[คลังส่วนตัว] ข้อมูล ครุฑ นาค สำหรับแต่งนิยาย

ตอนที่ 26 : สุชาดา อสูรกัญญา ธิดาอสูร ผู้เป็นชายาของพระอินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ย. 56

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dhamma-dd&month=11-2009&date=27&group=8&gblog=15

 

 

สุชาดา อสูรกัญญา ธิดาอสูร ผู้เป็นชายาของพระอินทร์

 

ท้าวสักกเทวราช หรือพระอินทร์ มีพระชายาทั้งหมด ๔ องค์ แต่มีพระชายาองค์หนึ่งที่อยู่เคียงข้างท้าวสักกเทวราชตลอดเวลา พระชายาองค์นี้เป็นอสูรกัญญา เป็นธิดาของท้าวเวปจิตติอสูร ศัตรูของพระองค์เอง

 

อสูรกัญญาผู้เป็นชายาท้าวสักกเทวราชองค์นี้ คือ พระนางสุชาดาเทพนารี

 

พระนางสุชาดาเป็นคู่บุญบารมีท้าวสักกเทวราชตั้งแต่ครั้งเกิดเป็น มฆมาณพ ครั้งนั้น มฆมาณพ มีภรรยา ๔ คน คือ นางสุธรรมา นางสุนันทา นางสุจิตรา และนางสุชาดา ในบรรดาภรรยาทั้งหลายนั้น นางสุชาดา นับว่าเป็นภริยาที่สวยที่สุด มฆมาณพรักที่สุด ที่สำคัญคือนางเป็นภริยาหลวง เป็นใหญ่กว่าภริยาทุกคน (ที่เขาเล่ากันมักจะบอกว่านางสุชาดาเป็นภรรยาน้อย แต่ในคัมภีร์บอกว่าเป็นภรรยาใหญ่)

 

ในขณะที่มฆมาณพร่วมกับสหายทำกุศลสาธารณะเป็นอันมากนั้น ภรรยาอีก ๓ คนก็พยายามมีส่วนร่วมในการสร้างกุศลกรรมร่วมกับสามีด้วย คือ นางสุธรรมาแอบไปติดสินบนช่างไม้จนได้ร่วมสร้างช่อฟ้าประดับศาลา นางสุนันทาสร้างสระน้ำไว้ให้คนใช้ดื่มและอาบ นางสุจิตราสร้างสวนดอกไม้ไว้ให้คนประดับกายเมื่ออาบน้ำเสร็จ

 

มีเพียงนางสุชาดาผู้เดียวที่ไม่ได้คิดสร้างกุศลสิ่งใด วันๆ เอาแต่งหน้าตาปากให้สวยงามเอาใจสามี เมื่อมฆมาณพเตือนให้นางสร้างกุศลเหมือนภรรยาคนอื่นๆ บ้าง นางก็อ้างว่ามฆมาณพทำแล้ว เมื่อสามีทำก็เหมือนภรรยาได้ทำด้วย กุศลใดที่สามีได้รับนางผู้เป็นภรรยาย่อมได้รับด้วย

 

 

ดังนั้น เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วภรรยาอื่น ๓ คน คือ นางสุธรรมา นางสุนันทา และนางสุจิตรา จึงพร้อมหน้าพร้อมตาไปอุบัติเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นชายาของท้าวสักกเทวราชอีกครั้งหนึ่ง

 

ส่วนนางสุชาดาผู้เห็นผิดเป็นชอบ และมีมิจฉาทิฏฐิ ไม่ได้ไปเกิดในสวรรค์ ด้วยบุรพกรรมของนางสุชาดาที่รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว แต่งหน้าให้ขาว ทาปากสีแดง แต่บุญกุศลไม่ทำ นางจึงไปเกิดเป็นนกกระยางขาว คอยาว ปากแดง มีจงอยปากยื่นยาว เที่ยวจับปลากินอยู่ในลำห้วยลำธารที่ซอกเขา

 

วันหนึ่ง ขณะที่ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองท่ามกลางเทพธิดา ๒๕ โกฏิ ท้าวสักกเทวราชทรงใคร่ครวญว่าภริยาและบาทบริจาริกาของพระองค์นั้น บัดนี้ต่างมาเกิดในดาวดึงส์สวรรค์กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว แล้วนางสุชาดาภริยาคนสวยนั้นเล่าไปอยู่ที่ไหน

 

พระองค์ทรงใช้ทิพย์เนตรตรวจดู ก็เห็นนางสุชาดาไปเกิดเป็นนกกระยาง หากินปลาอยู่ในลำธารที่ซอกเขา พระองค์จึงเสด็จไปหา

 

นางนกกระยางเห็นท้าวสักกเทวราชก็จำได้ จึงก้มหน้าด้วยความอับอาย

 

ท้าวสักกเทวราชตรัสสั่งสอนนางนกกระยางว่า ในอดีตพระองค์ให้ทำบุญก็ไม่ทำจึงต้องมารับกรรมเช่นนี้ แต่ด้วยความเมตตา ท้าวสักกเทวราชจึงได้นำนางนกกระยางไปปล่อยไว้ในสระนันทาโบกขรณีในดาวดึงส์

 

ฝ่ายเทพธิดาทั้งหลายนั้น ในอดีตก็เคยเป็นลูกน้องบริวารของมฆมาณพและนางสุชาดามาก่อน เมื่อรู้ว่านางสุชาดาไปเกิดเป็นนางนกกระยาง และท้าวสักกเทวราชพามาปล่อยไว้ในสระโบกขรณี ต่างองค์ต่างก็มาดูอดีตนายหญิงของตน

 

นางเทพธิดาทั้งหลายพอเห็นนางนกกระยางก็พากันหัวเราะ วิจารณ์ว่า ดูซิพวกเรา ปากแม่เจ้าแหลมยาวอย่างกับหลาวแทงปู

 

นางนกกระยางได้ฟังก็อับอาย ทูลท้าวสักกเทวราชขอกลับไปอยู่ในซอกเขาตามเดิม ท้าวสักกเทวราชจึงพานางมาส่ง แต่ได้กำชับให้นางรักษาศีลห้าอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะศีลข้อที่หนึ่ง แล้วพระองค์จะให้นางกลับเป็นใหญ่เหนือทุกคน ซึ่งนางนกก็ให้สัจจะ รับคำอย่างหนักแน่นมั่นคง

 

ตั้งแต่นั้นมา นางนกกระยางก็เลือกจับเฉพาะปลาตายกินเป็นอาหาร แม้จะอดๆ อยากๆ หลายวันจึงจะได้กินปลาตายสักตัว นางก็อุตส่าห์อดทน

 

วันหนึ่ง ท้าวสักกะปรารถนาจะลองใจนาง จึงจำแลงองค์เป็นปลาตายลอยน้ำมา เมื่อนางนกเห็นเข้าก็ดีใจ ใช้จะงอยปากคาบปลานั้น พอจะกลืนลงท้อง ปลาจำแลงก็กระดิกตัวขึ้น นางนกกระยางตกใจกลัวศีลจะขาด รีบคายปากปล่อยปลานั้นลงน้ำไป ท้าวสักกเทวราชทรงปลาบปลื้มยินดี อนุโมทนากับนางนก แล้วเสด็จกลับไป

 

นางนกกระยางใช้ชีวิตอยู่อย่างอดอยากถึง ๕๐๐ ปี จึงสิ้นชีวิตลง ด้วยอานิสงส์แห่งการรักษาศีลอย่างเคร่งครัด นางจึงได้กลับไปเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง เป็นธิดาในเรือนช่างปั้นหม้อในนครพาราณสี

 

 

นครพาราณสีในครั้งนั้นเป็นช่วงที่ศาสนาอันตรธานไปนานแล้ว แม้ศีล ๕ ก็ยังหาคนรักษาได้ยาก มีแต่นางสุชาดาธิดาช่างปั้นหม้อเท่านั้นที่รักษาศีล ๕ ได้อย่างเคร่งครัด

 

วันหนึ่ง ท้าวสักกเทวราชจำแลงเพศเป็นคนแก่ เนรมิตฟักทองทองคำบรรทุกยานน้อยเข้าไปในหมู่บ้าน ร้องประกาศว่าหากใครเป็นผู้รักษาศีลก็จงมารับฟักทองไป พวกชาวบ้านก็จนปัญญาเพราะไม่รู้ว่าศีลคืออะไร

 

ฝ่ายนางสุชาดาคิดว่าตัวเองเป็นผู้รักษาศีล ฟักทองทองคำนี้คงนำมาเพื่อตนเป็นแน่ นางจึงไปหาชายชราจำแลง ไปขอรับฟักทอง ชายชราจำแลงซักถามทบทวนศีลกับนางจนมั่นใจจึงยกฟักทองคำให้ จากนั้นนางก็รักษาศีลต่อจนสิ้นชีวิต

 

ด้วยอานิสงส์ของการรักษาศีล เมื่อสิ้นชีวิตอีกครั้ง นางสุชาดาจึงไปอุบัติเป็นธิดาของท้าวเวปจิตติอสูร จอมอสูรแห่งอสูรพิภพ

 

ท้าวเวปจิตติดำริจะทำวิวาห์มงคลให้ธิดาสาว จึงป่าวประกาศให้พวกอสูรมาประชุมกันเพื่อให้ธิดาเลือก

 

ฝ่ายท้าวสักกเทวราชทรงตรวจดูว่าบัดนี้นางสุชาดาไปเกิดที่ไหนหนอ พบว่านางไปอุบัติเป็นอสูรกัญญาในพิภพอสูรแล้วและวันนี้นางกำลังจะเลือกคู่ พระองค์จึงเนรมิตกายเป็นอสูรผู้เฒ่า ไปประทับยืนอยู่ท้ายแถวอสูรทั้งหลาย

 

เมื่อถึงเวลาเลือกคู่ครอง ท้าวเวปจิตติก็บอกธิดาให้เลือกคู่ได้ตามปรารถนา โดยการนำพวงมาลัยไปคล้องอสูรที่นางชอบใจ

 

นางสุชาดาอสูรกัญญาชายตามองไปยังเหล่าอสูร ด้วยบุพเพสันนิวาสที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน เมื่อเห็นอสูรเฒ่า นางอสูรกัญญาก็หลงรักซัดพวงมาลัยไปให้ อสูรเฒ่าจึงรีบเข้ามาคว้าจับแขนนางพาเหาะหนีไป พร้อมประกาศว่าเราคือท้าวสักกเทวราช

 

ฝ่ายพวกอสูรพอรู้ว่าท้าวสักกเทวราชจำแลงกายเป็นอสูรเฒ่า มาชิงนางอสูรกัญญาไปเสียแล้ว จึงรีบพากันไล่ตาม และร้องตะโกนบอกพวกอสูรด้วยกันให้รีบมาช่วยกันชิงตัวนางสุชาดากลับคืนมาให้ได้ อย่าปล่อยให้นางตกไปเป็นของศัตรู

 

ท้าวสักกเทวราชพานางสุชาดามาได้ครึ่งทาง ได้ขึ้นราชรถเทียมม้าสินธพพันหนึ่งที่มาตลีเทพบุตรจอดรออยู่ควบขับหนีกลับเทพนคร ครั้นเมื่อราชรถควบผ่านสิมพลีวันอันเป็นที่อยู่ของพญาครุฑ ลูกพญาครุฑได้ยินเสียงฝีเท้าม้าสินธพก็ตกใจร้องด้วยความกลัวตาย ท้าวสักกเทวราชจึงรับสั่งให้มาตลีเทพบุตรชักราชรถกลับเพราะมีเมตตาไม่ต้องการให้ลูกครุฑตกใจ

 

พอมาตลีเทพบุตรชักราชรถกลับมา พวกอสูรก็พากันตกใจ คิดว่าท้าวสักกเทวราชได้กองทัพเทวดามาช่วยแล้ว จึงแตกกระเจิงหนีกลับอสูรพิภพปล่อยให้ท้าวสักกะพานางอสูรกัญญากลับดาวดึงส์ไปจนได้

 

ฝ่ายท้าวเวปจิตติอสูร ตรัสถามบรรดาอสูรที่กลับมาว่าใครพาธิดาของเราไป พอรู้ว่าเป็นท้าวสักกเทวราช ดำริว่าท้าวสักกเทวราชเป็นผู้ประเสริฐสุดเหนือใครในสวรรค์นี้แล้ว แม้ลูกเขยจะเป็นศัตรูกันแต่ก็เป็นถึงจอมเทพ คิดแล้วจอมอสูรก็แอบพอใจอยู่ลึกๆ จึงเงียบเฉยเสีย

 

เมื่อกลับถึงดาวดึงส์ ท้าวสักกเทวราชก็ทรงแต่งตั้งให้นางสุชาดาอสูรกัญญาเป็นพระชายา ให้เป็นเทวีหัวหน้านางฟ้อน ๒.๕ โกฏิ

 

ฝ่ายพระนางสุชาดาได้กราบทูลขอพรองค์เทพว่า

 

ข้าแต่มหาราช ในเทวโลกนี้หม่อมฉันเป็นเหมือนกำพร้า ไม่มีบิดา มารดา หรือพี่น้องหญิงชาย เมื่อพระองค์เสด็จไปที่ใด โปรดพาหม่อมฉันไปกับพระองค์ด้วยเถิด

 

ท้าวสักกเทวราชทรงประทานพรให้ ตั้งแต่นั้นมาพระนางสุชาดาจึงเป็นพระชายาที่ได้อยู่เคียงข้างท้าวสักกเทวราชตลอดมา

 

นับตั้งแต่นั้นสงครามระหว่างเทวดากับอสูรก็ค่อยๆ เลิกรากันไป เพราะจอมอสูรกับจอมเทพกลับกลายมาเป็นพ่อตาลูกเขยกันไปแล้ว

 

11 ความคิดเห็น