|TH| p r i m r o s e ; my happiness, my endless summer.

ตอนที่ 1 : ผมขโมยรถของเจ้านาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 เม.ย. 62








 

 

ผมนอนไม่หลับ ได้แต่พลิกตัวไปมาบนฟูกเก่า ๆ ในห้องพักของคนสวนจนผ้าปูเตียงยับยู่ยี่ไปหมด และนี่ไม่ใช่คืนแรก

ผมนอนไม่ค่อยหลับมาหลายต่อหลายคืนแล้ว เพราะผมเอาแต่คิดถึงคำพูดของเธอ

เราหนีไปจากที่นี่กันเถอะ

นั่นคือสิ่งที่พริมโรส วินเซลบอกผมเมื่อหลายวันก่อน หลายวันเสียจนดูเหมือนว่าเธอจะลืมไปแล้วว่าตัวเองพูดอะไรออกมา แต่ผมก็ไม่โทษเธอหรอก เพราะคุณหนูพริมโรสเป็นเด็กสาววัยสิบสี่ปีผู้น่าสงสารที่เพิ่งเสียพ่อไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว และดอริส วินเซลผู้เป็นแม่ก็พยายามหาพ่อคนใหม่ให้เธอตั้งแต่สองเดือนแรกที่เสียสามีไป

ผมรู้ว่าผมไม่ควรคิดถึงเรื่องพวกนี้ ไม่ควรเก็บคำพูดของเธอมาใส่ใจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สมองของผมว่าง ผมก็จะเริ่มมองหาช่องทาง และโอกาสจากสิ่งต่าง ๆ เพื่อวางแผนถึงหนทางที่จะพาคุณหนูหนีออกไปจากที่นี่ ผมพยายามสลัดมันทิ้งทุกครั้ง แต่สุดท้ายแล้วมันก็กลับมาหาผมอีก

คุณวินเซลคงจะผิดหวังในตัวผม หากว่าท่านยังมีชีวิตอยู่

ในตอนที่ผมเริ่มรู้สึกง่วงจวนจะหลับอยู่รอมร่อ เสียงหนึ่งนอกหน้าต่างห้องก็ทำให้ผมสะดุ้ง

ผมลุกขึ้นนั่ง และจ้องมองไปที่เสียงกุกกักทางหน้าต่าง ซุ่มเสียงที่ไม่น่าไว้ในในยามวิกาลแบบนี้กระตุ้นให้ผมคิดหาอาวุธมาป้องกันตัว แต่เมื่อไตร่ตรองดูอีกทีแล้ว มันก็น่าแปลกไม่น้อยที่โจรจะงัดเข้ามาในห้องพักโทรม ๆ ของคนรับใช้ แทนที่จะเป็นคฤหาสน์หลังโตที่อยู่ถัดไปไม่กี่ก้าว

แสงไฟจากเสาไฟในสวนหลังบ้านส่องเงาร่างยาวยืดทาบลงมาบนกระจกอันขุ่นมัวที่มีรอยแตกจากลูกเบสบอลที่พุ่งเข้ามาใส่เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ถึงแม้จะคิดว่าห้องนอนของผมไม่น่าตกเป็นเป้าหมายของขโมยขโจร แต่ผมก็ไม่สามารถขจัดความกังวลออกไปได้อยู่ดี และเสียงลากกระถางต้นไม้ก็ดังครืดคราดชวนให้ขนแขนของผมลุกชัน

ผมได้แต่มองดูการเคลื่อนไหวนอกหน้าต่างที่ขุ่นมัวจนไม่สามารถเห็นวิสัยทัศน์ด้านนอกได้ และไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร หรือมีเจตนาอย่างไร ผมก็ตัดสินใจเคลื่อนตัวออกไปจากเตียงช้า ๆ มือเอื้อมฝ่าความมืดไปที่กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างประตูห้อง

แต่ก่อนที่มือของผมจะเอื้อมไปถึงวัตถุเพียงชิ้นเดียวในห้องที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ หน้าต่างก็เปิดผางออก กระเป๋าใบหนึ่งถูกโยนเข้ามาในห้อง ตามด้วยเสียงตุ๊บของร่างคน

ผมเกือบร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่ร่างนั้นวิ่งเข้ามาปิดปากผมไว้ก่อน

ชู่ว์เสียงของคุณหนูพริมโรสนั่นเอง จุดไฟเร็วเธอกระซิบเสียงดุ และเมื่อเธอมั่นใจแล้วว่าผมจะไม่แหกปากอีก เธอก็ลดมือลง ผมรีบเดินไปจุดไฟที่ตะเกียงบนโต๊ะข้างหลังผม เมื่อหันกลับไปมองคุณหนูพริมโรส ผมก็เห็นเธอจ้องมองขึ้นมาที่ผม ก่อนจะชูพวกกุญแจขึ้นมาขับรถให้ฉันที

ผมได้แต่ยืนนิ่งด้วยความรู้สึกสับสนระคนแปลกใจ และต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่จนกระทั่งสามารถหาเสียงที่หายไปจนเจอ คุณหนูจะไปไหนครับ?” ผมถามด้วยความรู้สึกโง่เง่า

ไปจากที่นี่เธอกระซิบ เร็วเข้าสิ!

ผมสะดุ้ง ไม่ได้นะครับ และรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัวเหมือนคนเป็นไข้ ผมทำไม่ได้

ฉันไม่ได้ขอร้องนะรอย นี่เป็นคำสั่งคุณหนูพริมโรสจ้องมองผมด้วยดวงตาแข็งกร้าวจนทำให้ผมขนลุกซู่ ก่อนจะเดินผ่านผมไปที่ตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่ปลายฟูกเก่า ๆ อันเป็นที่พักหลับนอนของผมมาตลอดเวลาที่อยู่ที่คฤหาสน์วินเซล เธอโยนเสื้อผ้าของผมออกมา (ซึ่งผมก็มีอยู่ไม่กี่ตัวหรอก) คว้ากระเป๋าที่อยู่บนหลังตู้ลงมา แล้วยัดของใส่ลงไปโดยไม่ถามความเห็นจากผมเลยสักคำ

ผมก็ได้แต่มองเธออยู่อย่างนั้น มองดูแสงเทียนที่ตกกระทบผมหยักศกของเธอซึ่งถูกมัดรวบด้วยริบบิ้นสีส้ม เรือนผมของเธอดูเป็นสีแดงมากกว่าที่ควรจะเป็น และผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนไหนที่คำพูดได้หลุดออกมาจากริมฝีปาก

ระ... เราจะไปนานแค่ไหนครับ

ไม่มีกำหนด คุณหนูพริมโรสตอบโดยไม่หันมามองผมเลยแม้แต่น้อย ความมุทะลุ บุ่มบ่ามของเธอช่างน่าประทับใจ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกครั่นคร้ามในเวลาเดียวกัน

ถ้าเราออกไปจากที่นี่ เราจะอยู่รอดไม่ถึงวันโดยปราศจากเงิน –

นายคิดว่าอะไรอยู่ในกระเป๋าฉันกันล่ะ

ตาของผมเบิกกว้างอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อนึกถึงวิธีที่เธอเอามันมา แต่คุณหนูไม่ได้สนใจว่าผมจะคิดอะไร เธอโยนกระเป๋าเป้เก่า ๆ มาให้ผม และผมก็รับมาอย่างแม่นยำโดยสัญชาตญาณ เพราะตอนนี้ผมกำลังตัวแข็งทื่อ และหัวใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ

ไปกันเถอะ คุณหนูพริมโรสเดินไปหยิบกระเป๋าถือที่เธอโยนเข้ามาในห้องผม ก่อนจะเดินมาคว้าข้อมือผม มือของเธออ่อนนุ่มราวกับปุยฝ้าย และนวลเนียนผิดกับผิวกลำแดดกลำฝนของผม ชั่วพริบตา สัมผัสจากเธอก็ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจ และคลายความกังวลออกไปจนหมด ผมเดินตามเธอไปอย่างง่ายดายเดินเบา ๆ หน่อยสิคุณหนูหันมากระซิบบอกผม

ผมทำตามอย่างห้ามไม่ได้ เพราะการทำตามคำสั่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผมไปเสียแล้ว ก่อนจะหันกลับไปมองประตูห้องพักของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้มันจะเก่า และทรุดโทรมไปบ้าง แต่ผมจะไม่มีวันลืมเลยว่ามันเคยให้ความอบอุ่นในยามฝนพรำ หรือหิมะตก และมันจะเป็นที่พักพิงที่ดีที่สุด จากชายผู้มีเมตตาที่สุดในชีวิตของผม

เมื่อออกมาจากบริเวณบ้านพักคนงานแล้ว สายลมหอบหนึ่งก็พัดมาทักทายผม มันเย็นเสียจนขนแขนของผมลุกชัน คืนนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น แม้จะเข้าใกล้ฤดูร้อนแล้ว แต่สภาพอากาศของประเทศอังกฤษนั้นแปรปรวนไม่ต่างจากอารมณ์ของผู้หญิง พื้นใต้รองเท้าของผมนั้นแฉะเพราะฝนที่เพิ่งหยุดตกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมอยู่ตามพุ่มไม้สองข้างทางที่ผมเป็นคนตัดแต่ง เถาไอวี่เลื้อยอยู่ตามเสาแบบโรมันซึ่งเป็นเสาค้ำของหลังคาศาลาจิบน้ำชา และความมืดก็ทำให้เถาวัลย์เหล่านั้นดูคล้ายงูเสียเหลือเกิน ผมมองดูเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์ที่ผมเป็นคนปลูก ทั้งที่เป็นพุ่มสวยงามอยู่ท่ามกลางรูปปั้นต่าง ๆ และอยู่ในกระถางต้นไม้ มีทั้งดอกลิลี่ เดซี่ กุหลาบทุกเฉดสี โคลัมไบ คาร์เนชั่น กล้วยไม้หลายชนิด แอสเทอร์ ลาเวนเดอร์ และที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือ ดอกพริมโรส ดอกไม้ที่คุณวินเซลบอกให้ผมดูแลเป็นอย่างดีที่สุด

คุณหนูพาผมเดินไปที่โรงจอดรถ มันตั้งอยู่หลังคฤหาสน์หลังโตซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในความมืดของยามราตรี ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวถูกก้อนเมฆสีเทาบดบังจนเห็นเพียงแสงขมุกขมัวที่ลอดผ่านก้อนเมฆออกมาให้แสงสว่างในยามค่ำคืน ผมยืนอยู่ตรงนั้นอยู่ครู่หนึ่งอย่างคนไร้สติ จนคุณหนูต้องกระซิบบอกผมให้เปิดประตูขึ้น และช่วยยกกระเป๋าให้เธอ ผมหันไปมองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่หน้าประตูโรงจอดรถ พร้อมกับคิดว่าคุณหนูช่างเตรียมการมาดีเสียเหลือเกิน ในขณะที่ผมนั้นไม่ได้แม้แต่หยิบแปรงสีฟันมาด้วย

ผมทำตามคำสั่งของคุณหนูอย่างระมัดระวัง

รถสี่คันที่มูลค่ามิอาจประมาณได้ถูกจอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ในโรงรถที่ใหญ่กว่าห้องนอนของผมหลายเท่า ข้างในนั้นเกือบจะมืดสนิท ยังดีที่มีแสงสว่างจากเสาไฟข้างนอกส่องลอดกระจกหลายบานที่ติดอยู่รอบโรงรถ ส่องแสงสลัว ๆ อาบไล้รถเหล่านั้น ซึ่งล้วนเป็นรถของคุณวินเซล ท่านชอบรถที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา และการสะสมรถก็เป็นอีกงานอดิเรกของท่าน

ในโรงรถอันกว้างใหญ่ยังเหลือพื้นที่ว่างอีกมากมายเพื่อรอให้ผู้เป็นเจ้าของได้ซื้อรถมาสะสมเพิ่ม ทว่าท่านกลับด่วนจากไปเสียก่อน

แม้ผมจะเคยเห็นโรงจอดรถ และรถหรูหราพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ผมปาดเหงื่อออกไปจากสันกรามในขณะที่เดินตามคุณหนูไปหยุดอยู่ที่รถคาดิลแลค วี 16 ซีดาน สีแดงเลือดหมู คุณหนูเลือกได้ดีทีเดียว ผมคิด เพราะมันมีอายุแค่สองปี ซึ่งถือว่าใหม่ที่สุดในโรงจอดรถ อีกทั้งยังเป็นรถคันที่คุณวินเซลใช้บ่อยที่สุด และท่านก็รักรถคันนี้มากที่สุด มันเป็นรถคันโปรดของคุณวินเซล

นายจะยืนรอให้แม่ฉันออกมาเห็น หรือนายจะขึ้นไปบนรถแล้วพาฉันออกไปจากที่นี่เสียที?”

ผมไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าคุณหนูไม่ได้ต้องการคำตอบจากผมจริง ๆ

ผมเดินไปเปิดประตูรถให้คุณหนู ก่อนจะเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ราวกับพร้อมจะหนีไปจากที่นี่ตลอดกาล รวมถึงกระเป๋าเป้ที่เก่าจนผ้าอาจจะหลุดติดมือออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ของผมไปวางไว้ที่พื้นของเบาะหลัง แล้วอ้อมไปเปิดประตูรถให้ตัวเองที่ฝั่งคนขับ ผมเข้าไปนั่งประจำที่อย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงราวกับมันคิดว่าผมกำลังจะก่ออาชญากรรม ผมพยายามควบคุมไม่ให้มือไม้สั่นมากไปกว่านี้ แต่คุณหนูกลับดูสงบ และใจเย็นเสียเหลือเกิน

แล้วประตูรั้วล่ะครับ คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวผม พร้อม ๆ กับที่ผมหันไปมองคุณหนู แล้วเธอก็หยิบกุญแจดอกเบ้อเริ่มออกมาจากกระเป๋าถือ เมื่อเห็นอย่างนั้น ผมก็ไม่รอช้าที่จะสตาร์ทรถ

 

ผมรู้ว่าจะต้องมีคนได้ยินเสียงเครื่องยนต์ รู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงคุณนายดอริสจะสั่งให้คนออกตามหาลูกสาวคนเดียวของเธอ เธอจะต้องใจสลาย และผม คนสวนผู้ต่ำต้อย ก็คงหนีไม้พ้นจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัย

ผมคิดถึงเรื่องนั้น ในขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งจนเกือบมิด ผมไตร่ตรอง และแทบจะมองไม่เห็นทางออก แต่ผมก็ยังคงขับต่อไป เพราะผมรู้ อย่างน้อยก็โกหกตัวเองว่ารู้ถึงสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำลงไป ถึงกระนั้นผมก็ยังอดรู้สึกใจหายไม่ได้ เพราะเมื่อเราทั้งคู่ผ่านประตูรั้วสีทองที่เห็นเป็นเงาทะมึนในยามราตรีนี้ไปได้ ผมก็รู้ดีว่าผมจะไม่มีทางได้หวนกลับมาอีกเป็นแน่

แต่เมื่อผมเหลือบไปมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมก็รับรู้ได้ทันทีถึงความสุขอันเปี่ยมล้นของเธอ ใบหน้านวลเนียน และงดงามราวกับรูปปั้นไร้ซึ่งความกังวล ความรู้สึกผิด หรือความโหยหาอดีตที่อยู่เบื้องหลัง และในชั่วขณะนั้นเองที่ผมตระหนักได้ว่า ไม่มีอะไรบนโลกใบนี้ที่จะทำให้หัวใจของผมอิ่มเอิบได้มากไปกว่าการเห็นคุณหนูมีความสุขอีกแล้ว และนั่นก็เป็นเหตุพลที่เพียงพอแล้วสำหรับการตัดสินใจของผม





Cadillac V-16 Sedan By Fleetwood

 

 

วันเวลาผ่านไปเร็วซะจนเราเกือบไม่รู้ตัวแล้วว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ แต่เมื่อรู้แล้วก็อดตื่นเต้นที่จะได้เอาบทแรกมาเสิร์ฟไม่ได้ 555555

สำหรับบทแรกนั้นก็ยังไม่มีอะไรมากค่ะ แต่หวังว่าจะอ่านได้แบบเพลิน ๆ นะคะ หากมีข้อสงสัย อยากติ อยากให้แก้ตรงไหน อย่าได้เกรงใจค่ะ คอมเม้นท์มาได้เลย เราจะได้รับฟัง และนำไปปรับปรุงผลงาน โดยเฉพาะเรื่องนี้ซึ่งเป็นแนวย้อนยุค และเราต้องทำการบ้านพอสมควร

แล้วเจอกันในบทต่อไปวันเสาร์หน้านะคะ รอที่จะได้อ่านคอมเม้นท์ของทุกคนไม่ไหวแล้วว

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #4 Puryartist (@purida_black) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 09:34
    คุณหนูร้ายไม่เบา
    #4
    1
    • #4-1 M.C. Kartor (@MCKator) (จากตอนที่ 1)
      27 ตุลาคม 2561 / 10:00
      แงงง ดีใจที่มาอ่านเรื่องนี้อีกเรื่องนะคะะ ร๊ากก <3
      #4-1
  2. #3 Kurozawa Rieko (@someday-dayo3) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:10
    พระเอกแลดูเป็นผู้ชายหนิม ๆ ไปเลยจ้า ติดตามน้าาา ปิ้ว ๆ
    #3
    1
    • #3-1 M.C. Kartor (@MCKator) (จากตอนที่ 1)
      20 ตุลาคม 2561 / 22:44
      เป็นคาแรคเตอร์ในแบบที่เราไม่ค่อยได้เขียน แต่ก็รู้สึกสนุกที่ได้ลองอะไรใหม่ ๆ 55555

      ยังไงก็ขอบใจที่สละเวลาของเตงมาอ่านน้าา ดีใจจจ <3
      #3-1