[คลังส่วนตัว] ข้อมูล ครุฑ นาค สำหรับแต่งนิยาย

ตอนที่ 24 : เทพธิดาโรหิณี + หน้าที่ของเทวดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ย. 56

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dhamma-dd&month=12-2009&date=16&group=8&gblog=21

 

เทพธิดาโรหิณี + หน้าที่ของเทวดา

 

พวกเทวดานั้นเกิดโดยการอุบัติขึ้น คือ โตเป็นผู้ใหญ่ทันที เทพบุตรทุกองค์เหมือนมีอายุ ๒๐ ปี ส่วนเทพธิดาทุกองค์ก็เหมือนมีอายุ ๑๖ ปี ผิวพรรณเทวดาแต่ละองค์ละเอียดสวย ไม่มีอาการแก่ผิวหนังเหี่ยวย่นให้เห็น และยิ่งอยู่นานไปรัศมีกายก็ยิ่งสว่างขึ้น ต่างจากมนุษย์ที่ยิ่งอยู่นานยิ่งหย่อนยาน

 

เทพบุตรและเทพธิดาบนสวรรค์ก็เหมือนกับมนุษย์ที่ยังมีความรัก มีคู่ครอง แต่การครองคู่ของเทวดาไม่ทำให้เกิดบุตรเหมือนมนุษย์ เทวดาที่มาอุบัติใหม่จะมีความสัมพันธ์กับเทวดาเก่าอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับวิธีการอุบัติ

·      เทวดาบางองค์อุบัติขึ้นในวิมานของตนเอง เป็นเทวดามีศักดิ์ เป็นเจ้าของวิมาน มีเทพบริวารแวดล้อม

·      เทวดาบางองค์อุบัติเป็นเทพธิดาบนที่บรรทม ก็เป็นชายาของเทวดาเจ้าของวิมาน

·      เทวดาบางองค์อุบัติเป็นเทพบุตรบนตัก ก็เป็นโอรส

·      เทวดาบางองค์อุบัติเป็นเทพธิดาบนตัก ก็เป็นธิดา

·      เทวดาบางองค์อุบัติข้างที่บรรทม ก็เป็นเทวดารับใช้

·      เทวดาบางองค์อุบัติในเขตแดน ก็เป็นเทวดาบริวาร

·      เทวดาบางองค์ไม่อุบัติในเขตแดนของเทพองค์ใด แต่ถ้าหันหน้าไปทางวิมานหลังใด ก็เป็นเทวดาบริวารของเจ้าของวิมานนั้น

 

แต่หากเทวดาองค์ใดอุบัติแล้วไม่อาจตัดสินได้ ก็ต้องให้จอมเทพของสวรรค์ชั้นนั้นเป็นผู้ตัดสิน ดังเช่นกรณีของเทพธิดาโรหิณี

 

เทพธิดาโรหิณีนั้น อดีตชาติสมัยหนึ่งเกิดเป็นมเหสีของพระเจ้าพาราณสี เธอได้แกล้งเอาผงเต่าร้างใส่หญิงฟ้อนนางหนึ่งให้คัน ทำให้หญิงนั้นเกาที่คันจนเกิดแผลพุพอง น่าเวทนา

 

ด้วยผลของเศษกรรมนั้น เมื่อเธอมาเกิดเป็นราชธิดาในศากยวงศ์นามว่า เจ้าหญิงโรหิณี ขนิษฐภคิณีของพระเจ้ามหานามะและพระอนุรุทธเถระ เธอจึงรับผลของกรรมเป็นโรคผิวหนังน่ารังเกียจ ต้องเก็บซ่อนตัวอยู่ในตำหนักด้วยความอับอาย พระอนุรุทธเถระแนะนำให้เธอสละทรัพย์หมื่นหนึ่งสร้างโรงฉัน ระหว่างก่อสร้างก็ให้เธอมาคอยดูแลปัดกวาดพื้น ปูอาสนะ และตั้งหม้อน้ำดื่ม เมื่อสร้างโรงฉันเสร็จ โรคผิวหนังของเจ้าหญิงโรหิณีก็แห้งหายพอดี

 

เจ้าหญิงโรหิณีจัดภัตตาหารถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ แต่เธอยังคงอับอายร่องรอยของโรคผิวหนังจึงแอบอยู่ภายใน พระพุทธเจ้าให้คนไปตามเธอออกมาฟังธรรม หลังจากได้ฟังธรรมแล้วเจ้าหญิงโรหิณีก็บรรลุโสดาบัน

 

เมื่อละอัตภาพจากมนุษย์แล้ว เจ้าหญิงโรหิณีได้ไปอุบัติเป็นเทพธิดางามเลิศในดาวดึงส์สวรรค์ ระหว่างเขตแดนของเทพบุตร ๔ องค์ เทพบุตรทั้ง ๔ องค์พอเห็นเทพธิดาโรหิณีก็หลงรักแย่งกันเป็นเจ้าของ แต่ตกลงกันไม่ได้เพราะเทพธิดาโรหิณีไม่ได้อุบัติในเขตแดนของใคร และไม่ได้หันไปมองวิมานของใครด้วย เทพบุตรทั้ง ๔ จึงตกลงกันพาเทพธิดาโรหิณีไปเฝ้าท้าวสักกเทวราช ขอให้ท้าวสักกะเป็นผู้วินิจฉัย

 

ท้าวสักกเทวราชตรัสถามเทพบุตรทั้งสี่ว่า เมื่อเห็นเทพธิดานี้แล้วเทพบุตรแต่ละองค์รู้สึกอย่างไร

 

เทพบุตรองค์หนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์หลงรักนางจนจิตใจเต้นรัวดุจกลองสงคราม ไม่อาจจะสงบลงได้

เทพบุตรอีกองค์หนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์หลงรักนางจนจิตใจไหววูบ เหมือนสายน้ำตกจากภูเขา

 

เทพบุตรองค์อีกหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์หลงรักนางจนไม่อาจละสายตาจากนางได้ ตาของข้าพระองค์เอาแต่จ้องมองนางจนถลนดุจตาปู

 

เทพบุตรอีกองค์หนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์หลงรักนางด้วยจิตวาบไหว เหมือนธงที่โบกสะบัดไม่อาจจะสงบลงได้เลย

 

ครั้งนั้น ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า

 

พ่อทั้งหลาย ความรักของพวกท่านยังพอข่มได้ ส่วนเราคงต้องตายเป็นแน่แท้หากไม่ได้แม่เทพธิดานี้มาเป็นชายา

 

ฟังคำของท้าวสักกเทวราชดังนั้น เทพบุตรทั้งสี่จึงต้องยอมสละเทพธิดาโรหิณีถวายแด่จอมเทพไป (...เอิ่ม)

 

 

**เพิ่มเติมหน้าที่ของเทวดา**

เทวดาแต่ละองค์ก็มีหน้าที่ของตนครับ เช่น รักษาป่า เขา ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ อะไรทำนองนี้ ผมไม่ได้แจกแจงเอาไว้ เพียงแต่เล่าไปแค่ ๒ อย่าง คือหน้าที่รบ กับหน้าที่ตรวจดูการทำความดีของมนุษย์ อยู่ในตอนเทวาสุรสงคราม กับตอนคนธรรพ์กุมภัณฑ์ยักษ์นาค

 

นอกจากทำหน้าที่ตรวจดูการทำดีของมนุษย์แล้ว บางทีเทวดาก็คอยลงโทษมนุษย์ด้วย ตัวอย่างเช่นนางเรวดีในครั้งพุทธกาล นางทำไม่ดีกับพระภิกษุหลายครั้งหลายหน จนพวกยักษ์ต้องจับนางไปส่งนรกๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ตาย

 

มีตำราอื่นที่เล่าว่าเทวดาพวกกุมภัณฑ์นั้นทำหน้าที่เป็นนายนิรยบาลด้วย แต่ผมไม่เคยพบในพระไตรปิฎกหรืออรรถกถา ก็เลยไม่ได้พูดถึง

 

เทวดาเสวยทุกข์บ้างไหม หรือว่าเสวยสุขอย่างเดียว ?

เทวดาเสวยสุขอย่างเดียวครับ ถ้ามีกรรมที่ต้องเสวยทุกข์เขาจะไม่ได้ไปเกิดเป็นเทวดา แต่ไปเกิดเป็นเปรตประเภทหนึ่งที่มีรูปร่างสวยเหมือนเทวดา มีความเป็นทิพย์เหมือนเทวดา แต่บางครั้งต้องเสวยทุกข์ด้วย กรรมมากก็ทุกข์มาก กรรมน้อยก็ทุกข์น้อย เรียกว่า เวมานิกเปรต

 

ตัวอย่างสั้นๆ ของชายคนหนึ่งเป็นคนทำบุญมาก แต่เขาตายวันแต่งงานก่อนจะส่งตัวเข้าหอ จิตก่อนตายเป็นทุกข์ถึงหญิงคนรัก แทนที่เขาจะไปเกิดเป็นเทวดาจึงต้องไปเกิดเป็นเวมานิกเปรตแทน แต่ก็เป็นเปรตที่มีความสุขคล้ายๆ เทวดา ภายหลังเขายังได้มาชวนหญิงคนรักให้ทำบุญมากๆ จะได้ไปเกิดเป็นเปรตด้วยกัน วันหลังจะเอาเรื่องนี้ยาวๆ มาเล่าให้ฟังครับ

 

 

11 ความคิดเห็น