อนุภรรยาขององค์รัชทายาท[Yaoi/BL]

ตอนที่ 7 : บทที่หก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,061 ครั้ง
    3 ก.ย. 62

               ร่างกายสูงโปร่งยอบกายลงแถบธรณิน ก้มหัวต่ำมองพื้นดินสีเขียวชอุ่มที่ถูกดูแลอย่างดีจากบ่าวไพร่เรือนเร้นราตรี เสียงขยับชายอาภรณ์ดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้ผู้ที่ก้มหัวเคารพเงยหน้าขึ้น เยว่ซินจึงได้มีโอกาสเคารพสามีของตนต่อ

 

               “คาราวะองค์รัชทายาท”

 

               รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นแก่ครรลองสายตาของบุรุษผู้เป็นใหญ่แห่งแผ่นดินทั้งสอง มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความจริงใจและส่งไปไม่ถึงดวงตาจนน่าใจหาย

 

               “เหตุใดคำพูดของเจ้าช่างห่างเหินกับบุตรของเจิ้น[10]ยิ่งนักเล่าอนุเยว่ซิน”

 

               สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยก้องไปทั่วบริเวณ แทรกซึมทั่วทุกสรรพรางค์ให้ได้หวาดกลัว ความกดดันที่เลื่อนลอยเข้าสู่สถานที่อย่างไม่รู้ตัวกำลังทำให้เหล่าบ่าวไพร่เรือนเร้นราตรีตัวสั่นด้วยความงกเงิ่น  หากแต่เจ้าของเรือนทำเพียงแค่ส่งยิ้มแลเอ่ยวาจาตอบกลับไปด้วยความสัจจริงมิคิดเกรงกลัวอาญาที่อาจสะบั้นหัวตนให้ขาดได้

 

               “ข้าน้อยต้องขออภัย แลต้องล่วงเกินกล่าวว่าตลอดระยะเวลาสามปีที่ผู้น้อยป่วยเป็นโรคร้าย ข้าน้อยมิได้มีโอกาสพบปะกับผู้เป็นสามีเท่าใดนัก ย่อมเป็นปกติที่ข้าน้อยจะรู้สึกห่างเหิน ขอฮ่องเต้ทรงอย่าได้ขุ่นข้องใจกับข้าน้อยเลยพะยะค่ะ”

 

               พระขนงของผู้เป็นใหญ่หนึ่งเดียวของแผ่นดินเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ ใบหน้าที่ปรากฏริ้วรอยแห่งช่วงอายุหากแต่ก็คงความสูงศักดิ์ของโอรสสวรรค์ได้อย่างดีเยี่ยม ดวงตาสีนิลของพญามังกรจ้องไปยังหงส์ตัวน้อยที่ริอาจกล้าหาญชาญชัยเอ่ยโต้กลับพระองค์โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด

 

               พระสรวลจุดขึ้นบนพระโอษฐ์บางของฮ่องเต้ด้วยความสนอกสนใจ ฮ่องเต้ เจ้าหราน หาได้กล่าวสิ่งใดต่อทำเพียงมองเยว่ซินด้วยสายตาอาดูรปนความคะนึงหาอยู่ในที

 

               “เช่นนั้นเองหรือ”

 

               คำพูดที่เอื้อนเอ่ยคลับคล้ายจะเป็นคำถามหากแต่ถ้าพิจารณาไต่ตรองให้ดีจักรู้ว่านั้นเป็นเพียงคำเอ่ยที่กล่าวกับตนเองเท่านั้น

 

               “.....”

 

               ชายผู้ที่เงียบตลอดการเสวนาจ้องมองไปยังอนุตัวน้อยของตนด้วยแววตาว่างเปล่า เดินนำเข้าไปยังเรือนไม้ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตำหนักใหญ่อยู่มากโขโดยไม่สนใจองค์ฮ่องเต้หรือแม้เจ้าของเรือนเลยสักนิด เฟยหลงเพียงต้องการหาที่สงบอยู่เพียงเท่านั้น

 

               สำหรับองค์รัชทายาทแล้ว กิจของเขาล้วนล้นมือกว่าฮ่องเต้อยู่มากโข ไม่ว่าจะกิจงานบ้านเมือง กิจการประลองสัตว์เทพที่ตนจำต้องลงแข่งทั้งที่เลี่ยงมาหลายปี ไหนเลยอีกจะเป็นการจัดการกองทัพและกบฏทางทิศบูรพาอีก

 

               ช่างน่าเหนื่อยยิ่งนัก....

 

               เฟยหลงนึกขบคิดอยู่ภายในใจไม่แสดงออกถึงความเหนื่อยล้าและความอ่อนแอ เพราะหากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์มังกรแล้ว เฟยหลงไม่มีสิทธิ์ที่จะกลับไปอ้อนบิดา ไม่มีสิทธิ์แสดงอารมณ์ใดๆ หน้าที่ขององค์รัชทายาทถูกวางไว้หมดแล้ว

 

               ต้องเด็ดขาด ไม่เห็นใจผู้ใด ไร้หัวใจและมองข้ามหัวใจที่แตกสลายคามือของตนไปด้วยความเพิกเฉยเพราะหากเมื่อใดที่ตนแสดงท่าทีอ่อนแอออกไป สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายก็พร้อมที่จะจิกกัดและฉีกทึ้งเนื้อกายของเขาได้ทุกเมื่อ

 

               เพราะมันถูกวางไว้ให้เป็นแบบนี้...เฟยหลงจึงต้องทำแบบที่วางไว้อย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

               ศาลาของเรือนเร้นราตรีกลายเป็นที่ของเหล่าผู้สูงศักดิ์ของแผ่นดินอาศัยอยู่ พิณไม้หลังงามถูกวางไว้บนขอบไม้นั่งอย่างเรียบร้อยไม่คิดให้ระคายสายตาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง

 

               “ชารสชาติดียิ่งนัก”

 

               ฮ่องเต้กล่าวขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบภายในศาลาแห่งนี้ ในคราแรกตัวเขานั้นเพียงแค่ต้องการมาพูดคุยเกี่ยวกับงานประลองสัตว์เทพเท่านั้น มิได้มีเจตนาจะมาเยี่ยมเยือนเรือนของอนุเยว่ซิน หากแต่ด้วยข่าวหนาหูที่แพร่กระจายไปทั่ววังหลังถึงความงดงามและวิธีลดส่วนเกินที่แปลกประหลาดของอีกฝ่ายก็อดทำให้เขานึกสนใจไม่ได้ จนได้มายลโฉมด้วยพระองค์เองจึงประจักษ์แจ้งว่างดงามสมคำล่ำลือ

 

               “เจิ้นได้อ่านรายงานของเจ้าแล้ว ช่างน่าแปลกยิ่งนัก เจ้าไปอ่านจากตำราไหนมาหรือ”

 

               เนตรสีนิลมองไปยังร่างของอนุเยว่ซินที่มีท่าทีสงบเงียบราวกับกำลังใช้ความคิด ดวงตาสีท้อมีแวววาบผ่านแต่เพียงครู่ก็กลับไปนิ่งสงบ องค์ฮ่องเต้ผู้ผ่านโลกมาแล้วมากหลายมีหรือจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร จะมีก็เพียงแต่รอดูว่าอีกฝ่ายจะตอบตนอย่างไรเพียงเท่านั้น

 

               “ขอแจ้งแก่พระองค์ หนังสือเล่มนั้นเป็นสิ่งที่ข้าน้อยได้มาตั้งแต่สมัยอยู่ในโรงน้ำชา ได้มีโอกาสอ่านเพียงครึ่งเล่มมันก็หายไปเสียแล้ว ต้องขออภัยที่ไม่สามารถแจ้งแก่ท่านอย่างละเอียดได้”

 

               เยว่ซินลุกยืนขึ้นก่อนจะคุกเข่าคำนับขออภัยอีกฝ่าย รูปหน้าโฉมสะคราญฉายแววหวาดกลัวออกมาจนฮ่องเต้นึกขัน ใบหน้านั้นแสดงออกถึงความรู้สึกฉันใดแววตาก็เช่นกัน หากแต่เยว่ซินผู้นี้กับแตกต่าง ใบหน้าหวาดกลัวแต่ดวงเนตรกลับมิได้หวั่นเกรงสิ่งใด ราวกับมันกำลังจะประกาศก้องว่า

 

               มิมีผู้ใดชนะตนได้แม้ความตายก็ตาม

 

               องค์ฮ่องเต้สะบัดชายอาภรณ์บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนไม่ถือโทษ มือสากกร้านจากการทำกีฏาหลายร้อยเล่มยกชากลิ่นหอมกรุ่นขึ้นจิบเบาๆ ท่วงท่าสบายตนจนส่งผลให้คนที่เงียบตลอดเวลานึกไม่สบอารมณ์

 

               เฟยหลงก็ทำได้เพียงแค่ขบคิดว่าเหตุใดตนต้องมาเสียเวลาทำงานทำการกับบิดาช่างเล่นผู้นี้ด้วย

 

               “ลุกขึ้นเสีย ข้าจักคุยงานกับฮ่องเต้เสียหน่อย”

 

               เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของเฟยหลงเอ่ยดังห้องไปทั่วบริเวณ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เยว่ซินที่รอโอกาสนี้มาเนิ่นนานนึกขอบคุณอยู่เนื่องๆในใจก่อนจะลุกขึ้นถวายบังคบและเตรียมจะก้าวออกจากศาลาแห่งนี้ออกไป หากแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อสุรเสียงทุ้มของโอรสสวรรค์เอ่ยยื้อตนเองเอาไว้

 

               “เจ้ากล้าไล่ภรรยาของเจ้าได้อย่างไรบุตรชาย ทำเช่นนี้มิสมเป็นเจ้าเลย”

 

               เฟยหลงที่ถูกพาดพิงมองใบหน้าของบิดาของตนด้วยสายตาแข็งกร้าว มิได้มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจดจ้องลึกลงไปในดวงตาสีนิลอย่างต้องการจะสื่อสิ่งใดสักอย่าง หากแต่มันก็ถูกทำลายลงด้วยสุรเสียงทุ้มอีกครา

 

               “เจิ้นได้ยินมาว่าอนุเยว่ซินมีความสามรถในการเล่นพิณเป็นอย่างมาก หากเจิ้นอยากฟังสักบทเพลงจะได้หรือไม่”

 

               เยว่ซินได้เพียงแต่ทำหน้าร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้ ในเมื่อผู้เป็นองค์เหนือหัวกล่าวออกมาเช่นนี้ตนจะปฏิเสธอย่างไรเล่า เยว่ซินจึงนำพาร่างของตนไปหยิบพิณไม้หลังงามนั้นมาและตั้งห่างจากสองบุรุษของแผ่นดินเพื่อไม่ให้ตนเองกดดันเกินไป

 

               “ข้าน้อยมิกล้า”

 

               ดงตาสีดอกท้อมองไปยังบุรุษผู้ที่ยังคงนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจาใด นัยน์ตาคู่นั้นนิ่งสงบราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆเลย แต่ไหนเลยจะบดบังพระเนตรเฉียบคมขององค์ฮ่องเต้ไปได้ พระสรวลถูกจุดขึ้นบางเบาก่อนจะขยับมือเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายบรรเลงบทเพลง

 

               “รบกวนเจ้าแล้ว”

 

               องค์เหนือหัวเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เอนหลังไปกับเก้าอี้ไม้สานหลับตาลงรับสายลมเย็นๆของฤดูหยู่จี้[11]ภายในศาลาแห่งนี้ บรรยากาศเย็นสบายโอบอุ้มรอบกายองค์เหนือหัวให้ฮัมเพลงตามบทเพลงที่อีกฝ่ายบรรเลงมิได้แม้บทเพลงที่อีกฝ่ายบรรเลงจะแสนโศรกเศร้าเพียงใดก็ตาม

 

               ห้วงฝันอันงดงามถูกบรรเลงด้วยความรู้สึกของผู้บรรเลงจนฮ่องเต้รับรู้ความรู้สึกมากมายที่ส่งผ่าน อดไม่ได้ที่แย้มยิ้มแผ่วเบาให้กับความหมายของเพลง หนึ่งรัก หนึ่งชัง ผ่านอุปสรรคมากมายจนกว่าจะได้รักกัน กลายเป็นผู้โง่งมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตกเป็นหมากเบี้ยที่รอวันโดนเขี่ยทิ้งได้ทุกเมื่อ น่าแปลกที่สุดท้ายห้วงฝันนั้นก็เป็นจริง ช่างเป็นบทเพลงที่เขาอยากจะหัวเราะใส่เสียมิได้

 

               ในขณะที่ผู้เป็นใหญ่ของแผ่นดินดื่มด่ำไปกับบทเพลงอันไพเราะ ดวงตาสีท้อก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองบุรุษอีกหนึ่งที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่ก็ต้องแปลกใจมากกว่าเดิมเมื่อเนตรหยั่งลึกคู่นั้นจับจ้องตนอยู่แล้ว น่าแปลกหัวใจไม่รักดีดันเต้นผิดจังหวะไปเสียดาย

 

               สองสายตาสบประสาน ความรู้สึกมากมายหลั่งไหลออกจากดวงตาสีสวยของอนุภรรยาผู้น้อย แสดงออกอย่างแจ่มชัดไม่ด้อยไปกว่านัยน์ตาสีห้วงทะเลลึกของเฟยหลง เยว่ซินไม่อาจละสายตาออกจากอีกฝ่ายเช่นเดียวกับเฟยหลงที่ไม่สามารถมองไปทางอื่นได้เช่นกัน

 

               คำพูดของพญามังกรคนต่อไปจุกอยู่ในลำคอ อยากเอื้อนเอ่ยออกใจจะขาดแต่ก็ต้องเก็บงมความรู้สึกนั้นไว้ในห้วงนทีที่มิมีผู้ใดสามารถเข้าไปถึงได้ แม้แต่ตัวเฟยหลงเองยังเข้าไปไม่ถึงมัน

 

               ดวงตาสองสีที่แตกต่างกันสั่นไหวด้วยสิ่งใดบางอย่าง เยว่ซินรับรู้เพียงว่ามันคือสิ่งที่คล้ายกัน มันคือความรู้สึกที่เยว่ซินมีและเฟยหลงก็มีเช่นกัน แต่มันก็ช่างเลือนรางจนพูดได้ไม่เต็มปากว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง

 

               บทเพลงถูกบรรเลงไปเรื่อยๆจนจบ สองสายตาจึงได้ผละออกจากกัน ใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างรุนแรงคล้ายมันกำลังต่อสู้กับสิ่งใดอยู่ เป็นอยู่อย่างนักเพียงครู่ก่อนมันจะจางหายไปในที่สุด ดวงตาสีท้อนิ่งสงบอีกคราไม่ต่างจากเนตรคมคายของผู้เป็นสามี

 

               “ไพเราะยิ่งๆ เจิ้นชอบยิ่งนัก”

 

               “ขอบพระทัยพะยะค่ะ”

 

               เยว่ซินยอบกายรับคำชมขององค์จักรพรรดิด้วยท่าทีวางตน พระสรวลบนพระพักตร์บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าพึ่งใจเป็นอย่างมากก่อนที่มันจะถูกทำลายลงเมื่อบุตรชายของพระองค์กล่าววาจาร้ายกาจออกมา

 

               “เข้าเรื่องได้แล้วพระบิดา ข้ามิมีเวลามากมายมาอภิรมย์อยู่ที่แห่งนี้มากนัก”

 

               วาจาแสนร้ายของบุตรชายคนโตทำให้โอรสสวรรค์หัวเราะขบขันอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะสะบัดมือเป็นเชิงให้เยว่ซินได้ไปพักผ่อน แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยวาจาชวนปวดหัวให้แก่เยว่ซินอีกเคย

 

               “บทเพลงเจ้าไพเราะยิ่งนัก หากเฟยหลงมิได้สนใจเจ้าเท่าที่ควรก็มาบรรเลงให้ข้าฟังที่วังหลวงเถิด จิน เยว่ซิน”

 

               “พะยะค่ะ”

 

               เยว่ซินปลีกกายออกมาจากบรรยากาศที่จู่ๆก็เย็นยะเยือกระหว่างบุรุษทั้งสอง เขาไม่อยากข้องเกี่ยวกับทั้งสองเสียเท่าไหร่นัก ใบหน้างดงามเลือกที่จะยิ้มรับคำนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะถอยกายออกมาปล่อยให้บิดาและบุตรชายได้สนทนากันอย่างที่ควรจะเป็น

 

               ส่วนตัวเขานั้นเลือกที่จะเดินไปยังห้องของตนเพื่อรอส่งแขกกลับอยากใจจดใจ่จ่อ และทั้งสองผู้นั้นก็ไม่ทำให้เยว่ซินผิดหวังเมื่อในเวลาต่อมาบ่าวคนสนิทอย่างหลีจวินก็ก้าวเข้ามาพร้อมข่าวดีของวัน

 

               “ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทจะเสด็จกลับแล้วขอรับ”

 

               “...”

 

               เยว่ซินพยักหน้ารับก่อนที่จะก้าวเดินไปยังหน้าเรือนเร้นราตรีเพื่อส่งแขกคนสำคัญกลับสู่ที่ของตน ร่างของหนึ่งบุรุษอายุย่างเข้าวัยกลางคนตอนปลายและอีกบุรุษที่ก้าวเข้าวัยกลางคนตอนต้นยืนเคียงกันช่างดงดงาม แผ่นหลังกว้างใหญ่ของสองบุรุษที่พร้อมแบกรับปัญหามากมายนั้นช่างน่ายกย่อง แม้ภายในนั้นจะเหี้ยมโหดและไร้หัวใจก็ตาม

 

               “น้อมลาองค์จักรพรรดิและองค์รัชทายาท”

 

               เยว่ซินยอบกายเป็นครั้งที่เท่าไหร่มิอาจรู้ของวัน เขารับรู้ได้ว่าวันนี้เขาใช้เข่ามากไปหน่อย สงสัยต้องไปหาความสุขให้แก่ร่างกายตนเสียหน่อย หากคุดคู้อยู่ภายในเรือนนี้คงขาดใจตายเป็นแน่

 

               “มิต้องมากพิธีไป อีกเพียงไม่กี่ราตรีเจิ้นก็จะพบเจ้าอีก”

 

               เยว่ซินยกยิ้มกว้างกว่าเก่าเล็กน้อย ก้มหัวรับอย่างจำยอม คำพูดที่เอื้อนเอ่ยนั้นราวกลับบอกให้เยว่ซินรู้ว่าอีกไม่นานต้องพบกัน แต่หากฟังดีๆจักรู้ว่านั้นคือสารบังคับให้เยว่ซินต้องเข้าร่วมชมงานประลองนี้ด้วย ในฐานะอนุภรรยาขององค์รัชทายาท

 

               “น้อมรับเสด็จ”

 

               เพียงไม่นานร่างของสองบุรุษก็จางหายไป เยว่ซินเงยหน้าขึ้นมองเมฆาที่มืดครึ้ม เสียงนภากู่ร้องบ่งบอกเวลาพิโรธของมัน สายลมเย็นพัดผ่านเรือนเร้นราตรีไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของหยาดฝนล่องลอยเข้าจมูกจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาบดบังฝุ่นเล็กฝุ่นน้อย

 

               กายงามก้าวเข้าไปในตัวเรือนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในหัวขบคิดเรื่องราวต่างๆอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนเจ้าของของมันจะก้าวเข้าห้องไปพักผ่อนอย่างที่จะทำตั้งนานแล้ว

 

               เยว่ซินเพียงคิดว่าเขาควรจะออกไปรับลมนอกตำหนักเสียหน่อย

 

               “บางทีข้าควรไปซื้อปิ่นอันใหม่ได้แล้ว”

 

               เยว่ซินกล่าวกับตนเองเบาๆก่อนจะปิดเปลือกตาของตนเองลง หลับใหลสู่ห้วงนิทราไม่รับรู้สิ่งอื่นใดที่เกิดรอบกาย จวบจนล่วงเข้าสู่ยามเช้าของวันใหม่ สายน้ำแห่งฤดูหยู่จี้ล่วงหลนตกกระทบจนเกิดเสียงปลุกให้คนที่นอนหลับมาได้หลายชั่วยามตื่นขึ้น เยว่ซินกวาดตามองไปยังเรือนไม้ของตนก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนตั่งไม้ เพียงไม่นานหลีหมิ่นก็ก้าวเข้ามาในห้องจัดการล้างหน้าล้างตาให้ตน พัดเปลี่ยนอาภรณ์พร้อมฮัมบทเพลงบ้านเกิดนางไปด้วย

 

               เยว่ซินไม่คิดจะทำลายความสุขของนาง เขาทำเพียงนิ่งเงียบรับฟังรายชื่ออาหารยามเช้าที่หลีหมิ่นแจ้งแก่เขาเท่านั้น เยว่ซินใช้ชีวิตในวันนั้นด้วยความสงบและสบายใจ ไม่มีผู้ใดมาก่อกวนให้นึกรำคาญใจ หรืออาจจะเป็นเพราะสายฝนที่เทกระหน่ำจากท้องนภาก็มิรู้

 

               เยว่ซินได้ใช้เวลากับตนเองทั้งร่ายกลอน เล่นพิณ ประพันธ์เพลง รวมถึงได้จัดสวนดอกไม้จำลองในห้องของตนเองด้วย นับว่ามีความสุขยิ่งนัก ดังนั้นรอยยิ้มสดใสราวกับอัสดงจึงปรากฏให้เหล่าบ่าวไพร่ได้ยิ้มตามๆกัน

 

               ชีวิตสงบสุข ช่างดียิ่งนัก

 

               แต่ราวกลับสวรรค์กลั่นแกล้งเมื่อเยว่ซินที่คิดว่าวันนี้ตลอดทั้งวันเขาคงไม่พบเจออะไรก็ต้องนึกคาดโทษสวรรค์ที่ไม่เห็นใจตน เมื่อพระสนมผู้เป็นที่รักและโปรดปรานของผู้เป็นสามีมาเยี่ยมเยือนถึงเรือน

 

               บัดซบ! นี้จะไม่ให้เขามีชีวิตสงบสุขเลยหรืออย่างไร!!

 

 

 

เจิ้น[10]

-  เป็นคำแทนตัวของฮ่องเต้

 

หยู่จี้[11]

-  ฤดูฝน

 

………………………………………….

สวัสดีค่ะ จันทร์จ้าวเอง

 

จันทร์ดีใจมากเลยค่ะที่มีคนอินกับนิยายจันทร์มากถึงขนาดด่าองค์รัชทายาทได้เจ็บแสบ ถ้าจันทร์เป็นองค์รัชทายาทคงขอถอนตัวออกจากตัวเลือกของน้องไปแล้ว ฮาฮาฮา

 

แต่อย่าพึ่งตัดสินใจไปก่อนนะคะ ทุกตัวละครย่อมมีอดีตเป็นของตัวเอง และอย่าลืมนะคะว่าพวกเขาเป็นมนุษย์มีชั่วมีดีในสายเลือดอยู่แล้ว จันทร์อยากให้ทุกท่านลองเปิดใจรับตัวละครทุกตัวก่อนแล้วเราจะมาเลือกพระเอกให้น้องพร้อมกันนะคะ

 

ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ติดตามนิยายจันทร์ จันทร์ดีใจมาก สามารถติชมจันทร์ได้นะคะ จันทร์พร้อมนำไปแก้ไข้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

 

*ยังไม่ได้แก้คำผิด*

 

#อนุภรรยาอ้วน

              

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.061K ครั้ง

1,008 ความคิดเห็น

  1. #893 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 11:27
    นี่เดาว่าที่องค์รัชทายาททำตัวเย็นชา หมางเมินนายเอก เพราะอยากจะรักษานายเอกไว้ก็ได้นะ
    #893
    0
  2. #877 GOT-MarkBam (@Angle-2358) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 22:42
    ไม่ถูกจริตกะองค์รัชทายาทแม้แต่น้อย แต่รักไรท์มาก อย่าทำให้รีดผิดหวังนะคะ แงงงง
    #877
    0
  3. วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 05:10
    เหมือนมันจะเริ่มแปลกๆที่ไทม์ไลน์รึเปล่านะ?
    หรือบางทีเราคิดไปเอง5555555
    แต่นี่ก็คิดว่า น้องเป็นไบโพล่ารึเปล่า??
    ไม่ได้จะว่านะคะ แต่แบบ น้องอารมณ์ดูเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอ่ะ เหมือน ฝั่งนึงก็หยิ่งๆ(ตามที่เห็นเกริ่นๆ ไว้) อีกฝั่งก็อ่อนโยนงี้
    #845
    0
  4. #774 TheBeen (@poppro) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 13:53
    ก็คือเหมียนวางเรื่องมาแล้วว่าต้องคู่กับคนนี้ ต่อให้ต้องตายเกิดใหม่หลายร้อยรอบก็จะเอาคนนี้ จะรักคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่พันครั้งก็โง่เหมือนเดิม สมกับที่เง็กเซียนด่าว่าหลานบัดซบ
    #774
    0
  5. #647 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 22:44
    ขอชีวิตสงบๆให้น้องได้มีความสุขเถอะ5555
    #647
    0
  6. #613 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 20:27
    ไม่ให้ได้พักกันดีๆสักวันอ่ะ555555555 น้องเยว่พี่อยากให้สู้นะคะ55555555 บุคลิกน้องเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเลยจริงๆ
    #613
    0
  7. #606 alittletigerp (@firstlylifu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 16:11
    เรื่องเรื่อยจริงมากค่า ไม่ค่อยเข้าใจpointที่ต้องการจะสื่อเท่าไร
    #606
    1
  8. #556 aim42404 (@aim42404) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 09:17
    โถ่ให้น้องพักบ้างเถอะ น้องบอกเหน่ยมากกกเหน่ยใจ
    #556
    0
  9. #528 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 01:13
    อย่ามาหาเรื่องน้องงงง
    #528
    0
  10. #484 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 11:57
    น้องลูกสู้นะลูก ไม่ชอบพระสนมอ่ะ
    #484
    0
  11. #459 nayyoo (@nayyoo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 12:04
    ตยเลย จะได้จบ

    คนเขาขออยู่อย่างสงบสักวันก้ไม่ได้
    #459
    0
  12. #448 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 23:35

    มาทำไมคะเมียเอก? รึจะมาเบ่งบารมีอะไรอีก??

    #448
    0
  13. #424 It's is a BOOK (@zpia) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:53
    เยว่ซินเก่งจังเลยลูก เข้มแข็งขึ้นมาก ติดตามนะคะคุณนักเขียน สู้ค่ะ!
    #424
    0
  14. #423 JuniBellzium (@JuniBellzium) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:46
    เอาชะนีออกไป!!
    #423
    0
  15. #383 hunnay (@hunnay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:41
    เทมันสิเทมันอย่าให้ไท่จือเป็นพระเอกนะไม่ชอบ
    #383
    0
  16. #375 Jumbobo (@aaiaii_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:17
    สนุกมากๆค่ะ
    #375
    0
  17. #356 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 20:25
    ตัดใจเถอะลูกมันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
    #356
    0
  18. #268 pondbambam (@pondbambam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 12:20
    โง่จังเลยนายเอก-ก็ใหญ่ๆไปให้จบสิวะสัตว์
    #268
    1
    • #268-1 M_Mmong (@M_Mmong) (จากตอนที่ 7)
      18 กันยายน 2562 / 12:45
      กรุณาคอมเมนต์สุภาพด้วยนะคะ ตำหนิอะไรจันทร์น้อมรับค่ะแต่กรุณาใช้คำสุภาพด้วยค่ะ:)
      #268-1
  19. #258 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:43
    จะขะย้อนกับความถูกวางไว้แล้วนั่นนี่นู่น แล้วความอาทรณ์เยว่นี่อย่าหลุดบ่อยเลย เหมือนยังไงๆต่อให้ดีจึ้นแค่ไหนก็รองมือรองเท้ารัชทายาทอยู่ดี
    #258
    0
  20. #237 Paperheart96 (@Paperheart96) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:39
    ไม่รู้อ่ะ ไม่ว่ารัชทายาทจะมีเหตุผลอะไรก็ฟังไม่ขึ้น ทอดทิ้งเอง พลอดรักกับสนมอื่นยังทำได้ ไม่รู้แหละ ไม่เชียรรรร์ //สนุกค่ะ อยากให้น้องเลิกรักเร็วๆ เป็นไปได้มั้ยน้อ
    #237
    0
  21. #195 Tangmo KiD4869 (@kingkid) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:05
    เราไม่ค่อยโอเคเท่าไรอ่ะ คือเข้าใจแหละว่าคงมีเหตุผลที่ทำแบบนี้ แต่อย่าลืมว่าจริงๆน้องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้รักมากแค่ไหน มันจะรักอยู่จริงเหรอ หลังจากที่เขาไม่เคยมาหาเราสามปี แล้วยังเห็นว่าเขาพรอดรักกับคนอื่นต่อหน้าโดยไม่คิดถึงใจเราเลย อีกอย่างนะถ้าน้องรักเขาขนาดนั้น จะยอมให้เขาเป็นของคนอื่นหรอ มันก็ไม่ใช่ป่ะ หลังจากตายมาครั้งหนึ่ง เห็นโลกอีกด้านจากตอนที่ไม่เหลือใครอยู่ข้างๆก็ควรรู้ได้แล้วรึป่าวว่าใครที่เขารักเราจริงๆ เทียบจากการที่อยู่แล้วเขาไม่รักกับตายแต่ก็รู้ว่าเรารักกันก็ลองไปคิดดูว่าถ้าเป็นตัวเองจะเลือกอะไร ฝากไว้ล่ะกันเพราะเราคงไม่อ่านต่อแล้วอ่ะ ขอโทษนะ
    #195
    0
  22. #169 realpoy007 (@realpoy007) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 10:35
    สนมกลับไปเลยนพ
    #169
    0
  23. #117 SakamotoYanisa (@SakamotoYanisa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 03:02
    สนุกค่าาาาา ติดตามมมน้าาาาาา
    #117
    0
  24. #109 gnat (@gan8824) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:29
    ผู้นำที่ไร้หัวใจ แม้แต่คนที่รักความรักยังมิมี แล้วประชาชนตาดำๆเล่าจะรับความรักความเมตตาที่ไหนกัน?
    #109
    0
  25. #62 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 23:58
    มาทางไหนกลับไปทางนั้นจ้า
    #62
    0