อนุภรรยาขององค์รัชทายาท[Yaoi/BL]

ตอนที่ 1 : บทเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,549 ครั้ง
    24 ส.ค. 62

               กาลอดีตอันแสนห่างไกล ถูกเวลาทับถมจนให้หลงลืม แต่ตัว เยว่ซิน ยังคงจำความรู้สึกแสนหอมหวานของอ้อมกอดที่ตระกรองกอดตนด้วยความรัก  ความเสน่หาและความอ่อนโยน หากแต่มันก็อยู่ได้ไม่นานอย่างใจนึกเมื่อโรคร้ายนำพาสู่ตน เปลี่ยนรูปร่างสง่างามดุจเทพเซียนเป็นอ้วนตุ้ยนุ้ย ขยับขยายจนมิน่ามองจะเดินไปทางใดก็ย่อมลำบาก

 

               ในตอนนั้นเป็นเยว่ซินเองที่โง่งมคิดว่าผู้เป็นสามีจะรักตนที่ภายในหาใช่ภายนอกดั่งที่เสียงของพวกบ่าวไพร่คอยนินทา หากแต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อผู้เป็นสามีมิได้สนใจตนอีกเมื่อร่างกายเป็นเช่นนี้ เวลาล่วงเลยผ่านไปนับสามปีที่มิเคยได้รับการใส่ใจดูแล เยว่ซินทั้งพยายามที่จะลดส่วนเกินออกจากร่างกายแต่ไฉนโรคร้ายกับเพิ่มพูนจนเป็นเขาเองที่มิกล้าเยื่องย่างออกนอกเรือนของตน

 

               ในใจคิดปลอบตนว่าผู้เป็นสามีคงมิว่างมีเวลามาสนใจเพราะติดราชกิจของแผ่นดิน แต่พลันหูไม่รักดีได้ยินเหล่าบ่าวไพร่พูดถึงพระสนมคนใหม่ที่ผู้เป็นสามีตนตกแต่งขึ้นหิ้ง ดูแลรักษาปานเครื่องเพชรพลอยล่ำค่า

 

               ราวกับว่าเยว่ซินเห็นเป็นตนเองในอดีตที่ผู้เป็นสามีก็เคยทำกับตนเช่นนี้ น้ำตาสีใสไหลนองหน้า ใจบีบรัดราวกับจะขาดให้ได้เสียตรงนั้น เบื้องหน้าเขาคืองานพิธีใหญ่โตโอฬาร มีขุนนางมากมายมาร่วมยินดีแก่หวงไท่จื่อ[1]และแม่ทัพสตรีแกร่งเพียงหนึ่งเดียวของสนามรบแห่งแคว้นหยาง

 

               ทุกอย่างดูเป็นไปอย่างมีความสุข เยว่ซินที่ยามนี้แขนขาใหญ่โต ดวงหน้าที่เคยเรียวรูปไข่งดงามคล้ายมีซาลาเปาลูกใหญ่ถูกยัดอยู่สองข้างแก้ม มิชวนมองเท่าใดนัก เขาทำได้เพียงมองงานรื่นรมทั้งน้ำตานองหน้า มิกล้าออกไปขัดขวางความสุขของสามี มิใช่ว่าจะไม่รู้ว่าเวลาตลอดหลายปีตั้งแต่ที่ตนเป็นโรคร้าย สามีเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างแต่ก็พยายามปลอบใจที่บอบช้ำด้วยถ้อยคำที่ค้างคาอยู่ในใจไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกไปให้ผู้ใดได้ยิน

 

               เขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะเอ่ยออกไปว่าท่านพี่ยังรักน้องอยู่ ท่านพี่เพียงตกแต่งนางเพราะผลประโยชน์เท่านั้น

 

               แต่นั้นก็ราวกับคนเพ้อเจ้อ ช่างฝันเมื่อความจริงก็ประจักษ์อยู่แก่ครรลองสายตา

 

               “นายท่าน อย่าร่ำไห้ไปเลยนะเจ้าคะ อย่างไรเสียท่านเฟยหลงย่อมรักท่านเพียงผู้เดียว”

 

               ถ้อยคำโป้ปดชวนให้เชื่อจากบ่าวรับใช้คนสนิท หน้าตางดงามรูปร่างอรชรสมเป็นสตรีนาม หลีหมิ่น ไม่ได้ช่วยทำให้จิตใจของเยว่ซินดีขึ้นเพียงนิด หาไม่มันกลับตอกย้ำความรู้สึกลึกๆของตนที่ว่าตนนั้นคงถูกทิ้งแล้วเป็นแน่

 

               “อย่างไรเสีย นายท่านของบ่าวก็งามที่สุด นายท่านอย่าได้ร่ำไห้ไปเลยขอรับ”

 

               เสียงออกแข็งกร้าวของบ่าวรับใช้คนสนิทอีกคนพูดขึ้นทันทีหลังจากผู้เป็นแฝดน้องพูดจบ หลีจวิน บ่าวชายเพียงคนเดียวที่ผู้เป็นสามีทรงอนุญาตให้อยู่ใกล้ชิดตน

 

               พลันนึกถึงก็ยิ่งปวดร้าว จิตใจราวถูกดึงทึ้งอย่าน่าหวาดหวันว่าจะตายเสียให้ได้ ไม่มีคำพูดใด ๆหลุดออกมาจากนายของแฝดทั้งสอง พวกเขาทั้งสองพี่น้องรู้ดีว่านายท่านของพวกเขาเจ็บปวดเพียงใด คะนึงหาผู้เป็นสามีเพียงใด พวกเขาย่อมรู้ดี

 

               มิใช่มิเคยเห็น มิใช่มิเคยรู้ ว่านายท่านของตนแอบร่ำไห้อยู่บ่อยครั้ง บางคืนยามราตรีก็จะออกมาจ้องมองสระบัวท่านกลางแสงจันทร์ แต่พวกบ่าวอย่างพวกเขาสองพี่น้องก็ทำกระไรมิได้ ทำได้เพียงเอ่ยปลอบนายตนไปเท่านั้น

 

               “อย่าโป้ปดแก่ข้าอีกเลย หลีหมิ่น หลีจวิน พวกเจ้าก็เห็นอยู่แก่ครรลองว่าสามีของข้ามีความสุขเพียงใดเมื่อได้อยู่กับหญิงผู้นั้น มิมีสิ่งใดเลยที่บอกว่ามิคู่ควรกัน”

 

               ยิ่งพูดราวกับยิ่งเอาเข็มทิ่มแทงตนเองให้ตายลงช้า ๆ เยว่ซินพาร่างใหญ่โตของตนเองไปยังตั่งนอนค่อยๆหลับตาลงและเอนกายลงกับตั่งพร้อมหัวใจที่บีบรัด พลันจู่ ๆก็เจ็บแปลบหัวใจอย่างรุนแรง เยว่ซินอยากจะร้องออกมาแต่เพราะสิ่งใดไม่อาจรู้ เขาจึงทำได้เพียงแต่อ้าปากค้างพยายามกอบโกยลมหายใจเข้าร่างกายตนให้มากที่สุด

 

               ราวกับกำลังจะตายทั้งเป็นเยว่ซินขาดอากาศหายใจลงช้า คล้วเป็นภาระให้ผู้อื่นต้องเดือดด้รับการใส่ใจดูแลๆ พร้อมกับความเจ็บที่หัวใจราวกับมันฉีกขาดไปแล้ว กลิ่นเลือดลอยเข้าจมูกจางๆ ประสาทสัมผัสไม่รับรู้อะไร อย่างสุดท้ายที่พบเห็นมีเพียงภาพของบ่าวคนสนิททั้งสองที่ตาลีตาเหลือกเขย่าร่างเขาราวกับคนขาดสติ

 

               เยว่ซินอยากจะขำออกมาให้ดังเท่าที่จะดังได้ ขนาดก่อนตายก็ยังไม่แคล้วเป็นภาระให้ผู้อื่นต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ในใจนึกขอโทษขอโพยบ่าวทั้งสองที่สร้างความตกใจและเดือดร้อนให้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆปิดเปลือกตาลงช้า ๆพร้อมกับใบหน้าของสามีที่ลอยมาหลอกหลอนยันก่อนตาย

 

               ทำอย่างไรข้าถึงจะเลิกรักท่านได้กัน...?

 

.....................................................................................

 

               “โง่เง่าเสียจริง!!

 

               พลันลืมตาหลังความตายได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป[2]ก็ถูกขว้างปาแจกันลายวิจริตสวยงาม ลวดลายนกกระเรียนคลอเคลียกับคู่รักของมันผ่านใบหน้าไปอย่างฉิวเฉียด สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เยว่ซินเป็นอย่างดี ดวงตาสีดอกท้อเบิกกว้างอย่างตกใจผงะถอยหลังไปเสียหลายก้าว

 

               “เจ้าเป็นถึงหลานขององค์เง็กเซียน เหตุใดถึงได้โง่งมโง่เขลาปานวัวควายเช่นนี้!! บัดซบ”

 

               ไม่ว่าเปล่าชายชราตรงหน้าสถบถ้อยคำหยาบคายเต็มหน้าเขาอย่างจัง ทั่วทั้งห้องก้องกังวานไปด้วยเสียงก้นด่า เยว่ซินที่พึ่งฟื้นจากความตายงงงวย สีหน้ามีความตื่นตระหนกและความหวาดหวั่นจนสร้างอารมณ์โทสะให้แก่ผู้เฒ่าตรงหน้า

 

               “ทะ ท่านคือผู้ใดกัน เหตุใดทำตัวหยาบคายเช่นนี้”

 

               “เจ้านี้! ไอหลานเนรคุณ คำพูดแรกของเจ้าก็ด่าข้าเสียแล้ว”

 

               เยว่ซินอยากตอบกลับไปเหลือเกินว่าคำพูดแรกของอีกฝ่ายก็ด่าเขาเช่นกันแต่ก็ทำได้เพียงพูดอยู่ในใจ

 

               “เหอะ ข้ารึก็มีศักดิ์เป็นปู่ของเจ้า ส่วนเจ้าก็เป็นหลานของข้า”

 

               เยว่ซินมองชายชราด้วยความงงงวยอายุยี่สิบปีหนาวไม่เคยรับรู้ว่าตนเองมีปู่ มิเคยรับรู้ว่ามารดาและบิดาตายเพราะเหตุใด รู้เพียงแต่ว่าหลังจากมารดาคลอดตนก็ฝากฝังตนไว้กับเถ้าแก่โรงน้ำชาแห่งหนึ่งและออกเร้นกายท่องยุทธภพไปกับบิดา

 

               ทิ้งตนไว้เหมือนเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ

 

               “คิดเช่นนั้นไปไย หากเจ้ารู้ว่ามารดาเจ้าจำต้องทิ้งเจ้าตั้งแต่ยังอ้อแอ้ด้วยเหตุใดเจ้าคงไม่คิดเช่นนี้แต่ช่างเถิดยังไม่ถึงเวลาของเจ้า”

 

               “ข้างงไปเสียหมดแล้ว เท่าที่ข้าจำความได้ ตัวข้าพึ่งลาโลกไปมิใช่หรือเหตุใดจึงยังไม่ไปปรโลกเล่า”

 

               เยว่ซินสอบถามอีกฝ่ายด้วยเสียงอ่อนน้อมตามนิสัยของตน เยว่ซินมิใช่คนโง่ เขาย่อมเข้าใจว่ายามนี้ตนต้องไม่ได้อยู่ในยุทธภพเป็นแน่แต่ก็มิได้อยู่ปรโลกเช่นกัน ดวงตาเรียวสวยมองสำรวจทั่วห้องที่ตนอยู่ ห้องนี้ถูกตกแต่งด้วยสีขาวตัดสีทองดูโอฬาร ภายในห้องถูกจัดอย่างเรียบร้อยเรียบง่าย มีของน้อยชิ้น กลางห้องมีโต๊ะหินอ่อนสีขาวกับไหเหล้าชั้นดีอยู่สองไห

 

               “เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ เจ้าอยู่บนที่พำนักขององค์เง็กเซียน เหตุที่เจ้ายังมิไปปรโลกนั้นเป็นเพราะชะตาของเจ้ายังไม่ถึงยมโลกจึงถีบส่งเจ้ากลับมายังบ้านเกิดที่แท้จริง”

 

               แม้เยว่ซินจะตระหนกตกใจที่ยามนี้ตนได้อยู่บนที่พำนักของผู้เหนือใต้หล้าแต่เขาก็ยังคงมีสติและพยายามสำรวมกิริยา ถามหาเหตุผลให้ได้มากที่สุด

 

               “ก่อนเจ้าจะซักไซร้ถามข้า นั่งลงเสียก่อนเถิด”

 

               เยว่ถิงยกมือขึ้นคำนับขอบคุณ ก่อนที่จะเยื้องย่างไปยังโต๊ะหินอ่อนก็พบว่าตนนั้นมิได้อ้วนท้วมอีกต่อไป ตัวเขาเบาราวกับขนนนก เรียวร่างสมกับเป็นบุรุษสง่างามแม้จะเอ่ยว่าเป็นชายชาตรีอย่างสมบูรณ์ไม่ได้แต่ก็ไม่ได้อ้อนแอ้นดั่งสตรี

 

               “รบกวนท่านแล้ว”

 

               เยว่ซินยกยิ้มบางอย่างที่ชอบทำก่อนที่จะนั่งลงและเอ่ยถามสิ่งที่ตนสงสัยทันที”ที่ท่านกล่าวว่าท่านเป็นท่านปู่ของข้า นั้นเป็นจริงหรือ”

 

               ชายชราที่กำลังรำสุราดอกท้อคล้ายชะงักก่อนจะกระแทกจอกเหล้าลงโต๊ะแรงๆ”เจ้าคิดว่าเทพเซียนอย่างข้าพูดปดโป้ได้ด้วยหรืออย่างไรเจ้าเด็กนี้”

 

               แม้น้ำเสียงจะคล้ายโมโหหากแต่กระแสอารมณ์ที่อีกฝ่ายส่งมากลับกลายเป็นความเอ็นดูจนเยว่ซินอดยิ้มรับไม่ได้”หากเป็นเช่นนั้นคงลำบากท่านปู่ตอบคำถามข้าแล้ว”

 

               เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าจะตอบอะไรเยว่ซินจึงถามต่อ”ท่านปู่ ที่ท่านว่าข้ายังชะตาไม่ขาดนั้นหมายความว่าอย่างไร”

 

               “ฮืม นั้นหมายความว่าเจ้าต้องกลับไปใช้ชีวิตในร่างเดิมอย่างไรเล่า เจ้ามันโง่งมตรอมใจตายเพียงเพราะสามีไปมีภรรยาใหม่ บัดซบยิ่ง!

 

               เยว่ซินเพียงยิ้มรับไม่ได้ตอบรับอะไร พลันจู่ๆในใจก็ปวดร้าวขึ้นมาอีกคราแต่ก็เพียงครู่เท่านั้น”ข้าคงโง่งมจริงอย่างที่ท่านปู่ว่า”

 

               “เจ้าคงไม่รู้หลานเอ๋ย ยามเจ้าสิ้นลมมีคนๆหนึ่งใจจะขาดตายตามเจ้าอยู่แล้ว จงกลับไปใช้ชีวิตอย่างที่เจ้าควรใช้เสียเถิด”

 

               เยว่ซินส่งเสียงครางคล้ายสงสัยในลำคอ คนๆหนึ่ง? คนผู้ใดกัน หลีหมิ่นกับหลีจวินหรือ หากเป็นสองคนนี้ย่อมเป็นไปได้อย่างยิ่ง

 

               “หากแต่ท่านปู่ ข้ามิอยากกลับไปอีกแล้ว ข้ามิอยากกลับไปเจ็บปวดเพราะเขาอีกแล้ว มันทรมานเหลือเกิน”

 

               นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริก ร่องรอยความร้าวรานปรากฏแก่ครรลองสายตาของชายชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนชินชา ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ทำได้เพียงส่งเสียงเฮอะอยู่ภายในลำคอก่อนที่จะหยิบโอสถสีเหลืองทองออกมายื่นให้แก่เยว่ซิน

 

               “ดื่มโอสถนี้เสียแล้วเจ้าจะลืมเลือนความรู้สึกนั้น และจงกลับไปใช้ชีวิตให้ถึงบั้นปลายของเจ้า จงกลับไปแก้ไขมัน อย่าได้ทำให้เสียเปล่า”

 

               คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่พอใจแต่กลับแฝงไปด้วยความห่วงใยเหลือล้นจนเยว่ซินอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมามากกว่าเดิม”แล้วโรคร้ายของข้าเล่าท่านปู่”

 

               ท่านปู่ยกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจก่อนที่จะหยิบลูกกลอนสีฟ้าเข้มออกมาถุงหนึ่ง มีประมาณสิบเม็ดเห็นได้ก่อนที่จะอธิบายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจเป็นที่สุด

 

               “ยาลูกกลอนนี้ข้าคิดค้นขึ้นมาอย่างยากลำบากด้วยเพราะต้องใช้ขนของพญาหงษ์ฟ้าและใช้เลือดของมังกรนิทราพันปีมาหลอมรวมกันและบิดคั้นหยดเลือดออกมากลั่นกรอง ผสมเข้ากับถ่านหินที่อยู่ใต้ท้องของปีศาจจิ้งจอกจึงได้ออกมาเป็นเม็ดยาลูกกลอนนี้ หากเจ้ากินครบเพียงวันละหนึ่งเม็ดมิขาดตกบกพร่อง ร่างกายเจ้าจะหายขาดแข็งแรงและมีพละกำลังมาก อีกทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณนวลอีกด้วย”

 

               ว่าจบท่านปู่ก็ยกมือตีอกอย่างภาคภูมิใจและเอ่ยกำชับเขาอีกครา”แต่เจ้าจำต้องจำเอาไว้ เจ้าต้องกินทุกวันให้หมดสิบวันจึงจะออกไปพบผู้คนได้ หากเจ้าให้ผู้ใดได้พบเห็นยาลูกกลอนนี้จะเป็นดั่งยาพิษคราชีวิตเจ้าอย่างช้าๆ แต่มิต้องกังวลหากผู้ที่พบเจ้าแล้วเจ้ามิได้ต้องการจะพบพิษนี้จะมีผลกับอีกฝ่ายแทน”

 

               เยว่ซินพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะมองโอสถและลูกกลอนในมืออีกครา พลันจู่ๆก็เกิดความสงสัยอย่างสุดท้ายก่อนที่ตนจะต้องไป”ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร คือผู้ใดกันแน่”

 

               น้ำเสียงของเยว่ซินสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความไม่แน่ใจ ในบางทีนี้อาจจะเป็นความฝันที่เขาสร้างมาเพื่อหลอกตนเองก็ได้

 

               “สงสัยกระไรให้มากความ คำตอบจะกระจ่างเมื่อถึงเวลาอันสมควร เจ้ามิต้องกังวลไป ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปแล้วดื่มโอสถนี้เสียแล้วหันหลังให้ข้า”

 

               เยว่ซินยอมทำตามอย่างว่าง่ายเขาดื่มโอสถนี้จนหมดก่อนที่จะค่อยๆหันหลังให้ท่านปู่ แม้ในใจจะสงสัยแต่ก็มิอยากตอแยถามให้มากความอีก พลันจู่ๆแรงถีบส่งอันมากมายก็ดันร่างเขาตกลงจากท้องนภาก่อนที่เปลือกตาของเขาจะค่อยๆหลับลง

 


หวงไท่จื่อ[1]

-ผู้เป็นองค์รัชทายาท  เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์จักรพรรดิคนต่อไป 


หนึ่งก้านธูป[2]

-หรือหนึ่งเค่อ มีเวลาเท่ากับ15นาที

..............................................................

 

สวัสดีค่ะ จันทร์จ้าวเองนะคะ^^

               อย่างแรกเลยขอชี้แจงก่อนนะคะว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาจะเหยียดคนอ้วนหรืออะไรนะคะ หากแต่ทำให้ใครไม่พอใจต้องขออภัยจริงๆค่ะ จันทร์เองอยากจะแต่งแนวนี้ดูแต่ก็ไม่รู้ว่าจะแต่งยังไงเรื่องนี้เลยเป็นเรื่องแรก ภาษาอาจจะโก๊ะเกิ่นๆไปบ้าง ขออภัยด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องคำผิดเดียวจันทร์จะมาแก้ให้ค่ะ

 

ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมออกด้วยเน้อ

 

#อนุภรรยาอ้วน

              



              


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.549K ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #986 zezeuiaz (@zezeuiaz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 13:43
    เป็นการส่งกลับที่นุ่มนวลมาก :)
    #986
    0
  2. #955 bloodTae (@bloodTae) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 21:21
    ปู่..ถีบหลานทำไมมมม
    #ปู่ผู้เก้วกราด
    #955
    0
  3. #945 SRKM2E (@HairmitonZe) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 01:35
    ถีบจิงดิ ท่านปู่ววววว
    #945
    0
  4. วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 05:46
    น่าสนใจ
    ถึงฆาต ไม่ใช่ขาด และ เพิ่ง กับ พึ่ง แยกใชเด้วยนะคะ
    #937
    0
  5. #927 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 13:01
    เดี๋ยวๆท่านปู่ นั่นหลานเองงง
    #รุนแรงจริง 555+
    #927
    0
  6. #868 NJ NK (@EyENiPa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 17:47
    ชอบภาษามากเลยค่ะ
    #868
    0
  7. #790 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:27
    เริ่ดจริงงง
    #790
    0
  8. #735 bunnyblink (@bunnyblink) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 23:24
    เริ่ดดด
    #735
    0
  9. #714 overager (@overager) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:32
    ภาษาสวยค่ะ <3
    #714
    0
  10. #710 litrlons (@litrlons) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 02:56
    ยอดเยี่ยมกะเทียมดอง
    #710
    0
  11. #682 NoeynoeyEiei (@NoeynoeyEiei) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 23:52
    สงสารรร
    #682
    0
  12. #654 The Dreamer (@star03) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:25
    แอบเสียดายที่ไม่ได้อ่านตอนสู้กับความรู้สึกหรือตอนสืบหาวิธีขจัดโรคร้าย แบบนี้ดูง่ายๆจังค่ะ นอกนั้นภาษาดีมาก
    #654
    0
  13. #607 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 19:39
    ใครเสียใจนะ
    #607
    0
  14. #595 alittletigerp (@firstlylifu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:31
    ใครคือคนที่เสียใจจจจ
    #595
    0
  15. #552 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:41
    ตอนแรกอ่านอินโทรแล้วดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ พอลองเข้ามาอ่านบทแรกดู เราว่าโอเคเลยอ่ะ ดูมีเบื้องลึกเบื้องหลังดี ขอแค่นายเอกไม่โง่งมในรักเกินไปก็พอ เดี๋ยวไปอ่านต่อค่าา
    #552
    0
  16. #520 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 00:22
    น่าสนใจๆๆๆ
    #520
    0
  17. #478 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 10:42
    อยากรู้ๆๆๆว่าน้องตายแล้วใครเสียใจอ่ะ
    #478
    0
  18. #460 Gian098 (@Gian098) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 12:40
    รึ=หรือ บางที่ก็อ่านขัดๆกัน&#128514;&#128514;&#128514;
    #460
    0
  19. #419 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 19:58

    มึผัวผิด คิดจนตัวตายจริงๆ

    #419
    0
  20. #384 0994051829 (@0994051829) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:44
    โฮส่วนผสมของยา เอาสะไม่กล้ากินเลย
    #384
    0
  21. #349 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:33
    ใครที่เสียใจน๊า^^
    #349
    0
  22. #336 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:42

    ท่านสามีไรนั้นพระเอกมั้ยเนี่ย

    #336
    0
  23. #329 มานาบุ (@soysuwannoon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 20:17
    น่าจะเปลี่ยนเขาเป็นนางนะ คิดถึงนิยายวายเลย หรือว่าใช่?
    #329
    0
  24. #304 rung_rungthip (@rung_rungthip) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 15:48
    องค์เง็กเซียนไม่ได้ถีบลงมาใช่ไหม
    #304
    0
  25. #284 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 14:40
    องค์เง็กเซียนผู้ยิ่งใหญ่มารยาทงามปานนั้นคงไม่ถีบหลานตกจากสวรรค์หรอกเนอะ ต้องเข้าใจผิดไปเองแน่ๆ 5555555
    #284
    0