[EXO] The palace wall กํ า แ พ ง วั ง #ฟิคกำแพงวังคล :: KrisLay , LayKris , TaoHo

ตอนที่ 4 : Episode III (ตอนที่ ๓) ___ Don't know why (ทำไมกัน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 พ.ค. 62







The Palace Wall

กำ   แ   พ   ง   วั   ง

 

 

 



Episode III
ตอนที่ ๓

 

 

 



Don't know why

ทำไมกัน





เช้าวันต่อมา


อาทิตย์ส่องแสงสดใสอีกครั้งในยามเช้า พัดพาพายุอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจากไป ร่างโปร่งเดินออกจากบ้านด้วยความสดใสในทุกๆ วัน ผ่านที่ประจำโดยไร้คำเอ่ยทักทายใดๆ ไม่รู้ตัวเสียเลยว่าคนในกำแพงอยากจะให้เจ้าเด็กดื้อนั่นสะดุดล้มตรงหน้า เผื่อจะสนใจเขาบ้าง

 



ไปแล้ว....

 



ปดิวรัดาที่เคยมายืนหน้าบ้านเพื่อรอรถของเพื่อนรัก กลับต้องแปลกใจที่มีรถของใครบางคนมาจอดหน้าบ้าน กระจกใสถูกเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของคนที่คุ้นเคยจากเมื่อวานนี้


“คุณอ้าย อรุณสวัสดิ์ครับ ขึ้นรถก่อนสิครับ” เฉียน คุนที่นั่งฝั่งคนขับเอ่ยเชิญชวนอย่างสบาย


“อรุณสวัสดิ์ครับคุณถิงถิง คุณเฉียน  คุน ผมบายดีกว่าครับ เกรงใจจัง”


“ไม่ต้องเกรงใจเลยค่ะ มากับพวกเราก่อนก็ได้ คุณเทาไปกับคุณมาสตั้งแต่เช้าเลยขอให้พวกเรามารับคุณ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นบ้าง พอให้ปดิวรัดาปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้าง


“รบกวนด้วยนะครับ”



ตลอดการเดินทางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและพูดคุย เขาพึ่งได้รู้ว่าภายนอกที่ทั้งสองดูนิ่งๆ แต่จริงๆ แล้วกลับอัธยาศัยดี และดูเด็กมากๆ


“พอดีพวกเราเรียนมหาลัยปีสุดท้ายแล้วครับ เลยได้มาฝึกงานกับ WU H.K. และนี่ก็เป็นโปรเจคแรกของพวกเราเอง ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวกับคุณอ้ายด้วยนะครับ”


“ครับๆ แต่จริงๆ ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณก็ได้ เรียกอ้ายก็พอ จะได้ดูสนิทขึ้นไง” เจ้าของความคิดเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เห็นสองคนข้างหน้าดูท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อย


“ผมว่าคุณริสาคงไม่ว่าหรอกครับ แต่ถ้ามีอะไรจริงๆ ผมจะช่วยพูดให้” คราวนี้เด็กทั้งสองคนเริ่มยิ้มออก ก่อนจะเอ่ยขอบคุณ


“งั้นพวกเราเรียกว่าพี่อ้ายนะคะ ส่วนพี่อ้ายก็ไม่ต้องเรียกว่าคุณเหมือนกัน จะได้ดูเหมือนพี่น้องไงคะ อ๊ายยยย น่ารักจัง” เด็กสาวเอ่ยด้วยความสดใส เรียกเสียงหัวเราะในรถไปตลอดทาง




--------------The Palace Wall------------

 



“บริษัทT1นะครับ เป็นบริษัทส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทยอันดับต้นๆ ของประเทศและของโลก ด้วยแนวคิดของคุณณัฐ วิธูกระจ่างที่ว่า ความเป็นไทยไม่ควรแค่เก็บไว้แค่ในที่ๆ นั้น แต่ควรจะประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ออกสู่นานาชาติ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจและเข้าถึงความเป็นไทยได้โดยง่ายครับ ปัจจุบันนี้สินค้าของเรามีมากมายหลายประเภทที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสินค้าเหล่านี้ก็กลายเป็นสินค้าที่ทำเงินมากมายให้กับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นชุดจากผ้าไหมที่ถูกถักทอโดยกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ สินค้าอุปโภคจากสมุนไพรไทยที่คิดค้นโดยนักวิจัยของไทย ปลอดภัย ไม่มีสารพิษ และนอกจากนี้ยังมีทุนศศินารัตน์หรือทุนพระจันทร์แก้วที่จะมอบให้กับเด็กเรียนดีที่ขาดแคลนและเด็กที่จะเข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัยของต่างประเทศในเครือของT1ครับ” ร่างโปร่งเอ่ยกับแขกทั้งสามคนที่ตั้งใจฟังอย่างมุ่งมั่น ในขณะที่หน้าจอก็แสดงถึงข้อมูลต่างๆ ที่ถูกผลิตด้วยโปรแกรม 4D ทำให้งานในครั้งนี้ไม่น่าเบื่อมากนัก

 

“ครับ แล้วหลังจากนี้บริษัทจะมีแผนในอนาคตอย่างไรบ้างครับ” เฉียน คุนเอ่ยถาม


“ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ แน่นอนว่านอกจากการขยายตลาดแล้ว ทางเราจะขยายตลาดความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการ อาจมีการจัดตั้งเป็นร้านแทนที่จะกระจายสินค้าในเชลฟ์ของห้าง เพื่อให้สะดวกแก่การหาและประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ รวมถึงการจัดตั้งทุนศศินารัตน์และมูลนิธิต่างๆ ทั่วโลกเพื่อขยายโอกาสครับ” เสียงปรบมือดังขึ้นแม้มีคนเพียงไม่กี่คน ปดิวรัดาโค้งเคารพทุกคน สายตาหวานจ้องมองไปยังหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าด้วยความเขินอายยามสายตาจ้องมาที่หล่อน





สายตาอบอุ่น บริสุทธิ์ที่หล่อนเองก็อยากจะลองเอาดวงใจน้อยๆ แอบอิง อยากรู้เหมือนกันว่าจะอบอุ่นเท่าสายตาที่มองมาหรือเปล่า





“คุณอ้ายพูดเก่งมากๆ เลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยระหว่างที่เจอกับชายหนุ่มเพียงสองต่อสอง ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง ไม่รู้เป็นเพราะไม่อยากให้เกิดบรรยากาศอึดอัดระหว่างกันหรือเพราะนริสราต้องการหลบสายตาอบอุ่นนั่นกันแน่ เธอเอ่ยด้วยเสียงหวาน แต่กลับทำให้ชายหนุ่มแทบจะชักตรงหน้าเธอ


“ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว เราไปทานอาหารด้วยกันไหมคะ......หมายถึงเราสองคนนะ”

 

 


--------------The Palace Wall------------ 

 

 



“ประธานบริษัทที่ไหนกัน ทิ้งลูกน้องไว้ให้รับหน้างาน แถมยังใช้งานแขกอีก ส่วนตัวเองก็มากินข้าวตากแอร์สบายอารมณ์” เสียงหวานเอ่ยประชดคนข้างกายที่กำลังขับรถอย่างสบายอารมณ์ เพลงคลอเบาๆ มีตุ๊กตาหน้ารถแสนน่ารัก เทาล่ะมีความสุ....




ฉึบ!


อ่าว ปิดเพลงกุเฉย


แต่ไม่เป็นไร เทาโด้นท์แคร์




ชายหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนเลือกที่จะฮัมเพลง (แบบเพี้ยนๆ) แทน ปล่อยให้ตุ๊กตาหน้ารถปิดหู ดิ้นทุรนทุรายไปโดยไม่สนใจ

 


เอี๊ยด!



รถคันหรูเข้าจอดที่โรงจอดรถของร้านอาหารด้วยความชำนาญ  ประตูรถที่เปิดพร้อมร่างสูงโปร่งแล้วปิดประตู ค่อยๆเดินมาที่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะเปิดออก ก้มมองร่างเล็กที่กำลังนั่งกอดอก ไม่สนใจชายหนุ่มหน้าหล่อ


“ลงได้แล้วครับ คุณมนต์มาส”


“.....” ไม่มีเสียงพูดออกมาจากร่างเล็ก รวมถึงการเคลื่อนไหวใดๆ ตามที่ต้องการ ธาวินถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัย พร้อมกับแขนยาวที่อยู่ตรงเอวและขาคล้ายต้องการจะอุ้ม มนต์มาสเห็นดังนั้นจึงรีบผลักร่างสูงเต็มแรง ก่อนจะเดินเข้าร้านโดยไม่สนใจความหวังดี (ประสงค์ร้าย) ของเขาเลย

 



บรรยากาศภายในร้านดูหรูหราและสงบ ไร้ผู้คน ราวกับว่าเวลานี้ถูกใครบงคนจงใจสร้างบรรยากาศเดตสุดหรูระหว่างคนสองคน ดวงตากลมโตยังคงจ้องเมนูอาหารไม่วางตา ริมฝีปากนุ่มกัดเข้าหากันประหนึ่งใช้ความคิด โดยไม่สนใจชายตรงหน้าที่เอาแต่จ้อง....เขา

 

“แค่นี้ก่อนก็ได้ครับ ขอบคุณมากครับ” มนต์มาสยื่นแผ่นเมนูให้กับพนักงานหนุ่มตามปกติ อาจจะไม่ปกติตรงที่พนักงานคนนั้นลักลอบสัมผัสมือนิ่ม และคงจะดีกว่านี้ถ้าภาพไม่ได้อยู่ตรงหน้าธาวินพอดี


“อะแฮม!” ธาวินแอบส่งเสียงกระแอมเบาๆ หวังว่าเจ้าเด็กเสิร์ฟเมื่อวานซืนนั่นจะรีบกลับไป แต่...


“พี่เทา ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะครับ เสียมารยาท” เอ้า! กุโดนด่าอี๊กกก


“โธ่ น้องมาสจ๋า ก็พี่เทาหิวนี่นา” จับมือนิ่มที่เด็กคนนั้นลอบจับแล้วดึงเข้าหาตนอย่างแรง จนตอนนี้ใบหน้าสวยเข้าใกล้ตนเพียงเสี้ยว ใบหน้าหล่อเคลื่อนมาหยุดที่ซอกคอขาว พร้อมมองเด็กหนุ่มคนนั้นไม่วางตา


“เมื่อเช้าที่กินไปก็ไม่ อิ่ม เสียด้วย”


“ม..หมายความไง!?”


“น้องมาสจำตอนเช้าที่เรา กินด้วยกันไม่ได้แล้วเหรอจ๊ะ” หากสายตาของธาวินจะสังเกตสักนิดแม้เพียงหางตา คงได้เห็นใบหูแดงๆ ที่ลุกลามไปถึงพวงแก้มใส แต่คงไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ใบหน้าคมเคลื่อนมาปะทะใบหน้าสวยเข้าเสียแล้ว จมูกโด่งทำตามหน้าที่ได้ดี จัดการหอมกลิ่นพวงแก้มแดง อีกนิดคงได้เปลี่ยนหน้าที่จากจมูกเป็นริมฝีปากที่จะประกบกัน


“เอ่อ ค...ครับๆๆๆๆ รอ..อ..อาหาร..สักครู่...ค...ครับ” และแล้วเด็กหนุ่มวิ่งฉิวจากไป ร่างหนาปล่อยเขาให้เป็นอิสระแล้ว แต่สิ่งที่หลงเหลือคงมีเพียงความรู้สึกแปลกๆ ที่อยู่ในหัวใจ ประหนึ่งตะกอนที่ตกค้าง ไม่สามารถหาคำตอบได้จริงๆ

 


“หน้าแดงๆ นะเราน่ะ” อยากจะเข้าไปข่วนหน้าชายคนนี้จริงๆ อยากรู้นักว่าข้างในใบหน้าหล่อๆ นั่นซ่อนอิฐซ่อนปูนไว้รึไง ถึงได้...ทนขนาดนี้


“เพราะใครล่ะ ยังมีหน้ามาถามอีก” เอาแล้วไง โดนงอนเข้าให้แล้ว ธาวินทำได้เพียงเกาหัวน้อยๆ พลางคิดหาทางให้คนตัวเล็กไม่เมินเขาอย่างนี้


“ถ้าเป็นแต่ก่อน...ก็คงดี” ใบหน้าหวานหันมาสบตา พร้อมกับดวงตาที่เริ่มแดง แม้จะยังไม่มีน้ำตามากนักก็ตาม ธาวินได้แต่เงียบ ไม่ได้ตอบอะไร แม้หัวใจไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย


“พี่เทา”


“.....”


“ผม..ไม่สิ...มาส อยากถอนหมั้น” ร่างสูงถอนหายใจอย่างใจเย็น คำพูดพวกนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนต์มาสบอกเขา แต่ทุกครั้งเขาก็ได้แต่สรรหาคำพูดหลีกเลี่ยงถึงมัน

 

 

 


ก็แน่ล่ะ เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันแท้ๆ ก็ดีอยู่แล้ว แต่กลับต้องมาแต่งงาน ใช้ชีวิตเหมือนผัวเมีย ดีแค่ไหนที่มาสยังยอมให้เขาเป็นพี่ชายอยู่

 

 




“มาสครับ งั้นลองบอกพี่หน่อยสิ ว่าทำไมมาสถึงไม่อยากแต่งกับพี่”


“.....” นั่นสินะ เพราะอะไร กลับกลายเป็นว่ามนต์มาสไม่อาจหาคำตอบนั่นให้ตัวเองได้เลย เป็นเพราะมันน่ารังเกียจ หรือเพราะความรู้สึกแปลกๆ เมื่อกี้กันแน่


“มาส เอาเป็นว่าตอนนี้เราเป็นพี่น้องกัน ลืมไปก่อนว่าเราเป็นอะไร โอเคไหมครับ” เอ่ยพลางจับมือข้างนึงของน้องชายมากอบกุมไว้ ไม่ใช่เพราะเล่ห์ร้ายที่อยู่ภายในใจ แต่เหมือนต้องการจะบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ชายคนนี้พร้อมจะปกป้องน้องชายคนนี้เสมอ


“มาส...มาสว่ามันไม่เหมาะสม เราเป็นพี่น้องกันก็ดีอยู่แล้ว”


“พี่ว่ามันไม่ใช่แค่นี้” คราวนี้มนต์มาสเงียบอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าควรบอกถึงความรู้สึกนั้นดีหรือเปล่า รู้ว่าพี่ชายคนนี้คือคนที่มนต์มาสไว้ใจที่จะบอกในทุกๆ เรื่อง แต่...


“มาส” คนถูกเรียกชื่อสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมความกล้า อย่างน้อยคนตรงหน้าก็คือพี่ชายแท้ๆ


“เอ่อ...ตอนที่พี่เทา...หอมแก้ม...มาส....มาส...”


“มาสรู้สึกกระอักกระอ่วน บอกไม่ถูก หน้าแดง แถมปวดหนึบที่หัวใจ” ร่างบางตะลึงก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ


“ครับ แต่พี่รู้....”


“พี่ก็เคยเป็น ตอนที่พี่รู้ว่าต้องแต่งกับเรา”


“.....”


“งั้นเอางี้ไหม เรื่องหมั้นนี่พี่จะไม่ถอน”


“.....”


“แต่เราจะหมั้นกันแค่ในนามเท่านั้น ส่วนทุกอย่างในตอนนี้ที่อยู่กันแค่สองคน เราจะเป็นแค่พี่น้อง ไม่มีอะไรมากกว่านี้ และพี่ก็จะไม่บอกใครด้วยว่าเราหมั้นกัน เผื่อว่าจะมีใครสักคนเข้ามาปกป้องมาสแทนพี่ได้ หรือคนที่จะเข้ามาในฐานะภรรยาของพี่ เมื่อนั้นพี่จะเป็นคนถอนหมั้นเราเอง”


“แล้วงานแต่งล่ะครับ ไหนจะผู้ใหญ่อีก”


“พี่จะไปบอกพวกเขาเองว่าตอนนี้บริษัทกำลังขยายตลาด ไม่ว่างทั้งคู่ ฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะจัดการเอง ตกลงไหมครับ” ชายหนุ่มยกแขนขึ้นชูนิ้วก้อยประหนึ่งรอคอยให้อีกคนสัญญา ร่างบางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะไขว้นิ้วก้อยตอบกลับว่าสัญญา


“ครับ”


“เพราะฉะนั้นหน้าที่ของมาส มีแค่เปิดใจให้ใครสักคนเข้ามาดูแลมาส บอกไว้ก่อนนะว่าต้องเป็นคนที่ดูแลเราให้ได้ มากกว่า ที่พี่ดูแล”


“....”


“เพราะถ้าเขาคนนั้นทำให้มาสเสียใจ พี่จะไม่จัดการกับมัน”


“....”


“พี่จะจัดการมาสแทน โทษฐานที่ไม่ดูให้ดี ปล่อยให้คนนั้นเข้ามาทำให้เราเสียใจ”....และไม่ยอมให้พี่ทำหน้าที่นั้น


“ตกลงครับ” เอ่ยพลางส่งรอยยิ้มแรกที่ธาวินพึ่งจะได้เห็น หลังจากที่ปล่อยให้คนตัวเล็กเฉยชามานาน มันทำให้เขารู้ว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้เห็นน้องชายยิ้มอย่างใจจริง ส่วนเรื่องความรู้สึกแปลกๆ นั่น เขาจะเก็บมันไว้ ไม่บอกใคร เพราะความรู้สึกนั่นเขาเป็นตอนที่รู้ว่าต้องแต่งกับน้องก็จริง แต่มันคือความจริงเพียงส่วนเดียว จะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่จำความได้ ไม่รู้หรอกว่าเรียกรักได้ไหม เท่าที่รู้ธาวินก็แค่อยากทำหน้าที่ในฐานะคนข้างเคียงของมนต์มาส คนที่มนต์มาสจะเรียกว่าเป็นคนรัก....มากกว่าพี่ชาย





--------------The Palace Wall------------






หลังจากที่บรรยากาศแห่งรอยยิ้มผ่านไปแล้ว พี่น้องต่างจับมือกันพลางพูดคุย หัวเราะกัน ทำให้มนต์มาสอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างมันง่ายจนเหมือนทุกอย่างที่เคยเคืองกันมาไม่เคยเกิดขึ้น จนกระทั่งร่างหนาหยุดเดิน


“มาส เดี๋ยวพี่ไปเอารถก่อนนะ พอดีพี่จอดไว้ลึกด้วย เดี๋ยวเราเดินเหนื่อย” ธาวินเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ด้วยเพราะอยากจะแกล้งในตอนนั้น....แค่นั้นเอง


“ก็ได้ครับ” มนต์มาสเอ่ยอย่างน่ารัก ร่างหนายิ้มพลางลูบผมนุ่มของน้องชาย ก่อนจะผละออกไปยังจุดมุ่งหมาย


“ครับๆ ตอนนี้ผมอยู่สาทรครับ” เสียงภาษาไทยแปร่งๆ เอ่ยอยู่ไม่ไกลจากร่างบางมากนัก ชายหนุ่มในสูทชั้นดีที่เหมือนจะมองแค่ทางข้างหน้า แถมยังคุยโทรศัพท์อีก ไม่ได้เรียกความสนใจมากนัก จนกระทั่ง.....


“อ๊ะ!!!!” ร่างบางเริ่มล้มลงจนแทบติดกับพื้น หลับตาลงพร้อมรับความเจ็บจากพื้นดิน แต่...


“คุณครับ!!” ร่างบางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ปะทะกับใบหน้าหล่อคมของคนๆ นั้นที่น่าจะเดินชนเขาอย่างแรง ให้เดาตอนนี้เขาก็คงไม่ต่างจากนางเอกในละครที่เมื่อจะล้มก็มีพระเอกมารับร่างไว้ แต่นี่ไม่ใช่ละคร และเขา...กำลังถูกผู้ชายคนนี้รับร่างไว้หรือ


“คุณ...” ตอนนี้สติของมนต์มาสแทบไม่อยู่กับตัว รู้แค่ว่าชายคนนี้ประคองร่างเขาให้กลับมาอยู่ในท่ายืนอีกครั้ง


“ผมขอโทษนะครับที่ชนคุณ คุณโอเคใช่ไหม?”


“ครับๆ ก็คุณช่วยผมไว้นี่ ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ” มนต์มาสเอ่ยก่อนจะออกเดินให้ห่างมา แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเรียก


“เดี๋ยวครับ” ชายคนนั้นวิ่งมาหาเขา ก่อนจะหยุดด้วยท่าทีเขินอายนิดๆ


“มีอะไรครับ”


“ผม...อยากรู้จักคุณ คุณชื่ออะไรครับ”....แหม ถามกันอย่างนี้ ก็ไม่น่าจะต้องมาหน้าแดงนะ ร่างบางคิดในใจ ก่อนเอ่ยตอบตามมารยาท


“ผมมนต์มาสครับ เอ่อ เรียกมาสก็ได้ครับ”


“สวัสดีครับ จริงๆ แล้วผมชื่อโจเซฟ แต่ผมมีชื่อไทยนะครับ ผมชาญชนะ จะเรียกแค่นะก็ได้ครับ ยินที่ได้รู้จักนะครับ”


“ครับ” มนต์มาสทักทายตอบด้วยการยื่นมือไปจับตอบ


“ยังไงก็หวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะครับ” ชาญชนะเอ่ยพลางยิ้มแย้ม โดยไม่สังเกตเลยว่าภาพที่ทั้งคู่กำลังทำความรู้จักกันนั้น กำลังสะท้อนเข้าสู่ในดวงตาของเขา ภาพที่น้องชายของเขากำลังยิ้มแย้มให้กับชายคนนั้น ภาพที่ชายคนนั้นกำลังจับมือถือแขน อาจจะไปถึงตอนที่น้องชายอยู่ภายใต้อ้อมกอดของคนอื่น และถ้าดูไม่ผิดไป เขาเห็นชายคนนั้นลอบหอมแก้มที่เขาหวงแหนในขณะที่น้องชายกำลังตกใจอยู่ ถ้าเป็นในตอนนั้นเขาอาจจะเข้าไปต่อยไอ้นั้นสักสองสามที แต่เพราะสัญญาที่ให้ไว้แท้ๆ ทำให้เขาต้องตัดใจ แล้วเดินไปที่รถอีกครั้ง พร้อมกับใจที่เริ่มเปราะบางลงไปทุกที




 

เริ่มกังวลเริ่มสับสนเต็มที
เรื่องที่มีเกิดคำถามข้างใน
ก็ไม่รู้ที่เป็นมันคืออะไร
ไม่เข้าใจตัวเองขึ้นทุกๆ ที

          บอกตัวเองว่าอย่าไปคิดเกินเลย
ระหว่างเราไม่ควรจะเป็นเช่นนี้
แต่ยิ่งนานก็ยิ่งไม่ค่อยจะดี
ใจฉันนี้มันเริ่มไม่เหมือนเดิม

เกินกว่าคนๆ หนึ่งที่คุ้นเคย
เกินกว่าคนที่คุยกันไปงั้นๆ
มันยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งหวั่นๆ
ใจฉันมันคิดเกินกว่าที่เคย

 

 

 



ถ้าเป็นไปได้เขาก็คงจะพูดหลีกเลี่ยงเหมือนเดิม ดีกว่าการที่ต้องมาทุกข์เพราะความหวงแหนของตนเอง

 

 

 




เพลง เผลอรักหมดใจ
(อย่างที่ทราบค่ะ เอามาใส่เพราะอินเพลง ที่ไม่เอาท่อนฮุคมา คือกะจะเก็บไว้ใช้ตอนอื่นนะคะ5555)


 

To be continued

 

อ่า เหมือนขยันเลย จริงๆ คือไม่ค่ะ555555555 ตอนนี้เราได้เผยตัวละครใหม่มาแล้ว เขาคือใคร ไม่รู้5555 ตอนหน้ามาแน่นอนนะคะสำหรับคุณคนนี้ อีกเรื่องคือม่าอยากรู้ว่าพาร์ทที่ริสาชวนอ้ายไปทานข้าวนี่ทุกคนอยากอ่านไหมอ่า5555 ยังไงก็เม้นท์มาบอกได้เน้ออออ สำหรับตอนหน้าจะมาในวันจันทร์นะคะ ถ้าไม่มีอะไรผิดไป หรือไม่ขี้เกียจก่อน5555 จะพยายามมาให้ได้นะคะ ทั้งตอนที่4 และ 5 และก็จะรีบเดินเรื่องให้เร็วขึ้น ตัวละครจะพยายามไม่ให้เยอะ เพราะเดี๋ยวจะงงกันนะคะ (รีดเดอร์เหรอ เปล่าฉันนิ55555) เจอกันตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่อ่านค่า

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Backtobeyounger (@Jungleskorr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 00:47

    ติดตามค่าาาาาาาาาาาา

    #13
    0