[yaoi] รัตติกาลนิรันดร์ (Endless Night)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 : ก็คุณร้อน...ผมเลยถอดให้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.ย. 56

ตอนที่ 7 : ก็คุณร้อน...ผมเลยถอดให้

           

“เคซาร์ยังไม่มาอีกเหรอ หมอนั่นกะจะมาตอนตะวันส่องก้นเลยหรือไงนะ”

            เสียงของผู้กำกับการแสดงหนุ่มบ่นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เมื่อเห็นว่านายแบบหนุ่มผมทองเจ้าของฉายาเจ้าชายพระอาทิตย์ยังไม่ปรากฏตัวเสียที ทั้งที่เวลาในการถ่ายทำล่วงเลยมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว

            “ทำยังไงดีครับคุณเทียร่า ถ้าขืนต้องรอแบบนี้ต่อไป สงสัยจะกลับก่อนเช้าไม่ทันแน่ๆ”

            หลังจากที่ทนนั่งกระสับกระส่ายมองนาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือมานาน เจลิโอก็หันไปปรึกษากับผู้จัดการส่วนตัวของเขาด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ ยิ่งวันนี้ทางทีมงานได้เปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำจากในสตูดิโอมาเป็นโรมแรมหรูใจกลางกรุงเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ปาร์ตี้เปิดโปรเจ็คต์ด้วย ถ้าการถ่ายทำกินเวลาไปจนถึงรุ่งเช้าแล้วเขาจะทำอย่างไรล่ะ

            หากเป็นเมื่อก่อนที่มีพลังจากหัวใจพิเศษนั้น ก็พอจะทำให้เขาทนอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ได้บ้าง แต่ตอนนี้เขาก็เหมือนกับพวกผีดูดเลือดชั้นต่ำที่หากต้องแสงจากดวงตะวันเพียงนิด ร่างกายก็อาจจะสลายกลายเป็นเถ้าธุลีได้ แม้จะยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรงแต่อาศัยการอ่านตำราโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน เจลิโอก็ไม่กล้าทดลองแหกกฎธรรมชาตินั้นอยู่ดี

            “จะทำยังไงได้ล่ะเจแอล ซีนที่ถ่ายเดี่ยวเฉพาะเธอก็เรียบร้อยแล้วด้วย เหลือแค่ซีนที่ต้องรวมกลุ่มกันเท่านั้นเอง รออีกนิดก่อนเถอะนะ ถ้าใกล้จะเกินเวลาแล้วนายเคซาร์นั่นไม่มาจริงๆ ฉันจะไปขอร้องผู้กำกับให้อีกแรงก็แล้วกัน ถ้ามันเป็นเพราะเรื่องสุขภาพของเธอเขาคงไม่ว่าอะไรนักหรอก”

            คำตอบของเทียร่าไม่ได้ทำให้นายแบบหนุ่มสบายใจขึ้นเลย ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกเหมือนว่านายแบบหนุ่มที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกับเขานั้นคงไม่พอใจกับการพบกันเมื่อคราวก่อน เมื่อรู้ว่าเขาโดนแสงอาทิตย์ไม่ได้จึงตั้งใจแกล้งมาช้าอย่างนี้

            “ใจเย็นๆ นะครับ”

            ประโยคสั้นๆ ของสกายที่มาพร้อมกับไออุ่นจากมือใหญ่ซึ่งถือวิสาสะจับมือเขาเอาไว้ ช่วยให้อาการสั่นเทาจากความกังวลลดลงไปได้ไม่น้อย ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่กุมมือเขาอยู่ก็ได้เห็นสายตาอาทรที่ส่งมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนอย่างเคย หัวใจดวงน้อยจึงเริ่มสั่นไหวขึ้นอีก

            เจลิโอรีบชักมือออกด้วยเกรงสายตาของคนอื่นๆ ที่กำลังมองมา เขาเป็นถึงนายแบบหนุ่มคนดังเชียวนะ แต่ต้องมานั่งหน้าแดงเพียงแค่เพราะถูกบอดี้การ์ดหนุ่มกุมมือเอาไว้ ชื่อเสียงคงได้ย่อยยับป่นปี้แน่ๆ พลางส่งสายตาดุๆ ไปให้เจ้าของมือใหญ่นั้นที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้แต่กลับยกยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาทให้เขาเสียอีก เจ้าหมอนั่นทำไมชอบทำให้หัวใจเขาปั่นป่วนอยู่เรื่อยเชียว

            ไม่นานนายแบบหนุ่มเจ้าปัญหาก็มาถึงพร้อมกับสาวสวยนางหนึ่งในอ้อมแขน ใบหน้าแดงก่ำดวงตาฉ่ำเยิ้มอีกทั้งเสียงหัวเราะดังลั่นทั้งที่ไม่มีเรื่องอะไรน่าขำ มาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์โชยหึ่ง ทำให้บรรดาทีมงานต่างพากันส่ายหัวกับพฤติกรรมเหลวไหลของเคซาร์ หากไม่ติดว่าเขาถูกเลือกให้เข้ามาร่วมโปรเจ็คต์พิเศษนี้เพราะมีฐานแฟนคลับและแรงสนับสนุนจากสปอนเซอร์เจ้าของสินค้าหลายรายการแล้วล่ะก็ โปรดิวเซอร์คนดังคงไม่อยากชักชวนมาทำงานนี้ให้ลำบากเหล่าทีมงานเป็นแน่

            “ท่าทางแบบนั้นจะทำงานได้จริงเหรอ”

            เจลิโอเอ่ยอย่างหนักใจพลางมองไปยังนายแบบหนุ่มร่างใหญ่ที่กำลังโวยวายกับทีมงานเมื่อสไตลิสต์สาวผู้น่าสงสารเลือกเสื้อผ้ามาให้ไม่ถูกใจเขา สกายมองตามแล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นแตะบ่าของร่างเพรียวเบาๆ เป็นเชิงปลอบ

            “ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอครับ เพราะผมก็จะทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยให้คุณอย่างดีที่สุดเหมือนกัน”

            เมื่อดวงตาสองคู่หันมาประสานกัน ก็เป็นดวงตาสีฟ้าครามที่หลบสายตาไปก่อนเช่นเคย เจลิโอก้มหน้างุดมองมือตัวเองที่วางอยู่บนตักอย่างขัดเขินจนไม่รู้ว่าจะเอามือไม้ไปไว้ที่ไหนดี บอดี้การ์ดหนุ่มนั่นชอบมีคำพูดเลี่ยนมาทำให้เขาใจเต้นอยู่เรื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกดีกับคำพูดของอีกฝ่ายได้ขนาดนี้

ฉันสัญญา ว่าจะปกป้องนายด้วยชีวิต

คำพูดประโยคหนึ่งดังขึ้นในสมองของแวมไพร์หนุ่มโดยไม่มีที่มาที่ไป พลันใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามา ใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังสวมกอดเขาเอาไว้อย่างแนบแน่น น่าเสียดายที่ภาพนั้นเลือนลางจนเห็นได้ไม่ชัดเจนว่าเป็นใบหน้าของใคร ทว่า ช่างคล้ายคลึงกับลักษณะรูปหน้าคมสันของสกายเหลือเกิน เจลิโอหันขวับไปมองบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ มือเรียวเผลอยกขึ้นสัมผัสใบหน้าคมสีน้ำผึ้งนั้นอย่างลืมตัว กระทั่งได้ยินเสียงเรียกของเทียร่า จึงทำให้เขาหลุดจากภวังค์และมองเห็นว่าใบหน้าของบอกี้การ์ดหนุ่มมีรอยยิ้มทะเล้นส่งมาให้เขาเหมือนอย่างเคย

“แอบแต๊ะอั๋งผมแบบนี้ คราวหน้าจะคิดค่าเสียหายนะครับ”

รอยยิ้มกวนๆ กับดวงตาคมที่มองมาอย่างมีเลศนัยทำให้หัวใจของเจลิโอเต้นอย่างกับมีใครมาตีกลองรัวอยู่ในอก ร่างเพรียวรีบลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินไปยังจุดที่ผู้จัดการสาวยืนอยู่ทันที เกิดอะไรขึ้นกันนะทำไมเขาถึงได้ทำแบบนั้น แล้วเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเสียงของใครกันแน่ แวมไพร์หนุ่มนึกในใจแต่ไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้เลย

 

            การถ่ายทำดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเพราะนายแบบตัวปัญหายังคงก่อความวุ่นวายไม่ได้หยุด เจลิโอเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาบนผนังของห้องจัดเลี้ยงบ่งบอกเวลาห้านาฬิกาของวันใหม่แล้ว ดวงตาสีฟ้าครามเหลือบไปเห็นแสงสีทองค่อยๆ เรืองรองขึ้นจากขอบฟ้าตรงมุมหนึ่งของบานกระจกใหญ่ ก็ออกอาการร้อนรนขึ้นมาทันที

            “คุณเทียร่าครับ พระอาทิตย์นั่น...”

            แม้ว่าการถ่ายทำจะอยู่ภายในอาคารก็จริง แต่แวมไพร์หนุ่มก็ไม่เคยใช้ชีวิตในห้องที่ปราศจากม่านทึบหนาหนักที่คอยป้องกันแสงตะวันจากภายนอกเลยสักครั้ง เขารีบหันไปร้องบอกผู้จัดการส่วนตัวด้วยท่าทางกระวนกระวาย แต่แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหมุนวนราวกับอยู่ในใจกลางพายุ ภาพเบื้องหน้ากลายเป็นแสงสว่างเจิดจ้าจนไม่อาจลืมตามองได้ ร่างเพรียวทรุดฮวบลงทันทีแต่ก่อนที่จะล้มลงไปคลุกฝุ่น ร่างสูงของสกายก็ตรงเข้ามาช้อนรับเอาไว้ได้เสียก่อน

            “คัท! หยุดก่อน เฮ้ย ฝ่ายพยาบาลอยู่ไหนรีบเข้าไปดูเร็วเข้า นายแบบเป็นลมไปคนนึงแล้ว”

หูของเจลิโอได้ยินเสียงผู้กำกับตะโกนลั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงอุทานอย่างตกใจของเทียร่า ส่งผลให้การถ่ายทำต้องหยุดชะงักลงท่ามกลางความโกลาหลของทีมงาน จากนั้นแวมไพร์หนุ่มหูอื้อไปหมดจนได้ยินเพียงเสียงแว่วๆ ของบอดี้การ์ดหนุ่มก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับวูบลงและทำให้เขาหมดสติไปในที่สุด

.......................................................................................................................................................................

 

ฝ้าเพดานสีขาวสะท้อนกับแสงไฟสลัวรางจากโคมดวงเล็กตรงข้างผนังด้านหนึ่ง ภายในห้องโล่งกว้างที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นช่างเป็นภาพที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ร่างเพรียวบางผุดลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แม้จะมีผ้าม่านหนาหนักที่ช่วยบดบังแสงอาทิตย์จากด้านนอกเอาไว้แต่ก็ยังคงมีแสงสีขาวลอดเข้ามาจากช่องว่างของผ้าม่านได้อยู่ดี บรรยากาศแบบนี้ไม่เหมือนกับห้องนอนของเขาที่อยู่ชั้นใต้ดินของบ้านเลยสักนิด แวมไพร์หนุ่มนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาหมดสติไปเมื่อเห็นแสงตะวันที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยงซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำรายการ นอกจากเสียงของผู้กำกับแล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย นี่เขาถูกพาตัวมาอยู่ที่ไหนกันนะ

“ที่นี่คือที่ไหนกันน่ะ”

เสียงของเจลิโอปลุกให้คนที่อยู่เฝ้าจนหลับไปที่ข้างเตียงลุกพรวดพราดขึ้นมา พลางมองดวงหน้าหวานที่ยังมีอาการงุนงงเพราะแปลกที่อยู่ด้วยสายตาห่วงใย

“ฟื้นแล้วเหรอครับ”

บอดี้การ์ดหนุ่มถามเสียงนุ่ม พลางชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนคนที่นอนอยู่บนเตียงต้องกระเถิบไปด้านข้างอย่างประหม่าระคนขัดเขิน มือเรียวยกขึ้นผลักใบหน้าคมสันนั้นออกไปโดยอัตโนมัติก่อนจะยกผ้าห่มขึ้นคลุมร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเมื่อไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดแผ่วมาปะทะจนรู้สึกสะท้านผิวกาย

“เกิดอะไรขึ้น ฉันอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเสื้อผ้าถึงได้...เอ๊ะ! นายขึ้นมาทำไมเนี่ย ลงไปเดี๋ยวนี้นะ”

เมื่อตั้งสติได้ เจลิโอก็เริ่มโวยวายกับคนที่ถือวิสาสะลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยทันที สกายยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

“ถามทีละคำถามสิครับเจ้านาย แบบนี้ใครจะไปตอบทันล่ะครับ คืออย่างนี้ เมื่อคืน เอ่อ เมื่อตอนเช้ามืดพอคุณเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก็เป็นลมไป คุณเทียร่าเลยบอกทางทีมงานขอเปิดห้องพักในโรงแรมให้ ส่วนเสื้อนี่เห็นคุณพึมพำว่าร้อนผมก็เลยถอด...”

แม้จะทำเป็นบ่นแต่สกายก็ตอบคำถามได้อย่างครบถ้วน แต่พอมาถึงประโยคสุดท้ายแววตาเจ้าเล่ห์ที่มองมายังเรือนกายขาวโพลนภายใต้ผ้าห่มนั้น ก็ทำให้เจลิโอถึงกับตาโตและร้องอุทานเสียงดังลั่นห้องทันที

“อะไรนะ! นี่นายถอดเสื้อฉันออกเหรอ เจ้าบ้า บอดี้การ์ดลามก ไอ้...อุ๊บ! อื้อ...”

เพราะกลัวว่าเสียงหวานที่ตวาดใส่เขาจะดังออกไปภายนอกให้คนอื่นได้ยินแล้วจะเข้าใจผิดเอาได้ สกายจึงรีบตะครุบริมฝีปากอิ่มนั้นเอาไว้ ก่อนจะกระซิบบอกความจริงที่ทำให้คนฟังได้แต่ส่งสายตาเขียวปั้ดมาให้เขา

“ใจเย็นๆ ครับ ฟังผมพูดให้จบก่อนสิ ผมแค่จะบอกว่าเห็นคุณบ่นว่าร้อนแล้วก็ทำท่าทางเหมือนนอนไม่สบายตัว ผมก็เลยถอดเสื้อสูทหนาๆ นั้นออกให้ ส่วนเสื้อเชิ้ตตัวในเนี่ย คุณเป็นคนถอดมันเองนะครับ ผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยน่ะ”

หลังได้ฟังความจากบอดี้การ์ดหนุ่ม เจลิโอก็ออกอาการเขินอายจนแก้มขาวกลายเป็นสีแดงเข้มขึ้นทันตา เขารีบแกะมือใหญ่ที่ปิดปากเอาไว้ ก่อนจะออกคำสั่งให้อีกฝ่ายหยิบเสื้อเชิ้ตเจ้าปัญหามาให้แล้วรีบหันไปอีกทาง เมื่อสวมเสื้อเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาบ่นกับคนที่ยังนั่งยิ้มเผล่อยู่อีกฝั่งของเตียงโดยไม่ยอมเคลื่อนย้ายตัวเองไปไหน

“ก็แล้วทำไมไม่รีบๆ บอกให้มันเร็วกว่านี้เล่า”

สกายมองท่าทางของนายแบบหนุ่มที่เหมือนกำลังเก้อเขินเขาอยู่ก็อดรู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาไม่ได้ ร่างใหญ่จึงขยับเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ร่างเพรียวตกใจผงะถอยหลังจนตกเตียงไปอีกด้าน ส่งผลให้คนขี้แกล้งตาโตรีบกระโจนลงไปดูผลงานของตัวเองเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเจ้านายของเขา

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณเจแอล”

บอดี้การ์ดหนุ่มถามพลางย่อตัวลงช่วยประคองคนที่ลงไปนั่งกับพื้นในท่าก้นจ้ำเบ้าให้ยืนขึ้นแล้วพามานั่งบนเตียงอีกครั้ง แต่กลับต้องรีบปล่อยมือออกจากร่างเพรียวและถอยหลังไปอีกสองสามก้าวเมื่อถูกเจลิโอกล่าวโทษจนสำนึกผิดขึ้นมาตามที่อีกฝ่ายพูด

“ถามมาได้ก็เจ็บนะสิ เป็นบ้าอะไรของนายน่ะ สกาย อย่าทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงได้ไหม แล้วก็เลิกมาแตะเนื้อต้องตัวฉันโดยไม่จำเป็นเสียที รู้ไว้ด้วยว่าฉันไม่ชอบ ไม่อย่างนั้นฉันจะบอกคุณเทียร่าว่านายลวนลามฉัน คราวนี้ท่านประธานได้เตะโด่งนายออกไปจริงๆ แน่”

แวมไพร์หนุ่มแสร้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนอาการเขินของตัวเองที่รู้สึกประหม่าทุกครั้งเมื่อใบหน้าหล่อนั้นเข้ามาใกล้ เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองทุกทีเวลาที่เผลอไปสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่าย ยิ่งเวลาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดผิวแก้ม หัวใจก็เต้นระส่ำจนแน่นหน้าอกแทบหายใจไม่ออกอยู่ร่ำไป หากเขาปล่อยให้สกายเข้ามาใกล้ชิดมากกว่านี้ อาจจะเผลอปล่อยให้สัญชาตญาณครอบงำความรู้สึกนึกคิดก็เป็นได้ แวมไพร์อย่างเขานอกจากกระหายเลือดแล้ว ก็ยังมีความต้องการทางกายเพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ไม่ต่างไปจากมนุษย์ด้วยเช่นกัน

“เข้าใจแล้วครับ ผมจะไม่ทำแบบนั้นกับคุณอีก ที่ผ่านมาผมต้องขออภัยอย่างยิ่งครับ แต่ได้โปรดให้ผมทำหน้าที่ปกป้องคุณต่อไปเถอะนะครับ คุณเจแอล”

สกายไม่รู้ว่าสิ่งที่เจลิโอพูดมาเพียงแค่ต้องการกลบเกลื่อนอาการหัวใจว้าวุ่นของตนเท่านั้น แต่กลับนึกว่าอีกฝ่ายคิดเช่นนั้นจากใจจริง เขาจึงได้แต่ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าก้มหน้าลงจนหน้าผากเกือบจรดพื้นราวกับกำลังขอขมานายแบบหนุ่มอย่างไรอย่างนั้น

“ช่างเถอะๆ ทีหลังนายอย่าทำให้ฉันตกใจแบบนั้นอีกก็แล้วกัน จริงสิ แล้วการถ่ายทำหลังจากนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ”

ท่าทีของสกายทำให้หัวใจของเจลิโอเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาทำเป็นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางเอ่ยถามถึงเหตุการณ์ต่อจากตอนที่เขาหมดสติไป บอดี้การ์ดหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวให้ฟัง

 

อีกด้านหนึ่งที่หน้าประตูห้องพักของเจลิโอ ใครบางคนได้แต่ยืนนิ่งพลางเงี่ยหูฟังเสียงสนทนาของคนสองคนที่ดังลอดผ่านช่องว่างระหว่างประตูกับพื้นออกมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปตามเสียงเรียกของผู้จัดการส่วนตัวที่เดินออกจากลิฟต์มาพอดี

“อ้าว ฟรอสต์ นายไปทำอะไรอยู่หน้าห้องคุณเจแอลเขาน่ะ ห้องนายอยู่ฝั่งนี้ต่างหากล่ะ”

“จริงด้วยสิครับ สงสัยผมคงจะมองตัวเลขผิดไปหน่อยน่ะ เกือบเข้าห้องผิดเสียแล้วสิ”

นายแบบหนุ่มวัย 19 ปี นามว่า ฟรอสต์ แสร้งทำเป็นแลบลิ้นด้วยสีหน้าอายๆ พลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ แล้วรีบเดินมายังโถงหน้าลิฟต์ที่ผู้จัดการส่วนตัวของเขายืนรออยู่ทันที เมื่อหนุ่มใหญ่ที่คอยดูแลเขาเดินนำไปก่อนแล้ว นายแบบหนุ่มร่างเล็กจึงหันกลับไปมองทางหน้าห้องพักของเจแอลอีกครั้งด้วยแววตามีเลศนัย เมื่อพบว่านายแบบหนุ่มรุ่นพี่ของเขามีจุดอ่อนที่น่าจะนำมาใช้กำจัดให้พ้นทางได้ไม่ยาก แน่นอนว่าหากต้องการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของวงการก็ต้องทำให้คนที่ครองบัลลังก์ผลคะแนนโหวตของผู้ชมตกกระป๋องไปเสียก่อน ความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นในสมองก่อนที่ริมฝีปากบางจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา

........................................................................................................................................................................

To Be Continued. . .



 


Cr. ในภาพ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #14 blanchet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 21:03
    ทำไมมีแต่คนจ้องจะรังแกเจแอล ทั้งในอดีตแล้วก็ตอนนี้

    แต่เจแอลเขินได้น่ารักมากอ่ะ สกายกรุณาเข้าใจเจ้านายเค้าก็แค่เขิน5555

    สู้ๆนะจ้ะะ

    ปล.อดเห็นเคซาร์ทะเลาะกับเจแอลเลย ว้าาา
    #14
    0