเอามาคืนพี่เพราะตอนนี้พี่จะกลับบ้านแล้ว อยู่กับเด็กอย่างเราต่อไปนี่อารมณ์พี่คงเริ่มไม่คงที่แน่ๆบ่นเป็นชุดพร้อมจ้องอีกคนที่พยักหน้าช้าๆอย่างยอมแพ้ หลังจากที่เขาบ่นจบมือเล็กๆนั่นก็จัดการใส่เสื้อโค๊ทสีเข้มของเขาในทันทีแล้วลุกขึ้น เพราะว่าเราทั้งสองคนต่างก็ยืนเหมือนกันเลยทำให้แทยงพึ่งสังเกตว่าความสูงของเขากับเด็กนี่ใกล้เคียงกันแต่ถ้ายืนเทียบดีๆเขาก็ยังคงสูงกว่าเล็กน้อย เมื่อกลับมาสบตากันอีกก็พบว่าคนหน้าหวานฉีกยิ้มหวานให้เขาจนรู้สึกสะดุดไปเล็กน้อยแต่ก็ยังควบคุมสีหน้ากลบเกลื่อนไว้ได้ ปากเล็กๆก็เอ่ยประโยคน่ารักๆออกมา

 

            "อุ่นจัง นายพูดงี้แสดงว่านายกับฉันจะได้เจอกันอีกใช่ไหม?"

 

            "ก็ใช่ไง เราต้องเอาเสื้อโค๊ทมาคืนพี่วันหลังอยู่แล้ว"

 

            "ถ้างั้นขอเบอร์นายหน่อยดิ" แทยงคิด เขาไม่ได้โดนเด็กนี่จีบหรอกใช่ไหม ก็เด็กนี่บอกเขาตั้งแต่แรกแล้วนี่นาว่าชอบผู้หญิง

 

            "......."

 

            "ถ้าไม่ให้เบอร์แล้วฉันจะโทรตามคืนเสื้อให้นายได้ยังไงล่ะ เอาเบอร์มาดิ" อ่อ เมื่อเข้าใจแล้วแทยงจึงเตรียมบอกเบอร์โทรตัวเองศัพท์ของตัวเอง ยูตะหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์ตามที่เขาบอกปากบางๆนั่นก็เอ่ยถาม

 

            "ชื่ออะไรอ่ะ"

 

            "ลี แทยง" หลังจากที่บอกชื่อไปเสร็จสรรพอีกคนก็กดโทรออกทันที รู้สึกได้ถึงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงจึงรีบหยิบขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็นเบอร์แปลกและแน่นอนว่าต้องเป็นเด็กที่ใส่เสื้อโค๊ทของเขาตรงหน้าที่เขาพึ่งให้เบอร์ไป นิ้วเรียวกดเข้าแอพโทรศัพท์เพื่อเมมเบอร์คนเด็กกว่า

 

            "ว่าแต่เราล่ะชื่ออะไร? พี่จะได้เมมชื่อถูก" ช้อนตามองอีกคนที่ยืนเม้มปากเหมือนลังเลอะไรสักอย่าง เขาเองเตรียมพิมพ์ชื่ออีกคนก็ค้างอยู่แบบนั้นจนกระทั่งคนตรงหน้าบอกชื่อตัวเองกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ

 

            "ยูตะ"

 

            ".........."

 

 

 

            "นากาโมโตะ ยูตะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              #ฟิคแมวหลงแทยู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #24 cmaxx. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 01:38
    น่ารักกกมากเลยยยยยงืออ
    #24
    0
  2. #23 ❥ thisismyp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 01:05
    งืัอออออ ยัยยูยยยยยยยย ยัยตัวแสบบบ ชอบจังเลยยย รอติดตามต่อน้าค้าาา
    #23
    0
  3. #16 AllYaoi..@* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 00:33
    น่ารักดีค่า น่าสนใจมากเลย ยูตะแอบดื้อนะเนี่ย><
    #16
    0
  4. #15 TaewithYU (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 18:08
    กริ๊เดดดดดดดดด ฟิคสนุกมากค่ะฮอลลบบบ มาอัพไวๆนะ อยากอ่านต่องือออ ยัยหนูกวนพิเขาจังเลยลูกเดี๋ยวโดนพิเขาจับจูบซะให้เข็ด! ชอบค่ะเป็นกำลังใจให้นะ
    #15
    0
  5. #13 kms_chks (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:01
    กรี๊ดดดแทยง28 ยูตะ18 ฮืออ ดีต่อใจจริงๆค่ะ
    #13
    0
  6. #12 bbbbubbleteaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 10:21
    ยูตะท่าทางดื้ออออ ฮื่อออ น่ารักกก
    #12
    0
  7. #11 ทาสทงเฮ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 10:06
    น่ารักกกกกยูตะดื้อน่าตีจริงๆ
    #11
    0
  8. #10 HaeeunEunhae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 09:33
    งุ้ยยย น้องยูตะ พี่แทยง งื้อออ
    #10
    0
  9. #9 โอเอ็มจี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 06:45
    หูยยยยยยย ก๋ากั่นจริงเชียวนะ แบบนี้ให้แทยงปราบซะให้เข็ด
    #9
    0
  10. #8 khun-p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 08:59
    โอ้ยยยยยยยย ยูตะอายุเท่าไหร่เนี่ย ดูก๋ากั่นเหลือเกินนน 555555555555555555555
    ท่าทางจะซนเอาเรื่องอยู่นะ
    เป็นอินโทรที่ยาวมากค่ะ ><
    และเนื้อเรื่องก็น่าติดตามด้วย
    เป็นกำลังใจให้นะคะ รีบมาต่อนาาา
    สู้ๆ จ้า <333
    #8
    0
  11. #7 WHYiiN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 06:56
    ชอบจัง ยัยหนูนี่ดูท่าแสบสุดๆ เลย รอติดตามนะคะ
    #7
    0
  12. #6 NTNHBx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 06:05
    โง้ยยย คนแก่ คุยกับน้องสุภาพจังน้า ยัยยูก็แสบใช่เล่น
    #6
    0
  13. #5 nicemafish (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 03:09
    งุ้ยน่ารักก น่าติดตามม รอคะไรท์
    #5
    0
  14. #4 TYYT (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 01:03
    อ้ะหูยยยย ยูยอ้อยพี่เขาใช่ไหมหนู

    น่ารักกลอยมาแต่ไกลล

    ปูเสื่อรอค่าา
    #4
    0
  15. #3 saseum&mandu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 01:02
    ดื้อยังงี้ต้องโดนปราบค่ะ><
    #3
    0
  16. #2 nurse.choi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:51
    เป็นเล็กเป็นเล็กพูดจากับผู้ใหญ่ไม่มีหางเสียงเลย น่าจะให้แทยงสั่งสอนซะให้เข็ด 5555555
    #2
    1