คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

570

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


570

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


30
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ก.ค. 61 / 19:31 น.
นิยาย [SF EXO] 戲曲 The Last Opera #Ӿѹ :: KrisLay ft. Suho [SF EXO] 戲曲 The Last Opera #คลฮรำพัน :: KrisLay ft. Suho | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
戲曲
The Last Opera
#คลฮรำพัน
Cast:KrisLay ft. SuHo
(Kris x Lay x Suho)
Author:MAMACHiPPeR
Twitter:@mamalikeamama















กฎการอ่านนิยาย/บทความของMAMACHiPPeR
     (รบกวนอ่านแล้วปฏิบัติตามด้วยนะคะ)
1.นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชายนะคะ
2.นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึก(?)ของไรต์เตอร์เอง
3.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสียแก่ตัวศิลปิน
4.นิยายเรื่องนี้อาจอ้างอิงตัวละคร สถานที่ และเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง
5.หากรับนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ กรุณากดออกได้เลยค่ะ
6.อ่านแล้วกรุณาคอมเม้นท์ด้วยนะคะ(ถ้าได้จะดีมาก)
7.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาลอกเลียนแบบของไรต์เตอร์คนอื่นๆนะคะ(หากมีการซ้ำเกิดขึ้น)
                                                                      (//meแกจะเวิ่นเว้อทำไมเยอะแยะ//)








คุยกันก่อนนิดนึงนะคะ
ทุกคนนนน ม่ามาแล้ววววววววววว หลังจากที่หายหัวไปที่แอตแลนติก(ถุุ๊ยยย) นั่นแหละค่ะ วันนี้มาเปิดเรื่องใหม่(อีกแล้วเรอะ) เป็นเรื่องที่ม่ากล้าพูดได้เลยว่า คุณจะมึนกับตัวละครมากถึงมากถึงมากที่สุดดดด เพราะขนาดม่ายังงงอ่ะ555555 เรื่องนี้เป็นพีเรียดนะคะ ภาษาที่ม่าใช้อาจจะไม่สละสลวย เพราะเป็นพีเรียดเรื่องแรก ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
Lucky ค่ะ^^








ขอบคุณธีมจาก




















#คลฮรำพัน

cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ก.ค. 61 / 19:31


Last Opera







将军啊早卸甲
ท่านแม่ทัพ จงรีบกลับมาเถิด
他还在廿二等你回家
เขายังคงไว้ที่ยี่สิบสอง ยังรอท่านกลับบ้าน




            ฤดูหนาว ปี 1946

            ฉางซาในยามนี้ขาวโพลนไปด้วยหิมะ อากาศภายนอกช่างเหน็บหนาวเกินกว่าจะใส่ชุดสบายๆออกนอกบ้าน ในยามนี้ผู้คนจึงประดับร่างไปด้วยเสื้อคลุมหลากสีสัน แต่กลับไม่ใช่ในเรือนไม้สีแดงเรือนนี้เป็นแน่แท้….บ้านสกุลจาง

 

...ว่ากันว่าหากผู้ใดได้รับชมอุปรากรจีนของสกุลจาง แม้เพียงพยางค์เดียวก็นับเป็นผู้มีบุญได้รับฟังเสียงเพลงจากนางสวรรค์จุติ...


 

            “หม่าม๊า เราจะได้ฟังเพลงจากพี่นางฟ้าแล้วใช่ไหมฮะ” เสียงของเด็กชายวัยประมาณ 5-6 ขวบเอ่ยถามกับผู้เป็นแม่ ในมือนางถือใบกระดาษแข็งใบหนึ่ง คือตั๋วเข้าชมอุปรากรจีนของสกุลจางที่ได้มาด้วยความลำบากแทบจะลากเลือด


            “ใช่ครับ แล้วเดี๋ยวพี่นางฟ้าร้องเพลงให้หนูฟังเสร็จ เดี๋ยวเราค่อยเอาขนมคัดท้อก้วยให้พี่นางฟ้ากันดีไหมครับ”


            “ฮะ!!!” ผู้เป็นแม่หัวเราะให้กับความน่ารักของบุตรชาย บรรยากาศนี้อยู่ในสายตาของชายหนุ่มร่างงามดั่งเทพบุตร ชายในชุดสูทแบบผู้ดีตะวันตกแบบยืนดูภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ในมือของเขาก็ถือตั๋วและซาลาเปาหลากหลายไส้ ร่างสง่าเดินเข้าไปหาสองแม่ลูกทันที


            “หนีห่าวครับคุณนาย” ร่างสูงเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง คุณนายสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มหวานขึ้นมา


            “อ๊ะ! คุณชายอู๋ หนีห่าวค่ะ มาไม่ซุ่มไม่เสียงเลยนะคะ”


            “ขอโทษด้วยครับคุณนาย” คุณชายอู๋ หรืออู๋อี้ฝาน ผบ.ทหารสูงสุด เป็นผู้นำของฉางซาที่ใครต่างก็ยำเกรงกำลังโค้งตัวให้กับหญิงวัยกลางคนและเด็กชายตัวเล็ก


            “อย่ากังวลไปเลยค่ะคุณชาย ดิฉันแค่หยอกเล่น อ๊ะ!นี่ลูกชายดิฉันค่ะ เขาชื่อ โตวจิ่งฉิวค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะจ้องมองเด็กชายตัวน้อยตาโต ผิวเนียนสวย รูปปากหัวใจอันเป็นเอกลักษณ์ เขาอดไม่ได้ที่จะนำมือวางบนกลุ่มผมนุ่ม เด็กชายยิ้มกว้างน่ารักน่าเอ็นดู


            “น่ารักมากเลยครับ ผมมีหลานชายคนหนึ่ง อายุน่าจะไล่เลี่ยฉิวเอ๋อร์ แต่อาจจะน้อยกว่าสัก 1 ปีชื่อ อู๋ซื่อชุนไว้มีเวลาผมจะพามาแนะนำนะครับ”


            “เป็นเกียรติของดิฉันกับจิ่งฉิวเสียจริงค่ะ” นางโค้งตัวเป็นการคำนับ


            “เล็กน้อยครับคุณนาย”


            “อ๊ะแล้วนี่คุณชายกำลังจะไปไหนหรือเปล่าคะ ไปดูงิ้วบ้านสกุลจางกันดีไหมคะ”


            “งิ้วบ้านสกุลจาง? เป็นอย่างไรเหรอครับ?” ชายหนุ่มรูปงามขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขามีตั๋วก็จริง แต่เป็นตั๋วที่ได้มาฟรีจากเพื่อนร่วมงาน


            “อ่า คุณชายนี่นะ เขาเล่ากันปากต่อปากว่าเพลงงิ้วคณะไหนก็ไม่ไพเราะเท่าสกุลจาง ท่วงท่าร่ายรำบ้านไหนก็ไม่สู้บ้านสกุลจาง แลตัวนางจากสวรรค์ชั้นใดก็ไม่อาจเทียบความงามของเรือนสกุลจาง เขาว่ากันว่างดงามยิ่งกว่านางรำของสวรรค์เสียอีก...” ชายหนุ่มฟังเพียงเท่านี้ก็ตกอยู่ภายในภวังค์เสียแล้ว แม้เพียงยังไม่ได้ฟัง ก็สามารถจินตนาการไปไกลได้





 

...บางทีเขาอาจจะได้พบดอกท้อในเมืองกรุงเสียก็ได้...

 





 

            หลังเรือนไม้งดงามที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ใครบางคนกำลังลงสีสันบนใบหน้าหวาน เพียงแต่งแต้มริมฝีปากแดงอิ่ม ก็ถือว่าเสร็จการทั้งหมด ตัวนางสกุลจาง จ้องมองตนเองในกระจกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเคลื่อนย้ายตนไปยังห้องแต่งกายเพื่อเตรียมตัวสู่การแสดงอุปรากรจีนที่หลายคนในฉางซาปรารถนาจะได้ชมเพียงเสี้ยว

 





...โฉมเอ๋ยโฉมงาม...เพียงเสี้ยวจันทราส่องประกาย...ความงามนางถูกขานไกลถึงเมืองลับแล...






昨夜梦又去
เมื่อคืนวานฝันไปอีกครั้ง
商台末子添新衣
โน๊ตตัวที่สอง ผงแป้ง เพิ่มเติมชุดใหม่
旧曲又一局
บทเพลงเก่าขับขานอีกครั้ง
北雪踏典狱
หิมะเหนือย่ำลงบนเรือนจำ
洒盐纷飞惑朝夕
หว่านเกลือให้ปลิวว่อน สับสนตลอดวันคืน
青倌缠头碧
คนรับใช้ปักหยกบนหัว
似故人束发髻
คล้ายเพื่อนเก่าที่มัดมวยผม






            คุณชายอู๋อี้ฝานเข้าใจแล้วทันที  งิ้วสกุลนี้ไม่เพียงแต่โด่งดังแค่ฉางซา แต่กลับถูกขนานนามไปไกลถึงเมืองอื่นๆ ที่ผ่านมาเขาเห็นคู่รักพูดภาษาจีนกลางบ้าง ครอบครัวนี้พูดจีนกวางตุ้งบ้าง ดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่คืนตั๋วให้เพื่อนของเขาเสียก่อน มิเช่นนั้นคงได้พลาดอะไรดีๆ ไปเสียแน่


            “ดิฉันได้ยินว่าวันนี้จะแสดงเรื่อง เอ้อร์เย่วหงรำพันรักในเรือนจำค่ะ” อู๋อี้ฝานขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันทีทันใด เขายอมรับว่าไม่คุ้นกับเรื่องนี้เลย อู๋อี้ฝานพึ่งกลับมาจากเมืองอังกฤษเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนจะนำความรู้ที่ได้มาจากเมืองนอกมาพัฒนาเมืองนี้ แลอุปรากรเขาก็ใช่ว่าจะได้ดูบ่อยครั้ง


            “ดูท่าคุณชายจะไม่รู้เอาเสียนะคะ ดิฉันขออนุญาตเล่าเรื่องคร่าวๆ ละกันนะคะ บทเพลงนี้ถือเป็นบทเพลงประจำตระกูลจางได้เลยล่ะค่ะ จะเล่นทุกๆ 5 ปียามดวงจันทร์แปรเป็นสีโลหิตตามปฏิทินของสกุลจาง เป็นการกล่าวถึงท่านเอ้อร์ซึ่งเป็นผู้นำของสกุลเอ้อร์ในคราวเก้าสกุลครองเมือง ครานั้นท่านตกเป็นแพะรับบาปเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ระหว่างนั้นท่านได้เขียนเพลงถึงฝอเหยียผู้นำสกุลจางค่ะ”


            “ผมได้ยินมาว่าสกุลจางเป็นสกุลของทหารนี่ครับ”


            “ใช่ค่ะ แต่ในภายหลังมา 25 ปี บุตรีของผู้นำสกุลเอ้อร์แต่งงานกับบุตรสกุลจาง ซึ่งก็คือพ่อแม่ของจางอี้ชิง รับหน้าที่ในการสืบทอดงิ้วต่อๆ กันมาค่ะ" แววตาเอ่ยชื่นชมเจ้าของนามจางอี้ชิงออกมาอย่างชัดเจน คุณชายอนาคตไกลหาได้สนใจมากนัก นึกแล้วก็ดีอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็ได้พักผ่อนจิตให้เบิกบาน หลังจากที่หัวหมุนกับงานการเมืองการปกครองมานานนับเดือน ร่างสูงศักดิ์เอนกายพิงกับพนักให้สำราญ สายตายังคงจับจ้องกับเวทีที่ยังคงปิดด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีแดง 





满弧一别缺圆聚
เส้นโค้งวงกลมไม่ขาด
堂燕又衔新泥
นกนางแอ่นคาบดินเลนใหม่

崔九宅邸绕梁余音寂
เก้าคฤหาสน์สูงตระหง่าน สะท้อนเสียงเพลงแห่งความเงียบเหงา






                 เพียงครู่ผ้าม่านก็เปิดออกมา พร้อมกับเสียงดนตรีจังหวะช้าไพเราะแฝงความเศร้าโศก และร่างบอบบางในชุดงดงามสีสันสะดุดตาน่าชม ใบหน้านางแต่งแต้มด้วยสีชาด(สีแดง) และสีชมพูช่างดูงดงามสมสตรีเพศ ร่างน้อยบอบบางอ้อนแอ้น อรชรน่าพิศมัย ดวงตาดำมืดเหมือนท้องฟ้ายามราตรีที่มีแสงดาวเปล่งประกายงามงด เพียงสองสายตาประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มร่างสูงก็แทบสะท้านในดวงฤทัย เพียงร่างหยุดนิ่งเงียบจนไม่มีใครสังเกตเพียงเท่านั้น





    你说江南烟胧雨

ท่านกล่าวว่า เจียงหนานฝนตกเหมือนหมอกควันสลัว

塞北孤天祭
หยุดการเซ่นไหว้สวรรค์อย่าสวรรค์
荒冢新坟谁留意
สุสานร้าง สุสานใหม่ ใครทิ้งความปรารถนาไว้
史官已提笔
อาลักษณ์ได้ขีดเขียนบันทึก





               ท่ามกลางความมืดมิดที่รายล้อมรอบตัว ไร้ซึ่งแสงจันทร์และแสงดาวส่องสว่าง มีเพียงความวังเวงและอ้างว้าง ร่างบอบบางที่มีเพียงแค่ชุดสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและเลือด ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยเลือดที่บัดนี้แห้งสนิท และรอยช้ำจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ยากเหลือเกินกว่าที่ทุกสิ่งอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม ดวงตาพร่ามัวไปหมด สติสัมปชัญญะเริ่มถดถอย สิ่งสุดท้ายที่ยังคงนึกถึงภายในความทรงจำคือ....กลิ่นกายของคนรัก สัมผัสอันแสนอบอุ่น และรสชาติจุมพิตที่ยังติดอยู่ที่ริมฝีปาก แม้นานนับปีก็ไม่มีวันลืม

               


              "ขอบารมี...จากผืนฟ้า..และ...อั๊ก...แผ่นดิน โปรด..คุ้มครองคุณ..ชายที่เจียงหู...อึก...ให้..ให้ท่านปลอดภัย...อ๊ะ...หากชาติ...หน้ามีจริง..ขอให้ข้า....ได้..รับใช้ท่าน..ตลอด...กาล..อ๊ะ...อา...." เสียงนุ่มหวานเอ่ยออกมาก่อนที่ร่างจะแน่นิ่งไป พร้อมกับบรรยากาศภายในราตรีนี้และลมหายใจของเขาเอง...





男儿忠骨浸黄沙
ร่างกายเหล่าบุรุษผู้ภักดีจมลงในทรายเหลือง
金戈戎征天涯
ทหารเกรียงไกรกรีฑาทัพไปไกลสุดหล้า
身后狱下马灯
เบื้องหลังคือเรือนจำ และโคมไฟ
故人算是家
เพื่อนเก่าแก่นับว่าเป็นครอบครัว
清明霡霂阶下落雨
ฝนตกโปรยปรายลงอย่างเงียบงัน
伞青衣如画
ร่มนักร้องงิ้วงดงามดั่งภาพวาด
隆冬新雪廿八
ช่วงหนาวเหน็บที่สุดในฤดูหนาว หิมะตกลงใหม่ยามยี่สิบแปด
偿君青石黑瓦
ชดใช้คุณชายด้วยสิ่งก่อสร้างที่มีมายาวนาน
你说金戈换故里
ท่านกล่าวว่ากองทหารเกรียงไกรแลกกับบ้านเกิดเมืองนอน
东篱烽火祭
แนวรั้วทางทิศตะวันออกสัญญาณไฟร่ายรำ
太平长安梨园戏
สวนลี่ที่สงบสุขทำการแสดง
在堂一粢醍
ซุปข้าวฟางในห้องอาหาร
醉别将领再一曲
เมื่อเมามายก็อย่าได้ครอบครองเพลงอีกบท
别姬随君意
ยังมีนักร้องอื่นอีกที่คอยทำตามความปรารถนาของคุณชาย
怕是大梦一场起
กลัวว่าเป็นแค่ฉากใหญ่ฉากหนึ่ง
君啊江湖从此离
คุณชายคงต้องลาจากที่เจียงหูนี้




               "คุณชาย.." ชายหนุ่มสะดุ้งก่อนจะสบตากับดวงตาแวววาวของใครบางคน ใครคนนั้นในชุดตัวเอกของอุปรากร ใครคนนั้นที่มีใบหน้าหวานราวอิสตรี ใครคนนั้นที่มีรูปร่างอรชรน่าชิดใกล้ ใครคนนั้นที่มีดวงตาสีดำเปล่งประกาย ใครคนนั้นที่อู๋อี้ฝานเฝ้าคะนึงหาในห้วงความฝันและความเป็นจริง


               "ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ...หลับ ผม..แค่เพลิดเพลินกับเสียงของคุณ..เท่านั้นเอง" ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้กับร่างบาง พลางเอามือเกาหัวอย่างไม่ตั้งใจ เจ้าของเสียงหวานหลุดขำพอเป็นพิธี ก็ทำให้ชายหนุ่มแทบร้อนรุ่มในฤทัย


               "ครับคุณชาย ผมเพียงแค่จะมาบอกแค่ว่าการแสดงสิ้นสุดแล้วครับ"


               "สักครู่นะ..." คิ้วหนาขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายปรัศนีมากมาย


               "คุณชายมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?"


               "คุณ...เป็นผู้ชายเหรอ??"






....วัสสานฤดูเคลื่อนไป.....ท่านยังคงอยู่กับข้า.....สิสิรฤดูเคลื่อนมา.....ท่านคงไกลจากข้าไป.....






               "ผมชื่ออู๋อี้ฝาน พึ่งมารับตำแหน่งข้าราชการที่นี่ได้เดือนเศษ" ดวงตาเปล่งประกายจ้องมองตราประจำตนของร่างหนาด้วยความชื่นชม รอยยิ้มหวานเผยออกมาท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย


               "ผมชื่อจางอี้ชิง พึ่งมาสืบทอดอุปรากรของตระกูลได้สักประมาณ....16 ปีแล้วครับ" ทายาทอุปรากรของตระกูลแทบกลั้นขำไม่อยู่ ใบหน้าของร่างสง่าอยู่ในอาการตกตะลึง เป็นที่น่ารัก น่าเอ็นดูในสายตาของร่างบาง


               "เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ผมยังอายุได้แค่ 10 ปี ตอนนี้อายุ 26 ปีถ้วน"


               "เมื่อนั้น กระผมอายุได้ 18 ปี ปีนี้กระผมมีอายุประมาณ..."


               "34!!!" ใบหน้าของอู๋อี้ฝานอยู่ในอาการตกตะลึงอีกครา ก่อนจะถูกผ่อนลงด้วยเสียงหัวเราะของเราสอง แข่งกับสายฝนที่เป็นประหนึ่งเสียงคนร่ำไห้ ก่อนจะถูกลบด้วยเสียงพูดคุยของสองร่างทำให้ตระกูลจางไม่เงียบเหงาอีกต่อไป





.....ข้าแต่งเพลงอุปรากรไว้เสียมากมาย.....คงมิอาจแทนคำพูดคำเดียวของข้าได้......คำว่ารักที่ท่านไม่เคยได้ฟัง.....จากตัวข้าเอง....






               ความรัก...คือสิ่งที่อู๋อี้ฝานไม่เคยสนใจอะไรมากนัก ตั้งแต่เด็กเขามีปืน ศิลปะป้องกันตัว และกลิ่นของโจ๊กฝีมือมารดาเป็นความรัก พอโตขึ้นก็มีอำนาจ เงินทอง เกียรติยศ แลใบหน้าหล่อเหลาเป็นของแทนใจและเขาได้มันมา แต่ ณ บัดนี้ เขากำลังเกิดความหงุดหงิดในจิตใจ เพียงได้แค่มองหน้าจางอี้ชิงยามเล่าชีวิตของเขากับชีวิตของคนอีกคนที่เขาไม่เคยรับรู้ตัวตน....คนที่มีนามว่า
จินจุนเหมียน


               "คุณชายจินจุนเหมียน เป็นบุตรคนเดียวของศิลปินเอกแห่งฉางซา ท่านมีฝีมือในการประพันธ์เพลงมาก มารดาเป็นเจ้าของบ้านเด็กกำพร้า ท่านเป็นหญิงที่มีจิตใจเมตตากรุณา คุณชายจินจึงได้รับฝีมือจากความเป็นศิลปิน และจิตใจดีงาม และนั่นทำให้ผม...รักเขาอย่างเต็มดวงจิต"


               "คุณชายจินเขารับรู้หรือไม่"


               "ครับ แลคุณชายจินก็น้อมรับจิตใจของผมด้วยความเต็มใจ ผมในตอนนั้นไม่เคยหวั่นเกรงในคำครหานินทาต่างๆ ตัวอย่างก็....


               "ไอ้คนเต้นกินรำกิน ไม่มีวันเจริญขึ้นมาหรอก!!!"


               "คิดจะใช้ตำแหน่งหน้าที่คุณชายจินโงหัวขึ้นมาเป็นฮูหยิน น่ารังเกียจนัก!!!"


               "ลูกสาว ลูกชายบ้านอื่นที่มีความพร้อมมากมายด้วยหน้าตา ฐานะก็มีมากนัก เหตุใดกันคุณชายจินถึงตาต่ำไปชอบคนพรรค์นั้น!!!"


               ....แต่ทุกครั้งคุณชายจินมักจะพูดกลับไปว่า....


               "พวกคุณทั้งหลายก็เป็นเพียงคนค้าขายของ หาเช้ากินค่ำเช่นกัน หากยังมีคำพูดไม่ดีเยี่ยงนี้ ผมคิดว่าพวกคุณก็ไม่มีวันเจริญขึ้นมาได้เช่นกัน!!!"


               "แล้วการที่พวกคุณคิดจะใช้คนรักของผมเป็นที่ติฉินนินทาอย่างสนุกปาก ก็น่ารังเกียจไม่ต่างกัน!!!"


               "อย่ายุ่งเรื่องผมมากนะครับ ผมเหนื่อย!!!"


               ....คงจะเป็นประมาณนี้แหละครับ" ใบหน้าหวานก้มหน้าลง พลางคิดถึงช่วงเวลาที่ไม่อาจหายไปตามกาลเวลา สายฝนยังคงไม่หยุดตกง่ายๆ เช่นเดียวกับความรู้สึกของคนสองคนที่เกิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แม้รู้ว่าจะไม่ง่าย....แต่ก็ไม่ยากนักที่จะรู้สึก


               "คุณชายคงฟังเรื่องของผมจนเพลิน ผมสังเกตเห็นคุณชายดื่มชาจนหมดกาเสียแล้ว" ดวงตาคมมองมาที่ใบหน้าหวาน ก่อนจะลอบมองเห็นน้ำชาที่หายไป เหลือเพียงไว้แค่แก้วชาว่างเปล่าที่ยังคงเหลือน้ำชาเล็กน้อย เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มเกาหัวด้วยความเผลอไผล


               "คงจะไม่ได้หมดเพียงแค่น้ำชาแล้วล่ะครับ ขนมเซาปิ่งก็หมดด้วย ผมขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่มีมารยาทในบ้านคุณเลย" ใบหน้าราวหญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มแข็งแกร่งแพ้ให้กับรอยยิ้มหวานของคนๆ นี้


               "ไม่เป็นไรครับ คุณชายเป็นแขกของผม ผมในฐานะเจ้าบ้านต้องดูแลต้อนรับท่านไม่ให้มีสิ่งใดระคายเคืองจิตใจของคุณชาย" และเป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มแพ้ให้กับจิตใจดีงามของคนๆ นี้






那年红雪冬青一袭水袖丹衣
หิมะแดง ต้นสน ชุดแขนยาว เสื้อสีแดงในปีนั้น
君还记
คุณชายยังจำ
新冢旧骨葬头七
สุสานใหม่ที่กระดูกเก่าถูกฝังลงไปในวันที่เจ็ดได้หรือไม่
宿醉朦胧故人归
ความลุ่มหลงแต่เดิมมืดมัว
来轻叹声爱你
เพื่อนเก่าหวนกลับมาบอกรักท่านแผ่วเบา
君还记
คุณชายยังจำ
铁马将军哽咽如孩提
แม่ทัพผู้องอาจที่สะอื้นไห้ดั่งเด็กน้อยได้หรือไม่







               ณ เวลาหนึ่งในตอนเช้า ร่างของชายหนุ่มสองคนนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ ณ ยอดเขายูลู ใบหน้าของจางอี้ชิงเอนซบไหล่กว้างของจินจุนเหมียน โดยที่เจ้าของไหล่กว้างไม่เคยปริปากบ่นเลย นั่งมองภาพตรงหน้าที่มีแต่ธรรมชาติของป่าเขาลำเนาไพร เสียงนกและสัตว์ตัวเล็กประสานเสียงเป็นประหนึ่งเสียงงิ้วขับขาน สายลมเย็นพัดผ่านสร้างความสดชื่นให้แก่ทั้งสอง แสงแดดอ่อนๆ ส่องมากระทบกับผืนดิน ช่างเป็นภาพที่งดงามประหนึ่งภาพวาดของศิลปินเอกได้บรรจงสรรค์สร้าง


               "เจ้าชิงเอ๋ย" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเรียกคนรักข้างกายอย่างแผ่วเบา เจ้าของชื่อเพียงขานรับเบาๆ


               "นานหรือยังหนอที่เราสองได้ตกหลุมรักกันอย่างเต็มใจ" จินจุนเหมียนเอ่ยก่อนที่ริมฝีปากจะบรรจงจูบกลุ่มผมดำนุ่มของร่างบาง


                                  "หากจะว่านานแล้ว ก็คงต้องนับชาติที่แล้วด้วยกระมังครับ" สองร่างหัวเราะน้อยๆให้กับคำตอบแสนเฉลียวฉลาดของจางอี้ชิง


                                  "แล้วนานหรือยังหนอที่ฉันได้ตกหลุมรักเธออย่างเต็มใจ" เอ่ยอีกครั้งพร้อมกับหันหน้ามาทางคนรักที่กำลังใช้ความคิด


                                  "จะว่านานหรือไม่นาน กระผมคงตอบคุณชายไม่ได้ แต่คุณชายเคยกล่าวกับกระผมว่า นานหรือไม่นานไม่สำคัญเท่ากับความรักที่ให้มันจะนานหรือไม่นานครับ"


                                  "ฉันจำได้ว่าครานั้นฉันได้กล่าวตอนสองเราไปที่...."


                                  "เกาะสีส้มครับ!" อี้ชิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม จินจุนเหมียนได้เพียงแต่ส่งยิ้มน้อยๆ การที่ชายหนุ่มจะจำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับจินจุนเหมียนหรอกนะ


                                  "ขอโทษด้วยนะที่จำไม่ได้ ฉัน..."


                                  "ไม่เป็นไรหรอกครับ กระผมเข้าใจ ช่วงนี้เวลาของคุณชายมีแต่งาน กระผมยอมรับได้ครับ" รอยยิ้มของจินจุนเหมียนเฉิดฉายขึ้น จ้องมองคนข้างๆที่กำลังเง้างอนเขาอยู่


                                  "ทำไมเล่า เธองอนฉันรึ?"


                                  "ไม่สมควรครับ กระผมแค่...อื้มม...." ไม่ทันที่อี้ชิงจะพูดจบ ริมฝีปากอิ่มแดงถูกหยุดด้วยริมฝีปากสีซีดของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนเข้ามาเล่นทักทาย ก่อนที่ร่างบางจะเปิดให้เข้ามาทักทายด้วยความเสน่หา ลิ้นร้อนที่ตวัดไปมา ไม่ต่างจากมือของร่างหนาที่เริ่มไล้ไปตามร่างกายของร่างบาง หากกลับถูกหยุดด้วยมือบางนั้น


                                  "คนฉวยโอกาส!!!" ใบหน้าของคนที่พึ่งคลายจากภวังค์จุมพิตเกิดริ้วสีชาดชัดเจนเต็มสองแก้ม จินจุนเหมียนหัวเราะก่อนที่มือขาวซีดจะยื่นมาจับแก้มสวย นิ้วหัวแม่มือเพียงไล้แก้มแดงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะนำมือของตนลงมาวางที่มือของอี้ชิง กอบกุมมือของดวงใจที่เขารักมากที่สุด จางอี้ชิงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมากะทันหัน


                                  "เจ้าชิงเอ๋ย ฉันขอถามคำถามนี้เป็นคำถามสุดท้าย.." อี้ชิงเพียงสูดลมหายใจเข้าช้าๆ พยักหน้าเบาๆเท่านั้น


                                  "หากเธอไม่มีฉันเคียงใจ เธอจะยังเก็บฉันไว้ส่วนลึกในดวงจิตหรือไม่" หากสายลมที่ผ่านมาและผ่านไปไม่พัดกลับ สายลมนี้ได้พัดพาเอาครึ่งใจของจางอี้ชิงไปเสียแล้ว ดวงตาหวานจ้องมองใบหน้าคนรักที่ตอนนี้ใบหน้าทั้งขาวซีด ริมฝีปากแห้งผากไร้ความชุ่มชื้น เนื้อตัวเย็นเฉียบไม่รู้ว่าเพราะมือน้อยของร่างบาง หรือเพราะร่างของร่างโปร่งกันแน่


                                  "คุณชาย...จะทิ้งกระผมอย่างนั้น...หรือ" เสียงหวานสั่นระริก ต่างจากดวงใจน้อยๆที่ใกล้จะหยุดเต้นไปทุกทีๆ จินจุนเหมียนส่ายหน้าช้า พร้อมรอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่น ซึ่งจางอี้ชิงโปรดปราน...แต่ไม่ใช่เวลานี้ มือเย็นซีดไล้ไปตามแก้มแดงฝาด เพียงเพื่อปาดน้ำใสที่ไหลรินจากดวงเนตร.....จางอี้ชิงไม่เหมาะสมกับน้ำตาเลยสักนิด ตรงกันข้ามรอยยิ้มดั่งดวงตะวันของจางอี้ชิง คือสิ่งที่จินจุนเหมียนต้องการเห็นให้ชัดๆก่อนสิ้นลม หากทว่าดวงตาของเขาช่างพร่ามัวเสียเหลือเกิน.....


                                  "ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไม.."


                                  "โปรดตอบฉันก่อนเถิดยาหยี เพียงเธอพูดออกมาแม้เป็นเพียงเสียงของลมหายใจ ฉันจะยอมรับฟัง"


                                  "กระผม..คงไม่รักใคร...ฮึก..เท่าคุณชาย....อึก...คุณชาย...อย่าจากกระผมไปนะ...ฮือ" หมดแล้วกับความเข้มแข็งในครานี้ เสียงสะอื้นดังไปทั่วบริเวณ สร้างความเจ็บปวดร้าวรานให้กับร่างโปร่งเสียเหลือเกิน


                                  "โอ้ เจ้าชิงเอ๋ย ได้โปรดอย่าเศร้าโศกเลย ฉันก็อยู่ตรงนี้ไง ในหัวใจของเธอ...อึก..อ๊ะ" เสียงแหบพร่าค่อบๆเบาลง ไม่ต่างจากลมหายใจของชายหนุ่ม ร่างบางกอดคนรักแน่น ภาวนาให้น้ำตาของตนมีพลังพิเศษช่วยให้คนรักตื่นขึ้นมาเหมือนในวรรณกรรมตะวันตกที่เคยผ่านตา


                                  "ฉันรักเธอเหลือเกิน....เจ้าชิง" เพียงสายลมพัดแผ่วเบามาแล้วจากไป เหตุไฉนถึงพัดพาชีวาของคนรักนางไปจนหมดสิ้น ทิ้งเพียงใครบางคนได้แต่ฟูมฟายกับธรรมชาติ และศพของคนรัก


ลาก่อนความรัก.....ความรักของเจ้าชิง.....ความรักที่มีนามว่าจินจุนเหมียน





看过故人终场戏
มองดูเพื่อนเก่าแสดงงิ้วเป็นครั้งสุดท้าย
淡抹最适宜
ความสัมพันธ์ดั่งปูนฉาบบางเบาจึงเหมาะสมที่สุด
怕是看破落幕曲
กลัวจะมองทะลุผ่านบทเพลงปิดม่าน
君啊江湖从此离
คุณชายคงต้องจากลากันที่เจียงหูนี้






                                                    สายฝนผ่านไปแล้ว....

                                 เหลือไว้เพียงแต่หยาดละอองฝนประปราย ไม่ได้ทำให้เปียกชุ่มแต่กลับชุ่มชื้นสดชื่น ชายหนุ่มในชุดทางการกับร่างน้อยในเครื่ององค์นางสวรรค์หยุดยืน ณ ใต้ต้นเหมยแดง สัญลักษณ์ประจำโรงละครแห่งนี้ สองร่างเพียงยืนสบตากัน ไม่จำเป็นต้องเอ่ยกล่าวสิ่งใด ก็รู้ถึงแรงเต้นของหัวใจทะลุปรุโปร่ง ผ่านไปเพียงครู่ ไม่รู้ว่าเพราะกลิ่นหอมของพรรณดอกไม้ หรือกลิ่นกายนาง ใบหน้าหล่อค่อยเคลื่อนใกล้ดวงหน้าหวาน แม้อยากจะเลี่ยงสักเพียงใด สุดท้ายคงต้องยอมแพ้ดวงจันทร์ ดวงดาว ท้องฟ้า สายลมที่กำลังจับตาดูอยู่






     กลีบกุหลาบชุ่มชื้น    แดงฉ่ำ งามนอ

ใจสั่นแสนระส่ำ     พร่ำร้อง

จูบน้องพี่ดื่มด่ำ    กายร่าง แนบชิด

ใจพี่ถวายน้อง  เช่นน้องให้พี่


เรียวลิ้นพี่เร่าร้อน     รุกก่อน มาไป

น้องพี่ระทวยอ่อน     สะท้าน

ริ้วแดงที่ปรางสมร     ใจพี่ อยากต่อ

คืนค่ำดาวค้ำฟ้า     เร่าร้อนเทียมสอง


น้องนิ่งพี่จึ่งล้ำ     ต้องนาง ในฝัน

จันทร์ส่องผิวกระจ่าง     เปล่งจ้า

เพียงแต้มแต่งริ้วแดง    บนร่าง นางเพลิน

ธารขุ่นไหลชะล้าง     พี่ลิ้มชิมรส


น้องครวญเสียงอ่ะอ้า    ละมุน เหลือทน

เอ็นพี่ตอบรับหนุน      อุ่นร้อน

ราตรีผ่านพ้นจุน     เจือพี่ รักน้อง

น้องส่งพี่กลับบ้าน       พี่น้องคร่ำครวญ








谁还记
ใครยังจำ
初春时几君识你那笑意
คุณชายที่รู้ถึงความหมายของรอยยิ้มตัวท่านเองในต้นฤดูใบไม้ผลินั้นได้
谁还记
ใครยังจำ
在夏末里优伶海棠一曲
นกร้องงิ้วที่ขับขานบทเพลงต้นไห่ถางในปลายฤดูร้อนนั้นได้
谁还记
ใครยังจำ
深秋季你我从此陌路两立
เราสองที่เริ่มต้นขึ้นจากถนนแปลกหน้านี้ได้
归罢悔罢
กลับมาก็ช่าง เสียใจก็ช่าง

与君来世再聚
เพียงชาติหน้าได้พบกับคุณชายอีก







                                  "คุณชาย..." เสียงหวานเครือสั่นน้อยๆ หลังผละจากจูบได้ไม่นาน มือสวยเพียงสัมผัสที่ริมฝีปากตนเท่านั้น


                                  "อ..เอ่อ..ผมขอโทษด้วยครับ ผมทำผิดเอง หากคุณต้องการความรับผิดชอบ ผมยินดีนะครับ ผม..." ไม่ทันพูดจบ มือน้อยจับที่ริมฝีปากแห้งผาก ได้กลิ่นหอมดอกไม้จากมือนาง จนอยากจะสูดดม คลอเคลียไว้ข้างกาย


                                  "ช่างเถอะครับ เช่นนั้นผมขอส่งคุณชายเพียงเท่านี้นะครับ ขอลาครับ" ร่างน้อยโค้งเคารพ ยังไม่ทันจะเดินกลับไปก็ต้องชะงัก ยามเห็นแววตาของชายหนุ่มแข็งแกร่งอ่อนลง น้ำใสคลอดวงตาคม เพียงแค่นั้นร่างบางก็อยากจะกกกอดไม่ให้จากไป แต่ระหว่างเขากับคุณชายช่างต่างเหลือเกิน


                                  "ผมไม่รู้ว่าเมื่อครู่เป็นเพียงเพราะความเผลอไผล หรือหัวใจของผมร่ำร้อง..."


                                  "..."


                                  "..เป็นไปได้หรือไม่ที่ผมจะขอเข้าไปในใจของคุณ คุณเจ็บปวด เศร้าโศกเพราะจินจุนเหมียน ผมอู๋อี้ฝานจะขอเข้าไปรักษาดวงใจของคุณ ดูแลคุณได้หรือไม่...ชิงเอ๋อร์" ร่างหนายกมือบางขึ้นมาจุมพิต ไม่มีการรุกล้ำร่างกายไปมากกว่านี้ อี้ชิงเพียงส่งยิ้มหวาน เหตุฉะไหนร่างนี้จึงค่อยๆ จากเขาไปไกลทุกที...ทุกที


                                  "ผมชอบคุณชายนะครับ แต่ตอนนี้...ผมยังคิดถึงคุณชายจินจุนเหมียน เขายังคงครอบครองหัวใจผมไปเสียหมด"


                                  "..." อู๋อี้ฝานเพียงพยักหน้าน้อยๆ เขารู้ดี คนตัวน้อยไม่มีทางเลยที่จะให้เขาเข้าไปในดวงใจที่เจ็บช้ำ


                                  "ถ้าคุณชายรักผมจริง คุณชายรอผมได้หรือไม่ 5 ปีถัดไป เมื่อถึงวันที่พระจันทร์สีเลือดได้ฉายส่อง วันนั้นผมจะเป็นคนตอบคุณชายเอง"





นางสวรรค์ กล่าวไว้ เพียงแค่นั้น

พอฉับพลัน บังเกิด หมอกเมฆา

พัดปกปิด ปกกาย ปิดกายา

นางโสภา จึ่งเดินลับ กลับหายไป


ทิ้งบุรุษ โดดเดี่ยว เปลี่ยวเอกา

อนิจจา ว่าพลาง น้ำตาไหล

ตั้งจิตมั่น แด่จันทร์ดาว แลฟ้าไพร

เพียงมอบใจ ด้วยรัก แด่นางเอย






                                  "แล้วเราจะต้องได้เจอกัน ผมจะรอคุณพร้อมนะ...ชิงเอ๋อร์"


                                  "ผมก็หวังเช่นกัน....คุณชายอี้ฝาน"








那年红雪冬青一袭水袖黛笠
หิมะแดง ต้นสน ชุดแขนยาว ที่เขียนคิ้ว หมวกไม้ไผ่ในปีนั้น
君还记
คุณชายยังจำ
新冢旧骨葬头七
สุสานใหม่ที่กระดูกเก่าถูกฝังลงไปในวันที่เจ็ดได้หรือไม่
宿醉朦胧故人归
ความลุ่มหลงแต่เดิมมืดมัว
来轻叹声爱你
เพื่อนเก่าหวนกลับมาบอกรักท่านแผ่วเบา
君还记
คุณชายยังจำ
酒影里是谁人覆你衣

เงาของใครในสุราที่ครอบคลุมท่านได้หรือไม่







ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MAMACHiPPeR จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 hunhunie (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:10
    ปลายเปิดมาก เราคงคิดว่าอี้ชิงจะไม่ลืมจินจุนเหมียน ถึง 5 ปีผ่านไปอี้ฝานกลับมาก็คงไม่ได้หัวใจของชิงเอ๋อร์ น้ำตาไหลเบาๆสองสามหยดตอนที่เค้านั่งซบกันแล้วค่อยๆจากคนที่รักไป สะเทือนใจคนที่อยู่มากนะจากกันแบบนี้ไม่บอกอะไรเลย อี้ชิงคงใจสลายไปแล้ว ชอบบทอัศจรรย์ (หรือเปล่า) ที่มาเป็นกลอนชอบมาก ปกติจะไม่อ่านจะเลื่อนข้ามเพราะคิดว่าไม่น่าจะสำคัญ แต่พอลองอ่าน มันมีความหมายสอดคล้องกับตัวเรื่อง ชอบค่ะ
    #7
    0
  2. วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 22:23
    เศร้าจัง ประทับใจการวาดรูปประกอบมากกกกค่ะ ไม่เคยอ่านซูเลย์เลยยย ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ 
    #6
    1
    • 28 มีนาคม 2561 / 15:34
      ฮืออออ ขอบคุณมากค่ะไรต์ //เรารอคุณเข้มกับรินอยู่นะ สู้ๆค่าา
      #6-1
  3. วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 14:38
    มีความค้างคาาาา ฮือออ เขาจะคู่กันจริงใช่ไหม ?
    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ
    #5
    0
  4. วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 11:42
    รออยู่นะค่ะไรต์ม่า😄😍😍😍
    ชอบที่พี่เเต่งทุกเรื่องเลย//อ่านไม่จบเเต่สนุกมากค้าาา
    #4
    0
  5. วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:41
    แงงง ชอบมากๆเลยค่ะ ❤❤
    #3
    0
  6. วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 23:44
    สนุกมากเลยค่ะ ภาษาสวยมาก สู้ๆนะคะ
    #2
    0
  7. #1 supine.ty (@yoyafah) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 23:01
    เศร้าจังค่ะ ; - ; ชิงเอ๋อร์กับคุณชายจุนเหมียนกับพ่อคริส แค่ 5 ปีเอง รอได้เนอะ ฮือออออออออ /เห็นเป็นซูเลย์ก็รีบคลิกเลยค่ะ แพ้ทางส่วนตัว
    #1
    0