คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

365

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


365

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


13
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ค. 61 20:43 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Someone Like You
#SLYBX
Cast:ByunXing/BaekLay ft. BaekMin
(Baekhyun x Lay x XiuMin)
Author:MAMACHiPPeR
Twitter:@mamalikeamama





กฎการอ่านนิยาย/บทความของMAMACHiPPeR
     (รบกวนอ่านแล้วปฏิบัติตามด้วยนะคะ)
1.นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชายนะคะ
2.นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึก(?)ของไรต์เตอร์เอง
3.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสียแก่ตัวศิลปิน
4.นิยายเรื่องนี้อาจอ้างอิงตัวละคร สถานที่ และเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง
5.หากรับนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ กรุณากดออกได้เลยค่ะ
6.อ่านแล้วกรุณาคอมเม้นท์ด้วยนะคะ(ถ้าได้จะดีมาก)
7.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาลอกเลียนแบบของไรต์เตอร์คนอื่นๆนะคะ(หากมีการซ้ำเกิดขึ้น)
                                                                      (//meแกจะเวิ่นเว้อทำไมเยอะแยะ//)



คุยกันก่อนนิดนึงนะคะ
สวัสดีค่าาา ม่ากลับมาแล้ว มาพร้อมกับฟิคเรื่องใหม่(โดยไม่แคร์เรื่องเก่า) สำหรับเรื่องนี้ต้องขอบคุณ
คุณน้ำฝน @sunisaxback ที่รีเควสคู่บยอนชิงมาให้นะคะ 
อีกคนนึงเลยคือเจ้าวีเพื่อนยาก @ppcy_candy ที่วาดแฟนอาร์ตให้ สวยจริงๆ หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรื่องนี้นะคะ
Lucky ค่ะ^^





ขอบคุณธีมจาก












#SLYBX
t
b

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 พ.ค. 61 / 20:43

บันทึกเป็น Favorite


Someone like you



"เราเลิกกันเถอะ ผมไม่ได้จริงจังอะไรกับคุณ"


"นี่นายเห็นความรักที่ฉันให้นายเป็นเรื่องบ้าๆงั้นเหรอ!!?"


"ผมไม่ได้พูด"


"นายมันบ้าที่สุดเลย! ที่ผ่านมานายเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันแน่ ตัวตลกงั้นเหรอ? หรือเป็นของเล่นเน่าๆ"


"ผมไม่ได้พูด"


"แล้วนายไม่คิดจะพูดอะไรให้ฉันรู้สึกดีเลยใช่ไหม!ห๊ะ!"


"ผม..."


"พูดมาสิ มีปากมีหัวไว้ให้พูดให้คิด ไม่ใช่หุ่นยนต์"


"แล้วคุณต้องการให้ผมพูดอะไรอีก ก็แค่ผมไม่ได้จริงจังอะไรกับคุณ มันก็ควรจะจบได้แล้วเปล่าวะ"


"แล้วหัวใจของฉันล่ะ มันไม่สำคัญแล้วเหรอ คำว่ารักที่นายพร่ำบอกฉัน นายจะพูดว่าไม่ได้พูดๆงั้นเหรอ"


"ผมว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วนะ กลับบ้านไปซะ กลับไปสงบสติอารมณ์ซะ พร้อมเมื่อไรค่อยคุยกัน ลาก่อน..เลย์"


"...ฮึก..นายมันบ้า...นายมันเหี้ยที่สุดเลย!!!..ฮือ.."

 

 



...แล้วเขาก็เดินจากผมไป ทิ้งผมให้ร้องไห้ในหน้าหนาวคนเดียว...

 

 




3 ปีผ่านไป


"เลย์เก่อ! มีของส่งมาที่นายอ่ะ" เสียงของเทา รุ่นน้องที่ใช้คำว่า'เก่อ'เป็นแค่คำเรียก แต่ผมชินแล้วล่ะ เทามาพร้อมกับซองกระดาษธรรมดา ที่มีชื่อผมอยู่บนจ่าหน้าซอง


"ไหนๆ มันคืออะไรอ่ะเลย์เก่อ"


"_ือก" ผมพูดเพียงสั้นๆ เทาก็ทำหน้ามุ่ยแล้วก็เดินตูดบิดกลับไป 


'คิดว่าน่ารักตายละ ไม่ได้ดูสารรูปมึงเลย' ผมคิดในใจ ก่อนจะเปิดซองกระดาษนั่น




 

'Invite to

张艺兴(Lay Zhang)'

 

 




ผมเห็นจ่าหน้าซองแล้วต้องขมวดคิ้ว จะมีสักกี่คนกันนะที่รู้ชื่อจีนผม แม้แต่รูมเมทที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีอย่างเลโอยังไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ ที่รู้กันก็มีพวกเพื่อนคนจีนที่มีไม่กี่คนในบริษัทและ...ช่างมันเถอะครับ ผมคิดแค่ว่าอาจจะเป็นเพื่อนเก่าที่จีนส่งมาให้ แค่นั้นผมก็จัดการแกะเชือก แล้วเปิดซองออกมา ข้างในเป็นการ์ดครับ การ์ดแต่งงานสีชมพูสวย มีกลิ่นหอมเหมือนฉีดน้ำหอมไว้เลย ผมคิดเล่นๆว่า 'เพื่อนแต่ละคนก็แต่งงานมีลูกมีผัวเมียกันไปหมด เหลือกูขึ้นคานหัวโด่อยู่คนเดียวละมั้ง' ผมขำให้กับความคิดนี้ ก่อนจะตั้งใจอ่าน ข้อความทั้งหมดในการ์ดทำผมหยุดหายใจไปหลายนาที





ที่แท้...ก็เป็นการ์ดแต่งงานของรุ่นพี่ที่ผมเคยเคารพกับแฟ...เพื่อนเก่าของผมเอง

 






'B. South International Company together with

 

Kim M Fashion Boutique

 

have the pleasure of inviting

 

Mr.Lay Zhang(张艺兴)

 

to witness and celebrate the engagement of

 

Mr.Byun Baekhyun(변백현)

 

And

 

Mr.Kim Minseok(김민석)

 

on Thursday, 29th September 2011

 

at YX Star Hollywood Hotel

 

at 4pm. Sharp

 

Theme:First Love(pastel)

 

Attire:colorful’

 

 





I heard
ฉันได้ยินมา
That you’re settled down
ว่านายตั้งหลักปักฐานเรียบร้อยแล้ว
That you found a girl
นายพบกับคนๆนั้น
And you’re married now
และก็แต่งงานกันแล้ว








ผมปิดการ์ดแต่งงานนั่นลงทันที อย่าคิดว่าผมจะมานั่งฟูมฟาย ไม่มีทางหรอก ก็แค่'จุก'เท่านั้นเอง เอาเถอะ Just Old Friend คิดอะไรมากวะเลย์ วันนั้นหลังจากเลิกงาน ผมจึงไปห้างเพื่อซื้อเสื้อผ้า รองเท้าดีๆ เข้าร้านเสริมความงาม และก็กลับบ้านพร้อมกับถุงช็อปปิ้งเต็มไม้เต็มมือ

 




...มีเวลาให้เตรียมตัวตั้งเดือนกว่า ทำเป็นเตรียมตัว ตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าของงาน... ผมนี่บ้าจริงๆเลย คุณว่าไหม...

 






I heard
ฉันได้ยินมาว่า
That your dreams came true.
ความฝันของนายเป็นจริงแล้ว
Guess she gave you things
ฉันว่าคนนั้นคงมีบางสิ่ง
I didn’t give to you
ฉันไม่มีทางให้นายได้








"มึงแน่ใจเหรอว่าจะไป ไอ้ติ๋มนั่นทำมึงเจ็บไม่รู้กี่รอบละ มึงโอเคแล้วเหรอ" เสียงเลโอ รูมเมทของผมพูดอย่างโมโห หลังจากที่ผมเล่าให้มันฟัง เป็นไปได้ผมว่ามันคงอยากจะฉีกการ์ดออกเป็นชิ้นๆเลยล่ะ ผมไม่แคร์อะไรหรอก ผมคิดเสมอว่า แค่งานแต่งงานเพื่อนเก่า จะเป็นไรมาก ไม่ถึงตาย....แต่แค่ทุกข์ทรมานหัวใจเฉยๆ

 

"โอไม่โอ ยังไงก็ต้องโอ งานแต่งเขาส่งการ์ดชวนมาทั้งที กูก็ต้องไป มึงจะไปไม่ไปก็เรื่องของมึง" ผมพูดแค่นั้น ก่อนจะปาถุงใส่มันแล้วไปห้องน้ำ เพราะขี้เกียจฟังมันบ่นต่อ

 

นานเท่าไรแล้วนะที่ผมไม่ได้ส่องกระจกมองตัวเองนานขนาดนี้ ผมยังคงจ้องมองเงาสะท้อนนั่นไม่วางตา ผมดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ หนวดก็เริ่มขึ้น ผิวก็ไม่ได้ขาวเหมือนแต่ก่อน ใต้ตาก็มีรอยคล้ำ รูปร่างก็ผอมลง ไม่ล่ำสันเหมือนเคย สงสัยผมคงทำงานหนักไปหน่อย พรุ่งนี้ผมคงต้องไปคลินิคเสริมความงามแล้วล่ะ

 

 



...และเป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกหัวเสีย บ้าจริงๆเลยเลย์...

 





 Old friend
เพื่อนเอ๋ย

Why are you so shy?
จะอายอะไรกัน?
Ain’t like you to hold back
มันไม่เหมือนตัวนายเลยที่จะทำอะไรไม่เต็มที่
Or hide from the light
หรือหนีจากความจริง






"ขอบคุณสื่อทุกท่านที่ให้ความสนใจนะครับ ผมบยอน แบคฮยอน ประธานบริษัท B South International ขอประกาศว่าผมและคุณคิมมินซอก เราสองคนจะแต่งงานกันครับ" ร่างโปร่งในสูททางการสีชมพูยืนเคียงข้างกับร่างบางเจ้าของใบหน้าแสนงดงาม ช่างเป็นภาพที่หาอะไรมาเทียบไม่ได้....แม้แต่ผมเอง ก็ทำไม่ได้


"เหอะๆ นี่ขนาดบอกว่าจัดแบบส่วนตัว ยังประกาศให้ชาวบ้านรู้"....ทีงานแต่งระหว่างเรา แค่พูดให้ฉันรับรู้ก็ไม่ได้






I hate to turn up out of the blue uninvited
ฉันเกลียดจริงๆที่ต้องมาเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดและไม่ได้รับเชิญ
But I couldn’t stay away, I couldn’t fight it.
แต่ฉันก็หนีจากนายไปไม่ได้ ฉันห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้
I had hoped you’d see my face and that you’d be reminded
ฉันยังหวังอยู่ว่าถ้านายเห็นหน้าฉันแล้วนายจะคิดได้ว่า
That for me it isn’t over
สำหรับฉันแล้ว ความสัมพันธ์ของเรามันยังไม่จบกั






 

ทุกคนที่อ่านถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่าผมพูดพร่ำเพ้ออะไรกัน ก็ไม่มีอะไรครับ แค่ผมกับคนที่ชื่อแบคฮยอนเคยเป็นแฟนกันครับ ย้ำว่า 'เคย' นะ เลิกกันมาก็ 3 ปีแล้วล่ะ ส่วนคนที่ชื่อคิมมินซอกเป็นรุ่นพี่ที่ผมเคยทำงานในร้านเขาครับ พอเขาสองคนคบกันผมก็เลยลาออกจากร้านพี่มินซอก แค่นั้นครับ....แต่แปลกนะครับ ถึงจะพูดเองว่าแค่นั้น แต่อาการเจ็บปวดในหัวใจของผม มันยังคงอยู่ ใช่ครับ ผมยังทำใจไม่ได้เลย จะสามหรือสิบปีผมก็ยังไม่ลืม รักแรก...เป็นใครก็ลืมไม่ลง จริงไหมครับ






Never mind
แต่ช่างมันเถอะ
I’ll find someone like you
สักวันฉันจะหาคนดีๆแบบนายได้อีกครั้ง
I wish nothing but the best for you too
ฉันขออวยพรให้นายได้เจอแต่สิ่งดีๆละกัน
“Don’t forget me,” I begged
"อย่าลืมฉันนะ" ฉันขอร้อง
“I’ll remember,” you said
"ผมจะจำไว้" นายพูด
“Sometimes it lasts in love
"ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead.”
แต่บางครั้งมันก็อาจจะกลายเป็นความเจ็บที่เข้าไปแทนที่ในความทรงจำ”
Sometimes it lasts in love
ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead,
แต่บางครั้งในความทรงจำของเราก็อาจจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด
Yeah.


 







ทุกคนเคยมีประสบการณ์ที่ไม่อยากให้ถึงวันนั้นไหมครับ ผมคิดว่าผมกำลังเป็นอยู่ พรุ่งนี้แล้วสินะ งานแต่งของแบคฮยอนกับพี่มิ..ไม่สิ คุณมินซอก ผมทำใจให้หลับไม่ได้หรอกครับ เลยมายืนตากลมตรงระเบียงแทน คืนนี้ท้องฟ้าไม่มีแสงดาวเลย พระจันทร์ก็ถูกเมฆบัง ทุกอย่างดูมืดมิดเสียเหลือเกิน ไม่ต่างจากในหัวสมองและหัวใจของผมเอง เหมือนไม่มีแสงสว่างสาดส่องมาเลย ผม...ไม่อยากไปเลย

 

คนเราเกิดมาไม่สามารถเลือกได้หรอกว่าในวันพรุ่งนี้หรืออนาคตอันแสนไกลจะเกิดอะไรขึ้น แม้จะภาวนาต่อพระเจ้าก็ตาม ผมสูดลมหายใจลึกๆ มองตัวเองในสูทขาวผ่านกระจก ผมถูกเซตเรียบร้อย หน้าก็แต่งแล้ว ผมมองดูอยู่อย่างนั้นนานพอสมควร ก่อนจะขึ้นรถพร้อมกับของขวัญ รถของโรงแรมหนะครับ บริการรับส่งแขกภายในงาน สะดวกสบายเสียจริงๆ

 

ระหว่างทางผมก็มองวิวข้างนอก เขตที่ผมอยู่คือฮอลลีวูดครับ โรงแรมจะอยู่ใจกลางเลย ห่างจากที่พักผมค่อนข้างไกลครับ ผมมองไปเรื่อยๆ จิตใจผมก็จะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหน่อยๆ

 

 

...ร้านลุงไอแซ็ค ร้านโปรดของผมกับแบคฮยอน...

...คาเฟ่ของพี่ทิฟฟานี่ เป็นคาเฟ่ที่ผมกับแบคฮยอนจะมานัดเจอกันตอนเลิกงาน แล้วกลับบ้านพร้อมกัน

...ร้านเสื้อของคุณนายเซ ร้านที่แบคฮยอนชอบพาผมมาเลือกเสื้อบ่อยๆ เพราะเค้าต้องออกงาน

...ถนนเส้นนี้ คือถนนที่ผมกับแบคฮยอนเคยเดินไปเรื่อยเปื่อย ตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย..

 

 

ความทรงจำทุกอย่างระหว่างผมกับเขา ผมจำมันได้ดีอยู่เสมอ แล้วนายล่ะ นายยังพอจะจำได้สักนิดหรือเปล่านะ...แบคฮยอน








You know how the time flies
นายรู้มั้ยว่าเวลามันผ่านไปเร็วแค่ไหน

Only yesterday
มีเพียงเมื่อวันวาน
It was the time of our lives
ที่เป็นเวลาของชีวิตเราสอง
We were born and raised
ความรักของเราเกิดขึ้น
In a summer haze
ในกลุ่มเมฆฤดูร้อน
Bound by the surprise
ถูกโอบอ้อมไปด้วยความตื่นเต้น

Of our glory days
และวันเวลาแห่งชัยชนะของพวกเรา









"คุณครับ ถึงแล้วครับ" ผมสะดุ้งขึ้นมา มองไปด้านนอกก็เป็นเรื่องจริง สงสัยผมคงจะเหม่อตลอดทางแน่ๆ ผมกล่าวขอบคุณคนขับรถ ก่อนจะลงจากรถเข้างาน


"ยินดีต้อนรับค่ะ คุณเลย์ สบายดีนะคะ"


"ครับ" ผมไม่แปลกใจเลยที่พนักงานรู้ชื่อผม ตอนคบกับแบคฮยอนผมมาที่นี่บ่อย จนหลายคนจำได้


"ดิฉันดีใจนะคะที่คุณมา ตั้งแต่คุณเลิกกับบอส พนักงานทุกคนไม่มีความสุขเลยค่ะ"


"อ้าว ทำไมล่ะ คุณมินซอกก็เป็นคนดีนะ"


"ที่ดีก็ดีจริงๆค่ะ แต่ดิฉันรู้สึกว่าคุณพูดดีกว่า อบอุ่นกว่าคุณคนนั้นอีก และที่สำคัญคุณคนนั้นเขาดูมั่นใจทุกอย่างเกินไป ไม่เหมือนคุณ" ผมหัวเราะน้อยๆให้ ผมสนิทกับคุณมินซอก จริงๆเขาเป็นคนปากร้ายใจดีนะ ผมไม่แปลกใจหรอก คุณมินซอกเป็นคนเข้มแข็ง ไม่เหมือนผมที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง


"คุณมินซอกเป็นคนปากร้ายใจดี ไม่นานหรอกเดี๋ยวก็สนิทกัน เชื่อฉันสิ"


"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ อ้อ!ใกล้เวลาแล้วนะคะ เชิญคุณเลย์ตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันพาไปที่โบสถ์"


"ขอบคุณนะ" เพราะระดับประธานของ B. South อย่างบยอน แบคฮยอนมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองอยู่แล้ว และเขาเองก็มักจะทิ้งสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นตัวปัญหา ขวางทางความสุขของเขา....ผมคงเป็นหนึ่งในนั้น


ภายในงานจัดโทนพาสเทล ให้ความรู้สึกเหมือน first love ตามธีมงานมากเลย สงสัยเจ้าบ่าวคงจัดงานเอาใจเจ้าสาวแน่ๆ(คุณมินซอกชอบสีพาสเทล ผมชอบสีดำ หรือสีทะมึนๆครึ้มๆ ถ้าให้ผมจัดงาน คงกลายเป็นงานศพแน่ๆ)


ผมเข้ามาในโบสถ์แล้วครับ ไม่ขาดไม่เกินไปมากกว่านี้ กลัวจะเสียฤกษ์เอา ผมเลือกที่นั่งใกล้ประตูไว้ เผื่อพิธีเสร็จจะได้ออกได้เลยทันทีโดยไม่เบียดกับคนอื่น และนั่นทำให้ผมบังเอิญพบกับ....


"ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ" 


"แบคฮยอน!!!!!!"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ใช่ซะที่ไหนล่ะ!!?


"ป๋ายเก่อ!!!"


"นึกว่าจะจำไม่ได้กันแล้วนะเนี่ย อี้ชิง" ผู้ชายคนนี้คือป๋ายเซียนครับ เป็นแฝดพี่ของแบคฮยอน และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าผมชื่ออี้ชิง


"ขอโทษด้วยครับเก่อ ผมไม่คิดว่าเก่อจะมาด้วยหนิ แหะๆ โอ๊ย!!!!!!" ป๋ายเก่อเขกหัวผมอย่างแรง อะไรกัน ผมไม่ผิดนะ โธ่เอ๊ย! อิเก่อเวร เวรทั้งพี่ทั้งน้อง!!!!


"งานแต่งน้องชายฉันนะเว้ย!!! ถ้าฉันไม่มาคงได้โดนตัดออกจากกองมรดกแน่!!!" ทุกคนต้องเข้าใจนะครับ  ป๋ายเก่อคุมธุรกิจที่จีน นานๆทีถึงจะมา จากนั้นพวกเราสองคนต่างก็คุยกันในเรื่องสารทุกข์สุขดิบ เรื่องทั่วๆไป เรื่องไร้สาระนู้นนี่นั่น ป๋ายเก่อเป็นคนน่ารัก อบอุ่น เป็นคนที่ผมไว้ใจ และมักขอคำปรึกษาเสมอ เช่น ตอนเลิกกับแบคฮยอน ป๋ายเก่อเป็นคนแรกที่มาถามผม และพาผมไปส่งที่ห้อง หรือตอนผมลาออกจากร้านคุณมินซอก ป๋ายเก่อก็เป็นคนที่แนะนำที่ทำงานใหม่ให้ผม ในช่วงชีวิตแย่ๆของผม ป๋ายเก่อคือแสงสว่างที่เข้ามาในชีวิตของผมเลยล่ะ





...เปรียบแสงเทียนเหมือนแบคฮยอน แม้แสงริบหรี่ แต่กลับทำให้ผมอบอุ่น สุขใจ และมีความหวัง...

...ส่วนป๋ายเก่อก็เหมือนแสงจากไฟฟ้า สุขสว่างยาวนาน ต่อชีวิตให้ผมได้อีกครั้ง... 







ในชีวิตของผมครั้งหนึ่งเคยมืดมน ไร้แสงสว่าง จนกระทั่งผมได้พบกับเทียนเล่มหนึ่งที่มีไฟติดอยู่ แม้จะไม่ได้ทำให้ผมมองเห็นทางชัดเจน แต่ผมกลับสุขใจเมื่อมีมันอยู่เคียงข้าง แต่แล้ววันหนึ่งแสงเทียนก็ได้ดับมอดลง เพราะเจ้าเปลวไฟนั้นได้อยู่กับกองไฟขนาดใหญ่ มันช่างเร่าร้อน รุนแรง แถมยังมีควันพวยพุ่งออกมาจนทำให้ผมเสียน้ำตา และแล้วแสงไฟก็ได้เข้ามา มันช่างงดงาม สว่างไสว และบริสุทธิ์ แต่ทำไมนะ ผมกลับไม่รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่กับแสงเทียนนั่นเลย เป็นไปได้ไหม ที่ผมอยากจะกลับไปหาเสียงเทียนของผม แม้ตอนนี้มันจะหลอมหัวใจของมันเข้ากับกองไฟจนกลายเป็นสิ่งเดียวกันไปหมดแล้วก็ตาม


"นายยังไม่ลืมแบคอีกเหรอ อี้ชิง" ป๋ายเก่อคงเห็นผมนั่งซึมเลยทัก แถมยังเอามือมาวางที่หน้าผากผมด้วย ยอมรับเลยว่าผมก็แอบหูแดงอยู่หน่อยๆ แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับป๋ายเก่อจริงๆนะ ถึงแม้ว่าป๋ายเก่อกับผม....


"อี้ชิง ฉันรักนายนะ"


"ป๋ายเก่อ...."


"ฉันรักนายมานานแล้ว ฉันรู้ว่านายยังไม่ลืมแบค แต่ขอล่ะอี้ชิง ให้ฉันได้เข้าไปในใจนายได้ไหม"


"....."


"เราจะอยู่ที่จีนบ้านเกิดนายด้วยกัน ฉันจะดูแลนายเอง"


"ขอบคุณนะครับ แต่ป๋ายเก่อ....ผมยังรักแบคอยู่ ผมขอโทษนะ..."


"ช่างเถอะ พี่เข้าใจแต่ถ้านายอยากให้ใครสักคนอยู่เคียงข้างนาย ให้คนนั้นเป็นฉันนะอี้ชิง"




"อี้ชิง!อี้ชิง!"


"ครับเก่อ!" อ่า..ผมเหม่ออีกแล้วเหรอเนี่ย ผมตบหน้าตัวเองเบาๆสองสามที ก่อนที่ผมจะเห็นว่าพิธีใกล้เสร็จแล้ว





...ก็แค่ภายในไม่กี่อึดใจ เขาจะกลายเป็นสามี ภรรยาแล้ว ทำไมผมต้องเจ็บที่อกด้านซ้ายด้วยล่ะ...






"คุณบยอนแบคฮยอน คุณจะรับคุณคิมมินซอกเป็นภรรยาเคียงข้าง ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันหรือไม่"


"รับครับ"


"คุณคิมมินซอก คุณจะรับคุณบยอนแบคฮยอนเป็นสามีเคียงข้าง ร่วมทุกข์ร่วมสุขหรือไม่"


"รับครับ/รับครับ" ไม่ต้องตกใจหรอกครับทุกคน อันแรกเป็นของคุณมินซอก ส่วนอันหลังเป็นของผมเอง....บ้าจริงๆเลย


"ผมบยอนแบคฮยอนจะขอรับคิมมินซอกเป็นภรรยา ร่วมเคียงข้าง ร่วมทุกข์ร่วมสุข ซื่อสัตย์ และจะไม่ทิ้งกัน"


"ผมคิมมินซอกจะขอรับบยอนแบคฮยอนเป็นสามี เป็นภรรยาที่ดี ร่วมทุกข์ร่วมสุข ซื่อสัตย์ และเทิดทูนสามีสุดหัวใจ" ภาพตรงหน้าช่างดูสุขสันต์ ชื่นมื่นจัง ผมควรจะมีความสุข ผมควรจะยิ้ม แต่ทำไมนะ พอจะยิ้มน้ำตามันก็ไหลขึ้นมา


"ไม่เป็นไรใช่ไหมอี้ชิง"


"ครับ" เป็นสิครับเก่อ ผมเจ็บมากเลยครับ ผมควรทำยังไงดีครับเก่อ...ผมอยากจะพูดมันออกไป พูดมันทั้งน้ำตานี่แหละ แต่ผมทำไม่ได้ เหมือนผมเป็นใบ้เลย...แย่ที่สุด


"เดี๋ยวพิธีใกล้จะเสร็จแล้ว รอแปบนึงนะ"


"ครับ" ผมทำได้แค่พยักหน้าให้ ถึงไม่โอเคยังไงก็ต้องทนให้ได้ อุตส่าห์มาถึงที่แล้ว จะยกเลิกไปก็คงยากหน่อย เดี๋ยวจะดูไร้มารยาทกันพอดี






I hate to turn up out of the blue uninvited
ฉันเกลียดจริงๆที่ต้องมาเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดและไม่ได้รับเชิญ
But I couldn’t stay away, I couldn’t fight it.
แต่ฉันก็หนีจากนายไปไม่ได้ ฉันห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้
I had hoped you’d see my face and that you’d be reminded
ฉันยังหวังอยู่ว่าถ้านายเห็นหน้าฉันแล้วนายจะคิดได้ว่า

That for me it isn’t over
สำหรับฉันแล้ว ความสัมพันธ์ของเรามันยังไม่จบกัน






คนเราไม่สามารถไปคุมชีวิตใครได้ หรือใครๆก็ไม่สามารถมาคุมชีวิตเราได้เช่นกัน แต่ภาพตรงหน้าที่แสนจะสุขสมหวานชื่นนี้ มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บที่อกด้านซ้ายเหลือเกิน มันหายใจไม่ออก เริ่มจิกเนื้อตัวเอง น้ำตาที่เหือดแห้งไป ทิ้งไว้แต่อาการปวดที่กระบอกตา ไมเกรนค่อยๆกำเริบขึ้น ผมพยายามอดทนถึงขีดสุด พยายามจะไม่มองภาพนั้น แต่ทำไมทุกอย่างยิ่งแย่ลง เป็นไปได้ไหมนะที่ผมอยากจะแยกสองคนนี้ออกจากกัน อยากจะทำลายรอยยิ้มกว้างนั่นทิ้งซะ มอบความเศร้าโศก ความเจ็บปวด และความร้ายกาจให้ทั้งสองอยู่ไม่เป็นผู้เป็นคน ความสุขในชีวิตคู่จงมลายหายไป ทิ้งไว้แต่ความทุกข์ระทม และสุดท้ายคู่นี้ก็จะเลิกกัน แล้วบยอนแบคฮยอนก็จะกลับมาหาผมอีกครั้ง เราสองคนก็จะกลับมาสานสัมพันธ์อีกครั้ง เราจะแต่งงานกัน มีเพียงผมและบยอนแบคฮยอนเท่านั้น ต่อให้จะเป็นคิมมินซอกหรือป๋ายเซียน ผมก็ไม่แคร์ คนพวกนั้นจะเข้ามาทำอะไรเราไม่ได้แน่นอน


"เอาล่ะมีใครในที่นี้จะคัดค้านงานแต่งหรือไม่? ถ้ามีก็จงพูดขึ้นมาเถิด" เสียงบาทหลวงเหมือนชี้ทางให้ผมในด้านมืดได้ปรากฏตัว ผมจะต้องไม่สูญเสียเขาไปอีก!!!!


"ผม!!!" ผมลุกขึ้นมาท่ามกลางสายตาของคนเกือบร้อยคน และหน้าเหวอๆของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ใครจะไปคิดว่าคนรักเก่าที่ยังมีเยื่อใยจะมาที่นี่กันล่ะ


"เลย์..." ผมเห็นเหมือนเจ้าสาวจะเหม่อลอยพูดชื่อผมขึ้นมา ทำไมล่ะ? ผมมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ


"ทำไมรุ่นพี่ทำกับผมอย่างนี้ครับ"


"พี่..พี่..เอ่อ.."


"รุ่นพี่แย่งแบคฮยอนไปจากผมทำไม!!!! พี่ทำได้ไง!!!!"


"พี่ขอโทษ แต่พี่รักแบคฮยอน ฮือๆๆ พี่รักเขา"


"....ฮึก ฮือ.."


"เข้าใจพี่เถอะเลย์ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา"


"แล้วผมล่ะ!!!!!!! พี่คิดว่าผมไม่มีหัวใจขนาดนั้นเลยเหรอ!!!?"


"ก็พี่ขอโทษไปแล้วไง ฮึก พี่ขอโทษๆๆๆๆ"


"อย่าเอาคำที่มันดีอยู่แล้วมาพูด!!!! คนอย่างรุ่นพี่มันสกปรกเกินกว่าจะพูด!!!!"


"ฮึก พี่..พี่ขอโทษ.. ฮือ.."


"กูบอกว่าไม่ต้องพูด!!!!"


"เลย์..."


"ต่อไปนี้กูกับมึงจะไม่มีวันกลับมาเป็นพี่น้องกันได้อีก แม้แต่ชื่อกูก็จะไม่มีวันพูดขึ้นมาให้เป็นเสนียดปากกูอีก"


"เลย์...ไม่นะ..ไม่..."


"ลาก่อน ชาตินี้ทั้งชาติ อย่าได้มาเจอกันอีกเลย ไอ้จิ้งจอกร้อยมายา...คิมมินซอก"


"ลูกเอ๋ย มีเหตุผลอะไรบ้างที่ลูกจะขอคัดค้านงานแต่งเขา" หลายอย่างเลยครับคุณพ่อ เขาทำกับผมเจ็บปวดเหลือเกิน ขณะที่ผมกำลังจะพูดออกไป แต่ทำไมผมกลับพูดไม่ได้ ความทรงจำที่ดีมันกลับไหลย้อนมา



"ยินดีต้อนรับนะเลย์ พี่ชื่อคิมมินซอก เรียกพี่ว่าพี่หมินก็ได้"


"นายคือน้องชายของพี่ พี่รักนายมากๆเลยนะ"


"สุขสันต์วันเกิดนะเลย์ น้องชายของพี่ พี่เป็นคนแรกใช่ไหม"


"ถึงนายจะจากพี่ไป แต่พี่ไม่สนหรอกนะ นายยังเป็นน้องชายของพี่เสมอ ที่นี่ยังยินดีต้อนรับนายนะ...เลย์"


....พี่หมิน....


"ไงน้องสะใภ้ ฉันป๋ายเซียนนะ"


"มันทำนายเจ็บใช่ไหม ฉันจะไปฆ่ามัน ไอ้น้องเลว!!!!!"


"ความเจ็บปวดที่นายได้มา แบ่งให้ฉันบ้างได้ไหม ฉันอยู่ตรงนี้นะอี้ชิง นาย..มองเห็นฉันใช่ไหม"


"อี้ชิง ฉันรักนายนะ"


...ป๋ายเก่อ...


"ไงเพื่อนใหม่ ผมชื่อแบคนะ บยอนแบคฮยอน"


"ผมชอบเลย์จังเลย เป็นไปได้ไหมที่เราจะได้เป็นมากกว่าเพื่อน...นะเลย์"


"ผมไม่ทิ้งคุุณไปไหนหรอกนะ ผมอยู่ตรงนี้เสมอ"


"ผมไม่จำเป็นต้องพูดคำว่ารักกับคุณหรอกนะ แต่ผมจะทำให้คุณเห็นเอง"


...แบคฮยอน...


ทำไมกัน ทำไมผมต้องไปนึกถึงมันด้วย สมองของผมมันปั่นป่วน สับสนไปหมด อยากจะเป็นลมให้ได้เลย หน้าผมดูซีดคลับคล้ายว่าจะเป็นไข้ ผมพยายามเรียกสติกลับมา ก่อนจะพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางความฉงนของคนในงาน แถมสายตาของคู่บ่าวสาวก็จ้องมาด้วยสายตาที่ไปทางเศร้าสร้อยเล็กน้อย คำว่าขอโทษคงมีมากเกินไปจนทำให้เจ้าสาวแทบจะน้ำตาซึม...ผมควรทำยังไงดี


"ตกลงว่ายังไงลูก" เสียงคุณพ่อถามขึ้นอีกครั้ง ผมพยายามสุดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยพูด






Never mind
แต่ช่างมันเถอะ
I’ll find someone like you
สักวันฉันจะหาคนดีๆแบบนายได้อีกครั้ง
I wish nothing but the best for you too
ฉันขออวยพรให้นายได้เจอแต่สิ่งดีๆละกัน
“Don’t forget me,” I begged
"อย่าลืมฉันนะ" ฉันขอร้อง
“I’ll remember,” you said
"ผมจะจำไว้" นายพูด
“Sometimes it lasts in love
"ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead.”
แต่บางครั้งมันก็อาจจะกลายเป็นความเจ็บที่เข้าไปแทนที่ในความทรงจำ”
Sometimes it lasts in love
ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead,
แต่บางครั้งในความทรงจำของเราก็อาจจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด

Yeah.








"ผม..แค่อยากจะมายินดีและอวยพรให้คู่บ่าวสาว ในฐานะที่เป็นคนที่ดีที่สุดที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแย่ๆของผม" ผมมองตรงไปยังเจ้าสาว สายตาเว้าวอนที่อยากให้ผมกลับมาเป็นแบบเดิม ผม...


"คุณมินซอก ผมขอโทษที่ตอนนั้นผมพูดไม่ดีไปนะครับ ผมขอให้คุณโชคดีในความรัก ดูแลสามีของคุณให้ดีที่สุด ผมไม่ได้หายไปไหนหรอก ผมยังอยู่ที่เดิม แต่ผม...ไม่สามารถกลับไปเป็นน้องชายที่ดีให้คุณได้แล้ว ผมแย่เกินกว่าที่จะกลับไป"


"ไม่เลยเลย์ ไม่เลย" เขาส่ายหน้า น้ำตาที่ตอนแรกเริ่มซึมก็ไหลออกมาบ้าง ผมได้แต่ยิ้มบางๆให้ ก่อนจะหันไปมองคนๆนั้น คนที่ผมรักผมสุดหัวใจ สีหน้าเขาเรียบเฉย ผมเข้าใจ


"แบคฮยอน นานจังเลยนะที่เรา...สนิทกัน ฉันไม่มีอะไรจะให้นายหรอก ของขวัยของฉันก็แสนจะธรรมดา ไม่มีราคา หรือคุณค่าอะไรหรอก ถ้านายมีโอกาสได้เปิดมัน นายจะทิ้งก็ได้นะ และก็...วันนี้วันสำคัญที่สุดของนาย ดูแลคุณมินซอกให้ดีนะ ฉัน...เป็นกำลังใจให้นายนะ"


"เลย์ ผม..." ผมเห็นแบคจะพูดอะไรบางอย่าง ผมจึงตัดบทโดยการพูดอวยพรแค่นี้ แล้วออกจากที่นี่ไป พร้อมให้เหตุผลว่าผมมีธุระต่อ โดยไม่ฟังคำคัดค้านของใคร ทั้งป๋ายเก่อ คุณมินซอก และแบคฮยอน


"ต่อไปนี้ทั้งสองคนคือคู่สามีภรรยานับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกคนจงอวยพรให้แก่เจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่นี้ด้วย"





...ขอให้มีแต่ความสุข ความรักให้แก่กัน อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า เป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่นอย่างนี้ตลอดไป ส่วนความทุกข์ ความเจ็บปวดต่างๆ ผมจะรับไว้เพียงผู้เดียว...








"โชคดีนะครับ" ในฐานะเพื่อนเก่า ผมทำได้แค่นี้ และในฐานะคนรักเก่า ผมคงไปทำอะไรไม่ได้หรอก อยู่ไปก็รังแต่ความเสียใจเข้ามาทับถมซ้ำๆ


"เลย์! เดี๋ยวก่อน!"


"แบคฮยอน!!"


"ผมอยากจะคุยกับคุณ..เป็นการส่วนตัว ตามผมมา" ผมควรจะรู้สึกอย่างไรดีนะ ดีใจ...ตกใจ...แปลกใจ ผมได้แต่สับสนจนกระทั่งเราทั้งคู่ได้อยู่ในห้องๆหนึ่ง มันเงียบสงบ ไร้ผู้คน แปลกๆนะ


"ที่นี่ห้องพักผมเอง คนอื่นอยู่ข้างนอกหมด" ผมแค่พยักหน้าเออออไปเท่านั้น


"แล้วนายมีอะไรหรือเปล่า" ผมไม่อยากอยู่อย่างอึดอัดแบบนี้หรอกนะ แต่ในตอนนั้นเอง....


"อ่ะ...อื้มมม..."


Lay's Part END






Nothing compares
ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบกันได้
          No worries or cares
          ไม่ว่าจะเป็นความห่วงหา ความอาทร







จุมพิตที่แสนหวานคลอเคล้าด้วยรสชาติน้ำตา ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนปรารถนาจะได้มัน เพราะมันจะรังแต่ความทุกข์ทรมาน แต่สำหรับเลย์ มันคงจะเป็นความทุกข์ที่แสนหอมหวานจนมิอาจกลั้นใจ ร่างบางถอนจูบอย่างช้าๆ แม้อยากจะหยุดเวลาไว้ก็ตาม ดวงตากลมใสจ้องมองใบหน้าหล่อที่ห่างเพียงแค่คืบ แต่อยากที่จะจับต้อง ทำได้เพียงแตะที่แก้มของใบหน้าหล่อเท่านั้น ก่อนจะไล้ไปตามหน้าผาก จมูกโด่ง ริมฝีปากงาม คางเรียว จนถึงลำคอขาว และหยุดที่อกหนาด้านซ้าย แค่นี้เลย์ก็รู้แล้วว่า...


"นายยังรักฉันอยู่..."


"...."


"...ใช่ไหม" แบคฮยอนเงียบไป เขาเริ่มไม่มั่นใจในสัญชาติญาณของตัวเองเสียแล้ว ร่างโปร่งเพียงแค่ยิ้มน้อยให้ ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของแก้มขาวใส กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายที่เลย์ชอบใช้ ไม่ได้ให้กลิ่นที่ฉุนกึก แต่กลับหอมหวล ชวนให้สูดกลิ่นมันอีกครั้ง


"ถ้าผมหมดรักคุณแล้ว ผมจะลากคุณมาจูบทำไมล่ะ"


"แต่...."


"คุณห่วงเรื่องมินซอก ผมรู้ครับ"


"อืม"


"ผมขอโทษนะที่ทิ้งคุณไป ผมรู้ตัวดีว่าผมยังรักคุณ แต่ในใจผมก็มีมินซอกอีกคน ผม..." นิ้วเรียวสวยหยุดที่ปากของร่างโปร่ง ทั้งที่เขายังไม่ทันพูดจบ เลย์ส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเอามือลงไว้ที่เดิม


"กลับไปดูแลคุณมินซอกเขาเถอะ เขารักนายมากนะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก" เลย์พูดแค่นั้นก่อนจะสาวเท้าเดินออกไป


"เดี๋ยว!" แบคฮยอนจับแขนอีกคนให้หันมา ก่อนจะมอบจุมพิตให้อีกครั้ง รสชาติหวานหอมแห่งการจากลา ไม่อยากให้มีที่สิ้นสุด แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม เรียวลิ้นร้อนที่ตวัดเปรียบเหมือนหัวใจของคนทั้งสองที่ยังคงเกี่ยวพันไม่มีวันบรรจบ มีแต่หัวใจที่แนบชิดไว้ด้วยกัน เลย์รู้แล้วว่าความรักของเขาและแบคฮยอนยังไม่สิ้นสุด ความสัมพันธ์จบ คนจบ แต่สายใยนี้จะยังไม่จบ เพียงแค่มันเปลี่ยนจากคนรักเป็นเพื่อนสนิท





...ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า 'มิตรภาพ' งดงาม ยิ่งใหญ่ นิรันดร์กาล...













Regrets and mistakes
           ความเสียใจ ความผิดพลาด
            They are memories made.
            แต่มันก็เป็นความทรงจำที่เกิดขึ้นแล้ว







"ฉันรักนายนะเลย์"


"อย่าลืมฉันนะ แบคฮยอน"


"อืม ฉันก็จะจำนายไว้ส่วนลึกที่สุด ที่แม้แต่มินซอกก็เข้าไปทำอะไรไม่ได้" บยอนแบคฮยอนมีข้อดีคือ รักษาสัญญาเสมอ เลย์มั่นใจอย่างนั้น


"ฉันก็สัญญาเหมือนกัน"


"อะไร?"






Who would have known
ใครจะไปรู้ล่ะ
How bittersweet this would taste?
ว่ารสชาติชีวิตที่หวานอมขมกลืนมันจะเป็นยังไง?






"Someday I'll find someone like you, I'm promise" แบคฮยอนยิ้มกว้าง คนอย่างเลย์ พูดจริงทำจริง อยู่แล้ว






Never mind
แต่ช่างมันเถอะ
I’ll find someone like you
สักวันฉันจะหาคนดีๆแบบนายได้อีกครั้ง
I wish nothing but the best for you too
ฉันขออวยพรให้นายได้เจอแต่สิ่งดีๆละกัน
“Don’t forget me,” I begged
"อย่าลืมฉันนะ" ฉันขอร้อง
“I’ll remember,” you said
"ผมจะจำไว้" นายพูด
“Sometimes it lasts in love
"ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead.”
แต่บางครั้งมันก็อาจจะกลายเป็นความเจ็บที่เข้าไปแทนที่ในความทรงจำ”
Sometimes it lasts in love
ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead,
แต่บางครั้งในความทรงจำของเราก็อาจจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด

yeah.







แบคฮยอนกลับไปหามินซอกแล้วพร้อมกล่องของขวัญที่เลย์ให้มา แท้จริงมันคือเซตโปสการ์ดของช่างภาพอิสระคนหนึ่งที่มินซอกชอบ แถมมาพร้อมลายเซ็นต์ที่เขาสมบุกสมบันไปคว้ามา เขามั่นใจว่ามินซอกต้องแอบขอบคุณเขาอยู่ในใจลึกๆแน่ๆ ส่วนเจ้าบ่าวน่ะเหรอ ก็คำสัญญานั่นไง มันล้ำค่ามากกว่าเพชรที่มีราคาแพงที่สุดในโลกเสียอีก...จูบนั้นก็เช่นกัน


"เก่อจะกลับจีนเลยไหมครับ" เลย์เดินมาพร้อมกับป๋ายเซียนพลางถาม


"ไม่หรอก เก่อว่าจะค้างสักสองสามวันค่อยกลับ แล้วนายล่ะให้ฉันไปส่งไหม?"


"ไม่ดีกว่าครับ อีกอย่างรถก็มารอแล้ว ขอบคุณนะครับเก่อ"


"แล้วเจอกันนะอี้ชิง" เลย์หรืออี้ชิงเพียงยิ้มหวานแล้วโบกมือให้ ไม่ทันได้เตรียมตัวอะไร ก็...


ปัก!!


แย่แล้ว!ชนใครวะเนี่ย!?


ร่างบางในอ้อมกอดของชายหนุ่มคนหนึ่ง ร่างหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผิวที่เข้มกว่าแต่ไม่ถึงกับเป็นนิโกร ใบหน้าหล่อเหลาที่ติดหวานนั่นทำให้ร่างบางตะลึง


"แบคฮยอน!!" ชายหนุ่มผู้มีแววตาขี้เล่นหัวเราะน้อยๆพลางส่ายหน้า ร่างบางหันกลับไปข้างหลัง ก็ยังเห็นแบคฮยอนยังอยู่กับมินซอก ส่วนป๋ายเซียนก็อยู่ข้างหลังเขา แล้วคนนี้....


"หันมานี่สิครับ ผมอยู่นี่" มือหนาเชยคางมนให้หันมา ใบหน้าที่ห่างกันแค่ลมหายใจ เพราะแขนแกร่งที่กอดรัดร่างไว้ รู้ตัวอีกทีใบหน้าหล่อก็ก้มมาข้างหู เสียงนุ่มทุ้มแฝงด้วยความมั่นคงที่เลย์ได้ยิน แทบจะทำให้ร่างนี้ลมจับ


"ผมเบอร์นาร์ด บยอนเบอร์นาร์ด ลูกคนเล็กของบยอน ยินดีที่ได้รู้จักนะคนสวย....เลย์ จาง" ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ร่างบางยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น และ....


"อ้าวไฮ! ว่าไงไพ่เสี้ยน"


"กูชื่อป๋ายเซียน !!" ป๋ายเซียนพูดพร้อมกัดฟัน แต่ไหนแต่ไรมาเขากับเจ้าแฝดน้องคนเล็กนี้ก็ไม่เคยลงรอยกันเลย เห็นหน้ากันทีไรต้องได้ตบ ได้จิกกัดกันตลอด มีแค่แบคฮยอนเท่านั้นที่ต้องมาปรามตลอด แต่โชคดูไม่เข้าข้างป๋ายเซียนเลย แบคฮยอนแต่งงานแล้ว แถม นี่ดูสนใจอี้ชิงอีก ท่าทางสงครามที่ยิ่งใหญ่กว่าสงครามโลก ก็คงเป็นสงครามชิงนางระหว่างเขากับมันแน่ๆ


"แหมมม ผมแค่ล้อเล่นเองครับ" เจ้าแฝดน้องเข้ามากอดพี่ใหญ่แน่น(จนกูจะตายห่าตรงนี้แหละ!!!) เบอร์นาร์ดผละจากอ้อมกอดแห่งรัก(?) ก่อนจะเอ่ยกับพี่ใหญ่ ทำเอาเขาถึงกับจะฆ่ามันกับมือ


"คิดถึงพี่จังเลยนะครับ พี่ป๋าย..."


"....."


"...คนนก ฮ่าๆๆๆ"


"ไอ้น้องเหี้ยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"


Lay's Part

"ฉิบหายละกู แฝดสาม\ ํOํ/"

Lay's Part END









Never Mind
แต่ช่างมันเถอะ
I’ll find someone like you
สักวันฉันจะหาคนดีๆแบบนายได้อีกครั้ง
I wish nothing but the best for you too
ฉันขออวยพรให้นายได้เจอแต่สิ่งดีๆละกัน
“Don’t forget me,” I begged
"อย่าลืมฉันนะ" ฉันขอร้อง
“I’ll remember,” you said
"ผมจะจำไว้" นายพูด
“Sometimes it lasts in love
"ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead.”
แต่บางครั้งมันก็อาจจะกลายเป็นความเจ็บที่เข้าไปแทนที่ในความทรงจำ”
Sometimes it lasts in love
ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
But sometimes it hurts instead,
แต่บางครั้งในความทรงจำของเราก็อาจจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด

 

 

 



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MAMACHiPPeR จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 เมษายน 2561 / 17:17
    อยากอ่านๆ
    #1
    0