คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF EXO] Phantom of Eirwyn Town #เออร์วินทาวน์ซฮ :: XiuHo

โดย MAMACHiPPeR

กาลครั้งหนึ่ง ณ ดินแดนที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในแผนที่ อันมีการขนานนามว่า ดินแดนแห่งน้ำแข็งและหิมะอันเหน็บหนาวจัด..........เออร์วินทาวน์ คือนามของดินแดนนี้

ยอดวิวรวม

228

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


228

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


13
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ค. 61 / 20:45 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Phantom of Eirwyn Town
#เออร์วินทาวน์ซฮ
Cast:XiuHo
(Xiu Min x Suho)
Author:MAMACHiPPeR
Twitter:@mamalikeamama





fanart by @PPCY_Candy

กฎการอ่านนิยาย/บทความของMAMACHiPPeR
     (รบกวนอ่านแล้วปฏิบัติตามด้วยนะคะ)
1.นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชายนะคะ
2.นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึก(?)ของไรต์เตอร์เอง
3.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสียแก่ตัวศิลปิน
4.นิยายเรื่องนี้อาจอ้างอิงตัวละคร สถานที่ และเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง
5.หากรับนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ กรุณากดออกได้เลยค่ะ
6.อ่านแล้วกรุณาคอมเม้นท์ด้วยนะคะ(ถ้าได้จะดีมาก)
7.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาลอกเลียนแบบของไรต์เตอร์คนอื่นๆนะคะ(หากมีการซ้ำเกิดขึ้น)
                                                                      (//meแกจะเวิ่นเว้อทำไมเยอะแยะ//)

ชื่อตัวละคร
ซิ่วหมิน : คิม อันยู (Kim Anyu)
     Anyu ภาษาเอสกิโมแปลว่า หิมะ
จุนมยอน : คุระโอกามิ จุน(Kura-Okami Jun)
     Kura-Okami ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า เทพแห่งฝนและหิมะ
     Jun(มาจากชื่อจุนมยอน) ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ความสดใสและบริสุทธิ์

ที่มา

[จิ้ม]




ขอบคุณธีมจาก



#เออร์วินทาวน์ซฮ
cr.sqw

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 พ.ค. 61 / 20:45

บันทึกเป็น Favorite


Phantom of Eirwyn Town

 



のびた人陰を道にならべ

เงาของเราสองคน ที่พาดยาวไปตามถนน

夕闇のなかを君と歩いてる

เดินกับเธอสองคน ในยามเย็น

手をつないでいつまでもずっと

หากได้จับมือกับเธอ อยู่อย่างนี้ตลอดไป






            าลครั้งหนึ่ง ณ ดินแดนที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในแผนที่ อันมีการขนานนามว่า ดินแดนแห่งน้ำแข็งและหิมะอันเหน็บหนาวจัด แม้แต่ขั้วโลกที่หนาวจนอุณหภูมิแทบติดลบ ยังหนาวได้เพียงเสี้ยวของที่แห่งนี้ สิ่งมีชีวิตใช้ชีวิตท่ามกลางความเหน็บหนาวมานับร้อยปี.......เออร์วินทาวน์ คือชื่อของดินแดนแห่งนี้


            ลักษณะภูมิประเทศภายนอกเป็นเพียงเกาะเล็กๆธรรมดา อากาศร้อนอบอ้าว แต่หากลัดเลาะผ่านป่าได้ จะพบกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหิมะสลับ ซับซ้อน

 

            ผู้ปกครองเมืองแห่งนี้เป็นบุรุษเพศผู้ได้ขึ้นชื่อว่าสง่างามยิ่ง ผิวขาวดั่งหิมะแรก กลีบปากดั่งสีแดงเลือด ดวงตาสีดำเหมือนถ่าน รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแกร่ง หากแต่น่าเสียดายที่ตอนเยาว์วัยถูกลอบสังหารจนต้องปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งด้วยหน้ากาก

 

         ระชาชนของที่นี่มีอยู่ประมาณหลายร้อยคน สาเหตุที่คนที่นี่สามารถอยู่ทนกับความหนาวขั้นรุนแรงถึงชีวิตได้ เพราะพวกเขามีสายเลือดของน้ำแข็งและน้ำ ร่างกายของพวกเขาจะใหญ่โต ส่วนสูงขั้นต่ำคือ 2 เมตร น้ำหนักจะมากกว่า 120 กิโลกรัม มีขนขึ้นตามร่างกายมากทั้งชายและหญิง เผลอๆคุณอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าใครชายใครหญิง หน้าเหมือนกันซะขนาดนั้น  บ้านพักอาศัยมีลักษณะคล้ายอิกลู ไม่มีอะไรต่างกันมากนัก

 

         าถึงตรงนี้คุณอาจสงสัยว่า เหตุใดที่นี่จึงกลายเป็นดินแดนที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในแผนที่ เพราะที่นี่อยู่ในพิกัดที่ยากต่อการค้นหาและออกสำรวจ ต่อให้ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็ยังหาไม่เจอเลย และเพราะเหตุนี้มันจึงมีพร้อมกับตำนานอันลึกลับที่พร้อมชักชวนให้หลายคนออกตามหาและพิสูจน์ แต่น้อยนักที่จะกลับออกมา.....ตำนานที่แท้จริงของราชินีหิมะ ที่มีการร่ำลือกันมาว่าราชินี(ที่เป็นผู้ชาย)จะคอยตามสังหารผู้ที่มารุกรานพื้นที่ด้วยเจตนาร้าย และต้อนรับผู้ที่มาด้วยเจตนาดีด้วยความยินดียิ่ง ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครกลับออกมาได้เลย แม้จะมีเจตนาร้ายหรือดี....

 



そばにいれたなら

เพียงได้อยู่เคียงข้างเธอ

泣けちゃうくらい

ก็ดีใจจนน้ำตาก็แทบไหล

風が冷たくなって

ลมเย็นพัดมาพาให้หนาว




หนังสือเก่าโบราณคร่ำครึถูกปิดลงด้วยมือขาวสวย ดวงตาสวยเสมอมองไปทัศนียภาพภายนอกหน้าต่าง หิมะขาวยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย และมันก็เป็นอย่างนี้ในทุกๆวัน ทุกๆเดือน และทุกๆปี มัน...ไม่มีอะไรดีและก็ไม่มีอะไรแย่เลย ก็แค่ใช้ชีวิตไปกับหิมะ เช่นทุกๆวัน คนตัวขาวเรียกสติกลับมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงของหญิงแก่คนหนึ่งที่เอ่ยเรียก

 

“คุณหนูแขกจ๊ะ ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วจ้ะ” เสียงที่ไม่แหลมๆจนเกินไป พอฟังได้เสนาะหูเอ่ย ผู้เป็นถึง คุณหนูแขกพยักหน้า ก่อนจะเดินตามหญิงแก่ไปห้องอาหาร...ที่หรูหรากว่าภัตตาคารที่หรูที่สุดในโลก

 

“เชิญนั่งจ้ะคุณหนูแขก”

 

“ขอบคุณครับ” คนตัวขาวเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะเคลื่อนกายลงนั่งกับเก้าอี้ ดวงตาสวยหันไปมา ก่อนจะเอ่ยกับหญิงแก่คนเดิม

 

“คุณแม่บ้านครับ คุณแฟนท่อม....”


“เรียกฉันเหรอ” ประหนึ่งโลกสั่นสะท้านหวั่นไหว ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำโดยบังเอิญ สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่พร้อมใจกันกลับรังนอนที่อยู่อาศัยตัวใครตัวมัน เว้นแต่ดวงตาของร่างบางแม้จะมีความกลัวแต่ก็ประปราย ดวงตาสีดำสนิทยังคงจ้องมองร่างโปร่งผู้มาใหม่เดินลงมา ผิวขาวละเอียดดั่งหิมะ ร่างสูงประมาณจากสายตาได้มากกว่า 2 เมตร รูปร่างสมส่วนดั่งชาย คงไว้กล้ามเนื้อลอนสวยที่อยู่ภายในสูทหรูสีดำ ใบหน้ามากกว่าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากสีขาวประกายเพชรแสนล้ำค่า ไม่รู้ว่าร่างบางจ้องมองนานเท่าไร ร่างสูงนั้นก็อยู่ตรงหน้าเขาทันที


"คุณ!!!!!"


"ทำไม เธอเป็นคนเรียกฉันเองนะ จุน" ดวงตาสีน้ำเงินประกายเพชรสวยจ้องมองอีกคนประหนึ่งจะกลืนกินร่างนั้นทั้งหมด ใครจะไปห้ามใจได้ล่ะ กลิ่นกายหอมๆ ผิวนุ่มๆ ร่างบางๆ แค่นี้ 'คิม อันยู' ราชินีหิมะที่หลายคนเกรงกลัวก็แทบจะห้ามตนเองไม่ให้เผลอไผลไปก่อนเวลา


"ผมแค่จะถามคุณแม่บ้านเฉยๆว่าวันนี้คุณจะลงมาดินเนอร์หรือเปล่า? แค่นั้นเอง แต่คุณกลับเสียมารยาทพูดขัดก่อน"


"ร้ายนักนะ!!!"


"อะไรนะครับ?"


"ช่างเถิด ทานข้าวเถอะ"....มืดเมื่อไร เธอเสร็จฉันแน่ วายร้ายหิมะคิดในใจ ก่อนจะจ้องมองเจ้ากระต่ายขาวตัวดีทานอาหารด้วยความสำราญใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นมุมปากที่ยกขึ้นเหมือนแสยะยิ้ม ประหนึ่งกำลังไว้อาลัยแด่ความบริสุทธิ์ของ 'คุระโอกามิ จุน' เจ้ากระต่ายแสนเย่อหยิ่งที่อยากจะให้อยู่ใต้อาณัติของเขา





สัญชาติญาณของนักล่า....คือการรอให้เหยื่อตายใจ....แล้วเข้าจู่โจมทางด้านหลัง....ถึงหนีได้ สุดท้ายก็ต้องมาตายต่อหน้าทันที


 



ร่างบางก้าวขึ้นบันไดที่ปููด้วยพรมสีน้ำเงินอย่างช้าๆ ในมือถือตะกร้าสานจากเถาวัลย์ในป่าอันไกลพ้น ซึ่งใส่ดอกไม้นานาพรรรณจากสวนหลังบ้าน ดอกลาเวนเดอร์ เปปเปอร์มินต์ ใบชา กระดังงา เปลือกส้ม สารพัดพรรณไม้ที่มีกลิ่นหอมถูกสกัดออกมาให้อยู่ในรูปน้ำมันหอมระเหยขวดเล็ก ส่งกลิ่นหอม เย้ายวน ชื่นใจ ชวนหลงใหลไปตลอดทาง ร่างน้อยยิ้มน้อยๆก่อนจะเปิดประตูอันโอฬาร ห้องนอนกว้างใหญ่ที่ไม่ใช่ใครจะเข้ามาได้ แต่คุระโอกามิ จุน กระต่ายขาวสัญชาติญี่ปุ่นคนนี้กลับสามารถเข้ามาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะเขามีหน้าที่ต้องมา 'ปรนนิบัติ' คุณแฟนท่อมอยู่แล้ว เช่นตอนนี้ที่ต้องขึ้นมาเตรียมน้ำอุ่นๆที่มีกลิ่นหอมของอโรมาเทอราพีสำหรับการอาบน้ำของคุณแฟนท่อม


"เสร็จสักที" จุนยืนยิ้มให้กับผลงานของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าข้างหลังตน มีชายหนุ่มร่างหนายืนกอดอกแสยะยิ้มอยู่ เขาแกล้งเดินเข้ามาชิดใกล้ ก่อนจะสวมกอดเจ้าตัวน้อยจากด้านหลัง กลิ่นหอมของอโรมาเทอราพีบวกกับกลิ่นดอกไม้จากร่างบาง ก็แทบจะทำให้คิม อันยูแทบคลั่ง เขาไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ จัดการสูดกลิ่นหอมหวานที่ลำคอขาว ก่อนที่ลิ้นร้อนจะไล้ไปตามลำคอไปจนถึงบ่าแคบ ลิ้มรสหวานหอมที่หาจากไหนไม่ได้ ไม่สนใจร่างบางที่ครางปนร้องห้าม แต่ช่างเบาเหลือเกินในโสตประสาทของอันยู


"ไปถอดเสื้อออกซะ แล้วมาอาบน้ำกับฉัน ขัดคำสั่ง ฉันจะฉีกเสื้อเธอแล้วเอาไปทำผ้าเช็ดเท้า" อันยูสังเกตเห็นสีหน้าของจุนที่ดูไม่แยแสสิ่งใด ร่างบางหันกลับมาประชันหน้าร่างหนา ดวงตาแสนดื้อรั้น เย่อหยิ่งนี้ทำให้เขาอยากจะควักลูกตาออกมา


"ไม่เป็นไรครับ แค่เสื้อตัวเดียว" ร่างบางยกยิ้มประหนึ่งผู้ชนะ แต่ขอโทษเถอะ ราชาหิมะผู้แสนน่ากลัวไม่มีวันสะกดคำว่าแพ้พ่ายให้กับเรื่องไร้สาระอย่างนี้หรอก


"ฉันว่า...ฉันลืมบอกอะไรไปอย่าง"


"อะไรครับ" อันยูนึกขำ ยามเห็นเจ้ากระต่ายกำลังทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจปนสงสัย


"นอกจากจะใช้ทำผ้าเช้ดเท้า ฉันจะให้นายเอาปากคาบผ้านั่นไว้ตลอดทั้งวัน"


"คุณแฟนท่อม! คุณมันโรคจิต!!!"


"อ้อ!ลืมบอก ถ้าเธอด่าฉันด้วย ฉันจะให้เธอ 'อม' มันจนกว่าฉันจะพอใจ อ่อ!บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่แค่ผ้าเช้ดเท้านะ มันคือ......"


"คุณแฟนท่อม!!!! ฮึ!!!!" ร่างบางเดินชนไหล่หนาออกไป ไม่ใส่ใจเสียงหัวเราะกังวาลไล่หลังมา





冬の匂いがした

ได้กลิ่นอายแห่งฤดูหนาว

そろそろこの街に

ที่กำลังจะมาเยือนเมืองนี้

君と近付ける季節がくる

ฤดูที่จะได้อยู่ใกล้เธอกำลังจะมาแล้ว

今年、最初の雪の華を

ดอกไม้แห่งหิมะ ที่ตกเป็นครั้งแรกในปีนี้







"ยอมดีไหมเนี่ย?" จุนได้แต่ยืนคิดอยู่ตรงหน้ากระจก จ้องมองร่างเปล่าเปลือยของตน ผิวขาวสวย สะอาด เนียนนุ่ม กล้ามเนื้อลอนบ่งบอกความเป็นชายที่พอมีไม่น่าเกียจในวันวาน ตอนนี้ผิวของเขาก็ยังคงความสว่าง ขาวสวย แต่กลับเพิ่มเติมด้วยรอยกุหลาบแดงอ่อน กล้ามเนื้อที่มีแทบจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงเนื้อนิ่มๆ ถึงจะไม่น่าเกียจ แถมออกไปทางน่าเอ็นดู แต่จีนมยอนกลับไม่ชอบเอาเสียเลย ทำไงได้ เพราะมันเป็นคำสั่งของคุณแฟนท่อมตั้งแต่เขาเข้ามาที่นี่


"จะเป็นผู้หญิงของฉัน ห้ามมีกล้าม ฉันไม่ชอบ!!!"


"ผมเป็นผู้ชายนะคุณ ทำไม...."


"จะเถียงฉันงั้นเหรอ!!?"


"ผม...ป..เปล่า.."


"หึ มาถึงก็คิดจะพยศเลยรึ"


"....."


"ได้! ฉันจะเป็นคนปราบพยศเธอเอง จุน"


และในคืนนั้นเราสองต่างรวมกันกลายเป็นจิตเดียวกัน ต่างคนต่างรู้ใจ รู้ความคิดของกันและกัน






ふたり寄り添って眺めているこの瞬間(とき)に

ยามที่ได้มองและอิงแอบกัน

幸せがあふれだす

ก็รู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยความตื้นตัน

甘えとか弱さじゃない

ไม่ใช่ฉันอ่อนแอ หรือแกล้งออดอ้อน

ただ、君を愛してる

แต่เพราะมันรักเธอจริงๆ







"นานไปแล้วนะ จุน"

"เสร็จแล้วครับ!!!!!" ร่างบางตะโกนไล่หลังไป ก่อนจะมาหาร่างหนา ด้วยเนื้อตัวที่เปล่าเปลือย อันยูยิ้มน้อยๆให้กับภาพที่เขาพอใจเป็นอย่างยิ่ง

.....และในตอนนี้ สองร่างในอ่างอาบน้ำ กลิ่นหอมหวลชวนฝันใฝ่ กายร่างอบอุ่นยามแนบชิด จุมพิตแสนหวานค่อยๆเร่งจังหวะจนมันเร่าร้อน 

....และในคืนนั้นก็จบลงที่เตียง....





....ว่ากันว่าที่เทือกเขาเอนอย จะมีปรากฏการณ์ดาวตกในทุกๆเดือน.....






ราตรีหนึ่งที่มืดมิด สงบ ไร้เสียงรบกวน ดวงดาวน้อยใหญ่ส่องแสงระยิบระยับเหมือนไข่มุกงามใต้ท้องทะเลลึก มีดวงจันทร์ดวงใหญ่ตั้งตระหง่านสีเหลืองนวลเหมือนกองไฟ  ทันใดนั้นก็มีแสงที่คล้ายดาวตกเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ว่าไปตกที่ใดกัน ดวงดาวสวยงามภายในดวงตาคมของอันยูจ้องมองด้วยความเพลิดเพลิน ก่อนจะหันไปจ้องมองร่างในอ้อมอกแกร่งซึ่งยังคงหลับใหลไม่ได้สติ ใบหน้าหวานสวยปานสตรีเพศ ผิวขาวละเอียดที่เขายังยอมรับเลยว่าช่างขาวเนียนเสียเหลือเกิน ความดื้อรั้น เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจที่เคยมีกลับมลายเพียงแค่จมอยู่ในนิทรา ไม่รู้นานเท่าใดที่จ้องมองใบหน้านี้ อาจตั้งแต่แรกพบที่เขาเคยไปสอนคลาสพิเศษ หรือตอนคนๆนี้เดินหลงเข้ามาในเขตเออร์วิน หรืออาจจะตอนที่เฝ้าดูยามคนนี้ๆเป็นเจ้าชายนิทรานานถึง 2 ปี หรืออาจจะตอนที่เขากับคนๆนี้ยินยอมให้เข้ามาในหัวใจ คิมอันยูช่างโง่เขลาที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอยู่ในมือตั้งแต่เมื่อไร แต่อันยูคนนี้ไม่พลาดที่จะตีตราจองไว้(1)(มีสปอยล์ช่วงนี้ด้านล่างนะคะ แนะนำให้อ่านเรื่องให้จบก่อนค่อยอ่านสปอยล์)






.....เพียงแค่จุนกระซิบว่าต้องการสิ่งใด แม้แต่ชีวิตและหัวใจเขาก็ให้ได้ ยกเว้นคำว่า 'ลาก่อน'.....






"ตื่นแล้วเหรอ" จุนแค่พยักหน้า จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะตื่นขึ้นมาหรอก แต่เหมือนมีเสียงบางอย่างที่ร่ำร้อง เรียกให้เขาตื่น จนกระทั่งเขาพบว่าตนเองอยู่ภายใต้ความอบอุ่นของแฟนท่อมผู้เย็นชา ไร้หัวใจ






.....ถ้าจุนให้หัวใจกับเขาไป เขาจะมองมันเป็นเพียงของที่ไร้ค่า และเหยียบย่ำมันหรือไม่....







"ร้องไห้เหรอ" อันยูถามเพราะสังเกตหยดน้ำที่ไหลจากหัวตา จุนส่ายหน้า ก่อนจะใช้มือเช็ดน้ำตาลวกๆ


"เปล่าครับ"


"ปากแข็ง ร้องก็บอกว่าร้องสิ เจ้าดื้อ!!!" อันยูบ่นเบาๆ ก่อนจะใช้มือของตนเช็ดน้ำตาที่ไหลจนหมด น่าแปลกที่จุนไม่ขัดขืนอะไร ยอมอยู่นิ่งๆปล่อยให้เขาได้สัมผัสแก้มนุ่ม 


'แปลกจริงๆ เป็นอะไรของเขา' อันยูคิดในใจก่อนจะชักมือกลับมา






心からそう思った

เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากหัวใจ

君がいるとどんなことでも

เพียงแค่มีเธอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน

乗りきれるような気持ちになってる

ก็ฝ่าฟันผ่านพ้นได้ ฉันรู้สึกอย่างนั้น

こんな日々がいつまでもきっと

วันคืนแบบนี้ อยากจะขอให้

続いてくことを祈っているよ

เป็นอย่างนี้ตลอดไป








"นี่ ดูท้องฟ้าสิ" จุนเงยหน้ามองคนพูดเพียงครู่ ก่อนจะหันมามองดูท้องฟ้า แล้วเผยยิ้มกว้างออกมา ภาพตรงหน้าคือท้องฟ้าในยามมืดมิดที่มีแสงดาวและแสงจันทร์ส่องประกาย ทันใดนั้นก็เกิดฝนดาวตกห่าใหญ่เต็มท้องฟ้า เหล่าแสงน้อยใหญ่ตกลงมาอย่างไม่สิ้นสุด ตัดกับบรรยากาศหิมะตกอันสวยงาม สีขาวที่สะท้อนกายร่างและดวงตาของคนตัวเล็ก ช่างเป็นภาพที่สวยงามเกินที่จะบรรยาย ช่วงเวลาแสนล้ำค่านี้ อันยูขอใช้มันเพื่อมองจุนเพียงผู้เดียว อยากจะมองอยู่แบบนั้นไม่จากไปไหน ฝนดาวตก หรือหิมะตกวันไหนๆก็ไม่สวยงามเท่าคุระโอกามิ จุน





....เพราะในช่วงชีวิตหนึ่งของคิมอันยู จุนเป็นเหมือนแสงสว่างที่สวยงาม ส่องในใจของเขา....






風が窓を揺らした夜は揺り起こして

ลมพัดพามากระทบหน้าต่างให้สั่นไหว ปลุกค่ำคืนให้ตื่นจากหลับใหล

どんな悲しいことも

แม้ว่าจะทุกข์ใจเพียงใด

僕が笑顔へと変えてあげる

ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มได้







"มาอิโอชิเตคิตา ยูกิ โน ฮานา กา มาโด โน โซโต ซุทโต ฟูริยามูโกโต โว ชิราสุ นี โบกุรา โน มาชิ โว โซเมรุ..." (ดอกไม้แห่งหิมะ ปลิวพลิ้วลอยละล่อง ยามมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ราวกับจะตกอยู่ชั่วกาลนาน ทาทาบเมืองของเรา...) เสียงหวานของจุนเอ่ยร้องไป ประหนึ่งปล่อยให้มันผ่านไปกับสายลม อันยูยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยร้องต่อ


"ดาเรกา โน ทาเม นี นานิกา โว ชิตาอิ โต โอโมเอรุ โน กา..." (ฉันได้เรียนรู้ว่าการที่รู้สึกได้ว่าอยากจะทำอะไรให้ใครสักคน) อันยูเว้นช่วงไว้สักพัก ก่อนจะจ้องมองคนข้างๆ ดวงตาสุกสกาวเหมือนเปิดทางให้ใครอีกคนได้มองลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ  มือหนาสัมผัสที่แก้มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนมาจับที่ริมฝีปากแดงระเรื่อ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนหน้าตาหล่อคม ใบหน้าที่ห่างเพียงเสี้ยวจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน


"อาอิ โตอิอู โกโต โว ชิตตา" (นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่า ความรัก)


"ที่ฉันร้องเพลง เธอก็รู้ใช่ไหม ว่าฉันไม่ได้ร้องเปล่าๆ" มือหนาจากที่อยู่ตรงริมฝีปาก เลื่อนมากอบกุมมือขาวไว้แน่น ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ยามนี้เริ่มมีริ้วแดงบ้าง


"ครับ"






舞い落ちてきた雪の華が

ดอกไม้แห่งหิมะ  ปลิวพลิ้วลอยละล่อง

窓の外ずっと

ยามมองออกไปที่นอกหน้าต่าง

降りやむことを知らずに

ราวกับจะตกอยู่ชั่วกาลนาน

僕らの街を染める

ทาทาบเมืองของเรา

誰かのためになにかをしたいと思えるのが

ฉันได้เรียนรู้ว่า การที่รู้สึกได้ว่าอยากจะทำอะไรให้ใครสักคน

愛ということを知った

นั่นแหละ คือสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก"








"จุน..."


"ครับ!?" อันยูไม่พูดอะไรต่อ จับมือบางมาหยุดที่หน้ากากซึ่งปกปิดใบหน้าของตนครึ่งหนึ่ง


"ฉันรู้ว่าเธออยากกลับบ้าน และเธอเองก็ไม่เคยเห็นฉันถอดหน้ากากนี้"


"...."


"ได้โปรดถ้าเธอรู้สึกกับฉันก็จงถอดหน้ากากคำสาปนี้ออกแล้วทิ้งมันไป แต่ถ้าไม่เธอก็ใส่กลับให้ฉันเหมือนเดิม แล้ววันรุ่งฉันจะให้ทหารไปส่งเธอที่บ้าน เมื่อถึงบ้านเธอจะไม่มีความทรงจำของที่นี่อีก เธอจะได้สบายใจที่ไม่มีอดีตไม่คอยกวนใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอเอง"(2)(มีสปอยล์ช่วงนี้ด้านล่างนะคะ แนะนำให้อ่านเรื่องให้จบก่อนค่อยอ่านสปอยล์)


"คุณ..."


"อยู่กับฉัน มัน..ไม่มีอะไรหรอก มันมีแต่คำสาป หิมะ ความว่างเปล่า แต่ฉันสัญญาว่าทุกสิ่งที่เข้ามาทำร้ายเธอ ด้วยชีวิตและหัวใจ ฉันจะปกป้องเธอเอง..."


ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เขาไม่รู้ว่าชีวิตควรจะเดินทางไหน ใจหนึ่งอยากจะกลับบ้าน แต่ก็ต้องยอมทิ้งทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ข้างหลัง ใจหนึ่งกลับผูกพันกับชายคนนี้เสียเหลือเกิน แต่ต้องแลกกับชีวิต อิสรภาพที่มี ไม่ว่าจะเลือกทางไหนต่างก็เจ็บด้วยกันทั้งสองทาง ความเงียบที่เข้ามาเกาะกินในจิตใจ จุนหลับตาลงแน่น ปล่อยให้ความเงียบและแสงสว่างจากดาวตกช่วยนำทางเขา







....นำทางจุนด้วยเถิด นำทางไปยังแสงสว่างอันเป็นนิรันดร์....








หิมะขาวโพลนในวันวาน วันนี้ละลายไปหมด ในอีกวันก็ต้องกลับมาขาวโพลนใหม่ ความงามที่ยังคงตราตรึงผู้คน คือวันหิมะแรก วันที่บางคนได้เจอหิมะครั้งแรก บางคนเจออีกครั้ง และบางคนเจอเป็นครั้งสุดท้าย เปรียบดั่งความรัก ในยามแรกมักสดใส สวยงาม หากแต่เวลาผ่านไปเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี ความรักจะถูกแปรเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด คนอาจจะได้เจอความรักในรูปแบบของครั้งแรก อีกครั้ง และครั้งสุดท้าย.....






もし、君を失ったとしたなら

ถ้าต้องพลัดพรากจากเธอไป

星になって君を照らすだろう

ก็คงจะไปเป็นดวงดาว ส่องสว่างให้กับเธอ

笑顔も涙に濡れてる夜も

ไม่ว่าจะเป็นค่ำคืนที่เปื้อนน้ำตาหรือรอยยิ้ม

いつもいつでもそばにいるよ

ก็จะคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอไป







"ถ้าผมทิ้งหน้ากากของคุณไป คุณจะละลายไปเหมือนหิมะไหม"


"ไม่"


"ผมไม่ได้หมายถึงตัวคุณ แต่ผมหมายถึงหัวใจของคุณ"


"...."


"ถ้าวันใดวันหนึ่งที่หิมะละลายหายไป หัวใจคุณจะยังมีผมอยู่ในนั้นไหม"


"หิมะในเออร์วินทาวน์ไม่มีวันละลาย ต่อให้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือความเชื่อจะรุนแรงแค่ไหน หิมะก็จะยังขาวโพลนเหมือนเดิม"


"...."


"หิมะในเออร์วินทาวน์ก็เหมือนหัวใจของฉัน มันจะอยู่ที่เดิม ปกป้อง ซื่อสัตย์ ภักดีต่อเธอเพียงคนเดียว" คำพูดต่อให้จะสูงส่งหรือธรรมดา ก็ไม่มีใครล่วงรู้ว่าคือความจริงหรือไม่ เพียงแค่มองตาเท่านั้น ก็มองได้ลึกถึงก้นบึ้งหัวใจที่แสนลึกลับ ต่อให้ปีศาจอย่างคิมอันยูจะเย็นชา โหดร้าย แต่ดวงตาคมคู่นี้กลับอ่อนโยน ซื่อสัตย์ ไว้มองจุนเพียงผู้เดียว


"ผมรู้แล้วว่าผมจะเลือกทางไหน"


"....."


"ขอบคุณสำหรับหัวใจที่มั่นคงของคุณ แต่ผม...."








今年、最初の雪の華を

ดอกไม้แห่งหิมะ ที่ตกเป็นครั้งแรกในปีนี้

ふたり寄り添って眺めているこの瞬間(とき)

ยามที่ได้มองและอิงแอบกัน

幸せがあふれだす

ก็รู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยความตื้นตัน 

甘えとか弱さじゃないただ、君とずっと

ไม่ใช่อ่อนแอหรือออดอ้อน  แค่อยากมีเธอตลอดไป

このまま一緒にいたい素直にそう思える

อยากอยู่ด้วยกันอย่างนี้  ฉันคิดอย่างนี้จริงๆ

 







"...ผมไม่รู้ว่าผมจะแก้คำสาปหน้ากากได้หรือเปล่า แต่ผมสัญญาว่าผมจะแก้คำสาปในใจคุณเอง"







この街に降り積もってく真っ白な雪の華

ดอกไม้แห่งฤดูหนาว ที่ตกทับถมเมืองแห่งนี้จนขาวโพลน

ふたりの胸にそっと想い出を描くよ

ได้วาดความทรงจำนี้ไว้  ณ กลางใจของเราสองคน

 これからも君とずっと

จากนี้   กับเธอ  และตลอดไป




หิมะแรกยามเหมันตฤดูที่เยือกเย็น ช่างขาวสะอาด งดงาม ล้ำค่ายามต้องแสง ถูกรองรับโดยผืนดิน และต้นสนที่แผ่กิ่งก้าน ที่ภายนอกช่างดูแข็งกร้าว สงบ เยือกเย็น แต่มันก็พร้อมที่จะรองรับความบริสุทธิ์ของหิมะตลอดไป เปรียบความรักของเขาทั้งคู่ หิมะคือจุน ผืนดิน และต้นสนคืออันยู ปีศาจหิมะผู้ร้ายกาจ พรากชีวิตคนผู้นี้ พร้อมจะปกป้องความบริสุทธิ์นี้ไว้ตลอดกาล







สีขาวบริสุทธิ์ที่เหมือนจุน.......คือหัวใจสีแดงที่มีชีวิตของอันยู











และโลกสีเทาของอันยู.......คือความรักสีขาวสะอาดของจุน














_______________________________________________________________________________________

สปอยล์(1) (2)

*****แนะนำให้อ่านเรื่องทั้งหมดให้จบก่อน แล้วอ่านสปอยล์******

(1)เรื่องเจอกันครั้งแรกของอันยูกับจุน

***เริ่มแรกคือมีคนจากเออร์วินทาวน์ลอบหนีออกมา อันยูเลยต้องออกมาตาม ก็ถือโอกาสปลอมตัว(เป็นอีกคน)เป็นวิทยาการพิเศษในคลาสโบราณคดีของจุน(คนที่ลอบหนีออกมามีลูกหลานที่เรียนคลาสนี้) เจอกันครั้งแรกก้แอบชอบพอกัน(โดยที่จุนเห็นเป็นอีกร่างหนึ่งไม่ใช่ร่างแฟนท่อม) แต่ต่อมาอันยูก็กลับเออร์วินทาวน์ ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ จุนก็จำอะไรไม่ได้ วันหนึ่งจุนมีทำงานที่เกาะแห่งหนึ่ง ใกล้ๆทางเข้าเออร์วิน ตอนนั้นเกิดพายุเลยต้องค้างที่เกาะ(ทางเข้าเออร์วิน) จุนจะเข้าไปหาฟืนแต่กลับหลง อันยูช่วยไว้ได้โดยปลอมตัวเป็นหนึ่งในคณะแล้วพาเข้าเออร์วิน ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่หนาวจัด และก็โดนสัตว์มีพิษระหว่างเดินป่าเลยสลบไปนานถึง2ปี(ก็คือเจ้าชายนิทรา)

(2)หน้ากากคำสาป

***จริงๆเรื่องนี้ไม่มีคำสาปอะไรทั้งสิ้นนะคะ ที่ใช้คำนี้เพราะม่าจะเปรียบเทียบกับคนเราที่มีหน้ากากเป็นของตัวเอง เราต่างใช้หน้ากากนี้เพื่อผลประโยชน์ต่างๆ มันเหมือนคำสาปที่ไม่มีแก้ได้(มีความเพลง mama 5555) อันยูเลยเรียกว่าหน้ากากคำสาป (หน้ากากของอันยูที่ทุกคนรวมถึงจุนเห็น ก็คือ ความเย็นชา โหดร้ายค่ะ) ส่วนตอนแรกที่บอกประสบอุบัติเหตุ เป็นแค่เรื่องเล่าเฉยๆ มาที่ทางเลือกบ้างดีกว่า อันแรกคือถ้ารักก็ถอดทิ้งซะ หมายความว่าถ้าจุนเลือกที่จะเปิดใจให้อันยูแล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปกปิดต่อไป ส่วนอันสองคือถ้าไม่รักก็ใส่ไว้เหมือนเดิม คือคนมันจะไป ยื้อแค่ไหนก็ต้องไปอยู่ดี แต่อย่างน้อยใบหน้าอีกครึ่งที่ถูกปิดไว้ก็เอาให้ได้เห็น ได้รู้กันไป พอรู้แล้วก็คือจบ ใส่กลับไว้ให้ทุอย่างยังคงดำเนินเหมือนวันวาน(ที่ไม่มีจุน) ส่วนจุนก็ถูกลบความทรงจำ เริ่มต้นชีวิตใหม่(โดยไม่มีอันยู)



ปล.สปอยล์ยังดูดี มีสาระมากกว่าเนื้อเรื่องอ่ะ5555

              

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MAMACHiPPeR จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:19

    ไม่ค่อยเข้าใจค่ะว่าจบยังไง แต่ชอบมาเลยค่ะ อยากอ่านxiuho นานแล้ว😊



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มีนาคม 2562 / 22:20
    #1
    1
    • 3 พฤษภาคม 2562 / 00:07
      ม่านะคะ ขอโทษที่อาจทำให้คุณสงสัยนะคะ ตอนจบแฮปปี้เอนดิ้งนะคะ จุน(จุนมยอน)เลือกที่จะอยู่กับอันยู(มินซอก)ที่เมืองนี้ตลอดไป ขอบคุณที่อ่านนะคะ เอาไว้ม่าจะพัฒนาฝีมือนะคะ😄🙏🙏
      #1-1