ตอนที่ 1 : ความบังเอิญหรือตั้งใจ 00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

   วันนี้เป็นวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งแต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นคือใจของผมที่หม่นหมองและไร้ซึ่งความสุข เป็นอีกวันที่ผมยังทำใจไม่ได้? กับคนที่ขึ้นชื่อว่า เป็นแฟน"เก่า" แต่จะบอกว่าเป็นแฟนเก่าคนที่เท่าไหร่ดีล่ะ  อืมมมช่างมันเถอะ เพราะผมเองก็จำไม่ได้และไม่คิดที่จะจำเลยสักนิด

   เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวาน เรานัดเจอกันที่ร้านนั่งชิล เป็นร้านประจำที่ผมชอบและเขาจะเป็นคนพามาเสมอ แต่เมื่อวานเขาไม่ว่างมารับผม  ผมเลยบอกเขาว่าให้ต่างคนต่างไปเจอกันที่ร้านก็ได้ เรานัดเจอกันเวลา ทุ่มนึงของวันนั้น

   19:45 .

   อ่าทำไมยังไม่มาอีกนะ

  ผมรอเขามาจะเป็นชั่วโมงแล้วนะหรือเขาติดธุระ ผมจึงหยิบมือถือเพื่อที่จะโทรหาเขา แต่ยังไม่ทันได้กดโทรออกไป

ตึก ตึก ตึก

เสียงรองเท้าหนังก็ดังขึ้นตรงหน้า ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่มาใหม่ ก็พบว่าเป็นเขา เขาเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามผม ผมไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจกับการที่เขามาช้า แต่แสดงสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนกับทุกครั้ง หลังจากที่เงียบกันมาได้สักพัก บทสนทนาระหว่างเราก็เริ่มต้นขึ้น  ผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ผมรู้ว่าเขาจะพูดอะไร และมันจะทำให้ทุกอย่างที่เป็นเราจบลง

"แบม…"เขาเรียกชื่อผมโดยที่ไม่ได้มองหน้าผมเลยสักนิด เขาเอาแต่ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนโต๊ะ

ผมได้แต่มองหน้าเขา โดยที่ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากของผม เพราะผมอยากจะรู้ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา

"พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้มันเป็นแบบนี้ พี่ขอโทษจริงๆนะ แบมอย่าโกรธพี่เลยนะ ให้โอกาสพี่อีกสักครั้งนะแบม"  พูดจบเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมด้วยแววตาขอร้อง

หึ ว่าแล้วเชียว เห้อออ ผมล่ะเบื่อผู้ชายแบบนี้จริงๆ ผู้ชายที่ทำผิดซ้ำซาก แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าคงเลิกสันดานหน้าตัวเมียของมันไม่ได้หรอก  ทำไมผมถึงคิดแบบนี้น่ะหรอ ก็ไอผู้ชายตรงหน้าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน(ที่กำลังจะเก่าในไม่ช้า)

มันแอบไปคั่วคนอื่นลับหลังผมน่ะสิ เหอะ และไม่ใช่ครั้งสองครั้ง แต่มันเกือบจะทุกครั้งที่ผมเผลอหรือเป็นเพราะผมเองที่ไม่ได้สนใจกันนะ

แต่อย่าคิดว่าผมจะโทษว่าตัวเองเป็นคนผิด ถึงผมจะเป็นคนนิ่งๆ ไม่สนใจอะไร แต่ถ้าคนๆนั้นได้เป็นแฟนผม  ผมก็จะให้ทุกอย่างในฐานะแฟนที่ดี แต่อย่างว่าล่ะนะ เขาคงดูไม่ออกล่ะมั้งหรือไม่ก็คงจะเป็นสันดานคนเลวที่ไม่มีจิตสำนึก

และนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทน ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่ถ้ามันมากเกินไปหรือเกินขีดที่ผมขีดเส้นเอาไว้ ผมจะไม่ทนอีกต่อไปและจะไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น

"แค่นี้ใช่มั้ยที่จะพูด"และเป็นผมเองที่พูดออกไป

"ใช่ แบมยกโทษให้พี่แล้วใช่มั้ย" คนตรงหน้าพูดออกมาด้วยรอยยิ้มดีใจ ที่คิดว่าผมจะยกโทษให้  เขาฝันอยู่หรอ

"โอเคร ถ้าสิ่งที่พี่จะพูด พี่พูดมาหมดแล้ว ก็เชิญลุกออกไปจากตรงนี้ด้วยนะ และผมถือว่าเราจบกันตรงนี้แล้วนะ พี่ปอน" ผมพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปและเรียกชื่อมันด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ที่ผมเรียกมันว่าพี่ ก็ถือว่าผมยังให้เกียรติมันในฐานะรุ่นพี่ที่มหาลัยล่ะกันและมันจะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะถ้าเจอกันครั้งหน้า จะไม่มีการทักหรือ พูดคุยกัน มันจะเป็นเหมือนอากาศที่ผมจะไม่มีวันเฉียดเข้าไปหาเด็ดขาด

"ทำไมล่ะแบม ไหนว่ายกโทษพี่แล้วไง ทำไมเราต้องจบกันตรงนี้ด้วย" เขาพูดด้วยเสียงที่ไม่เข้าใจ  อะไรของมัน ผมว่าผมก็พูดตรงแล้วนะ ทำไมถึงเป็นคนไม่มีสมองแบบนี้ว่ะ

"ผมพูดตรงไหนว่ายกโทษให้  และผมบอกว่าจบก็คือจบไง อย่าถามอีก น่ารำคาญเชิญ" ผมพูดโดยที่ตัวเองไม่ได้มองไปทางเขา เพราะไม่อยากจะมองให้เสียสายตาตัวเอง ผมเมินและมองบรรยากาศรอบๆร้านด้วยสายตาราบเรียบและไม่มีวี่แววของความเสียใจเลยสักนิด  จะเสียใจไปทำไมกับคนที่มันไม่ซื่อสัตย์กับเรา

เขาเดินออกไป โดยไม่ถามอะไรอีก เพราะเขารู้ดีว่าถ้าทำให้ผมรำคาญหรือหงุดหงิดมันจะเกิดอะไรขึ้น

ผมยกมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรไปหาเพื่อนสนิทของตัวเอง รอแปบเดียว ปลายสายก็รับด้วยคำพูดที่กวนเบื้องล่าง

'ว่าไงจ๊ะ สาวน้อยของพี่ยูคมีอะไรถึงโทรมาหาพี่ซะดึก หรือ คิดถึงพี่จนทนไม่ไหว'คิดถึงส้นตีนมึงสิ ผมได้แต่คิดในใจ

"อย่ากวน กูแค่จะโทรมาบอกว่ากูเลิกกับมันแล้ว" บอกแล้วว่าจะเรียกพี่ครั้งสุดท้าย

'เออ กูก็คิดไว้อยู่แล้ว ว่ามึงกับไอเหี้ยนั้นต้องเลิกกัน คบได้ไม่นานหรอก ไงล่ะมึง เฮิร์ทมั้ยล่ะ' ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเพื่อนของผมถึงเรียกมันแบบนั้น เพราะมันนั้นแหละเป็นคนเห็นเรื่องเลวๆของไอปอนและเอามาให้ผมดู

"มึงฝันอยู่หรอ มึงคิดว่ากูจะเสียใจเพราะเรื่องแค่นี้?"

'ฮ่าๆๆ กูคิดไว้แล้วไม่มีผิด ว่ามึงคงไม่เสียใจถ้าเลิกกับมัน แต่กูถามมึงจริงๆนะ ใจมึงตายด้านหรอวะ แมร่ง กูเห็นเวลามึงเลิกกับใคร มึงไม่เห็นเสียใจเลย เห้ย เคยนี่หว่า กับพี่ซ…'ปลายสายเงียบไป ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะคงพึ่งคิดได้ว่าไม่ควรพูดชื่อนั้นออกมา เพราะรู้ว่าเพื่อนตัวเองเกลียดคนชื่อนี้มาก

ผมเงียบไปสักพัก เพราะจมอยู่กับความคิดตัวเอง

ความรู้สึกพวกนั้น ผมคิดว่าผมคงไม่มีวันที่จะรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว ทั้งความรู้สึกเสียใจและความรู้สึกรักใครสักคน  คำนี้ไม่เคยอยู่ในหัวของผมเลย ตั้งแต่ตอนนั้น

ช่างมันเถอะ

ปลายสายคงเห็นว่าผมเงียบนานเกินไป จึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง

'ช่างมันเหอะ แล้วมึงอยู่ไหน กูได้ยินเสียงเพลง'

"อยู่ร้านนั่งชิล มึงจะมา?"

'วันนี้ไม่ได้ว่ะมึง วันนี้แม่กูจะให้กูพาไปทำธุระ'

"อืมเค งั้นแค่นี้แหระ กูจะวางแล้ว"

'เออเครๆ เจอกันพรุ่งนี้ที่มอ  อย่ากลับดึกล่ะมึงพรุ่งนี้มีสอบตอนเช้า เข้าใจมั้ยไอลูกแมว'

"คำที่ใช้เรียกชื่อกูของมึงนี่มัน  ถ้ามึงอยู่ใกล้กูตอนนี้คงได้ปากแตกแน่"

'ฮ่าๆ เสียใจด้วยตอนนี้กูอยู่ไกลมึง เออ ไปล่ะๆ คุณนายเรียกกูล่ะ บายน้า น้องแบมของยู…'  ผมไม่รอให้มันพูดจบ ก็ตัดสายมันทิ้ง เพราะไม่อยากฟังมันพูดกวนตีนอีก และผมรู้ว่าปลายสายคงหัวเสียและด่าผมอยู่แน่ๆที่ตัดสายมันโดยที่มันยังพูดไม่จบ

 แล้วไงใครแคร์

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน

ผมยังนั่งอยู่ที่เดิม ฟังเสียงเพลงที่ร้านเปิดไปอย่างเงียบๆ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย โดยไม่ได้สนใจใครทั้งนั้น  โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามีสายตาหลายคู่มองมาที่ตนเอง ด้วยสายตาหื่นกระหาย เพราะผู้ชายที่พวกเขาได้เห็นจัดได้ว่า เป็นผู้ชายที่หน้าหวานมาก เหมือนผู้หญิงตัดผมสั้นสีทองสว่าง ยิ่งทำให้ใบหน้าหวานนั้นหน้ามองเข้าไปอีก บวกกับแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวบางปลดกระดุมสองเม็ด ให้เห็นผิวข้างในเล็กน้อย และกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำขายาวขาดที่ขาเล็กน้อย เพียงแค่นั้นก็ทำให้เจ้าของร่างบางเซ็กซี่แล้ว

ซ่า

จู่ๆก็มีน้ำมาโดนข้างหลังผม ทำให้เสื้อข้างหลังผมเปียกจนเสื้อสีขาวบางที่ผมใส่มานั้น แนบติดกับแผ่นหลังของผม ยิ่งทำให้เห็นผิวของผมชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมจึงหันไปมองข้างหลังว่าใครที่ทำให้น้ำมาโดนผมได้

ก็พบว่า เป็นฝีมือผู้หญิงคนนึงถือแก้วน้ำที่คาดว่าเป็นแก้วเดียวกับที่น้ำในแก้วนั้นโดนผม สังเกตุได้จากผู้ชายที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวที่หันหลังชนกับเก้าอี้ของผม ที่คงจะเปียกเยอะกว่าผมแน่ๆ เพราะผู้หญิงคนนั้นจงใจสาดน้ำไปที่เขาคนนั้นเต็มๆ แต่มันดันพลาดมาโดนผมด้วยนี่สิ พอผมรู้ว่าน้ำมาจากไหนก็หันหลังกลับเพราะคิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจและเตรียมที่จะกลับบ้าน เปียกขนาดนี้คงไม่อยู่ต่อแล้วล่ะ แอร์ก็ทำให้เย็นกว่าเดิมอีก

"จะทำอย่างนี้กับมิวจริงๆใช่มั้ยมาร์ค" เป็นเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่คงจะชื่อมิว และผู้ชายที่นั่งหันหลังให้ผมคงชื่อมาร์คสินะ

"อืม เบื่อ" ผู้ชายที่ชื่อมาร์ค ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

"มิวไม่ยอมนะ มาร์คคบกับมิวแล้ว มาร์คจะมาขอเลิกกับมิวเพื่อไปหาอีวี่ไม่ได้ มิวรักมาร์คนะ รักมิวไม่ได้หรอ" อ้อที่แท้ก็เบื่อของเก่า เพื่อไปหาของใหม่ เหอะ ผู้ชายก็เป็นแบบนี้ทุกคนสินะ หาความจริงใจไม่เคยได้

จะหาว่าผมเสือกก็ได้  ที่จริงผมไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอกนะ แต่ครั้งนี้ผมจะพูดเพื่อให้ผู้หญิงคนนี้ได้สติสักหน่อย อย่าไปโวยวายและทำกริยาแบบไม่มีการศึกษาออกมา เพราะมันจะทำให้ผู้ชายคิดว่าตัวเองเลือกถูกแล้วที่เลิกกับคนแบบนี้ เราต้องเลิกแบบสตรองดิ จะโวยวายแหกปากไปทำไมกัน

"คุณไม่ควรโวยวาย ผู้ชายแบบนี้จะไปเสียเวลาทำไม หาใหม่สิ คุณก็ยังสวยอยู่จะไปขอความรักจากคนแบบนี้ทำไม ความรักของคุณมีค่ามากกว่าที่จะให้คนแบบนี้นะ" เป็นประโยคที่ยาวที่สุดของผมวันนี้เลยก็ว่าได้ ผมพูดขึ้นมาโดยที่ไม่ได้หันไปมองข้างหลังว่าเป็นยังไง พูดจบก็เอาเงินวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกมา 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #2 Bms (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:37

    ชอบน้องแบมลุคนี่ค้าาา

    #2
    1
    • #2-1 BlackMBC (@MBGOT79397) (จากตอนที่ 1)
      12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:55
      ขอบคุณค้าบบบ;D
      #2-1
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(