[คลังส่วนตัว] ข้อมูล ครุฑ นาค สำหรับแต่งนิยาย

ตอนที่ 23 : ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และ ๔ อาวุธร้ายแรงของเหล่าเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 พ.ย. 56

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dhamma-dd&month=12-2009&date=21&group=8&gblog=22

 

 

ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และ ๔ อาวุธร้ายแรงของเหล่าเทพ

 

สวรรค์ชั้นแรกคือสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกามีภพภูมิอยู่รอบๆ เขาสิเนรุมาศ บางส่วนเหลื่อมซ้อนอยู่กับโลกมนุษย์ อยู่ในนทีสีทันดร ภูเขาสัตตบริภัณฑ์ และเลยไปไกลจึงขอบเขาจักรวาล

 

พวกเทวดาเหล่านี้อยู่กันเป็นหมู่เป็นนคร แต่ละทิศจะมีเทพนครเป็นจำนวนมาก เช่น ในทิศอุดรมีเทพนครชื่อ วิสาณะ กุสินาฏา ปรกุสินาฏา ชโนฆะ นวนวติยะ และอาฏานาฏิยะ เป็นต้น แต่ละเทพนครก็มีเทวดาผู้ใหญ่ปกครอง แต่เทวดาชั้นปกครองที่เป็นใหญ่ที่สุดเหนือเทวดาทั้งปวงในสวรรค์ชั้นนี้มีอยู่ ๔ องค์ ปกครองเทวดาใน ๔ ทิศ เรียกว่า ท้าวมหาราชทั้งสี่ คือ

1.     ท้าวธตรฐ เป็นมหาราชปกครองเทพนครทิศตะวันออกและพวกคนธรรพ์

2.     ท้าววิรุฬหก เป็นมหาราชปกครองเทพนครทิศใต้และพวกกุมภัณฑ์

3.     ท้าววิรูปักษ์ เป็นมหาราชปกครองเทพนครทิศตะวันตกและพวกนาค

4.     ท้าวเวสสุวัณณ์ เป็นมหาราชปกครองเทพนครทิศเหนือและพวกยักษ์

 

ท้าวกุเวร: ท้าวกุเวร เป็นอีกพระนามหนึ่งของท้าวมหาราชเวสสุวัณณ์ เทพบดีทางทิศอุดร เนื่องจากในสมัยที่เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นพราหมณ์ชื่อ กุเวร พระองค์ประกอบอาชีพโรงหีบอ้อยมีกำไรมากมายได้นำกำไรนั้นมาทำบุญตลอดสองหมื่นปี เมื่อทำกาละแล้วจึงมาอุบัติเป็นยักขเทวดาใน วิสาณะเทพนคร ทางทิศอุดร ต่อมาเมื่อพระองค์ได้ขึ้นเป็นเทพบดีของสวรรค์ทิศนี้ จึงมีพระนามว่า ท้าวเวสสุวัณณ์

 

ท้าวเวสสุวัณณ์เป็นจอมเทพที่มีบุญฤทธิ์มาก มีอาวุธประจำองค์ เรียกว่า คทาวุธ อาวุธนี้ร้ายกาจมากสามารถใช้ประหารยักษ์ได้ถึงพันตนพร้อมกัน นับเป็นหนึ่งในสี่อาวุธร้ายแรงของเหล่าเทพ คือ วชิราวุธของท้าวสักกเทวราช นัยนาวุธของพระยายม ทุสสาวุธของนฬวกะยักษ์ และคทาวุธของท้าวเวสสุวัณณ์

ท้าวเวสสุวัณณ์นอกจากจะเป็นเทพบดีปกครองยักขเทวดาทางทิศอุดรแล้ว ท่านยังเป็นผู้นำของเทพบดีในทิศอื่นทำกุศลในพระศาสนาอีกบ่อยครั้ง

 

ท้าวมหาราชถวายบาตร

ตัวอย่างเรื่องการทำบุญในพุทธศาสนาของท้าวมหาราชทั้งสี่นั้นปรากฏตั้งแต่ครั้งที่พระโพธิสัตว์ตรัสรู้ใหม่ๆ

 

สมัยเมื่อพระโพธิสัตว์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่ ๔๙ วัน พ่อค้าสองคนชื่อ ตปุสสะ และภัลลิกะ นำขบวนสินค้าบรรทุกกองเกวียนเดินทางผ่านมา ได้นำข้าวสัตตุก้อนและสัตตุผงถวายเป็นภัตตาหารมื้อแรกหลังการตรัสรู้ แต่พระพุทธเจ้าไม่มีภาชนะรองรับโภชนะนั้น ท้าวมหาราชทั้งสี่ต่างองค์ต่างเนรมิตบาตรแก้วอินทนิลมาถวาย แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงรับ ต่อเมื่อถวายเป็นบาตรศิลาสีเม็ดถั่วเขียวพระพุทธเจ้าจึงทรงรับ พระพุทธองค์รับแล้วดำริว่าบรรพชิตไม่ควรมีบาตรเกิน ๑ ใบ จึงทรงอธิษฐานประสานบาตรทั้งสี่เป็นบาตรใบเดียว

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีคติการทำบาตรว่าต้องทำจากแผ่นเหล็ก ๔ ชิ้น แทนความหมายว่าได้เหล็ก ๔ ชิ้นมาจากท้าวมหาราช ๔ องค์ จนมาถึงปัจจุบัน ประเพณีการตีบาตรด้วยเหล็ก ๔ ชิ้นจึงค่อยๆ หายไป บาตรทุกวันนี้จึงเห็นเป็นชิ้นเดียวเป็นส่วนใหญ่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #10 jsoc (@jsoc99) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 04:34
    อาฬวกยักษ์
    #10
    0