[คลังส่วนตัว] ข้อมูล ครุฑ นาค สำหรับแต่งนิยาย

ตอนที่ 34 : ความเชื่อเรื่องครุฑของทิเบต + ความหมายของครุฑทั้ง5สี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ธ.ค. 56

คัดลอกเนื้อหาบางส่วนจาก: หนังสือ ครุฑ ผลงานสร้างสรรค์ สัญญา วงศ์อร่าม

ผู้แต่ง: สัญญา วงศ์อร่าม

 

ความเชื่อเรื่องครุฑของทิเบต

            “ทิเบต”  (Tibet)  เป็นอาณาจักรโบราณแถบเทือกเขาหิมาลัย  เป็นหนึ่งในดินแดนที่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพุทธศาสนา  เพียงแต่ว่า  คติความเชื่อของพุทธศาสนาในทิเบตจะแตกต่างจากประเทศไทยที่เป็นนิกายหินยาน  เพราะทิเบตจะนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน  และยังเป็นมหายานในแบบวัชรยาน (Vajarayana)  ซึ่งเป็นพุทธนิกายที่ผสมผสานระหว่างฮินดูและพุทธเข้าด้วยกัน  จึงทำให้ความเชื่อตามแบบทิเบตมีเรื่องราวที่ได้รับอิทธิพลของเทพเจ้าฮินดูรวมอยู่ในพระพุทธศาสนาเป็นหนึ่งเดียวกัน  ดังนั้น  เรื่องเกี่ยวกับครุฑซึ่งชาวทิเบตเรียกว่า “คยุง” (Khyung)  ในฐานะสัตว์เทวะผู้มีอิทธิฤทธิ์และเป็นพาหนะแห่งองค์วิษณุ  จึงปรากฏอยู่ในความเชื่อตามแบบทิเบตเพราะเหตุนี้

 

            ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเผยแผ่มายังทิเบตนั้น  ณ ดินแดนแห่งนี้ยังเวียนว่ายอยู่กับการนับถือผีและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ  ซึ่งการนับถือปรากฏการณ์และธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์นั้นเรียกว่า ลัทธิบอน (Bon)  มีการกล่าวถึงพญานกอินทรีสีทองที่มีเขายาวโค้งเป็นราชาแห่งปักษี  เรียกกันว่า  “บอนโป คาดิง” (Bonpo Khading)  พญานกดังกล่าวจะมีลูกไฟลุกโชติช่วงและมีขนาดใหญ่โตมหึมา

 

            ต่อมา  ครั้นเมื่อถึงยุคของกษัตริย์ “ซงเซิน กัมโป” (King Songtsen Gampo)  ผู้ทรงขยายอาณาเขตทิเบตไปจรดเนปาลและจีนตอนเหนือ  ตามบันทึกประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า  พระพุทธศาสนาเผยแผ่สู่ทิเบตมาจากพระมเหสีของซงเซิน กัมโปทั้งสองพระองค์  คือเจ้าหญิงเหวินเฉิง (Princess Wen Cheng)  ผู้เป็นพระธิดาฮ่องเต้ถังไท้จงแห่งราชวงศ์ถังของจีน  กับเจ้าหญิงภริคุติ หรือ ภฤกุฏี เทวี (Princess Brikhuti)  ผู้เป็นพระธิดาพระเจ้าอังศวรมันแห่งเนปาล  ซึ่งพระธิดาทั้งสองได้ถวายตัวเป็นพระมเหสีเพื่อผูกสัมพันธไมตรีระหว่างทิเบต  จีน  และเนปาล  และการที่เจ้าหญิงทั้งสองต่างนับถือพุทธ  และมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา  จึงได้นำพระพุทธรูปเข้าสู่ทิเบตและเป็นผลทำให้กษัตริย์ซงเซิน กัมโปประกาศตนเป็นพุทธมามกะและทรงสร้างพระราชวังโปตาลา ณ นครลาซา  ตลอดจนให้ชาวทิเบตทุกคนรับนับถือพระพุทธศาสนาตั้งแต่บัดนั้น

 

            ในพระพุทธศาสนาวัชรยานนั้น  ได้มีการกล่าวถึงเรื่องราวแห่งสัตว์วิเศษ  และเป็นราชาแห่งปักษี  นั่นก็คือ “ครุฑ”  ซึ่งทางทิเบตเรียกว่า “คยุง”  ในความเชื่อเรื่องครุฑในคติแบบทิเบตนั้น  ครุฑก็คือสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจ  และเป็นสัตว์วิเศษในการพิทักษ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาในดินแดนหิมาลัยแห่งนี้

 

            ตามความเชื่อแบบทิเบตนั้น  มีบันทึกกล่าวถึงครุฑว่าเป็นพญานกที่มีลำตัวและแขนเป็นมนุษย์  แต่มีส่วนของใบหน้าและร่างกายช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไปเป็นพญานกยักษ์  มีปีกดั่งทองคำและกว้างใหญ่  มีขอบรอบดวงตาลุกโชนด้วยเปลวไฟ  และมีส่วนหางยาวถึงพื้น  โดยปกติแล้วรูปลักษณะของครุฑ (คยุง)  ในศิลปะแบบทิเบต  จะจิกกลางลำตัวนาค  ซึ่งชาวทิเบตเรียกนาคว่า “กลู” (Klu)  และท่าทางของครุฑทิเบตนั้นจะยึดจับส่วนหัวและหางไว้  ท่วงท่าลักษณะเช่นนี้จะมีความหมายหมายถึงการยกย่ององค์เทวราชาผู้เป็นใหญ่ (ซึ่งลักษณะและความหมายดังกล่าวจะแตกต่างกับความเชื่อเรื่องครุฑของชาติอื่นๆไม่ใช่น้อย)

 

            นอกจากนี้  นิกายนิงมาปา (Nyingmapa)  ซึ่งเป็นนิกายลามะหมวกแดง (ในอาณาจักรทิเบตโบราณ นับถือพระพุทธศาสนามหายานนิกายวัชรยานหรือตันตระ  โดยแบ่งออกเป็น 4 นิกายใหญ่ๆคือ นิกายนิงมาปา, การ์ยุปา, สักยะปา, และเกลุกปา  โดยนิกายนิงมาปามีความแพร่หลายมากที่สุด)  นิกายนิงมาปานี้จะให้ความสำคัญยกย่องครุฑมากเป็นพิเศษ  อีกทั้งในภายหลังประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของทิเบตได้นำเรื่องของพญานกอินทรีสีทอง หรือ “บอนโป คาดิง” (Bonpo Khading)  ตามความเชื่อลัทธิบอน  มารวมเข้ากับ “ครุฑ” หรือ “คยุง”  ในพุทธศาสนานิกายวัชรยานจนกลายเป็นความหมายเดียวกัน

 

            ครุฑ (คยุง)  ตามคติแบบทิเบตนั้น มีอยู่ 5 ประเภท โดยการแบ่งครุฑทั้งห้านั้นเป็นสัญลักษณ์ของธาตุทั้งห้า  จำแนกออกเป็นสีต่างๆตามความเชื่อเรื่องธาตุในธรรมชาติทั้งห้าประการ  อันได้แก่ ธาตุดิน, ธาตุน้ำ, ธาตุไฟ, ธาตุลม, และธาตุแห่งจักรวาล ดังนี้

1.    ครุฑสีเหลือง: สัญลักษณ์ของดินหรือโลก

2.    ครุฑสีขาว: สัญลักษณ์ของน้ำ

3.    ครุฑสีแดง: สัญลักษณ์ของไฟ

4.    ครุฑสีดำ: สัญลักษณ์ของอากาศหรือลม

5.    ครุฑน้ำเงิน หรือ ครุฑหลากสี: สัญลักษณ์ของจักรวาล

**หมายเหตุ: ครุฑหลากสีจะประกอบจากสีเหลืองตั้งแต่ส่วนเท้าถึงเอวแทนธาตุดิน  สีขาวจากเอวถึงอกแทนธาตุน้ำ  สีแดงจากกลางหน้าอกถึงลำคอแทนธาตุไฟ  สีดำจากลำคอจนถึงหน้าผากแทนธาตุลม  และจากส่วนหน้าผากถึงปลายมงกุฎจะเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียวแทนจักรวาล**

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

11 ความคิดเห็น