[yaoi] รัตติกาลนิรันดร์ (Endless Night)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 : จุมพิต สะกิดหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ก.ย. 56



 

ตอนที่ 8 : จุมพิต สะกิดหัวใจ

            เนื่องจากเหตุวุ่นวายเมื่อเช้าทำให้คืนนี้ต้องมีการถ่ายซ่อมโดยเฉพาะในฉากที่เจลิโอต้องแข่งขันกับนายแบบคนอื่นๆ เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากบรรดาหญิงสาวผู้โชคดีที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมรายการ และจะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินว่าใครจะได้ครองผลโหวตอันดับหนึ่งในสัปดาห์นี้ไป

            ทางทีมงานได้เซ็ตฉากบริเวณริมสระว่ายน้ำของโรงแรมให้เป็นงานปาร์ตี้จับคู่ โดยมีหญิงสาวอาสาสมัครนับสิบคนที่อยู่ในชุดราตรีสวยงามยืนเตรียมพร้อมประจำจุดต่างๆ รอให้นายแบบหนุ่มทั้งห้าคนที่ร่วมในโปรเจ็คต์นี้ใช้เทคนิคเฉพาะตัวของแต่ละคนในการหว่านเสน่ห์และขอเต้นรำกับพวกเธอที่กลางฟลอร์ให้ได้มากที่สุด

            “เป็นยังไงบ้างครับพี่เจแอล อาการป่วยดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ”

            ร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตขาวคลุมทับด้วยทักซิโด้สีเขียวเข้มเดินเข้ามาทักทายเจลิโอด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเรียวยาวมองคนที่เพิ่งหายป่วยนั่งหมุนแก้วไวน์ในมือเล่นตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจรดศีรษะ ร่างเพรียวบางท่าทางน่าทะนุถนอมที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ในชุดกางเกงยีนฟอกสีน้ำเงินเข้มท่อนบนสวมสูทแบบไร้ปกสีขาวทับเสื้อคอกว้างสีดำเผยให้เห็นสร้อยรูปลูกธนูสีเงินวาวบนลำคอยาวระหงนั้น แม้สไตลิสต์จะตั้งใจให้ออกมาเป็นลุคแบบแบดบอยในสายตาผู้ชมแค่ไหน ทว่า เรือนผมยาวประบ่าสีน้ำตาลอมแดง กับดวงตากลมโตสีฟ้าครามบนใบหน้าขาวเนียนก็ยังทำให้เขาแลดูสวยน่ามองอย่างกับหญิงสาวในคราบทอมบอยเสียมากกว่า

            “อ้อ ดีขึ้นแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง คุณ เอ่อ...”

            แวมไพร์หนุ่มทำหน้างงเล็กน้อยเมื่อมีคนมาทักเขา แต่เป็นเพราะปกติแล้วจะทำงานตอนกลางคืนเสียมากกว่าจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้พบปะกับนายแบบคนอื่นๆ เท่าไร แถมยังไม่ค่อยมีเพื่อนหรือคนรู้จักในวงการที่สนิทสนมด้วยเพราะเมื่องานเสร็จก็รีบกลับบ้านทันที จึงจดจำชื่อของนายแบบหนุ่มร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ได้

            “ฟรอสต์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมเพิ่งเข้าวงการมาไม่นาน แล้วก็ยังไม่ค่อยดังเท่าไหร่ คนดังอย่างพี่เจแอลจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอกครับ”

            หนุ่มรุ่นน้องกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมทั้งยื่นมือออกมาให้จับแทนการทักทายตามมารยาทแบบสากล ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างถ่อมตัว เป็นผลให้เจลิโอต้องรีบพูดเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่ายทันที

            “อย่าคิดอย่างนั้นสิครับ ผม เอ่อ พี่ไม่ค่อยรู้จักนายแบบคนอื่นๆ เท่าไหร่ แถมยังไม่ค่อยได้สนใจพวกสื่อบันเทิงด้วย ไม่ใช่ว่านายไม่ดังหรอก ไม่อย่างนั้นจะถูกเลือกเข้ามาอยู่ในโปรเจ็คต์นี้ได้ยังไงล่ะ”

            “ฮ่าๆ นั่นสินะครับ ว่าแต่มิชชั่นวันนี้ดูท่าทางจะยากเอาการอยู่เหมือนกัน ผมน่ะไม่ค่อยถนัดเรื่องจีบสาวเอาเสียเลย แต่ถ้าเป็นคนอย่างพี่เจแอลไม่ว่าจะสาวๆ หรือหนุ่มๆ ก็คงตกหลุมเสน่ห์ของพี่ได้ไม่ยากเลยจริงไหมละครับ”

            แม้ว่าคำพูดของฟรอสต์จะเหมือนกับเป็นแค่คำกล่าวทั่วๆ ไปที่ใช้เยินยอรุ่นพี่ แต่เจลิโอกลับจับได้ถึงน้ำเสียงเย้ยหยันอยู่ในที แถมยังถ้อยคำแปลกๆ ในประโยคท้ายนั้นอีกที่ทำให้แวมไพร์หนุ่มอดสงสัยไม่ได้

            “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

            “หึ...เรื่องนั้นน่ะ พี่เจแอลน่าจะรู้ดีกว่าใครนะครับ อย่าหาว่าเด็กอย่างผมสอนเลย แต่ถ้าพี่จะทำอะไรกับใครก็ระมัดระวังหน่อย หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนะครับ ถ้าเกิดข่าวลืออื้อฉาวขึ้นมาล่ะก็ ความนิยมคงตกฮวบแน่ๆ”

            ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นแล้วหนุ่มร่างเล็กก็เดินจากไป ปล่อยให้เจลิโอได้แต่ยืนอึ้งที่ถูกเด็กรุ่นน้องสั่งสอนแถมยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะตั้งป้อมเป็นศัตรูกับเขาเสียด้วย แต่กระนั้นจะมีข่าวลืออื้อฉาวอะไรที่จะทำให้ความนิยมของเขาในหมู่สาวๆ ตกต่ำลงได้ แวมไพร์หนุ่มยังไม่เข้าใจความนัยแฝงที่ฟรอสต์พูดกับเขาเลยสักนิดเดียว

            แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์แปลกๆ อะไรเกิดขึ้นอีก แต่การถ่ายทำในค่ำคืนนั้นใช่ว่าจะราบรื่นเสียทีเดียวเมื่อคู่แข่งคนอื่นๆ ต่างก็คอยแต่พูดจาเหน็บแนมประชดประชันเจ้าของคะแนนโหวตอันดับหนึ่งอย่างเจลิโอตลอดเวลา สร้างความรู้สึกเหนื่อยหน่ายรำคาญใจให้กับแวมไพร์หนุ่มจนเผลอแสดงสีหน้าบอกบุญไม่รับต่อหน้ากล้องเสียหลายครั้ง แม้แต่ในตอนที่เขาต้องใช้เทคนิคจีบสาวแบบขั้นเทพเพื่อขอหญิงสาวอาสาสมัครเต้นรำด้วย ก็ยังถูกจ้องจับผิดอยู่เรื่อยๆ จนเริ่มฉุนแทบจะทนไม่ไหว เขาไม่ชอบทำงานร่วมกับคนหมู่มากก็เพราะแบบนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่ออยู่ในวงการบันเทิงที่มีฉากหน้าสวยงามแต่ฉากหลังเต็มไปด้วยแรงอิจฉาริษยาก็ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มแย้มแม้ในใจจะคุกรุ่นราวภูเขาไฟปะทุใกล้ระเบิดเต็มทีแล้วก็ตาม

            “พวกมนุษย์นี่งี่เง่าชะมัด จะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันไปทำไมนักหนานะ”

            เสียงบ่นเบาๆ ของเจลิโอขณะที่กำลังลบเครื่องสำอางอยู่หน้ากระจกดังลอยไปถึงหูของสกายพอดี บอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงหน้าประตูจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ พลางวางมือลงบนบ่าทั้งสองข้างของนายแบบหนุ่มพร้อมกับเอ่ยอย่างให้กำลังใจเมื่อเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดนั้น

            “คุณก็เป็นมนุษย์คนนึงเหมือนกันนี่ครับ ทำเป็นไม่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ด้วยกันไปได้”

            “ก็ฉันไม่ใช่...เฮ้อ ช่างเถอะ พูดไปนายก็ไม่เข้าใจความรู้สึกฉันหรอก วันนี้เหนื่อยชะมัดรีบกลับบ้านไปนอนยาวๆ ดีกว่า พรุ่งนี้คุณเทียร่าบอกว่าไม่มีงานด้วยนี่นะ”

            แวมไพร์ขี้หงุดหงิดหันมาขึ้นเสียงกับสกายก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ไทก์ที่รู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเหมือนอย่างคนอื่น จึงหันหน้ากลับไปสนใจกับการลบเครื่องสำอางต่อพร้อมกับบ่นออกมาอีกเล็กน้อย

            สกายลอบมองใบหน้าหวานที่เผลอทำแก้มป่องพองลมอย่างกับเด็กที่ถูกแกล้งผ่านทางกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าแล้วก็แอบอมยิ้มในความน่ารักที่เจ้าตัวไม่เคยจะรู้เลยสักนิด ขณะนั้นเองที่ดวงตาคมมองไปเห็นพู่กันแต่งหน้าอันหนึ่งที่วางบนโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่จึงหวังดีจะเอื้อมไปหยิบให้ แต่กลับเป็นจังหวะเดียวกับที่เจลิโอกำลังจะหันมาถามความเห็นอะไรบางอย่างจากเขา จึงทำให้ริมฝีปากอิ่มแตะสัมผัสกับผิวแก้มของสกายเข้าพอดี

            ร่างสูงใหญ่พลันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นวาบไปทั่วร่าง เช่นเดียวกับร่างเพรียวบางที่รู้สึกร้อนวูบที่ริมฝีปากก่อนจะลามไปถึงสองข้างแก้มที่แดงแจ๋ขึ้นมาราวกับผลมะเขือเทศสุก ความเงียบงันปกคลุมคนทั้งสองไว้จนได้ยินเพียงเสียงครางหงึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศเท่านั้น

            เลนส์กล้องที่มีความละเอียดสูงถูกยกขึ้นมาเก็บภาพจุมพิตของสองหนุ่มในห้องแต่งตัวเอาไว้พอดิบพอดีราวกับรู้เวลา รอยยิ้มอย่างพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของกล้อง พลางคิดว่าหากภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไปความนิยมของสาวๆ ที่มีต่อนายแบบหนุ่มหน้าหวานต้องดิ่งลงต่ำสุดขีดอย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนที่บุคคลปริศนาจะรีบเดินออกไปจากทางหน้าประตูห้องทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวผมบลอนด์กำลังเดินเลี้ยวมาทางนี้แล้ว

......................................................................................................................................................................

 

            ภายในรถตู้สีดำคันใหญ่ซึ่งเป็นพาหนะที่ใช้รับ-ส่งเจลิโอเป็นประจำ ความเงียบงันปกคลุมบรรยากาศระหว่างคนสองคนเอาไว้จนทำให้คนกลางอย่างเทียร่ารู้สึกอึดอัดไม่น้อย เธอรู้ว่าสกายไม่ใช่คนช่างพูด ส่วนนายแบบหนุ่มนั้นหากไม่ได้เหนื่อยจนผล็อยหลับก็ไม่เคยนั่งเงียบจมอยู่ในความคิดของตัวเองได้นานขนาดนี้ ตั้งแต่รถแล่นออกมาจากโรงแรมหรูใจกลางเมืองจนอีกไม่กี่ร้อยเมตรข้างหน้าก็จะถึงบ้านของเขาอยู่แล้ว ยังไม่ได้ยินเสียงของใครดังขึ้นมาสักแอะ

            ผู้จัดการสาวลอบสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างสองหนุ่ม เธอมองไปยังคนที่นั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับผ่านทางกระจกมองหลัง ก็เห็นว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นเอาแต่ส่งสายตาหวานเชื่อมมายังเจ้าของร่างเพรียวข้างกายเธอเกือบตลอดทาง ส่วนคนถูกมองนั้นดูจะไม่รู้ตัวเลยเพราะมัวแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างพลางยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเองเป็นระยะ หากว่าหนุ่มหน้าหวานที่นั่งอยู่บนเบาะถัดไปเป็นเด็กสาวแล้วล่ะก็ เธอต้องคิดว่าเจ้าของริมฝีปากอิ่มสีแดงสดนั้นเสียจูบแรกให้กับบอดี้การ์ดหนุ่มไปแล้วแน่ๆ

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เมื่อประเทศของเธอได้ผ่านกฎหมายอนุญาตให้คนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานจดทะเบียนสมรสได้ตั้งเกือบสิบปีมาแล้วนี่นะ หากความรักระหว่างสกายกับนายแบบหนุ่มในสังกัดของเธอจะผลิบานขึ้นมาก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ มีแค่พวกประชาชนหัวอนุรักษ์นิยมไม่กี่เปอร์เซ็นนักหรอกที่ยังคงยอมรับความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิมไม่ได้ คิดอย่างนั้นแล้วเทียร่าก็ได้แต่แอบยิ้มขำกับท่าทางของสองหนุ่ม ถึงสกายจะเพิ่งมารับหน้าที่ได้ไม่กี่วันก็เถอะ เธอเชื่อว่าเขาคงเอาชนะใจนายแบบหนุ่มในสังกัดของเธอได้ไม่ยากแน่

            “ถ้ามีเวลาอีกสักยี่สิบสี่ชั่วโมง คุณสกายจะนั่งมองเจแอลแบบนี้ต่อ ฉันก็ไม่ขัดอะไรหรอกนะคะ แค่คืนนี้ฉันอยากพักผ่อนจะแย่แล้ว ช่วยไปสวีทกันต่อในบ้านได้ไหม”

            ผู้จัดการสาวใหญ่ชะโงกหน้าไปกระซิบที่ข้างหูบอดี้การ์ดหนุ่ม เมื่อรถค่อยๆ จอดนิ่งสนิทลงตรงข้างรั้วหน้าบ้านหลังน้อย ทำให้คนที่มัวแต่แอบมองใบหน้าหวานด้วยสายตาที่หวานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านั้นถึงกับยิ้มอย่างขัดเขินที่ถูกรู้ทัน เขารีบกุลีกุจอลงมาเปิดประตูทางด้านหลังอีกฝั่งหนึ่งเพื่อให้นายแบบหนุ่มลงจากรถทันที

            ส่วนแวมไพร์หนุ่มนั้นมัวแต่จมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองจึงไม่ทันสังเกตว่าประตูถูกเลื่อนเปิดออกแล้ว เป็นผลให้ร่างเพรียวบางที่ทิ้งน้ำหนักพิงอยู่กับประตูเซถลาจนเกือบจะตกจากเบาะรถ โชคดีที่สกายเห็นเข้าเสียก่อนจึงปรี่เข้ามาช้อนรับร่างของเจลิโอเอาไว้ได้ทัน

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

            น้ำเสียงที่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วงดังอยู่ใกล้ชิดเพียงริมใบหู พลอยทำให้คนที่ปล่อยทิ้งน้ำหนักทั้งหมดของตัวเองลงในอ้อมแขนแกร่งใจเต้นโครมคราม อยู่ใกล้กันขนาดนี้เสียงหัวใจของเขาคงจะดังไปให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจนอย่างแน่นอน ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนผ่าวไปหมดทั้งหน้า ไม่ได้การแล้วหากเป็นแบบนี้ต่อไปไม่นานหัวใจที่ไม่ใช่ของเขาดวงนี้ต้องถูกบอดี้การ์ดหนุ่มช่วงชิงไปอีกดวงอย่างแน่นอน

            “ปล่อยเถอะน่า บอกตั้งกี่ทีแล้วว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว นายนี่สมองเป็นปลาทองหรือไงนะ”

            เสียงโวยวายเล็กๆ นั้นช่างขัดกับใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความเขินเสียเหลือเกิน เทียร่าแอบอมยิ้มกับอาการปากแข็งของนายแบบหนุ่มก่อนจะบอกลาทั้งสองแล้วรีบให้คนขับออกรถโดยเร็ว เธอไม่อยากจะขัดขวางช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ต่อไปอีกแล้ว ยิ่งพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของเจแอลด้วยแล้วเธอก็ได้แต่หวังว่าค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ของพวกเขาละนะ

            ทว่า เทียร่าคงจะคิดมองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยอมรับความแปลกแตกต่างแบบนี้ไม่ได้ แถมยังมีจอมเวทย์และเหล่าสมุนที่จ้องจะทำร้ายเพื่อแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเจลิโอ...อีกครั้ง

........................................................................................................................................................................

To Be Continued. . .

 

ปล. หายไปหลายวัน ไม่ได้มาอัพนิยายเลย ต้องขออภัยคุณผู้อ่านด้วยนะคะ เนื่องจากช่วงนี้งานประจำหนักมาก แถมยังมีโรครุมเร้าเต็มไปหมด กลับบ้านมาก็เลยหมดแรง เหนื่อยจนแทบไม่อยากแตะคอมฯ เลยค่ะ ยังไงก็จะพยายามมาอัพให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ละกันเนอะ ช่วงนี้อากาศแปรปรวนมาก อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #22 blanchet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 09:39
    เช่นกันนะคะ พักผ่อนเยอะๆล่ะ

    เขินนน เจแอลกับสกายสปาร์คกันแล้วอ้ะ

    ฟรอสต์นี่จะอะไรขนาดนั้น อย่ามายุ่งกับเจแอลนะะ
    #22
    0