หลวนหลง 欒龙

ตอนที่ 42 : บทที่ 36 องค์หญิงน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    2 พ.ย. 60





36

องค์หญิงน้อย

 



 

               “องค์รัชทายาทเป็นเช่นไรบ้างเพคะ”นางถามอีกคนที่เข้ามาหานาง องค์ชายสาม


               หลังจากที่องค์ชายแปดเรียกให้ตามหมอหลวง เขาก็รีบพาพี่ชายของตนกลับทันที และให้มี่ฮวาอยู่ที่นี่เพื่อรอองค์ชายสักคนมารับไปเยี่ยมองค์รัชทายาท


               “พี่ใหญ่คงเครียดจากเรื่องในวังน่ะ พี่มาเรื่องจะมาบอกเจ้า..” 

 


 

               “ข้า..เป็นองค์หญิง...” มี่ฮวานิ่งไปเมื่อได้ทราบข่าวจากองค์ชายสาม ผูหยางเหยี่ยนทำเพียงพยักหน้าคล้ายว่าจะปล่อยให้นางจมอยู่กับห้วงความคิดของนาง


               นางเพียงหวังว่าจะได้เจอบิดามารดาที่แท้จริง...


               พวกเขาเป็นถึงฮ่องเต้และฮองเฮาแห่งแคว้นอันเกรียงไกร..


               จริงอย่างที่เหลียนเอ๋อร์บอกทุกประการ นางมิได้โกหก...


               “จากหลักฐานที่หน่วยข่างกรองรวบรวม แน่นอนว่าไม่มีทางพลาด” สายตาของชายหนุ่มอ่อนแสงลงเมื่อมองร่างบางเบื้องหน้า “เจ้าเป็นน้องน้อยของพวกข้าจริงๆ”


               ความอบอุ่นแล่นผ่านเข้าสู่หัวใจดวงน้อยของมี่ฮวาอย่างเชื่องช้า ครอบครัว...ที่นางฝันหามาตั้งแต่น้อยกำลังจะเป็นจริง  หยาดน้ำใสเริ่มคลอหน่วยที่ดวงตากลมโต นางมิได้ฝันไป


               “หลังจากนี้ เจ้าก็มีพี่ชายเพิ่มขึ้นอีกแปดคน มีเสด็จพ่อ เสด็จแม่”


               “เจ้าค่ะ...” มี่ฮวาคลี่ยิ้มออกมา ดวงตาของนางมองผ่านเขาไปยังด้านหลัง ที่มีหญิงสาวร่างบางสวมชุดสีขาวอยู่ เหลียนเอ๋อร์...นางกำลังมองมี่ฮวาด้วยสายตาเศร้าสร้อย...


               “เช่นนั้นพี่ขอตัวก่อน...มีธุระในวังมากมายหลังจากนี้เป็นแน่..” องค์ชายสามกล่าวแล้วลุกออกไปจากศาลา

เหลียนเอ๋อร์ยังคงมองนางอยู่เช่นเดิม

 

 





               “เจ้า...จะหายไปงั้นหรือ” มี่ฮวาเปิดปากถามร่างบางที่ยังคงยืนนิ่ง  เหลียนเอ๋อร์ทำเพียงพยักหน้ารับ


               “ขอโทษด้วยที่ครั้งก่อนข้า...”


               “ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ” นางยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ “เจ้า...ไม่หายไปมิได้หรือ”


               ...


               มีเพียงความเงียบระหว่างนางและเหลียนเอ๋อร์ มี่ฮวามองหญิงสาวร่างบางอย่างสงบนิ่ง  นางเริ่มสะอื้นไห้ นั่นทำให้เซียนสาวที่ยืนนิ่งอยู่รีบรุดเข้ามาหาอย่างรีบร้อน


               “อย่าร้องสิมี่ฮวา ข้าเห็นเจ้าร้องไห้บ่อยเกินไปแล้ว เห็นตั้งแต่เด็ก” เหลียนเอ๋อร์ยกมือขึ้นปาดน้ำตา แต่ทว่ามันกลับผ่านทะลุร่างบางที่ร้องไห้ตรงหน้า


               นั่นทำให้เหลียนเอ๋อร์นึกขึ้นได้...นางมิใช่มนุษย์..และนางกำลังจะหายไป


               “ข้าจะไปตามท่านหลวนหลง เจ้าอยู่ตรงนี้เล่า”


 




 

               “ใคร?” ชายหนุ่มถามเมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนแอบตามเขาและจ้องมองเขาอยู่ เขาหันหลังกลับไปมองแต่กลับพบเพียงแต่ความว่างเปล่า หืม?


               กลิ่นนี้...


               มี่ฮวา!


               “ขอบใจเจ้า” หลวนหลงพูดเสียงแผ่ว นั่นทำให้ร่างโปร่งใส่ที่ยืนอยู่ยิ้มรับเล็กน้อย

 




 

               โชคชะตาของมี่ฮวา...สมหวังแล้ว


               หมดหน้าที่ของข้า...


               ขอบคุณที่เห็นข้า ขอบคุณที่รับฟังข้า ขอบคุณที่เป็นห่วงข้า


               หากภายภาคหน้าได้พบกันอีก...ก็คงดี


               ลาก่อนมี่ฮวา...จิวชี่...  องค์ชายใหญ่..


               หากข้าหายไป  ความเหงา ความโดดเดี่ยวของข้าก็คงจะหายไปตาม  นั่นก็ดีแล้ว...


               ข้าจะได้ไม่เหงาเสียที...

 

 




               “รัชทายาทอาการเป็นเช่นไรบ้าง” สุรเสียงเคร่งเครียดเอ่ยถามหมอหลวงที่ตรวจอาการ องค์รัชทายาทหลับไปสองชั่วยามแล้ว


               เขายังมิฟื้น


               “ทูลฝ่าบาท องค์รัชทายาทเพียงพักผ่อนไม่เพียงพอกอปรกับความเครียดที่สะสมมาพ่ะย่ะค่ะ”


               “อืม..ไปได้” หมอหลวงทำเพียงค้อมคำนักแล้วออกจากวังขององค์ชายใหญ่ ผู้เป็นใหญ่ของแผ่นดินลูบไหล่ปลอบภริยาที่จับมือคนที่นอนหลับมิยอมปล่อย “เดี๋ยวลูกก็ฟื้น..เจ้าอย่าเป็นห่วงจนป่วยไปอีกคนเล่า”


               “เพคะฝ่าบาท...”ฮองเฮาตอบเสียงแผ่วจ้องมองหลานชายที่รักดังลูกมิยอมคลาดสายตา มือบางอีกข้างลูบศีรษะขององค์ชายใหญ่อย่างรักใคร่ “น้องน้อยของลูก นางยังมีชีวิต ลูกต้องตื่นมาพบนาง...”


               “...”


               “อย่าโทษตัวเองอีกเลยหรงเอ๋อร์...” ฮองเฮาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “มี่ฮวา...ตามมี่ฮวามา..”

 

 



 

               ข้ากำลังร้องไห้  เหลียนเอ๋อร์...นางจากไปแล้ว  เมื่อหมดสิ้นหน้าที่ของนางนางก็ต้องจากไป และนางก็ทำให้ข้ามาอยู่ในร่างของกระต่ายฮวาเอ๋อร์ ทำให้ข้าได้เจอกับหลวนหลง ทำให้ข้าได้พบเจอกับครอบครัวที่แท้จริง


               แม้นางจะทำให้ชีวิตของข้าวุ่นวาย..แต่ข้าพอเข้าใจ


               ว่าสวรรค์เกลียดนางเหลือเกิน...



               “อย่าร้อง..มี่เอ๋อร์” พี่หลงที่รีบเข้ามาหาข้าไม่นานหลังจากที่เหลียนเอ๋อร์บอกว่าจะไปตามเขา  เหลียนเอ๋อร์นางมิได้เกลียดข้า “มีคนกำลังมา”


               “ฮองเฮาเรียกตัวคุณหนูและคุณชายให้ไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ” หลวนหลงพยักหน้ารับแล้วปล่อยให้นางกำนัลกลับไป


               “เช็ดน้ำตาเสียมี่เอ๋อร์ น้ำตาไม่เหมาะกับเจ้า” เขานำผ้าเช็ดหน้าที่พกไว้ออกมาแล้วเช็ดน้ำตาให้ข้า


               ข้า...จะไม่ร้องไห้


               “พี่ว่าน้ำตาของเจ้ามากกว่าเมื่อครู่เสียอีกมี่เอ๋อร์”



               “ฮวาเอ๋อร์ เจ้าทราบข่าวแล้วใช่ไหม” หลังจากที่ข้าเข้ามาในวังขององค์รัชทายาท ทำความเคารพกับฮองเฮาพร้อมกับพี่หลง ฮองเฮาก็เข้ามาพยุงตัวข้าขึ้นแล้วพาให้ไปเยี่ยมองค์รัชทายาท  เขายังคงหลับตาอยู่ หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ



               คล้ายกับเขา...ไม่อยากตื่นมาพบความความจริง...


               “ขออภัยเจ้าค่ะ” มี่ฮวาเอื้อมไปจับมือของชายหนุ่มที่นอนหลับเอาไว้ บีมมืออย่างแผ่วเบา “พี่ใหญ่ น้องน้อยกลับมาหาท่านแล้ว...ได้โปรด”


               คล้ายกับว่าเขารับรู้ถึงเสียงของนาง..นิ้วมือข้างนั้นกระตุกอย่างแผ่วเบาแต่คนที่จับอยู่กลับรู้สึกได้


               “พี่ใหญ่ เอ่อ...องค์รัชทายาทคงรับรู้แล้วเจ้าค่ะ” นางหันไปหาฮองเฮา “เขาบีบมือฮวาเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

               มี่ฮวาคลี่ยิ้มให้ฮองเฮาที่อยู่ตรงข้ามกับนาง คนตรงหน้าที่เป็นมารดาแห่งแผ่นดินและมารดาที่แท้จริงของนางกำลังปาดน้ำตาสะอื้นไห้อย่างเงียบๆ สายตามองไปที่หลวนหลงที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังแล้วยิ้มบางให้เขา


               นึกถึงเรื่องราวที่ถูกแทงคราวก่อน จนเดินทางมาถึงที่แคว้นเลี่ยง นับว่านางบ้าบิ่นพอสมควรที่เดินทางมาไกลหลายลี้เพราะจากคำบอกเล่าขององค์ชายทั้งสาม  









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,171 ความคิดเห็น