ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : เมื่อยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน
บทที่ 1
หวังหมิ่นเอ๋อครุ่นคิดขณะที่ยืนรอคนรักของตนเองอยู่ที่หน้าศาลเจ้าในตลาด เพราะวันนี้นัดกับแม่ทัพหยางที่เป็นคนรักของตนเองเพื่อมาไหว้เจ้าขอพรและเที่ยวชมตลาดกัน นางยืนรอคนรักครู่หนึ่งเขาก็เดินมาสมทบ วันนี้เขาแต่งกายด้วยชุดนอกเครื่องแบบ ทำให้ดูคล้ายคุณชายในตระกูลใหญ่และหล่อเหลาดังเคย “ หมิ่นเอ๋อ พี่มาแล้ว เจ้ารอนานหรือไม่ ” เขาเดินยิ้มอย่างเบิกบานมาหานาง “ ไม่นานหรอกเจ้าค่ะ เราเข้าไปในวัดกันเลยนะเจ้าค่ะ ” ทั้งสองจูงมือพากันเดินเข้าไปในวัดที่ตอนนี้มีผู้คนคราคร่ำ เมื่อเดินเข้าไปไหว้พระในวัดแม่ทัพหนุ่มคุกเข่าลงข้างๆคนรัก แล้วขอพรดังๆให้นางได้ยิน “ ข้าแม่ทัพหยางอี้เทียน ขอพรต่อท่านเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ความรักของพวกเราทั้งคู่มั่นคงยืนนาน และรักกันไปตลอดจนแก่เฒ่าไปด้วยกันและหากข้าเกิดชาติใหม่ก็จะขอรักเพียงหมิ่นเอ๋อคนนี้เท่านั้น ” หมิ่นเอ๋อจึงได้อธิษฐานขอพรเช่นเดียวกับเขา ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น พากันไปทำบุญตามจุดต่างๆในวัด และให้ทานคนขอทานที่มาขอเรี่ยไรเงินอยู่หน้าวัด แล้วก็จูงมือกันเดินออกมาจากวัดมุ่งหน้าไปเดินเล่นที่ตลาดในเมืองเกาสงที่ตอนนี้คับคั่งไปด้วยผู้คนมากมาย
แม่ทัพหยางแวะร้านขายเครื่องประดับซื่อสร้อยคอและกำไลทองอันเล็กๆที่มีพลอยประดับหลากสีเข้าชุดกันแล้วสวมให้นางทันที แม้หมิ่นเอ๋ออยากจะเอ่ยปากห้ามเขาไม่ให้ซื้อของมีราคาเช่นนี้ให้นางแต่แม่ทัพหยางห้ามนางเอาไว้ “ พี่อยากจะซื้อของหมั้นหมายหมิ่นเอ๋อเอาไว้ก่อน เรารู้กันแค่เพียงสองคน ต่อไป หากถึงเวลาหมั้นหมายและแต่งงานกันจริงๆพี่จะเปลี่ยนของที่มีราคากว่านี้ให้นะ สองชิ้นนี้เอาไว้ใส่เล่นๆ ” หมิ่นเอ๋อจึงได้ยอมรับของที่คนรักซื้อให้เพื่อเป็นของแทนใจของเขา ทั้งสองพากันเดินเล่นและหาอะไรกินกันที่ตลาดอย่างมีความสุข และพากันเดินไปดูงิ้วที่โรงงิ้วเมื่อถึงเวลาที่เปิดการแสดงจนกระทั่งการแสดงจบลงแล้ว แม่ทัพหยางจึงได้เดินจูงมือคนรักออกมา แล้วพานางไปนั่งกินบะหมี่ที่ข้างทางก่อนพานางกลับไปส่งที่จวนบิดาของนาง
เมื่อกลับมาถึงจวนทั้งสองยืนร่ำลากันอยู่ที่หน้าประตูจวนในเงามืดข้างๆซุ้มประตู “ หมิ่นเอ๋อ พี่ขออะไรสักอย่างได้หรือไม่ ” แม่ทัพหยางเอ่ยถามคนรักด้วยดวงตามีประกายวิบวับอย่างไม่น่าไว้ใจนัก “ ขออะไรหรือเจ้าคะ ” หมิ่นเอ๋อเงยหน้าถามคนรักด้วยสีหน้าฉงนฉงาย นางมีอะไรจะให้แม่ทัพหนุ่มอย่างนั้นหรือ และนางก็ถูกแม่ทัพหนุ่มประกบจูบทันทีอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากหนาที่ร้อนรุ่มนั้นบดขยี้ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของนางจนนางยอมเผยอปากให้ลิ้นสากของเขาเข้าในรุกรานและเกี่ยวพันลิ้นเล็กของนางอย่างดูดดื่ม จูบนางทั้งอ่อนหวานและเว้าวอนจนร่างอวบแทบละลายอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของเขา และอยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ หมิ่นเอ๋อนั่นทำอะไรกันน่ะ ” เสียงของฟางหลิวน้องสาวต่างมารดาที่กระสับกระส่ายรอการกลับมาของพี่สาวต่างมารดาอยู่นานแล้ว เพราะนางได้ยินสาวใช้บอกว่าคุณหนูใหญ่ออกไปข้างนอกกับแม่ทัพหยาง นางเกิดความริษยาจนนั่งไม่ติด ต้องมาวนเวียนรอคอยการกลับมาของทั้งคู่อยู่นานแล้ว และเมื่อเดินออกมาที่หน้าประตูก็เห็นพวกเขาสองคนยืนแอบอยู่ที่ข้างประตูทางเข้า และนางก็ทันได้เห็นฉากจูบที่ดูดดื่มของแม่ทัพหนุ่มเข้าพอดี ใบหน้าสวยของนางเปี่ยมไปด้วยความริษยาที่ท่วมท้น ดวงตายาวรีนั้นแทบจะมีไฟพุ่งออกมา
สองหนุ่มสาวผละออกจากกันทันที แม่ทัพหยางจ้องใบหน้าคนรักด้วยความเสียดายเล็กน้อย แต่หมิ่นเอ๋อหน้าเปลี่ยนสีไปทันที “ ข้าจะฟ้องท่านแม่ เจ้ามายืนจูบกับบุรุษอยู่หน้าประตูจวน ช่างไม่รู้จักอับอาย หากท่านพ่อกับท่านแม่รู้เข้าเจ้าคงจะถูกลงโทษอย่างแน่นอน ” แม่ทัพหยางใบหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที
“ มันเป็นเรื่องของคนรักกันและข้ากับหมิ่นเอ๋ออีกไม่นานก็คงจะแต่งงานกันแล้ว และหากมีเรื่องอื้อฉาวอันใดข้าก็จะรับผิดชอบแต่งงานกับนางอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก ” เขาจ้องมองใบหน้าของฟางหลิวด้วยใบหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจนัก “ ท่านพี่อี้เทียน ท่านจะมาดุว่าข้าทำไมกันเจ้าคะ ข้าหวังดีแท้ๆ ไม่อยากให้ต้องอับอายขายหน้ากัน และมันจะเสื่อมเสียมาถึงตระกูลหวังด้วยไม่ใช่แค่เจ้าเพียงผู้เดียว ” สุดท้ายนางก็หันมาต่อว่าหมิ่นเอ๋อและจ้องมองนางอย่างไม่พอใจนัก แต่ไม่กล้าแสดงสีหน้าและต่อว่าอะไรหมิ่นเอ๋อต่อหน้าแม่ทัพหยางอีก เพราะนางเกรงจะถูกเขามองไม่ดี เพราะทุกวันนี้เขาก็แทบจะไม่หันมามองนางอยู่แล้ว เอาแต่หลงรักนังหมิ่นเอ๋อหัวปักหัวปำ มันจะมีอะไรดีกัน มารดาก็ไม่มี ท่านพ่อก็ไม่ค่อยจะใส่ใจมันนัก ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูใหญ่แต่ก็ไร้อำนาจใดๆในจวน บ่าวไพร่ก็แทบจะไม่เกรงกลัวนางเสียด้วยซ้ำ
ที่ฟางหลิวคิดเช่นนี้ก็ไม่ผิดนัก เพราะคุณหนูใหญ่อย่างหมิ่นเอ๋อนั้นไร้ที่พึ่งพาหลังจากมารดาเสียชีวิตและบิดาแต่งหูหนิงเซียนอดีตนางโลมอันดับหนึ่งเข้ามาเป็นฮูหยินแทนมารดาของหมิ่นเอ๋อและเมื่อนางให้กำเนิดบุตรสาวท่านพ่อก็เหมือนจะรักใคร่เอ็นดูน้องสาวยิ่งกว่านาง อีกทั้งบิดาของนางก็มักจะออกไปทำการค้าที่ต่างเมืองมักจะไม่ค่อยอยู่ติดจวน ทิ้งหน้าที่ดูแลจวนและบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนทั้งหมดไว้กับฮูหยินคนใหม่ที่เป็นคนที่เห็นแก่ตัวและไร้น้ำใจต่อลูกเลี้ยงอย่างยิ่ง นางค่อยๆยึดอำนาจในจวนไว้ได้จนหมดภายในเวลาเพียงไม่นาน บ่าวไพร่ทุกคนก็จำต้องเชื่อฟังนางเพราะนางนั้นได้สิทธิ์ขาดจากท่านคหบดีหวังให้ดูแลจวนและบ่าวไพร่ทั้งหมดแทนฮูหยินคนเดิมที่เสียชีวิตไปแล้ว
นับจากนั้นหมิ่นเอ๋อก็เหมือนไร้ตัวตนนางยังอยู่ที่เรือนเล็กของนางแต่ความเป็นอยู่แร้นแค้นยิ่งกว่าอะไรดี ทั้งๆที่นางเป็นบุตรีแท้ๆของท่านคหบดี แต่เขาก็ไม่ค่อยอยู่ให้พึ่งพามากนัก มารดาเลี้ยงของหมิ่นเอ๋อนั้น ฉลาดแกมโกงต่อหน้าสามีนางก็ทำดีกับลูกเลี้ยงและเหมือนใส่ใจลูกเลี้ยงดังเช่นบุตรของตนเอง แต่เมื่อท่านคหบดีไม่อยู่นางก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร บ่าวไพร่ล้วนรู้เบื้องลึกนี้แต่ไม่มีใครกล้าปริปากบอกท่านเสนาบดีหวังสักคน เพราะไม่กล้าปากมาก ด้วยเกรงว่าจะถูกไล่ออกไปจากจวนนี้ จึงได้แต่แอบเห็นใจและแอบช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยคุณหนูใหญ่ผู้อาภัพได้
แม้แต่เงินเบี้ยเลี้ยงของนางที่จะต้องได้รับทุกๆเดือนแม่เลี้ยงนั้นก็เก็บงำเอาไว้เสียเอง และจะมอบให้ก็ต่อเมื่อท่านคหบดีบังเอิญอยู่ที่จวนเท่านั้น และข้าวของเครื่องใช้และอาภรณ์ที่ต้องซื้อหาของคุณหนูใหญ่นั้นก็แทบจะไม่มีของใหม่ นางเป็นบุตรสาวคนโตแต่ต้องรับช่วงอาภรณ์ที่น้องสาวใส่จนเบื่อแล้วมาใส่ หากไม่รับก็ไม่มีจะใส่ ของเดิมที่มีอยู่นั้นก็เก่าปอนเต็มทีและขนาดตัวก็คับแน่นไปหมดแล้ว แต่ความอัตคัตนี้ก็ไม่สามารถบดบังความงดงามเมื่อเริ่มย่างเข้าวัยสาวได้ ความงามของนางนั้นก็เข้าตาแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลที่เป็นเพื่อนบ้าน จวนติดกันเข้าอย่างเต็มที่ เขาจึงได้เทียวไล้เทียวขื่ออยู่นานจนนางยอมตกลงรับรักเขา แม่ทัพหนุ่มหมายใจว่าอีกไม่นานเขาจะสู่ขอนางมาเป็นฮูหยินของเขา
ความคิดเห็น