『KIMETSU NO YAIBA』ชลาลัยในคืนจันทร์เสี้ยว ( GiyūOC )

ตอนที่ 6 : สายธารที่ 5 - เหตุเกิดเพราะวูบกลางทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

สายธารที่ 5
' เหตุเกิดเพราะวูบกลางทาง '



   " ..ปล่อยข้าได้แล้ว " กิยูเอ่ยบอกคนที่เริ่มทำตัวเหมือนเด็กโดยการเอาหน้าซุกไหล่เขาอยู่ ที่ไล่เช่นนี้ก็ใช่ว่าเป็นเพราะรังเกียจแต่พอนานเข้าเส้นผมยาวๆที่เคลียอยู่แถวข้างแก้มและลำคอก็เริ่มชวนให้รู้สึกว่าน่ารำคาญขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล หญิงสาวส่งเสียงประท้วงน้อยๆแต่ก็ยอมยกร่างตัวเองออกจากอีกฝ่ายเสียแต่โดยดีพร้อมกับแสดงสีหน้าง้ำงออย่างไม่ชอบใจนัก.. ตัวของกิยูอุ่นกว่าเธอมากเพราะงั้นเวลาเอาหน้าไปซุกแบบนั้นก็เลยรู่สึกว่ามันอุ่นสบายอย่างช่วยไม่ได้ ( ซ้ำยังสบายกว่ายืนเองอีกเพราะมีคนค้ำให้ -- )
   เขามองการตอบสนองของอีกฝ่ายแล้วหัวเราะหึในลำคอ สำหรับเขามันเป็นเรื่องที่น่าขบขันไม่ใช่น้อย — อาจเป็นเพราะเธอเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วต่างจากเขาที่ทำเป็นอยู่สีหน้าเดียว หมุนตัวหันหลังให้กับคู่สนทนาราวต้องการจะซ่อนไม่ให้เจ้าหล่อนเห็นแววตาขบขันเมื่อครู่นี้ก่อนจะอ้าปากพูด

   " จะตามมาหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า "

   ทั้งที่ไม่จำเป็นแต่อาจจะเพราะความเคยชินจากเวลาอยู่ระหว่างหรือเสร็จภารกิจที่ต้องคอยเรียกให้เธอตามมา หรือไม่ก็พูดแบบกึ่งประชดใส่หลังจากทำเมินใส่เวลาเธอมาตอแยเข้ามากๆ และการตอบสนองของอิตสึกินั้นก็ไม่ได้ต่างจากที่ผ่านมาเสียเท่าไหร่เลย.. กระตุกยิ้มเล็กน้อยอย่างชอบใจก่อนสองขานั้นจะพาร่างของเธอให้เดินตามเจ้าของฮาโอริครึ่งสีไปอย่างคุ้นชิน
   บรรยากาศระหว่างกิยูกับอิตสึกินั้นมีให้เลือกอยู่เพียงสองทาง หนึ่ง — ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินไปไหนด้วยกันตลอดทางก็จะมีแต่เสียงพูดเจื้อยแจ้วของอิตสึกิและมีเสียงตอบรับของกิยูดังแทรกมาให้ได้ยินเป็นช่วงๆเพื่อบอกว่าเธอไม่ได้กำลังพูดอยู่ตัวคนเดียว หรือตัวเลือกที่สอง — ไม่มีแม้กระทั่งเสียงพูดคุยใดๆ มีเพียงแค่เสียงย่ำเท้าลงบนพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็เท่านั้นซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นานครั้งจะเกิดขึ้นที เนื่องด้วยเหตุที่ว่าอิตสึกินั้นเป็นคนช่างพูดช่างจา ซึ่งระหว่างเดินด้วยกันครั้งนี้นั้นเป็นแบบที่สอง..
   ความเงียบระหว่างหนุ่มสาวคู่นี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดหรือแบบที่ชวนให้กระอักกระอ่วน ตรงกันข้ามมันคือความเงียบที่ชวนให้รู้สึกสบายใจกันทั้งคู่แต่เขาอาจจะคิดมากไปเองว่าอีกฝ่ายดูเงียบผิดปกติ จากสีหน้าเมื่อกี้ก็พอรู้ว่าเธอน่ะกำลังคิดมากเกี่ยวกับเรื่องบางอย่างซึ่งเป็นภาพที่เห็นแล้วชวนให้รู้สึกว่าไม่เหมือนกับคนเดิมที่รู้จักแม้แต่น้อย

   — เงียบ.. เงียบเสียจนผิดปกติ

   ครั้นจะให้ถามว่าเป็นอะไรกันแน่มันก็ออกจะผิดนิสัยของเขาไปซักหน่อย อีกอย่างแม้ช่วงสองปีที่ผ่านมาจะเริ่มสนิทใจกันขึ้นมาบ้างแล้วแต่กิยูก็คิดว่าพึ่งรู้จักกันได้แค่เท่านี้จะให้พูดถามว่าเป็นอะไรมันก็ออกจะ.. แปลกเกินไปเสียหน่อย

   กึก --

   " หือ.. ? " กระพริบตาหนึ่งครั้งเมื่อได้ยินเสียงดังกึกเหมือนคนเดินสะดุดไม่ก็เตะเข้ากับของแข็งบางอย่าง กระนั้นกิยูก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นต้นเหตุของเสียงนั้นแน่ๆเลยตัดสินใจหยุดเดินแล้วหันไปมองคนที่เดินตามมาด้านหลังแทน.. แม้จะดูเหมือนนานแต่ในเวลาจริงแล้วกระบวนการทางความคิดทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที หญิงสาวยืนอยู่ในสภาพร่างกายโน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย ศีรษะโคลงลงมองพื้นด้านล่าง สภาพดูเหมือนคนสะดุดล้ม
   ไวกว่าที่สมองจะประมวลผลทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอแล้วใช้มือหนึ่งฉุดพยุงให้เธอลุกขึ้นยืนดีๆอย่างเมื่อก่อนหน้านี้ สีหน้าของอิตสึกินั้นดูซีดเซียวซ้ำร่างกายยังสั่นระริกผิดปกติ ดวงตาสีทับทิมคู่นั้นที่เคยสดใสกลับดูหมองและเหนื่อยล้าแปลกๆ

   " อาการเจ้าดูไม่ค่อยดี ..เป็นอะไร ? " อิตสึกิส่ายหน้าแล้วดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนหลังตรงเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ เมื่อยืนขึ้นได้แล้วก็จับมือของกิยูที่ช่วยพยุงเธอเมื่อกี้ให้เลื่อนออกไปแล้วเงยหน้ามองอีกคน แสร้งทำทีฝืนยิ้มไปเหมือนจะกลบเกลื่อนแต่แท้จริงแล้วไม่ได้แนบเนียนเลยแม้แต่น้อย

   " ไม่.. ข้าไม่เป็นอะไร โทมิโอกะซัง " — ให้เด็กมองก็ยังรู้ว่าโกหก

   แต่ถ้าเธอไม่บอกเขาก็จะไม่คาดคั้นถามอะไรให้วุ่นวายเพราะคนที่มีลักษณะนิสัยดื้อด้านเป็นพื้นฐานอย่างอิตสึกินั้นซักถามไปก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร ถ้าให้ดีก็ต้องรอให้เข้าตาจนแล้วขูดรีดคำตอบออกมาภายในครั้งเดียว พยักหน้ารับคำแสร้งทำเป็นเชื่อว่าเจ้าตัวนั้นไม่ได้เป็นอะไรตามที่พูดออกมาจริงๆ.. ทว่าเขาตัดสินใจจะไม่เดินนำไปก่อน รอให้เธอเดินขึ้นมาอยู่ข้างกันแล้วถึงออกเดินจะได้จับตาดูอาการหล่อนได้ทุกฝีก้าว

   — จะทำดื้อฝืนเดินต่อได้ซักกี่ก้าวกันเชียว..

   ...

   แล้วก็อย่างที่คิด ฝืนทำเป็นเก่งเดินต่อไปได้ไม่ถึงสิบก้าวร่างที่เดินอยู่เคียงข้างกันก็ล้มพับลงไปกับพื้นตามแรงโน้มถ่วง โชคยังดีที่กิยูตอบสนองได้เร็วไม่เช่นนั้นอิตสึกิคงได้ล้มลงไปนอนหน้าแนบกับพื้นดินแข็งๆนี่แล้ว เขาคว้าและรั้งเธอเอาไว้ด้วยคอเสื้อเครื่องแบบนักล่าอสูรที่สวมอยู่โดยไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆทั้งสิ้น สองแขนตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง เปลือกตาปิดสนิททำให้มองเห็นแพขนตายาวนั้นได้ชัดเจนขึ้น ริมฝีปากซีดเผยอออกเล็กน้อย ได้ยินเสียงลมหายใจจังหวะสม่ำเสมอดังมาให้ได้ยินอยู่เป็นระยะ บอกให้รู้ว่าเพียงแค่หมดสติไปเฉยๆ.. ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ แล้วเขาจะแบกเธอไปไหนดีล่ะ ?



   — ข้าอยู่ที่ไหน.. ?

   เปลือกตาเปิดขึ้นอวดดวงตาสีแดงเม็ดทับทิมที่ถูกซ่อนเก็บเอาไว้เบื้องหลัง อิตสึกิกระพริบตาปริบๆยามเมื่อมองเห็นว่าภาพที่ปรากฎแก่สายตานั้นไม่ใช่ภาพของท้องฟ้าหรือภาพของมุมมองใต้ต้นไม้อย่างที่ควรจะเป็น กลับกันสิ่งที่มองเห็นนั้นเป็นหลังคาเหมือนว่าอยู่ในสถานที่ปิด ร่างกายของเธอถูกเอนไว้ให้นอนอยู่บางอย่างที่นุ่มสบายและเมื่อประกอบกับผ้าที่คลุมตัวอยู่ก็พอจะรู้ได้ว่าตัวเองนอนอยู่บนฟูก ค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อป้องการอาการหน้ามืดฉับพลัน.. เมื่อมองสำรวจตัวเองถึงได้รู้ว่าตนนี้สวมแค่เครื่องแบบโดยไม่มีฮาโอริคลุมทับ กวาดดวงตามองรอบตัวอย่างนึกสงสัย

   — เรือนพยาบาลของข้า-- แต่ทำไม..

   เบนสายตากลับมามองด้านหน้าก่อนคิ้วจะขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนัก ก่อนหน้านี้อิตสึกิจำได้ว่าตัวเองเดินตามกิยูอยู่แล้วเกิดอาการหน้ามืดเพราะความเหนื่อยล้าสะสม อีกคนก็ยังมีน้ำใจมาดูอาการก่อนปฏิเสธไปว่าไม่เป็นอะไรแล้วภาพทุกอย่างก็มืดสนิทลงไปหลังจากทำเก่งปฏิเสธน้ำใจนั่นได้ไม่ถึง  5 นาที.. หรือว่าเขาจะเป็นคนแบกเธอมาที่นี่ ?
   นั่งสงสัยยู่บนฟูกนอนได้ครู่เดียวบานประตูก็เลื่อนออกเผยให้เห็นร่างของคนสองคนที่เธอคุ้นเคยดี คนหนึ่งก็คือกิยูที่ยืนมองเข้ามาในจุดที่ห่างจากประตูไปเล็กน้อยส่วนคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นเด็กหนุ่มเส้นผมสีน้ำตาลในเครื่องแบบนักล่าอสูรกับฮาโอริสีดำปักลาย ดวงตาสีพื้นเรียบไม่เด่นมากนักของเด็กหนุ่มนั้นดูทั้งเป็นกังวลและต้องการจะตำหนิหญิงสาวอายุมากกว่าที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ — เด็กหนุ่มคนนี้คือ ฮิราโนะ อิซามุ รุ่นน้องคนสนิทที่อยู่ใต้การดูแลของเธอ

   " อ้าว ฮิราโ --- "

   " อย่ามาทำลอยหน้าลอยตาใส่ข้า "  อิซามุทำหน้าปานจะแยกเขี้ยวใส่หญิงสาวรุ่นพี่ เธอหัวเราะแห้งก่อนจะทำเป็นเบี่ยงประเด็นสนทนาด้วยการพูดถึงคนที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องพัก " ว่าแต่โทมิโอกะซังเองก็อยู่ด้วยหรือ ? "

   เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออดในความไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยของรุ่นพี่ที่พึ่งจะสร้างปัญหาทำเอาคนอื่นเขาวุ่นวายไปโดยไม่รู้สึกตัว กิยูที่ยืนอยู่นอกห้องเองก็อดลอบถอนหายใจไม่ได้เพราะว่าทักษะในการปะติดปะต่อเรื่องราวของเธอนั้นเรียกได้ว่าห่วยแตกสิ้นดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็อยู่ด้วยกันแค่สองคนแต่ทำไมถึงไม่เอะใจเลยว่าเขานี่แหละที่เป็นคนแบกเธอมาถึงที่นี่.. น่าปวดหัวซะจริง

   " บางทีท่านก็โง่เง่าจนข้านึกเอือม.. " ปากร้ายซะจริงหนา หนุ่มน้อย

   "ก็ท่านโทมิโอกะเป็นคนแบกท่านมาที่นี่ไงเล่า " อิตสึกิกระพริบตาในตอนที่ได้ยินรุ่นน้องกล่าวเช่นนั้นออกมา เปลือกตาเปิดกว้างเหมือนจะบอกว่าไม่เชื่อในเรื่องที่ตนพึ่งได้ยินเมื่อซักครู่นี้ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าเริ่มดูเกร็งๆขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เสียอย่างงั้น ดวงตาประพริบเปิดปิดอีกประมาณครั้งสองครั้ง ทำทีเตรียมอ้าปากถามแต่เจ้าเด็กปากเสียที่มีสติอยู่ครบถ้วนยังไงก็ต้องไวกว่าเธอที่พึ่งตื่นนอนอยู่เป็นธรรมดา " ข้าจะไปชงชามาให้ เผื่อจะลดอาการล้าของท่านได้.. ท่านโทมิโอกะ ระหว่างนี้รบกวนช่วยดูแลรุ่นพี่ของข้าด้วย "
   แล้วอิซามุก็ก้าวเท้ายาวๆหายหัวไปทันทีที่พูดจบประโยค กิยูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเลื่อนบานประตูให้ปิดลงอย่างที่มันควรจะเป็น ดวงตาสีน้ำเงินทอดมองหญิงสาวที่นั่งทำหน้าตามึนๆเบลอๆอยู่บนฟูกกลางห้อง

   " โทมิโอกะซัง บอกข้าทีสิว่าฮิราโนะคุงเขาแค่พูดล้อเล่น " คิ้วย่นเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจนักว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงพูดแบบนั้นออกมา และด้วยความที่ไม่เข้าใจกิยูก็เลยส่ายหัวพร้อมทั้งเอ่ยปากพูดตอกย้ำความจริงให้แก่อิตสึกิ

   " ไม่ ข้าเป็นคนแบกเจ้ามาที่นี่เอง "

   — แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาได้เห็นสีหน้าแปลกใหม่จากผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า...


 TBC. Next Chapter 』


 luminous - rein

   พาร์ท 5 มาแล้วค่าาาา ! พาร์ทนี้ก็ยังมีโมเม้นคู่พระนางมาให้หัวใจชุ่มชื้นกันเหมือนอย่างเคย เฮะๆ
   ฟิคเราแรกๆเข็นโมเม้นออกมาให้แบบกรุบกริบพอเขิน( ? )ค่ะ ไม่ รุกกันแรงมากเดี๋ยวหัวใจจะรับไม่ไหว-- ( ผิด ) ถ้าใครอยากอ่านฉากอ่านฉากหวานๆกันให้อดใจรอกันซักนิดนะคะ เพราะเห็นปกติรีนเขียนแต่ฉากพอให้กรุบกริบแบบนี้แต่ฉากเผ็ชๆหยอดกันทั้งวันรีนก็เขียนได้นะคะบอกเลย--
   แต่จริงๆแทนที่จะบอกว่าคนอ่านทนรออ่านไม่ไหว( ? )ให้บอกว่ารีนทนรอเขียนไม่ไหวจะดีกว่าค่ะ โมเม้นฉากแบบฮ็อตๆเต็มหัวมากแต่มันยังไม่ถึงเวลา จะบ้าแล้วค่ะ อยากเขียนมากเพราะงั้นวันดีคืนดีรีนอาจเข็นตอน .5 เป็นพาร์ทพิเศษแบบ AU มาลง นี้ดมากค่ะ กรี๊ด5555555555+
   ตรงนี้เหมือนรีนมาบ่นถึงความนี้ดตัวเอง เอาเป็นว่าเจอกันพาร์ทหน้าไม่ก็ฟิค #เจ้าทันเล่นกับไฟ นะคะ อย่าลืมคอมเม้นให้รีนด้วยน้า รักทุกคนเลยค่า <3

Letters Count : 7354
             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #59 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 12:47

    ไม่ไหวแล้วเขินมากกก

    #59
    0
  2. #24 I_ไร้นาม:) (@Karen-R-Tereasia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 21:14

    น้อง!! ทำไมดื้อจังคะ! พี่กิเค้าเป็นห่วงนะ
    #24
    1
    • #24-1 rein_carnation (@LuminousRein) (จากตอนที่ 6)
      4 กันยายน 2562 / 20:06
      อสก.เปงคนดื้อโดยธรรมชาติค่ะ ต้องมีพี่กิคอยคุมม
      #24-1
  3. #14 kamukamu (@rutoaika13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:40

    น้องงงอะไรจะดื้อขนาดนั้นนน
    #14
    1
    • #14-1 rein_carnation (@LuminousRein) (จากตอนที่ 6)
      23 สิงหาคม 2562 / 21:49
      น้องชอบดื้อออ พี่กิต้องคอยตามดูแลแล้วแบบเน้ !
      #14-1