[คลังส่วนตัว] ข้อมูล ครุฑ นาค สำหรับแต่งนิยาย

ตอนที่ 28 : ชุมนุมเทวดา และ สนังกุมารพรหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ย. 56

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dhamma-dd&month=12-2009&date=03&group=8&gblog=18

 

 

ชุมนุมเทวดา และ สนังกุมารพรหม

 

คงเคยได้ยินกันว่า คนเราไม่ว่าจะทำดีหรือทำชั่วล้วนไม่พ้นหูพ้นตาของเทวดา

 

เหตุเพราะว่าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นมีการประชุมเทพสภาของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์และเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาทุกวันพระ ๑๕ ค่ำ โดยมีพระอินทร์เป็นประธาน การประชุมแต่ละครั้งจะอัญเชิญพระพรหมมาแสดงธรรมด้วย พระพรหมที่มาแสดงธรรมในเทพสภาเป็นประจำมีชื่อว่า สนังกุมารพรหม

 

สนังกุมารพรหม (พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์) เป็นพระพรหมรูปร่างเป็นเด็กไว้ผมจุก ทำนองเดียวกับปัญจสิขเทพบุตร เพราะในอดีตเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ท่านไว้ผมจุก แต่ท่านเจริญฌาน เมื่อตายจากมนุษย์จึงไปอุบัติเป็นพระพรหม แต่แม้จะเป็นพระพรหมแล้วเวลาไปไหนมาไหนท่านก็ชอบไปด้วยเพศเด็กผมจุก จึงเรียกท่านว่า สนังกุมารพรหม

 

เทวดาในเทพสภาชอบฟังธรรมจากสนังกุมารพรหมมาก เนื่องจากเสียงของสนังกุมารพรหมไพเราะ ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ

 

เสียงแจ่มใส ชัดเจน นุ่มนวล น่าฟัง กลมกล่อม ไม่แตกพร่า ลึก และมีกังวาน

 

เสียงของสนังกุมารพรหมจะดังสม่ำเสมอชัดเจนถึงเทวดาทุกองค์ในเทพสภา เป็นเสียงทิพย์ที่หากผู้ใดไม่ต้องการฟังก็จะไม่ได้ยิน (ไม่เหมือนเมืองมนุษย์ที่บางทีคนฟังธรรมยังแข่งกันพูด จนพระท่านต้องเปิดเครื่องขยายเสียงดังๆ)

 

ด้วยเหตุนี้เอง จึงมักเปรียบเทียบผู้ที่มีเสียงไพเราะว่า มีเสียงเพราะดังเสียงพรหม

 

นอกจากสนังกุมารพรหมแล้ว พระโพธิสัตว์ หรือพระอริยเจ้าองค์อื่นๆ ที่มีอยู่มากมายในสรวงสวรรค์ก็ได้มาเป็นองค์แสดงธรรมบ่อยๆ แต่บางครั้งพระอินทร์ก็ทรงแสดงธรรมด้วยพระองค์เอง

 

หากจะถามว่าในโลกมนุษย์กับในสรวงสวรรค์ ที่ไหนมีพระอริยเจ้ามากกว่ากัน ต้องตอบว่า ในสรวงสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด ในสรวงสวรรค์ก็จะมีพระอริยเจ้าอยู่มากกว่าเมืองมนุษย์

 

ในยุคสมัยที่พระพุทธเจ้ายังดำรงขันธ์อยู่นั้น เมื่อพระองค์ทรงแสดงธรรม มนุษย์ที่บรรลุธรรมก็มีเพียงจำนวนเท่าที่มาฟังธรรมเท่านั้น อย่างมากก็หลักหมื่น แต่ทุกครั้งจะมีเทวดาจากหมื่นโลกธาตุมาฟังธรรมนั้นด้วย และมีเทวดาบรรลุธรรมคราวละจำนวนโกฏิทุกครั้งไป ทำให้ในสรวงสวรรค์มีพระอริยเจ้ามากกว่าในเมืองมนุษย์ และหากพิจารณาถึงอายุ มนุษย์เราอายุไม่ถึงร้อยปี เมื่อบรรลุธรรมแล้วอยู่ได้ไม่นานเท่าไรก็ละสังขารกันไป หากท่านยังไม่บรรลุอนาคามี ท่านก็ไปเกิดเป็นพระอริยเจ้าอยู่ในสรวงสวรรค์ชั้นต่างๆ ทำให้พระอริยเจ้าในสรวงสวรรค์เพิ่มจำนวนขึ้นอีก พระอริยเจ้าในสรวงสวรรค์จึงหาได้ง่ายกว่าในโลกมนุษย์

 

ในการประชุมเทพสภาทุกครั้ง นอกจากจะมีการฟังธรรมกันแล้ว ในงานชุมนุมแห่งนี้ยังมีการนำรายชื่อมนุษย์ที่ทำคุณความดีมาประกาศให้ทราบกันด้วย

 

ว่ากันว่ามนุษย์ทุกคนในโลกนี้ ถ้าทำดีจะถูกเทวดาจดชื่อไว้ในแผ่นทองคำ เทวดาที่ทำหน้าที่จดบัญชีพวกนี้ก็คือเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกา เทพบริวารของท้าวมหาราชทั้งสี่ที่มีมากมายไปทุกหย่อมหญ้า ผู้ใดกระทำความดี เกื้อกูลบิดามารดา เกื้อกูลสมณะ เกื้อกูลพราหมณ์ อ่อนน้อมผู้หลักผู้ใหญ่ ทำบุญ รักษาศีลอุโบสถ เทวดาก็จะจดบัญชีไว้ในแผ่นทองคำ ถึงวัน ๘ ค่ำ เทวดาผู้ใหญ่ก็มาตรวจดูบัญชีซ้ำ ถึงวัน ๑๔ ค่ำ โอรสของท้าวมหาราชทั้งสี่จะมาตรวจดูเอง พอถึงวันพระ ๑๕ ค่ำ คราวนี้ท้าวมหาราชทั้งสี่จะมาดูด้วยพระองค์เอง ก่อนจะพาเทพบริวารขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ นำรายชื่อไปอ่านรายงานในสุธรรมาเทพสภา

 

ถ้าเทพสภาได้ยินว่ามนุษย์ทำบุญกุศลกันน้อย เทวดาก็จะพากันเสียใจว่าต่อไปนี้เทวดาเก่าจะเสื่อมหาย เทวดาใหม่ไม่อุบัติ เทพนครกว้างใหญ่จะว่างเปล่า อสุรกายจะบริบูรณ์

 

แต่ถ้าได้ยินว่ามนุษย์ทำบุญกุศลกันมาก เทวดาในที่ประชุมก็จะพากันดีใจว่าต่อไปนี้สวรรค์จะบริบูรณ์ พวกเราจะได้เล่นนักษัตรท่ามกลางหมู่เทวดาในนครที่เต็มแน่น อสุรกายจะเสื่อมสูญ

 

ด้วยเหตุนี้ มนุษย์เราจึงเชื่อกันว่าเทวดาชอบฟังธรรมและอยากได้ยินว่ามนุษย์ทำบุญ เมื่อจะเริ่มพิธีการทำบุญจึงมีประเพณีการสวดชุมนุมเทวดาก่อน เป็นการอัญเชิญเทวดาให้มาร่วมฟังธรรมหรือฟังบทสวดมนต์ และเพื่อให้เทวดามาเป็นพยานว่ามนุษย์เราได้ทำบุญแล้ว

 

บทชุมนุมเทวดานั้นต้องสวดโดยเจ้าภาพผู้เป็นฆราวาส แต่ปัจจุบันหาคนสวดได้ยาก (ขนาดบทถวายสังฆทานง่ายๆ เดี๋ยวนี้ยังหาคนสวดกันได้ยากเลย) ดังนั้นในงานพิธีจึงมักจะเห็นพระรูปหนึ่งเป็นผู้สวดแทนฆราวาส โดยสังเกตว่าจะเป็นพระลำดับที่ ๔ หรือมากกว่า บทชุมนุมเทวดานี้เป็นทำนองเสนาะที่ไพเราะ บางทีก็เรียกสั้นๆ ว่า สัคเค เพราะในบทสวดมีคำว่า

 

 

สัคเค กาเม จะรูเป

คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ... ฯลฯ

 

 

11 ความคิดเห็น