อนุภรรยาขององค์รัชทายาท[Yaoi/BL]

ตอนที่ 13 : บทที่สิบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 876 ครั้ง
    17 ก.ย. 62

               ยามซวี[15]มาเยือน อัสดงลาลับฟ้าหมู่เมฆาขึ้นบดบัง ดวงดาวสวยงามส่องแสงแข่งกันเปล่งรัศมีบนท้องนภาสีดำมืด เยว่ซินนั้นถูกส่งตัวกลับเรือนตั้งแต่การประลองรอบที่สองของบ่ายวัน ด้วยเหตุว่าให้กลับไปพลัดผ้าผ่อนแต่งกายเสียใหม่ เพราะในค่ำคืนนี้มีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองแก่แคว้นเจียงแลเฉลิมฉลองในการเปิดงานประลองครั้งนี้ด้วย

 

               หลีจวินเองก็วุ่นวายกับการจัดเตรียมชุดพระราชทานให้แก่เขาจนผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิง สำหรับเขาแล้วชุดพระราชทานขององค์ฮ่องเต้นั้นช่างรุงรังแลลำบากในการใส่ ไหนจะการประทิณโฉมจากนางในห้องเครื่องขององค์ฮ่องเต้อีก ณ บัดนี้ใบหน้าเยว่ซินถูกฉาบไปด้วยเครื่องแป้งจนหนาไม่เห็นสีของใบหน้าที่แท้จริง อีกทั้งดวงตาก็คล้ายชโลมด้วยหยาดเลือดของนกก็มิปาน ริมฝีปากก็แดงจัดจ้านเกินกว่าชายควรจะเป็น

 

               นายของบ่าวแห่งเรือนเร้นราตรีได้แต่เพียงมองตนเองอยู่ในคันฉ่องอันโปรดด้วยใบหน้าเรียบตึง ในหัวขบคิดไว้แล้วว่าหากจบงานนี้เมื่อไหร่เขาจะล้างมันออกทันที ปิ่นปักผมมากมายระโยงระยางบนหัวของเยว่ซินจนเขาแถบจะหงายหลังด้วยความหนัก

 

               "เจ้าเอาออกหน่อยได้หรือไม่"

 

               เยว่ซินเอ่ยเสียงอ่อนหวังว่าพวกนางจะอ่อนโยนแต่ก็ไม่เลย พวกนางทำเพียงเหลือบตามอง ยกยิ้มอ่อนหวานมาให้จนเยว่ซินคล้ายเห็นเหล่าหญิงชราที่กำลังแต่งตัวให้หลานสาวก็มิปาน

 

               "มิได้หรอกเจ้าค่ะอี๋เหนียง ในค่ำนี้ทุกผู้คนต่างแต่งตัวโอ่อ่าแถมคนยังเยอะอีกด้วย หากอี๋เหนียงไม่แต่งองค์ทรงเครื่องเกรงว่าจะไม่เป็นที่สะดุดตาเอานะเจ้าคะ"

 

               เยว่ซินทำเพียงยิ้มขบคิดอยู่ในใจว่าตอนนี้เขานั้นช่างน่ากลัว มิมีทางที่จะไม่เด่นอย่างแน่นอนหากกลัวว่าเฟยหลงจะหาเขาไม่เจอละก็พวกนางคงคิดตื้นเกินไปแล้ว

 

               "เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด"

 

               "เจ้าค่ะ"

 

               คนงามคล้ายเหนื่อยหน่ายกับการโต้วาทีกับพวกนาง เยว่ซินนั่งลงยอมให้พวกนางถักเปียผมของเขา ยาวลงไปถึงกลางหลัง ทุกช่องว่างของเปียผมถูกแต่งเติมด้วยดอกท้อสีทองสวยงามช่างเขากับดวงตาของเยว่ซินเสียเหลือเกิน

 

               อาภรณ์ราชทานมาถึงแล้ว เพียงไม่นานก็ถูกสวมใส่บนตัวเยว่ซินทันที ชุดราชทานนั้นถูกแบ่งเป็นห้าส่วน ส่วนแรกเป็นเสื้อตัวในสีขาวบาง ส่วนที่สองเป็นเสื้อตัวกลางมีสีแดงเลือดหมูมีพู่ห้อยออกมาจากอกเสื้อเล็กน้อย ส่วนที่สามคือเสื้อตัวนอกมีสีน้ำตาลอ่อนไม่มีลวดลายแขนเสื้อกระชับไม่ระย้าถึงพื้น ส่วนที่สี่เป็นเสื้อตัวนอกมีสีน้ำตาลเข้มชายเสื้อตั้งแต่ในออกมาออกมาถึงปลายเท้าถูกปักด้วยลวดลายวิจริตสีทอง ชายอาภรณ์ตัวนอกปักดิ้นผีเสื้อกำลังโบยบินพอขยับกายคล้ายบันดาลให้มันมีชีวิตขึ้นมา และส่วนที่ห้าเป็นเสื้อคลุมหนังสัตว์ขนฟูสีดำภายในแลภายนอกสีแดงสด

 

               เมื่อทุกส่วนมาประดับบนร่างกายของเยว่ซินแล้วก็กล่าวได้คำเดียวเพียงแค่ว่าเหมาะสมยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก คล้ายชุดนนี้ออกแบบมาเพื่อเยว่ซินโดยเฉพาะหากแต่เยว่ซินเองก็ขัดใจกับใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มจนเกินไป

 

               "งดงามมากเจ้าค่ะอี๋เหนียง ช่างเป็นบุญตาข้านัก"

 

               นางในห้องเครื่องผู้หนึ่งกล่าว

 

               "ข้าก็คิดอย่างเจ้า ถือว่าโชคดีอย่างยิ่งที่องค์เหนือหัวทรงโปรดให้พวกเรามาถวายอาภรณ์แก่อี๋เหนียง"

 

               นางในห้องเครื่องคนที่สองเอ่ย

 

               "หากอี๋เหนียงมิได้มีสามีแล้วเกรงว่าคนทั้งแคว้นคงตามเกี้ยวตามขื่อไม่หยุดหย่อนเป็นแน่"

 

               นางในห้องเครื่องคนที่สามกล่าวออกมาด้วยความชินปาก เพื่อนทั้งสองผู้ของนางนิ่งเงียบจ้องหน้านางนิ่งๆคล้ายตักเตือน นางคนที่สามคล้ายรู้ตัวรีบละลักละล่ำขอโทษขอโพยเยว่ซินเป็นการใหญ่

 

               "ขออภัยเจ้าค่ะอี๋เหนียง! เป็นข้าเองที่ปากพล่อย โปรดอี๋เหนียงอภัยให้ข้าน้อยผู้นี้ด้วย"

 

               อีกฝ่ายว่าก่อนที่จะก้มลงหมอบกราบด้วยกายสั่นเทา ยกมือขึ้นประสานกันเหนือหัวพูดขออภัยซ้ำไปซ้ำมา เยว่ซินที่เห็นแล้วก็ระอาใจ พูดเพียงเท่านี้เหตุใดเขาต้องขุ่นเคืองด้วย

 

               "ลุกขึ้นเถิด ข้ามิได้โกรธรเคืองอันใดเจ้า"

 

               เยว่ซินขยับกายเล็กน้อย ก้มลงประคองร่างของสตรีชราให้ลุกขึ้นดีๆ สภาพเสื่อมโทรมของร่างกายที่มาพร้อมกับอายุขัยไม่ใช่เรื่องเล่น การที่นางคุกเข่าลงไปอย่างนั้นข้อเข่าของนางอาจจะเสื่อมได้เยว่ซินยังไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งต้องเจ็บป่วย

 

               “พอเถิดๆ พาข้าออกไปได้แล้ว”

 

               “เจ้าค่ะอี๋เหนียง”

 

               นางในห้องเครื่องทั้งสามขานรับพร้อมกันก่อนที่จะค่อยๆประคองเยว่ซินออกไปจากห้องบรรทม ใบหน้าขาวโพลนดเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าบ่าวไพร่ สีหน้าหลากหลายปรากฏแก่ครรลองสายตาจนเยว่ซินนึกขบขัน

 

               คนพวกนี้คงจะไม่เคยเห็นเขาแบบนี้สักเท่าไหร่ อย่าว่าแต่พวกบ่าวเลย ตัวเยว่ซินเองก็ยังไม่เคยประทิณโฉมหนักขนาดนี้

 

               “รถม้ารอรับข้าหรือยังหลีจวิน”

 

               “เรียนอี๋เหนียง รถม้ามารอรับท่านแล้วขอรับ”

 

               หลีจวินและหลีหมิ่นเปลี่ยนคำเรียกขานเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น มันเป็นเช่นนี้เพราะตัวเยว่ซินต้องการแบบนั้นหากอยู่ภายในเรือนก็ให้เรียกว่าคุณชายหากออกไปข้างนอกก็ให้อีกฝ่ายขานเรียกเขาด้วยยศฐา ดวงตาสีท้อจ้องมองหนึ่งหญิงหนึ่งชายที่มีดวงหน้าคล้ายกันอยู่เจ็ดส่วน

 

               “เช่นนั้นก็ไปกันเถิด หลีหมิ่นเจ้าช่วยแจ้งแก่เหล่าขันทีด้วยว่าให้มาพานางทั้งสามไปพักในที่ของนางเสีย”

 

               “เจ้าค่ะ”

 

               บุรุษสูงโปร่งก้าวออกจากเรือนเร้นราตรีของตนตามหลีจวินที่แต่งกายด้วยชุดสีขาว ทรงผมถูกจัดแต่งให้ดูดีขึ้นมาก กล่าวได้ว่าอีกฝ่ายคล้ายคุณชายในตระกูลผู้ดีก็มิปาน เยว่ซินอดที่จะยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นเด็กน้อยในวันนั้นเติมใหญ่จนร่างกายสมบุรุษแถมอีกฝ่ายยังสูงกว่าเขาอยู่หลายส่วน

 

               “เจ้าหล่อเหลานะหลีหมิ่น หากเป็นเช่นนี้อีกไปนานข้าคงได้เป็นพ่อสื่อให้เจ้าเข้าสักวัน”

 

               “อี๋เหนียงกล่าวเกินไปแล้ว”

 

               หลีจวินที่ถูกหยอกล้อหยุดชะงักก้มหน้าก้มตาตอบนายท่านของตน ซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อของตนเอาไว้ เยว่ซินที่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็หัวร่อออกมาแผ่วเบาเป็นฝ่ายเดินนำอีกฝ่ายไปที่รถม้าแทนแต่ก่อนจะถึงรถม้าก็ไม่ลืมที่จะแวะลำธารน้ำแถวป่าไผ่ก่อน

 

               “อี๋เหนียงแวะลำธารทำไมหรือขอรับ”

 

               เยว่ซินไม่ได้เอ่ยตอบอีกฝ่ายทำเพียงถอดชุดคลุมออกและกวักน้ำล้างหน้าตนเองทันที หยดน้ำสีใสบัดนี้ขุ่นมัวด้วยแป้งสีขาว เยว่ซินทำอย่างนั้นอยู่หลายครั้งหลีจวินเองที่เห็นก็กระจ่างขึ้นมาในทันที บ่าวคนสนิทเข้าไปช่วยถืออาภรณ์สูงค่าของอีกฝ่ายช่วยดึงปิ่นปักผมสีทองระโยงระย้าออก จากหัวที่เคยเรียบตึงสวยงามบัดนี้ยุ่งเหยิงจนหมดสภาพ

 

               “เจ้าถักผมให้ข้าใหม่ได้หรือไม่”

 

               เจ้าของใบหน้างามไม่ได้หันไปหาอีกฝ่าย เขาหยิบคันฉ่องที่สั่งทำขึ้นเพื่อพกพาติดตัวมาส่องใบหน้าแทน พินิจอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้าพอใจเมื่อดวงหน้าของตนนั้นไม่ขาวโพลนอีกแล้ว มีเพียงแต่สีชมพูอ่อนๆจากเปลือกตาและริมฝีปากเท่านั้น ในทำนองเดียวกันเยว่ซินก็แก้ผมของนายตนออกโดยวางดอกไม้ที่ประดับเส้นผมอย่างเบามือ

 

               “บ่าวทำได้ขอรับ”

 

               แม้จะเป็นบ่าวชายหากแต่ถ้าเป็นถึงคนสนิทก็จักต้องเรียนเรื่องพวกนี้เฉกเช่นเดียวกับอิสตรี หลีจวินจึงไม่มีท่าทีติดขัดอันใดอีกทั้งยังถักเปียออกมาอย่างสวยงาม ประดับดอกท้อกลับคืนเมื่อพินิจผลงานของตนได้ครู่ก็เอ่ยบอกแก่นายท่านทันที

 

               “เสร็จแล้วขอรับ นายท่านจะให้บ่าวปักปิ่นอันนั้นด้วยหรือไม่”

 

               “เอาเลย”

 

               เยว่ซินยื่นปิ่นที่มังกรขาวที่เขาสวมใส่แต่เช้าให้อีกฝ่าย รอเพียงครู่หลีจวินก็ปักเสร็จในตอนนั้นหลีจวินและเยว่ซินจึงได้ออกเดินทางไปยังรถม้าเสียที

 

               เมื่อมาถึงรถม้าก็เป็นเช่นเดิมขันทีสองนายทำความเคารพเยว่ซิน พาเยว่ซินขึ้นรถม้าอย่างระวังก่อนที่จะหอตะบึงไปสู่เมืองหลวง ผ่านไปเพียงไม่นานขันทีผู้ควบคุมม้าก็แจ้งแก่เขาว่าจะต้องขึ้นเกี้ยวไม้ต่อเพื่อเข้าไปถวายศักดิ์ต่อหน้าฮ่องเต้ เยว่ซินเองก็มิได้ขัดข้องอันใดเขาก้าวขึ้นเกี้ยวไปผ่านหลังบ่าวจากวังหลวงผู้เป็นสะพานขึ้นไปนึกสงสารพวกเขาอยู่ในทีแต่ก็จำใจต้องก้าวเหยียบพวกเขาเพื่อก้าวเข้าไปในจุดที่สูงกว่า

 

               เกี้ยวของเยว่ซินใช้คนแบกเพียงสี่คน ข้างซ้ายมีหลีจวินเดินตามอยู่ ข้างขวามีขันทีนายหนึ่งเขาได้ยินหลีจวินพูดคุยกับอีกฝ่ายก็จับใจความได้ว่าขันทีนายนี้เป็นองครักษ์ส่วนพระองค์แต่เพราะเข้ามาใหม่จึงยังไม่ได้เข้าไปมีหน้าที่มากนัก

 

               ชายร่างกายกำยำสี่คนแบกเยว่ซินในเกี้ยวไม้ไปอย่างรวดเร็ว เพียงหนึ่งก้านธูปก็ถึงลานกว้างซึ่งบัดนี้ถูกประดับประดาให้โอฬารมากกว่าเดิม เสียดนตรีคลอไปตามสายลม ทางด้วยซ้ายเป็นร้านขายของของเหล่าแม่แค่พ่อค้าต่างๆ ด้านขวานั้นเป็นการประลองวัดระดับฝีมือกันเล่นๆหลายวง มีการพนันขันต่อกันอยู่จนกลายเป็นภาพคุ้นตา ตรงกลางประลองมีแท่นพระที่นั่งมากมายตั้งอยู่ เมื่อเยว่ซินเลิกผ้าม่านออกก็แลเห็นร่างขององค์ชายและองค์ฮองเต้แคว้นอื่นกำลังนั่งประจำที่ของตน

 

               อะไรกันนี้เขามาเป็นคนท้ายหรอกรึ!!

 

               เยว่ซินตกใจเพราะเมื่อทอดมองไปตามที่นั่งแล้วเขาก็เห็นเหล่าผู้สูงศักดิ์ต่างนั่งกันแล้ว องค์ฮ่องเต้ของแคว้นเฉิน แคว้นเจียง แคว้นเว่ยและแคว้นหยางต่างนั่งในระดับเดียวกันโดยมีฮ่องเต้แคว้นหยางอยู่ตรงตำแหน่งกลางและใกล้ๆก็มีฮ่องเต้แคว้นเล็กอยู่อีกสามแคว้น

 

               รองลงมาก็เป็นเหล่าองค์รัชทายาทของแต่ละแคว้น ลงมาอีกนิดก็เป็นองค์ชายของแต่ละแคว้นพร้อมด้วยองค์หญิง ส่วนข้างล่างก็เป็นที่ของเหล่าบ่าวไพร่ นางสนมที่ได้เข้าร่วมนั้นจะนั่งอยู่ข้างหลังผู้เป็นสามีของตนถึงแม้จะเบียดเสียดไปหน่อยก็ตาม แต่พวกนางก็พยายามที่จะชะเง้อมองหน้าชายงามนอกจากสามีตนอย่างสนอกสนใจ

 

               ความประหม่าก่อตัวขึ้นเมื่อเยว่ซินเห็นว่าเขาต้องลงไปคำนับฮ่องเต้ทั้งเจ็ดแคว้นท่ามกลางสายตาหลายสาย แต่จะทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อเยว่ซินมาเป็นคนท้ายเอง...

 

               ร่างของบุรุษรูปงามก้าวลงจากเกี้ยวอย่างสวยงาม ดวงตาสีทองอร่ามคล้ายผลท้อดึงดูดหลายชีวิตให้ต้องหยุดจ้องมอง ท่าทีหยิ่งยโสแลถือทระนงตนนั้นช่างเป็นที่เข้าตาขององค์ชายจากหลายแคว้นหากนั้นไม่ใช่เพราะหยกประจำกายอีกอันที่ผูกอยู่ข้างเอวแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็นคนของผู้ใด

 

               เยว่ซินก้าวเดินไปอย่างสง่างามหยุดลงกลางทางเดินที่เป็นจุดรวมสายตา เขาพยายามอย่างมากที่จะข่มความประหม่าและตื่นเต้นเอาไว้ คนงามยอบกายเคารพผู้เป็นใหญ่แห่งแผ่นดินตน

 

               “ขอทรงประเจริญหมื่นๆปี หมื่นๆปี”

 

               เมื่อเคารพผู้เป็นเอกบุรุษแห่งแคว้นหยางเสร็จเยว่ซินก็สะลัดความนอบน้อมออกทันที เขายืนขึ้นตัวตรงยกมือประสายอยู่ระดับใบหน้ายอบกายเล็กน้อยทำความเคารพองค์จักรพรรดิแคว้นเคียงกัน

 

               “คำนับองค์รัชทายาทแคว้นโจว คำนับฮ่องเต้แคว้นเฉิน.........คำนับฮ่องเต้แคว้นอ้าย ขอทรงพระเจริญหมื่นๆปี หมื่นๆปีพะยะค่ะ”

 

               เยว่ซินยอบกายเป็นครั้งสุดท้าย นึกปวดข้อเข่าขึ้นมาเมื่อต้องยอบกายเคารพหลายต่อหลายครั้ง เจ้าหรานฮ่องเต้แคว้นหยางที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยตัดบทให้อีกฝ่ายได้นั่งพักผ่อน

 

               “มากพิธีไยอนุเยว่ นั่งลงพักผ่อนเสียเถิด การร่ายรำจะเริ่มขึ้นแล้วเจิ้นคาดว่าเจ้าจะต้องอารมณ์ดีขึ้นอย่างแน่นอน”

 

               เยว่ซินขานรับรู้ค่อยๆเดินเยื้องย่างไปนั่งข้างหลังเฟยหลงอย่างวางทวงท่า เขาเริ่มอยากจะถอดเสื้อผ้าพวกนี้ออกแล้วนอนแผ่หลาบนตั้งเตียงของเขาเสียแล้วสิ เยว่ซินเดินใจลอยไปพร้อมกับความคิดไม่ได้ทันสังเกตมู่หรงที่นั่งอยู่เคียงข้างเฟยหลง

 

               เมื่อนั่งลงยังที่ของตนในตอนนั้นเองเยว่ซินจึงสัมผัสได้ถึงสายตาสองสายที่จับจ้องมายังตน หนึ่งเป็นของมู่หรง สองเป็นของสนมอิงที่นั่งอยู่ข้างกายตน ใบหน้านางถูกประทิณโฉมจนขาวโพลนไม่ต่างจากเยว่ซินเมื่อหลายชั่วยามก่อน

 

               “คำนับพระสนมอิง”

 

               “กองไว้ยังที่ของเจ้าเถิด”

 

               เยว่ซินหน้าตึงมองนางด้วยสายตานิ่งเรียบก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้มหวานให้นาง ใบหน้างดงามผินไปอีกทางแต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มู่หรงนั้นมองมายังตนพอดี หากจะพูดให้ถูกคืออีกฝ่ายมองเยว่ซินตั้งแต่ก้าวลงจากเกี้ยวแล้ว

 

               “เจ้างามมาก...”

 

               อีกฝ่ายพูดออกมาแผ่วเบานัยน์ตาสีครามยังคงจับจ้องดวงหน้าของเยว่ซินไม่เลิก เยว่ซินที่ทั้งได้ยินได้เห็นรู้สึกคันยุบยิบในใจอย่างบอกไม่ถูก เลือกที่จะไม่สนใจอีกฝ่ายแลมองไปที่นั่งข้างหลังของมู่หรงแทน ที่นั่งพวกนั้นว่างเปล่าไม่มีผู้ใดมาจับจอง คล้ายมู่หรงจะรู้สึกตัวอีกฝ่ายกระแอมไอมองหน้าเยว่ซินก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างจริงจัง

 

               “ข้ายังไม่ได้ตบแต่งผู้ใดเป็นภรรยา เจ้าอย่า...”

 

               “ภรรยา สามีเคยเตือนเจ้าไว้แล้วไม่ใช่หรือ”

 

               ครานี้ไม่ใช่เสียงของมู่หรงหากแต่เป็นเสียงของเฟยหลงที่นิ่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นกับเยว่ซิน ดวงตาสีน้ำสมุทรมองมายังเยว่ซินอย่างต้องการสื่อว่าหากมากไปกว่านี้คำขู่ของอีกฝ่ายจะกลายเป็นเรื่องจริง

 

               “ขอรับ/เจ้าค่ะ”

 

               เยว่ซินหันไปมองพระสนมอิงท่านที พระสนมอิงก็เช่นกัน เยว่ซินนั้นมั่นใจมากว่าเฟยหลงสนทนากับตนเองแต่มิรู้ว่าหญิงข้างๆตนกำลังคิดอะไรอยู่ พระสนมอิงเองก็คงคิดไม่ต่างจากเขาอีกฝ่ายมองมายังเขาอย่างต้องการจะกินเลือดกินเนื้อ

 

               อะไรของนางกัน มีปากมีตาไว้จิกกัดคนอื่นหรืออย่างไร

 

               เยว่ซินนึกระอาอยู่ในทีหันกลับไปมองยังลานประลองเบื้องหน้าที่บัดนี้มีร่างของนางรำมาแสดงลวดลายหวังให้มีองค์ชายสักองค์ถูกใจพวกนางและรับอุปการะ เยว่ซินใช้เวลานั้นอย่างเพลิดเพลินจนล่วงเลยไปกว่าชั่วยาม แม้จะมีบ้างที่ต้องทนฟังพระสนมอิงพูดจิกกัด หรือต้องทำเป็นเมินมู่หรงที่ชวนตนสนทนาไม่หยุด

 

               “เจิ้นเบื่อหน่ายยิ่งนัก”

 

               จู่ๆผู้เป้นใหญ่ของแผ่นดินก็เอ่ยออกมาขัดจังหวะการดีดพิณของนางผู้หนึ่ง นางคนนั้นทำเพียงยิ้มโง่งมส่งให้องค์ฮ่องเต้ วางมือลงทันทีไม่กล้าดีดต่อด้วยกลัวว่าองค์ฮ่องเต้จะสั่งตัดมือนางเสีย

 

               “เพลงของเจ้าช่างไร้ความไพเราะ อารมณ์ของเจ้าก็ช่างจืดจาง เจิ้นเบื่อ”

 

               เพียงเท่านั้นร่างของนางก็ถูกขันทีพาออกไป เยว่ซินเห็นอกเห็นใจนางอย่างยิ่งนางเพียงแค่กลัวเลยไม่มีอารมณ์ร่วมกับบทเพลงเพียงเท่านั้น ดวงตาสีท้อจดจ้องไปยังพิณไม้หลังงามที่ถูกขัดเงาจนวาววับแต่มันก็ยังไม่งดงามเท่าพิณไม้หลังโปรดเขาหรอก

 

               “เยว่ซินเจ้าลงมาแสดงฝีมือสักหนึ่งบทเพลงได้หรือไม่”

 

               “เกรงว่า..”

 

               “นี้มิใช่คำขอร้อง”

 

               เยว่ซินมองใบหน้าตามอายุของบุรุษเอกแห่งแคว้น นึกคาดโทษอีกฝ่ายไว้ในใจก่อนที่จะลุกขึ้นคำนับอีกฝ่ายและลงไปประจำที่พิณไม้หลังงาม

 

               “เจิ้นจะรอฟัง”

 

               เยว่ซินเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจให้แก่เหล่าองค์ชายทั้งหลาย รวมไปถึงเฟยหลงด้วยเช่นกันจะมีเพียงมู่หรงเท่านั้นที่เขาหุบยิ้มแถบจะทันทีเมื่ออีกฝ่ายมองมาทางตนอย่างสนุกสนาน

 

               เพลงทำนองเศร้าถูกบรรเลงไปเรื่อยๆ เยว่ซินดึงอารมณ์ทั้งหมดใส่ลงไปกับมันถึงแม้จะไม่ใช่เพลงโปรดแต่ก็ถือว่าเป็นเพลงที่เยวซินชอบอยู่ บทเพลงคลอไปตามสายลมคล้ายกำลังทำให้ทุกชีวิตหยุดกระทำ  ทุกอย่างเพื่อฟังเสียงของมัน

 

               เยว่ซินร้องเพลงคลอเคลียไปด้วยอย่างแผ่วเบา เพลงที่เขาเลือกนั้นคือตงซือ เป็นเรื่องของหญิงอัปลักษณ์ผู้หนึ่งที่อยากสวยงามจนคิดว่าท่าทางการหยิ่งยโสจะเป็นที่รักใคร่ในสายตาของผู้ใหญ่ นางเรียนวิธีการประทิณโฉมหมดทุกรูปแบบ หากแต่ความอัปลักษณ์บนใบหน้านางนั้นก็ช่างเป็นแผลในใจที่เหวอะหวะของนาง จนสุดท้ายนางจึงเลือกจบชีวิตตนเองลงพร้อมกับบทเพลงสุดท้ายของนาง

 

               ช่างเป็นผู้หญิงที่โง่งมแต่ในขณะเดียวกันก็น่าสงสารจับใจ...

 

               เมื่อบทเพลงจบคล้ายกับผู้คนจะได้สติ ฮ่องเต้แคว้นหยางลุกขึ้นจากพระที่นั่งก้าวลงมาหาเยว่ซินเอ่ยชมอีกฝ่ายพร้อมกับมอบจอกน้ำชาให้อีกฝ่ายด้วยความชมชอบ

 

               “ไพเราะยิ่ง ไพเราะจนเจิ้นอยากมอบชาถ้วยนี้ให้แก่เจ้า รับมันไว้เถิดถือเป็นสินน้ำใจจากเจิ้น”

 

               เยว่ซินส่งยิ้มไปให้อีกฝ่ายรับถ้วยชานั้นแล้วดื่มมันทันที ก่อนจะยอบกายคำนับแล้วขอตัวไปเก็บพิณไม้หลังนี้ อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำให้เยว่ซินผิดหวังแต่อย่างใดยอมเปิดทางให้เยว่ซินเป็นอย่างดี

 

               “ขอบพระทัยพะยะค่ะ”

 

               คล้อยหลังออกมาจากลานประลองเยว่ซินก็วางพิณไม้หลังงามลง รีบวิ่งออกไปบริเวณป่าทันทีเขาล่วงคอออกจนสำรอกออกมา ดงตารื้นไปด้วยน้ำตาแต่เยว่ซินก็ยังไม่พอใจ เขาล่วงคอตนเองอีกรอบทำอย่างนั้นสามครั้งก่อนที่จะพยายามมองหาแหล่งน้ำที่สะอาดที่สุด เมื่อเจอแล้วเขาก็ไม่รอช้ารีบกรอกเข้าปากตนเองทันที พยายามดื่มเข้าไปเร็วจนไปสำลักออกมาอีกครา ทำอยู่สองรอบจนมั่นใจเยว่ซินจึงล้างปากแล้วผละออกมาแต่ก็ต้องตกใจเมื่อแผ่นหลังของเขาชนกับอะไรบ้างสิ่ง

 

               “....”

 

               “....”

 

               เยว่ซินจ้องมองบุรุษด้านหลังด้วยความนิ่งเงียบเช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ไม่เอ่ยวาจาใดออกมา จนกรทั่งเยว่ซินมีท่าทีจะผละออกไปอีกฝ่ายถึงได้รั้งตัวเอาไว้

 

               “เจ้ารู้ได้อย่างไร”

 

               เยว่ซินรู้ได้อย่างไรว่าในชาถ้วยนั้นมีพิษหมื่นแมงมุมอยู่


ยามซวี[15]

-19.00-20.59

 

..............................................

สวัสดีค่ะ จันทร์จ้าวเองงง

 

มาแล้วๆ แล้วเราจะได้รู้กันว่าแท้จริงแล้วพี่มู่เป็นคนยังไงและจะได้รู้ด้วยว่าตกลงน้องมีอะไรซ่อนอยู่ในตัว สำหรับเรื่องที่น้องมีนิสัยครึ่งๆกลางแบบนี้อยากจะให้ทุกคนลองนึกนะคะว่าถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์แบบน้องจะรู้สึกยังไง

 

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากนะคะ พอมีคนอ่านเยอะจันทร์ก็ดีใจและก็ยิ่งมีแรงบันดาลใจให้พัฒนางานเขียนให้ดีกว่าเดิม ขอบคุณทุกๆคนนะคะ

 

*ยังไม่ได้แก้คำผิด*

 

#อนุภรรยา

              

 

              

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 876 ครั้ง

1,006 ความคิดเห็น

  1. #981 j.thurr (@lucky16) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 23:52
    ทางนี้คิดว่าไม่พอใจฮ่องเต้เลยโกงคออ้วก โว้ย 55555555555
    #981
    0
  2. #904 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 13:40
    อ้าว งี้ฮ่องเต้ก็รู้น่ะสิว่าชามียาพิษอ่ะ โห สงสาร
    #904
    0
  3. วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 23:51
    ขอโทษที่คิดว่าไม่อร่อยจนต้องคายทิ้ง5555555
    #849
    1
    • #849-1 GOT-MarkBam (@Angle-2358) (จากตอนที่ 13)
      22 ตุลาคม 2562 / 09:29
      5555 ชอบความคิดมากเลยค่ะ น่ารักมาก
      #849-1
  4. #799 Mayahara HiBird Stella (@mayahara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 17:31
    วิจิตร*
    #799
    0
  5. #690 NoeynoeyEiei (@NoeynoeyEiei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 11:26
    สนุกค่าา
    #690
    0
  6. #653 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:13
    เอาแล่วววว
    #653
    0
  7. #619 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:18
    เนี้ย กลับมาใหม่ไฉไลกว่าเดิม รู้ทันแล้ว! ส่วนใครวางยาก็ไม่รู้
    #619
    0
  8. #561 aim42404 (@aim42404) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 11:31
    ใครวางยาน้อง!!!!
    #561
    0
  9. #534 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 02:09
    ลุ้นมากกกกกก
    #534
    0
  10. #492 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 13:16
    ลูกเราโดนวางยาพิษ
    #492
    0
  11. #464 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 20:43

    อ้าว! แล้วทำไมฮ่องเต้ถึงให้น้ำชาจอกนั้นล่ะ? จะฆ่ากันรึ?

    #464
    0
  12. #360 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:19
    ลูกฉันเก่ง
    #360
    0
  13. #342 wipada_nummark (@wipada_nummark) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 09:18
    อ่านไปอ่านมาไม่เข้าใจแถมงงๆกะเนื้อเรื่อง
    #342
    0
  14. #124 mamooki (@mamooki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:51
    สุดยอดดดดด นิยายดีมากๆๆๆ เป็นกำลังใจให้นะคะะะ
    #124
    0
  15. #121 สานิสา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 11:22

    รรอนะคะ

    #121
    0
  16. #119 chunjoe780 (@chunjoe780) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 10:12
    รอๆๆๆๆ
    #119
    0
  17. #112 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 19:14
    พี่มู่น่ารักเลิกกับผัวเอาเท่าไหร่แม่คนงาม ล้วงคอจะช่วยได้เหรองง
    #112
    0
  18. #110 IKTSUMU_DOKI (@queenza035) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:29
    สนุกมากๆค่ะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วว
    #110
    0
  19. #103 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 12:48
    ต้องหย่าแล้วงานนี้

    ไม่งั้นงานนี้มี3พีแน่หรือ4ดี

    ไม่ๆ เอาพี่มู่คนเดียว
    #103
    0
  20. #102 Spwdsr (@misumint40) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:15

    สินน้ำใจ ไม่ใช่ศีลน้ำในนะ
    #102
    0
  21. #101 vivivenus (@vivivenus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:47
    ฮ่องเต้ ร้ายงั้นเหรอ
    #101
    0
  22. #100 toeymikooo (@toeymikooo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:36
    พ่ออยากลองใจลูกตัวเองรึเปล่า
    #100
    0
  23. #99 lost-death (@lost-death) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:55
    มู่หรงหรอ หรือเฟยหลงอะ แต่พวกนี้น่าจะออกจากงานมายาก ใครอะใครๆๆๆ
    #99
    0
  24. #98 Jiberita (@Jiberita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:36
    ใครตามมาอ่ะ
    #98
    0
  25. #97 phantom (@narak-naka-kuki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:09
    ใครทำน้อง!!
    #97
    0