ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    { Reborn+KNB } World of Mafia โชคชะตาพาสู่สงครามมาเฟีย[Yaoi]

    ลำดับตอนที่ #6 : ♜ : Chapter Four : Don’t Believe [ 100% ]

    • อัปเดตล่าสุด 29 พ.ย. 58


    Chapter Four : Don’t Believe

     

     

     

              “นักเรียนเคารพ!

     

     

              สิ้นเสียงของ โอคามิ คิสึเนะ ซึ่งเป็นหัวหน้าห้อง..นักเรียนในห้องทุกคนจึงลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้พร้อมกับโค้งตัวทำความเคารพอาจารย์ซึ่งกำลังจะเดินออกจากห้องเรียน  วันนี้ทั้งวันโต๊ะที่ปกติจะว่างในห้องทั้ง 7 โต๊ะก็ยังว่างอยู่ดั่งเช่นทุกวัน  หญิงสาวผมลอนสีเงินนั่งเท้าคางมองนักเรียนในห้องที่เริ่มส่งเสียงพูดคุยน่ารำคาญ..ก่อนจะเหลือบสายตาไปยังโต๊ะของนภาและผู้พิทักษ์วองโกเล่ซึ่งยังคงว่างเปล่า 

     

     

              “เฮ้อ..” ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไป..

     

     

            ...น่าเบื่อเป็นบ้า..

     

     

              ตัดภาพมาทางฝั่งวองโกเล่ซึ่งกำลังนั่งสังเกตการณ์พวกนักบาสจากตึกเรียนอีกฝั่ง..  สึนะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย..เขาไม่อยากจะเข้าเรียน  แต่การมานั่งๆนอนๆอยู่บนดาดฟ้าแบบนี้ก็ใช่ว่ามันจะไม่น่าเบื่อ  ใช่..มันน่าเบื่อ  น่าเบื่อมากกกกกก!

     

     

              “พวกเราดูเหมือนพวกโรคจิตคอยสะกดรอยตามเหยื่อเลยนะครับ” มุคุโร่พูดขึ้นพลางเอนหลังล้มตัวลงนอนบนพื้นกระเบื้องที่ค่อนข้างสะอาดจนน่าประหลาดใจ

     

     

              “ไม่ก็พวกว่างงานไม่มีอะไรทำ..” ฮิบาริพูดขึ้นพลางเหลือบมองไปทางอื่นอย่างไม่ชอบใจ  การที่ต้องมาสะกดรอยหรือคอยสังเกตการณ์พวกนั้นอยู่แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากพวกโรคจิตเลยซักนิด  และก็นี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ได้ที่เขามีความเห็นเหมือนกับ โรคุโด มุคุโร่.. 

     

     

              “นี่ก็งานเฟ้ยเจ้าฮิบาริ!!” โกคุเดระเถียงฉับพลันก่อนจะเบะปากอย่างไม่พอใจ  เดิมทีเขาก็ไม่ได้ชอบหรือถูกชะตากับมันอยู่แล้ว..และยิ่งมารู้ว่าเป็นศัตรูหัวใจ  ดีกรีความไม่ชอบขี้หน้ายิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ!!!

     

     

              “น่ารำคาญแบบสุดขั้วววว!!!

     

     

              “รุ่นพี่ซาซางาวะก็น่ารำคาญครับ” หลังจากที่เรียวเฮพูดขึ้นเสียงดังตามปกติ ยามาโมโตะก็พูดขึ้นบ้างพลางหัวเราะแห้งๆ  ยังไงซะเขาก็อยากจะมีบทบ้าง..ไม่อยากให้บทร้างกลัวว่าคนอ่านจะเฉาใจ

     

     

              แต่ถึงแม้ความเห็นของพวกผู้พิทักษ์จะเหมือนหรือต่างกันมากแค่ไหน..แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหมือนกันทุกคนนั่นก็คือความไม่ชอบขี้หน้าและเกลียดขี้หน้าไอ้ขบวนการสีบาสเรนเจอร์..!!!  ก็แหม..มันมีตั้งแต่ผมสีฟ้า แดง เขียว ม่วง น้ำเงิน เหลือง..ไม่เรียกขบวนการสีแล้วจะให้เรียกไรล่ะฟะ!

     

     

              “แอบดูพวกเราแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ...”

     

     

              “เฮ้ยยย!!! มาได้ไงวะ!” เหล่าวองโกเล่ทั้งหลายสะดุ้งโหยงอย่างตกใจเมื่อพบว่า คุโรโกะ เท็ตสึยะ สมาชิกหนึ่งในขบวนการบาสเรนเจอร์มายืนอยู่ตรงหน้าได้อย่างไรก็ไม่รู้..  แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง..เมื่อพบว่านอกจากร่างบางผมฟ้าแล้วขบวนการสีอย่างบาสเรนเจอร์ก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาบนดาดฟ้าพร้อมกับมองพวกเขาอย่างจับผิด

     

     

              “แล้วพวกแกมาอยู่ตรงนี้ได้ไงฟะ!” ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่ โกคุเดระ ฮายาโตะ โวยวายราวกับกำลังเห็นผีสางเทวดา  ดวงตาสีมรกตจับจ้องสะท้อนภาพของเหล่านักบาสซึ่งกำลังมองมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าไม่เชื่อใจ

     

     

              “เดินมาสิฟะ!!” ชายร่างสูงผิวคล้ำ..อาโอมิเนะพูดขึ้นบ้างอย่างไม่สบอารมณ์

     

     

              “แล้วสรุปพวกนายจับตาดูพวกเราทำไม..” ก่อนที่จะมีใครออกนอกเรื่องไปไกลจนกู่ไม่กลับ..กัปตันทีมบาสหัวหน้าขบวนการบาสเรนเจอร์ก็เป็นผู้นำบทสนทนาวกกลับเข้าสู่เรื่องเดิม  ดวงตาสีแดงเพลิงจับจ้องไปที่เหล่าวองโกเล่อย่างจับผิด..เขาไล่สายตามองไปเรื่อยๆก่อนจะหยุดอยู่ที่สึนะซึ่งกำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาที่เขาอ่านไม่ออก

     

     

              “พวกผมก็แค่สนใจนิดหน่อย..ร้อยวันพันปีไม่เคยมีนักเรียนแลกเปลี่ยนเข้ามาในเมือง มันก็แค่นั้น...” นภาแห่งวองโกเล่ตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ค่อยๆเลือนลางจางหายไป..ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววแข็งกร้าวเพียงชั่วครู่ยามที่ไม่มีใครสังเกตเห็น  แต่แน่นอนว่าคนระดับ อาคาชิ เซย์จูโร่ นั้นสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเพียงครู่หนึ่ง  คำตอบนั้นมันเป็นเพียงการแก้ตัวน้ำขุ่นๆแลดูไม่น่าเชื่อถือ..แต่มิโดริมะที่ทำท่าจะแย้งก็ต้องหุบปากไปเสียเฉียบพลันเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง..

     

     

              แม้จะเพียงชั่ววินาทีเดียวก็ตามที..

     

     

              “พวกคุณโดดเรียนแบบนี้..ต้องโดนขย้ำ!” แล้วนั่นท่านฮิบาริของบ่าวไม่ได้โดดเรียนอยู่รึไงคะ =__=

     

     

              “ฮิบาริจจิก็โดดเรียนอยู่เหมือนกันนั่นแหละฮะ..ฮ..เฮ้ย!” คิเสะพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณเมื่อรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างเฉียดตัวเขาไป  ทอนฟาของฮิบาริ..มันเฉียดเขาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

     

     

              “เอ่อ..ผมว่าหยุดทะเลาะกันดีกว่านะครับ” คุโรโกะ เท็ตสึยะ ซึ่งน่าจะสติดีที่สุดในหมู่บาสเรนเจอร์เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนที่ร่างสูงผมทองจะถูกฮิบาริขย้ำตาย  ดวงตาสีฟ้าสดใสจับจ้องไปที่สึนะด้วยแววตาเฉยเมยก่อนเบนสายตาหันไปมองทางอื่น  ยามที่ไม่มีใครสังเกตเห็น..สึนะยกยิ้มมุมปากจางๆบนใบหน้าพอใจกับท่าทีแบบนั้น 

     

     

              คิเสะ เรียวตะ มีสัญชาตญาณการหลบหลีกสูงพอๆกับการตั้งรับ..

     

     

              อาคาชิ เซย์จูโร่ มีสายตาเฉียบคม..สามารถเห็นความผิดปกติของสิ่งรอบตัวได้แม้มันจะมีเพียงน้อยนิด

     

     

              คุโรโกะ เท็ตสึยะ..จืดจาง และหากนำความจืดจางนั้นมาใช้เป็นอาวุธล่ะก็..ตำแหน่งนักฆ่าอันดับต้นๆของโลกก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม 

     

     

              แต่ก็เป็นคนที่คาดเดาความรู้สึกได้ยากพอๆกับอาคาชิ..

     

     

              “อ้า! ผมว่าเราควรรีบไปเข้าเรียนดีกว่านะครับ!” สึนะที่ประมวลผลข้อมูลอะไรเรียบร้อยเสร็จสรรพฉีกยิ้มกว้างและปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ  ดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ที่ฉายแววแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับมาสดใสมีประกายแลดูซื่อๆอีกครั้ง

     

     

              “ฮะๆๆ นั่นสินะ ไปหลับในห้องเรียนดีกว่า” ผิดประเด็นปะยามาโมโตะ =__=

     

     

              “พวกนายยังตอบคำถามของพวกเราไม่ตรงประเด็นเลยนา~” มุราซากิบาระพูดขึ้นบ้างพลางมีสีหน้าขรึมแลดูน่ากลัวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าเหล่าวองโกเล่กำลังจะเบี่ยงประเด็นสนทนา

     

     

              “แล้วพวกคุณคาดหวังคำตอบอะไรจากพวกเรางั้นเหรอครับ..? J” มุคุโร่ซึ่งทนบรรยากาศเหมือนกำลังถูกกดดันไม่ไหวฉีกยิ้มหวานอย่างเสแสร้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปจ้องตาคนตัวสูงกว่าอย่างมุราซากิบาระอย่างเอาเรื่อง  ดวงตาสองสีคมคายจ้องเขม็งพร้อมแผ่รังสีกดดันจนคนอื่นๆที่อยู่ด้วยกันอดที่จะรู้สึกขนลุกขนพองไม่ได้

     

     

              “พวกนายหยุดส่งเสียงรบกวนได้แล้ว ฉันจะนอน..!! 

     

     

              “ม..ไม่จริงน่า! ท..ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ได้!” ยามาโมโตะเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะชี้ไปที่อีกคนซึ่งลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าที่งัวเงียแต่บ่งบอกถึงระดับความโกรธอยู่ไม่น้อย  ผู้พิทักษ์พิรุณแห่งวองโกเล่น่าซีดเผือกเป็นไก่ต้ม  เป็นไปไม่ได้..ทำไมหมอนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้!!

     

     

              ไม่เพียงแต่ยามาโมโตะเท่านั้นที่หน้าซีดขาวราวกับกระดาษ..

     

     

              ...เพราะแม้แต่สึนะหรือผู้พิทักษ์วองโกเล่คนอื่นๆก็มีสภาพที่ไม่ต่างกัน!!

     

     

              “ตาลุงคาเงโทระ!!” สึนะหน้าซีดโดยฉับพลัน.. ไอดะ คาเงโทระ โค้ชทีมบาสที่เลื่องชื่อและเป็นหนึ่งในเพื่อนแท้ไม่กี่คนของวองโกเล่รุ่นที่ และสาเหตุที่พวกเขารู้จัก..นั่นก็เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ประมาณ 3 หรือ 4 เดือน พวกเขาพึ่งได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้นอกจากรูปแบบที่รีบอร์นสอนจากคนๆนี้ไงล่ะ!!

     

     

              ฝึกโหดแบบชิบหายวายวอดเลยด้วย!!

     

     

              “เห้ย! ตาแก่! แกมาที่นี่ได้ไงน่ะ!” โกคุเดระพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง  ดวงตาสีมรกตหรี่ลงอย่างสงสัยปนความสอดรู้สอดเห็นที่เจ้าตัวมีมาตั้งแต่กำเนิด ฝ่ายคาเงโทระที่เมื่อมองดูดีๆแล้วเกิดระลึกชาติได้ว่าพวกคนเหล่านี้คือใครก็ร้องอ๋อก่อนจะฉีกยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามาลูบหัวสึนะทำเหมือนกับสึนะเป็นศิษย์รักศิษย์หวงอะไรทำนองนั้น..

     

     

              “อย่าแตะต้องสึนะโยชิคุงนะครับ..” มุคุโร่ยกสามง่ามขึ้นมา..คิ้วของชายหนุ่มผมสีไพลินกระตุกอย่างไม่ชอบใจตาโค้ชหื่นนี่ซักเท่าไหร่  ตอนที่ฝึกกันเจ้าโค้ชหื่นนี่นอกจากโหดแล้วยังหื่นแบบหาตัวจับได้ยากอีกต่างหาก  ชอบแตะเนื้อต้องตัวล่วงละเมิดทางเพศ(?)สึนะโยชิของเขาอยู่บ่อยๆ

     

     

              “โค้ช..โค้ชไอดะ?” คุโรโกะ เท็ตสึยะ กระพริบตาปริบๆมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาเท่าไรนัก  คือ..รู้จักกับพวกสึนะคุง?

     

     

              “โค้ชรู้จักกับคนพวกนี้เหรอฮะ?” เป็นคิเสะนั่นเองที่ใจกล้าถามผู้เป็นโค้ชไป

     

     

              “เจ้าพวกนี้ลูกศิษย์เก่าฉันเอง!

     

     

              “อะไรนะ!” เป็นอันว่าตกใจกันทั่วทั้งทีมบาสเรนเจอร์กันเลยทีเดียว..

     

     

              “เอ้าๆเด็กๆไปเรียนได้แล้วไป..อ้อพวกนาย ฉันมีเรื่องจะขอตอนเย็นช่วยมารอที่ดาดฟ้านะ” ประโยคแรกพูดกับทุกคนก่อนที่จะพูดประโยคที่สองกับพวกคุโรโกะที่กำลังจะตามสึนะและคนอื่นๆลงไปข้างล่าง  เหล่าบาสเรนเจอร์หันมามองกันแวบนึงก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินลงจากดาดฟ้าไป..

     

     

              “หึๆ..ครั้งนี้สนุกแน่ๆ!

     

     

     

     

     

     

     

     

     

              “เรียกพวกเรามามีอะไรฟะตาแก่..”

     

     

              อาโอมิเนะเอนหลังพิงกำแพงก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกแล้วหันไปมองคาเงโทระที่นั่งสบายใจอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ถูกนำมาวางไว้บนโซฟาเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ

     

     

              “ก็แค่มีเรื่องจะถามนิดหน่อย..”

     

     

              “ถามอะไรเหรอครับโค้ชไอดะ..?” คุโรโกะเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัยก่อนจะหันไปมองอาคาชิเป็นเชิงถามความเห็นแต่ก็ได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบประมาณว่าเขาเองก็เดาชายตรงหน้าไม่ออกเช่นกัน

     

     

              “อยู่โรงเรียนนี้เป็นไงบ้าง..?”

     

     

              โถ่..ก็นึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายจะถามเห็นทำหน้าซะเครียด =__=

     

     

              “ก็สบายดีครับ..” มิโดริมะตอบพร้อมกับใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้นตามความเคยชินแต่ก็ไม่อาจจะปกปิดใบหน้าที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเบื่อหน่ายนั้นได้

     

     

              “ล้อเล่น! ฉันก็แค่จะถามพวกนายว่า..พวกนายคิดว่าพวกซาวาดะเป็นยังไง”

     

     

              “ดูน่าสงสัย..พวกนั้นจับตาดูพวกเราด้วย” คางามิตอบบ้างพลางเสมองไปทางอื่น  ดวงตาสีแดงเข้มเหม่อมองไปไกลแสนไกล..ดูน่าสงสัย  ดูมีอะไรที่แปลกประหลาด  ดูเหมือนมีความลับที่สำคัญมากอยู่ภายใน..

     

     

              “อ้อ..ถ้าเรื่องนั้นน่ะฉันขอให้พวกนั้นคอยดูแลพวกนายให้เองแหละ!” แน่นอนว่าที่พูดไปนั่นน่ะคาเงโทระแถสดไปเองล้วนๆ  ยังไงซะถ้าความแตกเร็วไปแบบนี้มันก็หมดเรื่องสนุกกันพอดี  ดังนั้นก็ถือซะว่าเขาได้ช่วยพวกวองโกเล่เอาไว้ละกัน..เนอะ?

     

     

              “หา!!! จริงเหรอฮะ!” คิเสะและเหล่าบาสเรนเจอร์อ้าปากค้างอย่างตกใจ..งั้นแสดงว่าที่ผ่านมาพวกเขาเข้าใจผิดงั้นสิ!!

     

     

              “อ้อ..แล้วก็พออีกเรื่องนึงที่ฉันต้องการให้พวกแกช่วย..”

     

     

              “เรื่องอะไรเหรอ..โค้ช?” มุราซากิบาระถามพลางหยิบขนมขึ้นเคี้ยว..

     

     

              “ไม่สิ..ไม่ใช่ต้องการให้ช่วย แต่พวกนายต้องช่วย! ห้ามปฏิเสธ!!

     

     

              “...”

     

     

              “ฉันต้องการให้พวกนายดึงพวกซาวาดะมาเข้าร่วมทีมบาสให้ได้!!

     

     

              “ล้อเล่นสินะ” อาโอมิเนะถามพลางเหงื่อตก..ในใจร่ำขอร้องภาวนาให้มันเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นของโค้ช

     

     

              “ล้อเล่นสินะครับ” คุโรโกะถามย้ำอีกครั้ง..แต่คำตอบที่ได้รับคือความเงียบพร้อมกับสีหน้าจริงจังที่บ่งบอกความมุ่งมั่นของโค้ชได้เป็นอย่างดี..

     

     

              “เอาจริงเหรอครับ!!!!

     

     

     

     

     

     

    15 / 11 / 2015

              เห็นมีรีดเดอร์ตามทวงฟิคเรื่องนี้กันหนักมาก..จัดไปค่ะ 555

              ตอนนี้อัพได้แค่ 50% เนอะ คือสมองตันมาก..ไปต่อไม่ถูกจริงๆ  ส่วนประโยคสุดท้ายนั้นใครพูดก็ขอให้ทายกันให้สนุกนะคะ 555 ช่วงนี้อาจจะไม่ได้ค่อยอัพเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่..เพราะคงต้องไปปั่นนิยาย #คู่รักแอลกอฮอล์ ซะก่อน คือสำหรับเรื่อง可愛い Handsome destroy หล่ออันตราย..แฟนผมใสๆแต่ร้ายสัสๆ นั้นต้องบอกว่าไรท์คาดหวังกับมันมากจริงๆค่ะ  เพราะเป็นเรื่องแรกเลยที่ไรท์คิดว่าอยากลองทำให้มันประสบความสำเร็จดูซักครั้ง 555  ก็ขอให้เข้าใจเนอะ  แต่ยังไงก็ยังไม่ลืมพวกแฟนฟิคที่ค้างคาไว้แน่นอนค่ะ จะพยายามอัพเหมือนเดิม..แต่ก็ต้องดูด้วยว่าช่วงนั้นสมองบรรเจิดรึเปล่า เพราะถ้าไม่มันก็จะติดๆขัดๆเช่นนี้แล 555

              รักรีดเดอร์ทุกคนเสมอแม้ห่างไกล อ่านแล้วเม้นนะคะ ><

     29 / 11 / 2015

              แฮ่! กลับมาอัพให้ครบ 100% แล้วนะคะ >< 

              อยากบอกว่าความจริงแล้วตอนนี้สมองตื้อตันมากๆแทบจะขุดเค้นไม่เจอจินตนาการเลยด้วยซ้ำ 555 แต่ก็ยังอุตส่าห์อัพออกมาได้เนอะ

    อ่านแล้วให้กำลังใจด้วยการเม้นนะคะ รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ ><

     

     

     

     

     

     

     

     

    B E R L I N ❀
    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×