อนุภรรยาขององค์รัชทายาท[Yaoi/BL]

ตอนที่ 3 : บทที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,429 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

               รุ่งเช้าของอีกวันไม่ได้สดใสอย่างที่เยว่ซินจินตนาการไว้ ท้องฟ้ามืดครึ้ม เม็ดฝนหลายสายสาดเทจนทำให้ดินแห้งกลายเป็นแอ่งโคลนได้ไม่ยาก ต้นใบต่างๆรอบเรือนเร้นราตรีพลิ้วไหวอย่างรุนแรง หากแต่บรรยากาศเช่นนี้ทำให้เยว่ซินมิอยากจะลุกขึ้นจากตั่งเตียงเท่าไหร่นัก

 

               “นายท่านขอรับ ได้เวลาล้างหน้าพลัดอาภรณ์แล้วนะขอรับ”

 

               อีกคนว่าอีกคนเขย่าร่างกายตนเบาๆ เยว่ซินสะลืมสะลือขึ้นมองหลีจวินและหลีหมิ่น ก่อนที่จะยอมลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก

 

               “ยามใดแล้ว”

 

               เสียงยานครางเอ่ยถามแผ่วเบา หากไม่ฟังให้ดีก็คงจะไม่ได้ยิน

 

               “ยามซื่อ[6]ขอรับ”

 

               เยว่ซินทำเพียงพยักหน้ารับ ยอมล้างหน้าล้างตาแต่โดยดี ไม่นานนักสำหรับยามเช้าก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เยว่ซินนั่งทานคนเดียวเงียบๆในขณะที่สมองกำลังคิดหาวิธีเอ่ยแก่บ่าวทั้งสองเกี่ยวกับเรื่องยาลูกกลอนที่ตนจะเริ่มทานวันนี้

 

               หลังจากทานเสร็จเยว่ซินก็เรียกบ่าวทั้งสองมาเก็บสำหรับ  ทำท่าจะกล่าวอันใดสักอย่างแต่ก็เงียบลงจนบ่าวทั้งสองอดสงสัยไม่ได้

 

               พลันจู่ๆความคิดแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้น นัยน์ตาสีดอกท้อเป็นประกายแวววับ เยว่ซินเอ่ยเรียกบ่าวคนสนิทของตนทันที

 

               “หลีจวิน! ข้ามีเรื่องให้เจ้าทำเสียหน่อย”

 

               “กระไรหรือขอรับ”

 

               เยว่ซินส่งยิ้มแปลกๆไปให้แก่หลีจวินอย่างไม่รู้ตัว พลันบอกความต้องการของตนออกไป หลีจวินมีสีหน้างงงวยอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดคำสั่งตนแต่อย่างไร

 

               “หลีจวินเจ้าจงไปเตรียมเตาอบมาไว้ในห้องสักสามเตาเสีย ส่วนเจ้าหลีหมิ่น เจ้าจงเอาหยกของข้าไปเบิกหนังสือเกี่ยวกับตำราแพทย์มาสักสิบตำราและไปขอสมุนไพรหอมจากเรือนยาให้ข้าด้วย”

 

               บ่าวทั้งสองน้อมรับคำสั่งก่อนจะออกจากเรือนไปหาของที่เยว่ซินต้องการ ใบหน้าอวบอิ่มยิ้มแย้มจนกลัวว่าแก้มจะปริแตกเสียให้ได้

 

               เยว่ซินเคยได้ยินจากเถ้าแก่โรงน้ำชาว่า สตรีที่อวบอ้วนมักจะปิดห้องหับอบตนเองอยู่กับเตาอบอยู่หลายวัน ไม่ออกมาพบปะผู้ใด เยว่ซินจึงคิดใช้วิธีนี้ในการลวงตาทุกคนว่าตนอบตัวเองเสีย

 

               เพียงไม่นานของทั้งหมดที่ตนต้องการก็ถูกขนย้ายมายังห้องที่ตนอยู่  เตาอบสามเตาถูกวางไว้สามตำแหน่ง หนึ่งคือตั่งเตียง สองคือโต๊ะกลางห้อง และสามคือหลังฉากกั้น เยว่ซินจัดการยัดสมุนไพรสามชนิดเข้าไปในเตาอบทันที

 

               “นายท่านจะทำอะไรหรือขอรับ”

 

               เป็นหลีจวินเองที่สงสัยจนอดถามไม่ได้ หลีหมิ่นที่ถึงแม้ไม่ถามแต่ก็แสดงความงงงวยออกมาเสียเต็มประดา

 

               “เจ้าถามนั้นดีแล้ว ข้าจักอบตัวเสียหน่อย”

 

               เยว่ซินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะย้ายร่างใหญ่โตของตนมาอยู่หน้าบ่าวทั้งสอง

 

               “อบตัวอย่างนั้นหรือขอรับ?

 

               “ใช่แล้ว ข้าจักอบตัวสิบเอ็ดวัน วานพวกเจ้าสลักไม้ห้ามผู้ใดรบกวนข้า รวมถึงเจ้าทั้งคู่ด้วยเช่นกัน ห้ามเข้ามายังห้องนี้เด็ดขาด หากผู้ใดต้องการพบข้าจงแจ้งแก่ข้าก่อน เข้าใจหรือไม่”

 

               บ่าวทั้งสองมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนที่หลีหมิ่นที่เงียบอยู่นานจะเอ่ยถามขึ้น”แล้วเรื่องสำหรับอาหารเล่าเจ้าคะ”

 

               เยว่ซินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบบ่าวทั้งสองไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แสดงว่าตนต้องการแบบนั้นจริงๆ

 

               “มิต้องนำมาให้ข้า พวกเจ้าเพียงเงียบปาก หากมีผู้ใดถามว่าสำหรับอาหารที่จัดมาไปไหน เจ้าจงตอบว่าข้าได้ทานหมดแล้ว ส่วนที่เหลือเจ้าจงนำสำหรับอาหารห่อแล้วนำไปให้แก่เหล่าขอทานตามเมืองหลวงเสีย”

 

               “แต่นายท่าน..”

 

               เยว่ซินยกมือห้ามเป็นเชิงบอกว่าตนไม่ต้องการฟังคำค้านใดๆทั้งสิ้น เยว่ซินเอ่ยกำชับกับบ่าวทั้งสองอีกคราว่าห้ามให้ผู้ใดเข้ามาภายในห้องนี้เด็ดขาด รวมถึงทั้งสองด้วยเช่นกัน

 

               หลีจวินและหลีหมิ่นมีสีหน้าไม่ใคร่ดีนักแต่เพราะเป็นคำสั่งจากนายท่านจึงได้แต่ทำตามอยากจำใจ พวกเขาทั้งสองสลักแผ่นไม้แล้วนำไปติดไว้หน้าห้องของนายท่าน อีกแผ่นนำไปวางไว้หน้าเรือน

 

               “ดี! เอาละ อีกสิบเอ็ดวันจงมารอข้าอยู่หน้าห้องเสีย แล้วข้าจะเรียกเจ้า”

 

               เยว่ซินตบบ่าหลีจวินเบาๆก่อนจะหันไปลูบศีรษะหลีหมิ่นอย่างเอ็นดู แต่ก่อนที่จะได้ปิดตายตนเองไว้ในห้องเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นเรียกความสนใจเยว่ซินและบ่าวสองคนเสียก่อน

 

               “เจ้าจะทำอะไรรึ อนุภรรยาเยว่ซิน”

 

               บุรุษสูงร่างกายประดับไปด้วยมัดกล้ามอย่างพอดี ชมเป็นชายใต้อาภรณ์สีทองสง่าผ่าเผย ปักดิ้นลวดลายสวยงามสีทองขยับพลิ้วตามการเคลื่อนที่ มิต้องเงยหน้ามองก็ย่อมรู้ว่าคือผู้ใด

 

               “องค์รัชทายาท...”

 

               เยว่ซินพึมพำออกมาเสียงเบาราวกับกระซิบ แต่มีหรือผู้มีวรยุทธอย่างองค์รัชทายาทผู้นี้จะไม่ได้ยิน ดวงตายากหยั่งถึงกวาดมองทั่วห้องก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่ร่างอวบอ้วนของเยว่ซิน

 

               “เจ้าคิดจะทำอันใด เหตุใดต้องนำเตาอบมาไว้มากมายเพียงนี้”

 

               เฟยหลงก้าวเข้ามาภายใน ความร้อนอบอ้าวของภายในห้องนี้ช่างแตกต่างกับบรรยากาศภายนอก เยว่ซินที่ยังคงตระหนกลนลานจนทำสิ่งใดไม่ถูก หลีจวินจึงเป็นฝ่ายตอบคำถามแทน

 

               “เรียนหวงไท่จื่อ นายท่านต้องการ...”

 

               “ตบปากมันเสีย”

 

               ยังไม่ทันที่หลีจวินจะพูดจบ คนของเฟยหลงก็เยื่องย่างเข้ามาตบปากของหลีจวินจนเลือดกบปาก เยว่ซินที่ตระหนกตกใจอยู่แล้วยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม รีบพุ่งเข้าไปหาหลีจวินอย่างลืมตัว

 

               “ท่านตบปากหลีจวินเพราะเหตุใดกัน!

 

               เยว่ซินเอ่ยถาม ดวงตาสีดอกท้อแสดงความไม่พอใจอยู่หลายส่วนก่อนที่จะหันไปสนใจหลีจวินที่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

               “ข้าถามเจ้า มิได้ถามมัน ปากมันสอดยิ่งนักก็ต้องลงโทษ”

 

               เฟยหลงตอบเสียงเรียบไม่ได้สนใจหรือใส่ใจ ดวงตาคู่สวยที่มองตนสักเท่าไหร่ ก่อนที่จะเอ่ยเหตุผลที่ตนมาเหยียบยังเรือนแห่งนี้

 

               “เจ้าจักทำสิ่งใดก็เรื่องของเจ้า ข้าเพียงนำสมุนไพรบำรุงมาให้เพียงเท่านั้น”

 

               อีกฝ่ายว่าก่อนที่จะสั่งให้บ่าวที่มากับตนจัดเรียงสมุนไพรลงบนโต๊ะ เพียงไม่นานเจ้าของอาภรณ์สีทองก็หายไปจากเรือน เยว่ซินที่ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง คำนับลาส่งๆก่อนที่จะหันไปบอกแก่หลีหมิ่นให้ดูแลพี่ชายนางเสีย และเอ่ยว่ามิต้องให้ผู้ใดเข้ามาพบตนแล้ว

 

               เมื่อทุกคนออกไปจากห้องแล้วเยว่ซินจึงเดินไปลงกลอนประตูและหน้าต่างทุกบาน ภายในห้องร้อนอบอ้าวขึ้นมาทันที เหงื่อกายมากมายไหลออกมาจนอาภรณ์ที่สวมใส่เปียกชุ่ม มืออวบอ้วนยกถุงลูกกลอนสีฟ้าออกมาดูอีกคราก่อนที่จะหยิบมาหนึ่งลูก พลันจู่ๆข้อความตักอักษรสีแดงก็ปรากฏขึ้น

 

            จงอ่านให้เข้าใจ ข้อความนี้จะเลื่อนหายทันทีหากเจ้าอ่านจบ ยาลูกกลอนนี้มีข้อพึงระวังคือห้ามผู้ใดพบเห็นเจ้าเป็นอันขาด จงเก็บตัวมิให้ผู้ใดพบ หากผู้ใดพบเจอเจ้าจงหลับตาห้ามมองเด็ดขาดหากทำเช่นนั้นเจ้าจะไม่ได้รับพิษและก็มิต้องห่วง ยาลูกกลอนนี้จะช่วยเพิ่มกำลังเจ้าไปด้วยเช่นกัน มิมีความจำเป็นต้องทานอาหาร ภายในสองเค่อหลังจากทานยานี้ไปแล้ว ร่างกายเจ้าจะทรมานเพียงนิดจากภายในแต่เมื่อพ้นเวลาที่กำหนดไปแล้ว เจ้าจะเย็นขึ้นและจะหลับไปทันที ยามตื่นอีกคราจะเป็นเวลาที่เจ้าทานยาลูกกลอนเม็ดถัดไป จนกระทั่งเม็ดที่เก้าจะมีข้อความปรากฏขึ้นอีกครา ขอให้โชคดี

 

               เยว่ซินที่ได้อ่านข้อความแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเหยเก แต่ก็ยินยอมกลืนยาลูกกลอนเม็ดแรกเข้าไป  เพียงไม่นานหลังจากกลืนไปแล้วได้ราวหนึ่งจิบชา[7] พลันร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน กล้ามเนื้อชักกระตุกจนไม่สามารถควบคุมได้

 

               “อึก!!

 

               ร่างของเยว่ซินทรุดฮวบลงไปนอนบนพื้นห้องทันที แรงบีบรัดมหาศาลกำลังแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง กล้ามเนื้อบิดราวกับจะฉีกขาด เยว่ซินหายใจลำบาก พยายามอ้าปากออกเอาลมหายใจเข้าสู่ร่างกายให้ได้มากที่สุดแต่นั้นก็ช่างไร้ประโยชน์

 

               ผ่านไปไม่นอนอาการปวดตามกล้ามเนื้อก็หายไปแทนที่ด้วยความร้อนรุนแรงราวกับถูกไฟเผาทั้งเป็น เหงื่อกายไหล่ท่วมร่างกาย ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเจ็บปวด เล็บมือจิกเกร็งกับพื้นห้องจนรู้สึกได้ว่ามันคงฉีกขาดแล้ว

 

               ดวงตาสีท้อพร่าเลือน ความรู้สึกมีเพียงแค่ความร้อนผ่าวตามเนื้อตัว พลันจู่ๆเยว่ซินก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังทะลวงกล้ามเนื้อของตนช้าๆให้ทรมานมากกว่าเดิม น้ำตาสีใสไหลอาบแก้มเมื้อไม่อาจทนทานความเจ็บปวดไหว เยว่ซินหลับตาลงนึกอยากสลบให้ได้เสียตอนนี้แต่ความเจ็บปวดกลับดึงให้ขึ้นมาเจอความเป็นจริง

 

               “ฮึก เจ็บ”

 

               เยว่ซินได้แต่นอนครวญครางอยู่บนพื้นแต่เพียงผู้เดียว สลบไปตอนไหนหารู้ไม่หากแต่สมองยังคงจดจำความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายได้เป็นอย่างดี มันทรมานมากที่สุดและก็ถูกปลอบด้วยความเย็นหวาบจนใจโหวง ก่อนที่ทุกอย่างจะตัดไป

 

               เยว่ซินลืมตาตื่นอีกคราด้วยดวงตราพร่าเลือน ใบหน้างามมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้น เยว่ซินหาได้สนใจมันไม่เขาค่อยๆพยุงตัวขึ้นนั่งบนพื้น หากแต่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็ทำให้เยว่ซินต้องตกใจ

 

               เยว่ซินรู้สึกว่าตัวเบาราวกับขนนก เป็นความรู้สึกเดียวกับตอนอยู่บนสวรรค์ หากแต่พอจะหันไปยังทิศทางที่มีคันฉ่องอยู่ ร่างกายก็บังคับให้หันไปอีกทาง เป็นอยู่อย่างนั้นสักพักจนเยว่ซินมั่นใจว่าคงจะหันไปมองมิได้

 

               “ไหนท่านกล่าวว่าทรมานเพียงนิดอย่างไรเล่าท่านปู่ สิ่งที่ข้าเผชิญไม่นิดอย่างท่านว่าเลย”

 

               เยว่ซินอดบ่นออกมาไม่ได้ เยว่ซินพาร่างของตนเองไปยังฉากกั้นเปลี่ยนอาภรณ์ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อออกและจุดเตาอบที่ดับไปอีกครา หากจะให้แนบเนียนก็จำต้องมีกลิ่นสมุนไพรหอมลอยออกไป

 

               หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว เยว่ซินจึงกลับมาสนใจยาลูกกลอนอีกครา ยามแรกตอนมองมันนั้นนึกเกลียดชังอยู่หลายส่วน หากแต่ถ้ามันช่วยรักษาโรคร้ายก็ดีเป็นอย่างยิ่ง

 

               เยว่ซินชั่งใจอยู่เพียงครู่ก่อนที่จะกั้นใจยัดยาลูกลอนนี้ลงท้องอีครา และมันก็เป็นเช่นเดิม เยว่ซินต้องทนรับความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ร่างกายเขาบิดงอด้วยความเจ็บปวดเพียงแต่ครานี้เขานอนอยู่บนตั่งเตียง ไม่ใช่พื้นดั่งเมื่อวาน

 

               วันเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ล่วงเข้าวันที่แปดของการอยู่เพียงแต่ในห้อง มีบ้างบางคราที่หลีจวินและหลีหมิ่นจะมาสอบถามว่าต้องการสิ่งใดหรือไม่ แต่เยว่ซินก็ทำเพียงตอบออกไปว่าไม่ เยว่ซินปฏิเสธทุกคนที่ต้องการพบตน จนกระทั่งวันนี้ขณะที่กำลังจะยัดยาลูกกลอนนี้เข้าปากอีกครา

 

               “เยว่ซิน!!

 

               เสียงทุ้มต่ำนุ่มตะโกนกึ่งก้องไปทั่วจนน่าหวาดหวั่น เยว่ซินที่กำลังยัดยาเข้าปากชะงักก่อนที่จะขานรับเบาๆผ่านประตูไม้ที่กั้นตนไว้

 

               “เหตุใดเจ้าถึงขังตนไว้แต่ในห้องนั้นกัน ข้ามาหาเจ้าสามครั้งแล้วแต่บ่าวของเจ้าก็เอาแต่บอกว่าเจ้าหลับทุกครา เจ้าเป็นอันใดกันแน่!!

 

               ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดินระบายโทสะออกมาจนเยว่ซินกลัวว่าอีกฝ่ายจะพังประตูไม้เข้ามาให้ได้

 

               “ใจเย็นก่อนเถิดท่านแม่ทัพ  ข้าเพียงอบตัวไล่พิษออกตามที่ตำราแพทย์บอกเท่านั้น ท่านอย่าได้กังวลไป”

 

               “แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ให้ผู้ใดพบปะกัน”

              

               น้ำเสียงของท่านแม่ทัพอ่อนลงแต่ก็ยังคงโทสะไว้อยู่ เยว่ซินทำเพียงยิ้มบางเบาที่ริมฝีปากเท่านั้นก่อนจะตอบออกไป

 

               “ภายในนี้ร้อนนัก อีกทั้งกลิ่นเหงื่อกายของข้านั้นมิพึงใจเท่าใด โปรดท่านเข้าใจข้าด้วย”

 

               เยว่ซินกล่าวออกไปเสียงนุ่มนวล กึ่งขอร้องกึ่งคำสั่ง

 

               “ข้ามิได้รังเกียจเจ้า ให้ข้าได้เข้าไปเถิด”

 

               เนี่ยนเจินเอ่ยเสียงนุ่มตอบกลับมาเช่นกัน คำขอร้องปนอ้อนวอนของท่านแม่ทัพใหญ่ทำให้เยว่ซินหลุดยิ้มกว้างออกมาได้ในรอบหลายวัน แต่ต่อให้อยากจะพูดคุยต่อเท่าไหร่ เยว่ซินก็เลือกที่จะตัดจบทันที

 

               “มิได้ ได้โปรดท่านเข้าใจข้าด้วย อีกสามวันข้าจะออกไปคุยกับท่านดีหรือไม่ ข้าสัญญา”

 

               “อย่าได้ปดแก่ข้าเชียวเยว่ซิน”

 

               “ผู้น้อยมิกล้า”

              

               เยว่ซินว่าก่อนจะผละออกจากประตู เสียงฝีเท้าหนักของอีกฝ่ายค่อยๆห่างไกลออกไปจนมั่นใจว่าคงออกนอกเรือนไปเสียแล้ว เยว่ซินจึงยัดยาลูกกลอนนั้นเข้าปากและทนรับความเจ็บนั้นไว้อีกครา

 

 

               วันที่เก้าเข้ามาเยือน เยว่ซินรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้หลายอย่าง เริ่มจากมือของตนเอง มือที่เคยอวบอิ่มค่อยๆลดลงจนเริ่มเรียวยาวแต่ก็ยังไม่เหมือนเมื่อก่อน อย่างที่สองคือหน้าท้องของตนที่ยุบลงไปมากเหลือเพียงหน้าท้องแบนราบ แต่ที่เยว่ซินปลื้มที่สุดคงเป็นซาลาเปาบนใบหน้าที่หายไปแล้ว

 

               เยว่ซินอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขาทำทุกอย่าง อย่างเดิมนั้นคือเปลี่ยนอาภรณ์และจุดเตาอบอีกครา เพียงไม่นานเยว่ซินก็พาร่างของตนเองมายังตั่งเตียงอีกครา เยว่ซินหยิบลูกกลอนเม็ดที่เก้าขึ้นมารอเพียงครู่ข้อความอักษรสีแดงก็ปรากฏขึ้น

 

               ยามนี้เจ้าคงจะยิ้มแก้มปริเสียแล้วสิ ยาที่ข้าเป็นผู้ทำย่อมเห็นผลได้อย่างรวดเร็วและส่งผลดีที่สุดในใต้หล้า เหอะ หลังจากเจ้าทานยาเม็ดนี้ไปแล้ว ร่างกายเจ้าจะบิดจนตายดีกว่าอยู่ เนื้อกายของเจ้าจะหลุดลุ่ย จงอย่าตระหนกไป มันอาจจะดูน่ากลัวไปหน่อยสำหรับเด็กอ่อนโลกอย่างเจ้า จงตั้งสมาธิให้มั่น รวบรวมพลังปราณที่เจ้าเคยฝึกปรือสมานร่างกายให้ได้มากที่สุด หากทำตามอย่างที่ข้ากล่าว ยาเม็ดสุดท้ายจะส่งผลดีต่อเจ้า ขอให้โชคดี

 

               เยว่ซินจ้องมองยาลูกกลอนเม็ดที่เก้าด้วยแววตาหวาดกลัว เยว่ซินเคยฝึกปรือปราณของตนอยู่หากแต่พอก้าวเข้าสิบหกปีก็มิได้ฝึกมันอีก คิดได้ดั่งนั้นเยว่ซินจึงวางยาลูกกลอนลงก่อนที่จะเดินกระแสลมปราณเพื่อเตรียมพร้อม

 

               ผ่านไปเพียงไม่นานเยว่ซินก็ลืมตาขึ้น หอบหายใจเบาๆเส้นลมปราณของตนนั้นถือว่าแปลกประหลาด มันไม่ได้เชื่อมไปยังจุดสัมผัสทั้งแปด[8]แต่มันกลับกระจายไปทั่ว เชื่อมประสานและตัดผ่านหัวใจไปจนถึงดวงตา แต่เยว่ซินหาสนใจไม่ เขาเดินลมปราณอีกครั้งและก็พบว่ามันดีขึ้นมากจึงทานยาลูกกลอนทันที

 

               ทานไปเพียงไม่นานก็เป็นอย่างที่ท่านปู่ว่า ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนทำให้เยว่ซินที่นั่งรวบรวมสมาธิอยู่ต้องเอนกายอย่างควบคุมไม่ได้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ พลันจู่ๆก็รับรู้ได้ถึงเนื้อหนังที่ตกกระทบกับพื้น

 

               เยว่ซินทำใจอยู่นานที่จะไม่ลืมตามอง  รับรู้ได้ถึงผิวกายด้านในที่ออกต้องกับความร้อนภายในห้อง ความแสบตามผิวกายปรากฏชัดเจนขึ้น เยว่ถิงที่เห็นสมควรจึงรวบรวมลมปราณรักษา ทำอยู่อย่างนั้นได้ครึ่งชั่วยาม จนเยว่ซินหมดแรงล้มพับไปกับตั่งเตียงทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               ยามเช้าเข้ามาเยือน เยว่ซินลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการง่วงงุน ความรู้สึกแสบๆคันตามผิวกายยังคงมีอยู่ พลันลุกขึ้นได้ไม่นานก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

 

               เนื้อกายของเยว่ซินเหมือนถูกถลกออก เนื้อแดงฉานปรากฏแก่ครรลองสายตา ดูน่ากลัวน่าเกลียดจนเยว่ซินต้องหลับตาแล้วลืมตาดูอีกรอบ เยว่ซินต้องพยายามอย่างมากที่จะควบคมสติไม่ให้แตกกระเจิง

 

               มือที่มีกล้ามเนื้อแดงเอื้อมไปหยิบถุงลูกกลอนออกมา ลูกกลอนสีฟ้าที่เห็นเมื่อวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงส้ม ใจของเยว่ซินหายไปแล้วหลายส่วน เข้าวิตกกังวลราวกับคนไม่มีสติ  หากต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอดจะทำเช่นไร หลีจวินกับหลีหมิ่นจะรังเกียจเขาหรือไม่

 

               ความคิดมากมายก่อเกิดขึ้นจนไม่ทันสังเกตว่ายาลูกกลอนนั้นลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ข้อความอักษรปรากฏขึ้นอีกครา

 

               อย่าได้กังวล ลูกกลอนเม็ดสุดท้ายนี้จะสมานร่างกายเจ้าให้เป็นเช่นเดิม จงตั้งสติให้มั่นอย่าได้คิดสิ่งใด เมื่อลืมตาขึ้นอีกคราเนื้อร้ายที่หลุดออกจากกายเจ้าจะหายไป ร่างกายเจ้าจะกลับมาเป็นเช่นเดิม ขอให้เจ้าโชคดี

 

               สิ้นคำข้อความทั้งหมดก็หายไป เยว่ซินคลายความกังวลได้หลายส่วนก่อนที่จะทานยาลูกกลอนนั้นลงไปอย่างไม่อิดออด ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านร่างกายไป ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆอีก มีเพียงความเย็นราวกับสายน้ำพาให้เยว่ซิน

เคลิบเคลิ้มจนหลับไปอีกครา

 

ยามซื่อ[6]

-เวลา09.00-10.59

 

หนึ่งจิบชา[7]

-3 นาที

 

สัมผัสทั้งแปด[8]*ข้อมูลไม่แน่นอน*

-มีเท้าสองข้าง เข่าสองข้าง ศอกสองข้าง และก็มือทั้งสองข้าง

 

....................................................................

 

 

สวัสดีค่ะ จันทร์จ้าวเอง

 

น้องจะสวยแล้วว ไม่ต้องห่วงนะคะ จันทร์จะไม่ทิ้งดราม่าแน่นอน ฮาฮาฮา

 


 

#อนุภรรยาอ้วนยว่ซินได้แต่นอนครวญครางอยู่บนพื้นแต่เพียงผู้เดียวว เยว่ซินหลับตาลงนึกอยากสลบให้ได้เสียตอนนี้แต่ความเจ็บปวดกลับดึงให้ขึ้นมาเจอคว

 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.429K ครั้ง

1,006 ความคิดเห็น

  1. #947 SRKM2E (@HairmitonZe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 02:05
    องค์ชาย อย่ามาวุ่นวาย!!!!
    #947
    0
  2. #929 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 13:26
    จะสวยแล้วววว
    #929
    0
  3. #884 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 23:55
    สู้ๆนะ นิยายเขียนดีมากๆเลยค่ะ
    #884
    0
  4. #801 pam005 (@pam005) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 18:10
    อยากสวยต้องอดทนค่ะลูก!สู้ๆ
    #801
    0
  5. #792 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:38
    สวยแล้วววว
    #792
    0
  6. #725 Shizi2523 (@Shizi2523) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 09:12
    บ่าวโดนตบ​ ไม่โกรธเหรอ
    #725
    0
  7. #722 litrlons (@litrlons) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 18:34
    ตกใจหมด
    #722
    0
  8. #703 Meji.Mojicon (@Suki_Writer1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 22:18
    ปู่//ชูมือ ข้าให้เงินท่านสัก100ตำลึง วัง2วัง สตรีงาม100คน บุรุษงาม100คน เอายาให้ข้าาาาาาา
    #703
    0
  9. #684 NoeynoeyEiei (@NoeynoeyEiei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 00:23
    เจ็บแทนน
    #684
    0
  10. #642 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 21:50
    เอาใจช่วยแงงง
    #642
    0
  11. #609 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 19:54
    ปู่ขอยาให้หนูด้วยค่ะ5555555
    #609
    0
  12. วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 15:16
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #603
    0
  13. #597 alittletigerp (@firstlylifu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 12:08
    น้องงงงง
    #597
    0
  14. #523 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 00:39
    น้องงงง สู้ๆนะค้าบบบ
    #523
    0
  15. #504 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 14:14
    สวยแล้วอีสามีก็กลับมาหาอะนะไม่เอา น่าจะขอหย่าแล้วค่อยสวย
    #504
    0
  16. #480 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 11:08
    อยากให้น้องคบท่านแม่ทัพ
    #480
    0
  17. #471 tongtongaraya (@tongtongaraya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 00:07
    ท่านปู่ หนูขอยาแบบนี้ 1ชุดค่ะ <3
    #471
    0
  18. #431 oosiak (@chalita-bow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:08
    ใจสู้มากคับน้องง
    #431
    0
  19. #427 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 06:14

    ขอยานี้หนึ่งชุดค่ะ ท่านปู่!!

    #427
    0
  20. #351 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:57
    อยากได้ยาบ้าง555
    #351
    0
  21. #338 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:04

    มันดูเป็นยาที่น่ากลัวนะ

    #338
    0
  22. #321 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 15:50
    อยากสวยต้องอดทน
    #321
    0
  23. #290 lonelylogo (@lonelylogo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 22:29
    น่ากลัวง่ะ เหมือนยาสายมืดเลย ;-;
    #290
    0
  24. #275 Molu- (@narutotingtong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 00:18

    ลุ้นตลอดว่าจะมีใครมาดูน้องไหม

    #275
    0
  25. #259 hotarubi (@masoya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:52
    แง อยากให้แม่ทัพเป็นพระเอก
    #259
    0