ตอนที่ 5 : ความบังเอิญหรือตั้งใจ 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    18 มี.ค. 62


  เช้าวันต่อมา...

 

  ออด ออด ออด

 

  "อื้ออ..."  ใครมาตอนนี้วะ ผมยกหมอนที่กำลังนอนอยู่ขึ้นมาปิดหูตัวเองเพราะความรำคาญ คนจะนอน!!

 

  ออด ออด ออด

 

  โอ้ย!! เขาไม่ไปเปิดประตูให้ก็น่าจะรู้แล้วป่ะ ว่าเจ้าของห้องอาจจะกำลังหลับอยู่หรือไม่ก็อาจจะไม่อยู่ห้องอ่ะ กดออดอยู่นั่นแหละ ต้องเป็นไอยูคกับไอแจแน่ๆพวกมันจะต้องมาชวนผมไปเที่ยวที่ไหนสักที่แน่เพราะถ้าเป็นวันหยุดแบบนี้ไม่มีสักครั้งที่พวกมันจะไม่ชวนไปไหน แต่ขอนอนก่อนได้มั้ย!! ผมตัดสินใจที่จะไม่ไปเปิดประตู...ค่อยโทรกลับไปหาพวกมันก็ได้ ไม่ใช่อะไรขี้เกียจลุกออกจากเตียง เข้าใจอารมณ์เตียงดูดมั้ย ไม่อยากลุก!!

 

  ออด ออด ออด

 

  แต่เหมือนคนที่อยู่นอกประตูนั่นจะไม่เข้าใจเพราะยังกดออดไม่หยุดสักที...

 

  ออด ออด ออด

 

  จนเป็นผมเองที่ทนไม่ไหว...ผมตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนเพื่อที่จะไปเปิดประตู พอถึงหน้าประตูผมก็กระชากประตูให้เปิดออก พร้อมกับพูดออกไปด้วยเสียงที่ติดหงุดหงิดโดยที่ตัวผมเองไม่ได้ลืมตามองว่าคนที่อยู่หน้าประตูห้องนั้นเขาเป็นใคร ก็บอกแล้วไงว่าต้องเป็นไอยูคกับไอแจอยู่แล้ว ไม่ต้องลืมตาก็รู้?

 

  "มีอะไร!! จะชวนไปไหนอีก กูไม่ไปไหนทั้งนั้นนะ ง่วง!! จะนอน!!"  

 

  คนมาใหม่ไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ เงียบทำไมวะ ทุกทีไอยูคกับไอแจต้องช่วยกันพูดนู่นพูดนี่เพื่อที่จะให้ผมไปกับพวกมันให้ได้ แต่ครั้งนี้แปลก เพราะมันเงียบจนเกินไป ทำให้ผมลืมตามองคนที่อยู่หน้าประตูทันที

 

   "หื้ม..."  ไม่ต้องสงสัยว่าเสียงใคร มันเป็นเสียงของผมเอง ก็คนที่อยู่หน้าประตูไม่ใช่ไอยูคกับไอเเจ แต่เขาเป็น...ผมขยี้ตาตัวเอง และมองหน้าคนมาใหม่อีกครั้ง

 

  "พี่มาร์ค?"  ผมเรียกชื่อพี่เขาออกไปด้วยใบหน้าที่สงสัยเพราะตอนนี้ผมงงไปหมดแล้ว พี่เขามาห้องผมได้ไง แล้วมาทำไม มาหาผม? หรือเคาะห้องผิด บังเอิญไปมั้ง...

 

  "อืม..."  พี่เขาตอบกลับมาพร้อมกับสบตาผม แต่พี่ควรช่วยขยายประโยคของพี่ให้มันกว้างกว่านี้หน่อยได้มั้ย เช่นตอบประมาณว่าพี่มาทำไม มาหาใครหรือเคาะห้องผิดอะไรอย่างงี้ ไม่ใช่ตอบเพียง อืม... บ้ารึเปล่า

 

  "มีอะไรรึเปล่าครับ มาหาใคร?"  แล้วก็ต้องเป็นผมเองที่ถามออกไป ถ้าไม่ถามอะไรเลย คงได้แต่ยืนกันอยู่อย่างงี้แหละ ไม่รู้เรื่องอะไรกันพอดี

 

  และตอนนี้เองที่ผมพึ่งสังเกตุว่าวันนี้พี่เขาใส่แค่เสื้อยืดสีดำธรรมดาคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้ม แตกต่างจากที่เราเจอกันที่ผับเมื่อคืนเพราะเมื่อคืนพี่เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ พับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปลดกระดุมจนเห็นแผงอกและใส่คู่กับกางเกงขายาวสีดำ...

 

  ก็ยอมรับล่ะนะว่าพี่เขาหล่อมาก...ใส่อะไรก็ดูดียังกับนายแบบ แต่...ติดอย่างเดียว เสือผู้หญิงไปหน่อย ผู้ชายแบบนี้ควรอยู่ห่างๆไว้ดีกว่า...? ผมคิดกับตัวเองในใจ

 

  "ใครเป็นเจ้าของห้อง ก็มาหาคนนั้นแหละ"  พี่เขาตอบ

 

  "มาหาผม?"  ผมถามกลับพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

 

  "แล้วเป็นเจ้าของห้องรึเปล่าล่ะ ถ้าเป็นก็แสดงว่าใช่"  เอ้า...ไอนี่ กวนเบื้องล่างผมอีกแล้ว คนอุส่าห์พูดด้วยดีๆ? บอกแล้วว่าอย่าได้เจอกันอีก เจอกันก็เป็นแบบนี้ไง จะบ้าตาย...

 

  "อืมเป็น... แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ห้องนี้ แล้วมาหาผมนี่มีธุระอะไรรึเปล่า...ครับ"  ผมตอบกลับไปพร้อมกับต้องระงับอารมณ์ของตัวเองเพื่อไม่ให้ตะคอกใส่คนตรงหน้า ใจเย็นไว้แบม นิ่งไว้...

 

  "ยองแจบอก"  หื้ม...ยองแจ? เกี่ยวไรกับเพื่อนผมวะ ผมที่กำลังจะอ้าปากถามต่อ ก็ต้องหุบปากลงทันทีเพราะพี่มาร์คเหมือนจะไม่รอให้ผมได้ตั้งคำถามใหม่ พี่แกก็ตอบกลับประโยคคำถามที่สองของผมต่อทันทีว่า  "ส่วนธุระน่ะ มีแน่ แต่ตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนเถอะ แล้วหลังจากนั้นอยากถามอะไรก็ค่อยถาม เพราะตอนนี้เราน่ะ..."  พี่มาร์คไม่ได้พูดประโยคนั้นให้จบแต่พี่เขากลับมองหน้าผมแล้วเลื่อนสายตาของตัวเองมองต่ำลงมาที่ตัวผมเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตานั่นกำลังจะหยุดลงที่...

 

  พรึบ...

 

  ผมรีบเอามือปิดที่ตรงกลางลำตัวของตัวเองทันที ชิบหา...ลืมไปเลยว่าไม่ได้ใส่กกน. เพราะเวลาผมนอนผมจะใส่แค่เสื้อโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นอย่างเดียวโดยไม่ได้ใส่กกน. เหตุผลเพราะมันสบาย... แล้วอีกอย่างเวลานอนก็นอนคนเดียวไม่ได้มีใครมานอนด้วย...

 

  "หยุดมองต่ำได้แล้ว!"  ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจและรู้ด้วยว่าตอนนี้หน้าของตัวเองคงจะแดงแน่นอน ไม่ใช่แดงเพราะเขินสายตาพี่มาร์คหรอกนะ? แดงเพราะโกรธต่างหากล่ะ?

 

  พอพี่เขาได้ยินผมพูดแบบนั้นจบ ก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมทันที

 

  พอผมเห็นว่าพี่เขาไม่ได้มองต่ำที่ตัวผมแล้ว ผมก็รีบบอกพี่เขาไปว่า ขออาบน้ำแต่งตัวสักครึ่งชั่วโมง ก่อนที่ผมจะปิดประตูใส่หน้าพี่เขาเพราะความโมโห? ไม่ให้เข้ามาในห้องหรอกนะ ไอพี่ลามก...

 

  แต่เมื่อกี้...ก่อนที่ผมจะปิดประตูใส่หน้าพี่เขาเหมือนผมจะเห็นหูพี่เขาแดงๆยังไงไม่รู้... หรือผมจะตาฝาดกันนะ...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

   35นาทีผ่านไป...

 

  ในที่สุดผมก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย วันนี้ผมใส่เสื้อยืดสีขาว กับกางเกงยีนส์ขายาวสีซีดขาดที่ขาเล็กน้อย พอสำรวจตัวเองในกระจกเรียบร้อย ผมก็เดินออกไปเปิดประตูอีกครั้ง ก็ยังพบว่าพี่มาร์คยังยืนรออยู่หน้าประตูเหมือนเดิม อืม...ถือว่ารอเก่งนะเนี่ย...ถ้าเป็นผมคงกลับไปนานแล้ว แสดงว่าธุระคงสำคัญถึงรอได้นานแบบนี้

 

  "สรุป...ธุระที่พี่บอกว่ามี คืออะไรหรอครับ"  ผมถามออกไปทันทีที่เปิดประตู พี่เขาเงยหน้าขึ้นมองผมก่อนจะตอบกลับมาว่า

 

  "อยากให้ไปเป็นเพื่อนเลือกซื้อของหน่อยน่ะ"

 

   "หื้อ...นี่คือธุระสำคัญของพี่?"  ซื้อของเนี่ยนะ? มันสำคัญถึงขนาดยอมยืนรอผมเป็นครึ่งชม.เนี่ยนะ พี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

  "ใช่ พอดีพี่จะตกแต่งห้องใหม่น่ะ เห็นยองแจบอกว่าเราเก่งเรื่องพวกนี้"

 

   อ่อ...ผมยังไม่บอกทุกคนทีใช่มั้ย ว่าผมเรียนคณะอะไร หรือ สาขาอะไร ผมเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์น่ะ สาขาการออกแบบภายใน ยองแจกับยูคก็เรียนสาขาเดียวเหมือนกันกับผม

 

  ผมกับยองแจชอบออกแบบอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ส่วนยูคมันตามพวกผมมาด้วยเพราะมันไม่รู้จะเรียนอะไร แต่ที่ผ่านมามันก็ทำได้ดีอยู่นะ

 

  "ยองแจ? ทำไมมันถึงบอกพี่ได้"

 

   "เอ่อ...อ้อ!...ก่อนที่พี่จะมาหาเรา พี่ไปหาแจ็คสันที่คอนโดมันมาก่อน ก็กะว่าจะให้มันช่วยหาคนที่เก่งเรื่องนี้ให้นั้นแหละ แต่ตอนที่ไปหาแจ็คก็เจอยองแจด้วย ยองแจเลยแนะนำให้พี่มาหาเราน่ะ"  นี่คงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่พี่เขาพูดกับผมเลยนะ เออ! ก็พูดยาวๆได้นี่ แล้วที่ผ่านมาทำไมต้องทำเป็นเหมือนคนประหยัดคำพูดด้วย...(ว่าแต่พี่เขาไม่ดูตัวเองเลย-..-)

 

  "แต่ยองแจก็เก่งเรื่องพวกนี้นะ ทำไมพี่ไม่ปรึกษามันล่ะ"

 

   "ยองแจไม่ว่างน่ะ เพราะแจ็คมันกำลังจะพาไปเที่ยวต่างจังหวัด2-3วัน"

 

   ถึงว่าล่ะ วันนี้ไม่เห็นมันมาชวนผมไปไหนเลย ที่แท้ก็จะไปสวีทกับแฟนนี่เอง

 

  "แล้วเราละว่างรึเปล่า" พี่เขาถามต่อ

 

  ว่างมั้ยก็ว่างนั้นแหละ แต่ไม่อยากไปกับพี่สองคนน่ะ เข้าใจมั้ย! ผมกำลังคิดกับตัวเอง และกำลังหาทางที่จะปฏิเสธแบบอ้อมๆ เพื่อไม่ให้เสียมารยาท แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยออกไป พี่มาร์คก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า

 

  "ถ้าเราว่างและมาช่วยพี่ เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวแถมเลี้ยงขนมหวานด้วยเลยก็ได้"

 

   เห็นว่าผมเห็นแก่กินรึไงกัน ผมไม่ใช่คนเห็นแก่กินขนาดนั้นหรอกนะ ฝันไปเถอะ..ผมไม่มีทางยอมไปกับพี่แน่

 

.

.

.

 

  "โอเคร ผมช่วยพี่ก็ได้ ยังไงพี่ก็เป็นเพื่อนพี่แจ็คแฟนไอแจ"  แต่ปากของผมมันกลับพูดสวนทางกับความคิดน่ะสิ โอ้ย! ไอแบม ไอคนเห็นแก่กิน ปากกับท้องผมมันไม่ยอมให้ความร่วมมือ เพราะความหิวของผม ก็ต้องหิวสิยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่...

 

  และทันทีที่ผมตอบกลับ ผมสังเกตุเห็นพี่เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ต้องบอกก่อนว่าเล็กน้อยจริงๆถ้าไม่ใช่คนช่างสังเกตุไม่มีทางที่จะได้เห็นรอยยิ้มนั้นหรอก แต่โทษทีที่ผมเป็นคนช่างสังเกตุ เลยทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มที่ว่าถ้าใครเห็นเข้า จะต้องละลายแน่นอน แต่คงไม่ใช่สำหรับผม...

 

  "โอเคร งั้นไปกันเถอะ"  พี่เขาพูดจบก็เดินหันหลังเพื่อที่จะเดินตรงไปที่ลิฟท์ทันที โดยที่ไม่รอผมซักนิด รีบมากหรอ! ผมเห็นดังนั้นก็ต้องรีบเข้าไปในห้องเพื่อเอากระเป๋าตังต์และโทรศัพท์ของผม ก่อนที่จะวิ่งออกมาจากห้องแล้วปิดประตูให้เรียบร้อยและตามพี่เขาไปทันที...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #16 mkjbjinjsyjbbyy (@mkjbjinjsyjbbyy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:06

    โอ้ยยอ้อมโลกบอกน้องไปว่าอยู่ห้องข้างๆก็จบ ..จะจีบงี้ รออ่านอยู่น่ะค่ะ จะรอดูว่าคนพี่จะพูดให้ครบประโยคคนน้องจะได้เข้าใจ

    #16
    0
  2. #13 toto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:40

    จีบธรรมดาโลกไมาจำ

    #13
    0
  3. #9 bee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:34

    เนียนมากมาร์ค จีบน้องใช่ไหมพูด

    #9
    0
  4. #8 parita98765 (@parita98765) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:00
    รอๆๆๆๆ
    #8
    0
  5. #7 parita98765 (@parita98765) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:00
    เห็นแกกินหรือเปล่าไม่รู้น่ะ555
    #7
    0