[yaoi] รัตติกาลนิรันดร์ (Endless Night)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 เทพบุตรแห่งรัตติกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ส.ค. 56

ตอนที่ 1

 

                ภายในสตูดิโอแห่งหนึ่ง แสงแฟลชสว่างวูบวาบท่ามกลางเสียงกดชัตเตอร์ที่ดังขึ้นเป็นระยะ ทุกสายตาต่างพากันจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน รูปร่างเพรียวบางเมื่ออยู่ในชุดกางเกงผ้าสีขาวสวมเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีดำแบบไม่ติดกระดุมสักเม็ด เผยให้เห็นแผ่นอกขาวนวลเนียนน่าสัมผัส เรือนผมสีน้ำตาลแดงยาวระต้นคอ รับกับใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาด บวกกับดวงตากลมโตสีฟ้าครามอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ล้ำลึกและน่าค้นหา ว่ากันว่าใครก็ตามที่ได้สบตาเขาเกินห้าวินาทีจะรู้สึกราวกับต้องมนต์สะกดจนแทบไม่อาจละสายตาไปได้

                เจแอล นายแบบหนุ่มหน้าสวยวัย 23 ปีที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้ เขากลายเป็นนายแบบที่โด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน หลังจากที่ถูกโมเดลลิ่งชวนให้เข้าสังกัดของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการโฆษณาของยุคนี้ บริษัทผู้ผลิตสินค้าน้อยใหญ่ต่างพากันจ้างเขาให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของสินค้ามากมายหลายชนิด จึงมีภาพของเขาปรากฏอยู่ในสื่อทุกประเภท ไม่ว่าตามถนนหนทางต่างๆ ระบบขนส่งมวลชน หรือแม้แต่ในโลกออนไลน์ ถึงกระนั้นประวัติความเป็นมาของเจแอลก็ยังคงเป็นปริศนาเพราะเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผยให้ใครได้รู้แม้แต่กับต้นสังกัด อีกทั้งไม่เคยรับงานในเวลากลางวันเลยสักครั้ง จึงทำให้เขาถูกขนานนามว่าเป็น เทพบุตรแห่งรัตติกาล

การถ่ายแบบยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง พลันหลอดไฟในโคมสปอตไลต์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโซฟาที่เจแอลนั่งอยู่ก็เกิดระเบิดขึ้น พร้อมๆ กับที่แสงไฟทุกดวงภายในห้องนั้นดับวูบลงพร้อมกัน การถ่ายทำจึงต้องหยุดลงกลางคันท่ามกลางความตื่นตะลึงของทีมงานทุกคน ก่อนที่ผู้จัดการส่วนตัวของนายแบบหนุ่มจะรีบวิ่งเข้ามายังจุดเกิดเหตุ

                “เป็นอะไรหรือเปล่าเจแอล บาดเจ็บตรงไหน...เอ๊ะ! ใบหน้าของเธอมีแผลนี่”

                เทียร่า หญิงสาวผมบลอนด์วัย 34 ปี ร้องอุทานด้วยสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าตรงแก้มด้านขวาของนายแบบหนุ่มถูกเศษกระจกจากโคมไฟบาดเป็นแผลยาวจนเลือดไหลซิบ เธอรีบหยิบกระดาษเช็ดหน้าขึ้นมาซับเลือดให้ พลางรีบประคองเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วพาไปยังห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

                ผู้จัดการสาวยืนกอดอกมองทีมงานทำแผลให้กับนายแบบหนุ่มที่อยู่ในความรับผิดชอบของเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง หลังจากที่ทีมงานเดินออกไปแล้ว เมื่ออยู่เพียงลำพังสองคนในห้องแต่งตัวเธอจึงเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

                “ฉันว่าเธอกำลังถูกปองร้ายอยู่นะ”

คำพูดของเทียร่าทำให้คนที่กำลังลบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าถึงกับชะงักมือ พลางเงยหน้าขึ้นมามองผู้จัดการสาวผ่านทางบานกระจกด้วยสายตาประหลาดใจ

                “อะไรนะครับ! มีคนปองร้ายผมเนี่ยนะ คุณคิดมากไปเองมากกว่ามั้ง”

                “เธอน่ะสิที่คิดน้อยไป นี่มันครั้งที่สี่แล้วนะที่มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของเธอ แถมครั้งนี้ยังทำให้เธอบาดเจ็บด้วย”

                เทียร่าถลึงตาใส่ชายหนุ่มหน้าหวานที่อายุห่างจากเธอนับสิบปีได้ เมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งจะถูกใครบางคนแกล้งเทเลือดไก่ใส่แก้วแทนไวน์แดงให้เขาดื่มตอนเข้าฉาก ไหนจะเมื่อสามวันก่อนตอนที่เขาแทบหายใจไม่ออกเพราะมีคนแอบใส่กระเทียมซึ่งเป็นอาหารที่เขาแพ้ไว้ในกล่องอาหารอีก แล้วยังเมื่อคืนที่มีคนตัดสายสลิงก์ข้างหนึ่งที่ใช้สำหรับยกตัวเขาในฉากที่ต้องเล่นเป็นเทวดา โชคดีที่ทีมงานคว้าร่างเขาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นร่างเพรียวบางคงจะร่วงลงมากระแทกพื้นแล้วด้วยซ้ำไป

                “ที่ผ่านมามันก็แค่เรื่องเข้าใจผิดเองนี่ครับ คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆ น่า”

คนที่กำลังเข้าข่ายถูกปองร้ายยกยิ้มกว้างพลางพูดกลั้วหัวเราะอย่างนึกขันก่อนจะค่อยๆ ลบเครื่องสำอางต่ออย่างใจเย็น ทำให้เทียร่าเองเริ่มหัวเสียไม่น้อย

“ไม่อยากคิดก็ต้องคิดแล้วล่ะ ถ้าขืนมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกฉันคงประสาทเสียก่อนแน่ๆ ว่าแต่ที่ผ่านมาเธอไม่รู้สึกว่ามีคนแปลกๆ มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ บ้างเลยเหรอ”

                “ก็...ไม่มีนี่ครับ คุณนี่ชอบคิดมากอยู่เรื่อยเลย รู้ไหมยิ่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแก่เร็วขึ้นเท่านั้นนะครับ ในเมื่อวันนี้ก็คงถ่ายต่อไม่ได้แล้ว ผมขอกลับไปพักที่บ้านเร็วหน่อยก็แล้วกัน นะครับคุณเทียร่าคนสวย”

                นายแบบหนุ่มหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าดิกพลางแกล้งพูดเย้าแหย่ผู้จัดการส่วนตัวของเขา แล้วจึงใช้ลูกไม้แบบเดิมเพื่อหวังเปลี่ยนเรื่องไปจากความสนใจของเธอ สายตาเว้าวอนกับน้ำเสียงออดอ้อนของอีกฝ่าย ทำให้เทียร่าอดใจอ่อนไม่ได้อีกตามเคย หญิงสาวมักจะแพ้คารมหวานที่ไม่ต่างไปจากใบหน้าของเขาแบบนี้อยู่เรื่อยนับตั้งแต่ร่วมงานกันมาได้เกือบหกเดือนแล้ว น่าแปลกที่จนถึงตอนนี้เธอแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิดแต่กลับรู้สึกเอ็นดูเขาราวกับเป็นน้องชายแท้ๆ ทั้งยังอดเป็นห่วงเป็นใยในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเขามิได้

                “เธอนี่มันจริงๆ เลยนะ ไม่รู้ล่ะเพื่อความปลอดภัยของเธอ ฉันจะขอให้ท่านประธานส่งคนมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้เธอสักคนสองคนแล้วกัน อย่างน้อยฉันจะได้สบายใจขึ้นบ้าง”

                “ก็ได้ครับ ตามใจคุณแล้วกัน”

                รอยยิ้มหวานที่ละลายหัวใจหญิงสาวมานักต่อนัก ยังคงใช้ได้ผลกับผู้จัดการสาวของเขาเช่นกัน แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้นแต่สมองของชายหนุ่มร่างบางกลับหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากที่ไฟทุกดวงดับลงแล้ว ในความมืดนั้นเขาได้เห็นเงาร่างหนึ่งที่มองมายังเขาจากมุมหนึ่งของสตูดิโอ ทว่า เมื่อไฟสว่างขึ้นอีกครั้งร่างนั้นกลับอันตรธานไปพร้อมกับความมืด สิ่งที่ยังชัดเจนในความทรงจำของเขาคือดวงตาสีแดงเรืองรองคู่นั้น และทำให้เขาคิดว่าเจ้าของร่างคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา จึงไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้เทียร่ารู้ เพราะกลัวว่าผู้จัดการสาวจะสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเขาขึ้นมา

........................................................................................................................................................................

 

                 รถตู้สีบรอนซ์เงินคันใหญ่ที่นิยมใช้กันในวงการบันเทิงสำหรับรับ-ส่ง ศิลปิน นักแสดง และนายแบบนางแบบ แล่นมาตามถนนเส้นหลักท่ามกลางมหานครอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปไกล ร้านรวงต่างๆ ในบริเวณสองข้างทางยังคงเปิดไฟสว่างไสว ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไปมาแลดูคึกคักแม้ว่าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาของเช้าวันใหม่แล้วก็ตาม ภาพของนายแบบหนุ่มหน้าสวยปรากฏอยู่ตามสื่อต่างๆ ทั้งป้ายโฆษณา จอโทรทัศน์ขนาดยักษ์บนตึกสูง แม้แต่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เครื่องมือติดต่อสื่อสารชนิดต่างๆ กระทั่งโปรแกรมโซเชียลมีเดีย ก็ยังมีภาพของเขา ความนิยมของเจแอลนั้นเรียกได้ว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของประชาชนเป็นอย่างมาก หากมีสินค้าตัวใดที่ได้เขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็จะขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทำให้ตารางการทำงานของเขาแน่นไปจนถึงกลางปีหน้าแล้วด้วยซ้ำ

                ในขณะที่เจ้าตัวกลับยังคงนั่งเล่นเกมผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กอย่างสบายใจอยู่ภายในรถคันนั้น แม้ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นนายแบบหนุ่มจะทำเป็นไม่สนใจกับการก่อกวนการทำงานของเขาโดยบุคคลปริศนา แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ได้นึกระแวงสงสัยแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนจับตามองและกระทำสิ่งต่างๆ ที่เหมือนจะลองเชิงเขาอยู่ ใครบางคนที่รู้ว่าเขามีบางอย่างแตกต่างจากคนอื่น แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าใครคนนั้นหรือคนพวกนั้นต้องการอะไรจากเขากันแน่

                ภาพทิวทัศน์ด้านนอกรถเริ่มแปรเปลี่ยนจากความโกลาหลวุ่นวายในเมืองใหญ่เป็นความสงบเงียบของทุ่งหญ้าโล่งกว้างแบบชนบทเพียงไม่นานรถก็จอดนิ่งสนิทหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในดงต้นไม้สูงใหญ่ คนขับรถเปิดประตูแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูด้านข้างรถเลื่อนออกให้กับนายแบบหนุ่ม พร้อมกับค้อมศีรษะอย่างสุภาพให้เขาเช่นเคย เจ้าของร่างเพรียวทำเช่นเดียวกันก่อนจะเดินเข้าไปในเขตรั้วบ้านของเขาซึ่งมีต้นสนปลูกเรียงรายติดกันเป็นแนวยาวตามริมรั้วไม้จนแทบมองเข้าไปไม่เห็นอาณาเขตภายในตัวบ้าน พลางนึกภาพผู้จัดการสาวที่นั่งหลับคอพับคออ่อนอย่างหมดสภาพอยู่ตรงเบาะด้านหน้าของเขาแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้

เขารู้ดีว่าเธอทำงานหนักกว่าเขาเป็นสองเท่า ไหนจะต้องคอยรับโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าที่ต้องการจ้างเขาไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ของสินค้าต่างๆ ในตอนกลางวัน แถมยังต้องมาคอยดูแลเขาทำงานในเวลากลางคืนอีก จึงพอจะเข้าใจสิ่งที่ผู้จัดการสาวเป็นห่วงและหวังดีอยากให้ทางต้นสังกัดส่งคนมาคอยดูแลเขา แต่ก็ไม่อยากให้มีใครมาวุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไป ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากเรื่องมากความ และอาจจะทำให้เขาต้องถูกเปิดโปงความลับเข้าสักวัน เพราะความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด เขายังไม่อยากให้ตัวตนที่แท้จริงต้องเปิดเผยก่อนเวลาอันควรจนกว่าจะพบสิ่งที่เขาตามหา

มือเรียวยกขึ้นทาบบนอกข้างซ้ายของตัวเองอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงหัวใจที่เต้นตุบๆ อยู่ภายในแต่กลับไม่สามารถรับรู้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับเขาได้เหมือนอย่างเคย ราวกับว่าหัวใจดวงนี้ไม่ใช่ของเขา ใครบางคนขโมยหัวใจของเขาไปแล้วใส่หัวใจดวงใหม่นี้มาให้เขาแทน น่าแปลกที่เขายังมีชีวิตอยู่แต่กลับไม่สามารถใช้พลังที่มีติดตัวมาได้เลยสักอย่าง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้าสู่วงการบันเทิง เพื่อสร้างตัวเองให้โด่งดัง หากใครคนนั้นรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่จะต้องออกตามหาตัวเขาอย่างแน่นอน และในที่สุดเขาก็จะได้รู้เสียทีว่าใครกันที่ขโมยหัวใจของเขาไป

 

“กลับมาแล้วหรือขอรับ”

เสียงหนึ่งร้องทักเมื่อมือเรียวเปิดประตูเข้ามาในบ้าน แมวดำตัวใหญ่ยืดกายขึ้นจากเบาะนุ่มตรงข้างประตูอันเป็นที่นอนประจำของมัน เมื่อนายแบบหนุ่มได้เห็นเจ้าของเสียงก็ยิ้มกว้าง เขารีบตรงรี่เข้ามาก่อนจะย่อตัวลงอุ้มเจ้าแมวตัวโตขึ้นแนบอกพลางลูบขนนุ่มสีดำขลับเบาๆ ตอบรับคำทักทายนั้นด้วยท่าทางดีใจ

“อืม ฉันกลับมาแล้ว นายหายไปไหนมาตั้งหลายวันน่ะไทก์”

แมวตัวใหญ่ส่งเสียงร้องอย่างรำคาญพลางดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย ไทก์ ไม่ใช่แค่แมวดำที่พูดภาษามนุษย์ได้ แต่ร่างที่แท้จริงของเขาคือปิศาจแมวดำที่เคยพลัดหลงกับฝูงของตัวเองในวัยเด็ก และถูกมนุษย์ทำร้ายจนไม่เหลือความเชื่อใจในตัวมนุษย์อีกเลย และที่สำคัญเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเจแอลนั้นคือ เจลิโอ แวมไพร์สายเลือดแท้ที่หลงเหลืออยู่เพียงตนเดียวในโลกยุคดิจิทัลนี้

“ปล่อยข้าลงนะ บอกแล้วไงว่าข้าไม่ชอบให้ใครมากอด จริงสิ ข้าหิวจังมีอะไรให้ข้ากิน...เอ๊ะ ใบหน้าของท่าน เกิดอะไรขึ้นขอรับ”

เมื่อลงมายืนบนพื้นได้ไทก์ก็จัดแจงเลียขนตัวเองเพื่อทำความสะอาดตามสัญชาตญาณและความเคยชิน ทั้งไม่ยอมตอบคำถามแต่กลับเรียกร้องให้อีกฝ่ายทำอาหารให้เหมือนอย่างเคย ก่อนที่ดวงตาสีอำพันจะเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อมองเห็นพลาสเตอร์ที่แปะอยู่บนใบหน้าด้านข้างของนายแบบหนุ่มเจ้าของบ้าน

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ถูกเศษกระจกบาดน่ะ ฉันซุ่มซ่ามเองไม่ทันระวัง นายหิวแล้วใช่ไหม รอก่อนนะฉันจะไปดูว่าในตู้เย็นมีอะไรให้นายกินได้บ้าง”

เจลิโอกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ พลางรีบทำเป็นเลี่ยงเดินไปอีกทางเมื่อเจ้าแมวดำยังคงจ้องมองใบหน้าเขาราวกับจะคาดคั้นถึงที่มาที่ไปของบาดแผลยาวบนใบหน้าเขาให้ได้

“ฮึ! ท่านถูกพวกมนุษย์ทำร้ายเอาใช่ไหมล่ะ ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าเชื่อใจพวกมัน มนุษย์น่ะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายที่สุด ขนาดเจ้าชายแวมไพร์อย่างท่านยังถูกทำร้ายได้...” ไทก์ พ่นลมออกทางจมูกอย่างหงุดหงิดพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคืองขุ่น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับชายหนุ่มเบื้องหน้า

เฟี้ยว...ว ฉึก!!!

พลันมีดที่ปักลงตรงพื้นใกล้ๆ กับจุดที่แมวดำตัวโตยืนอยู่ก็ทำให้เขาเงียบเสียงลงทันที ดวงตาสีอำพันมองไปยังแผ่นหลังบอบบางเจ้าของมีดบินในห้องครัวด้วยความตกใจ

“มนุษย์น่ะไม่ได้ชั่วร้ายไปทุกคนอย่างที่นายคิดหรอกนะ อีกอย่างฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดถึงเรื่องตัวตนที่แท้จริงของฉัน ถ้าใครมาได้ยินเข้าความลับฉันต้องถูกเปิดเผยแน่”

น้ำเสียงเข้มของคนที่กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารในครัว แม้ไม่ได้เห็นหน้าแต่ไทก์ก็พอจะรู้ว่าใบหน้าสวยนั้นต้องกำลังบูดบึ้งเหมือนไม่สบอารมณ์แน่นอน พลางทำคอย่นนึกค่อนขอดอีกฝ่ายในใจว่ากลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง เพราะก่อนที่ใครจะมาได้ยินว่าชายหนุ่มรูปงามคนนี้เป็นแวมไพร์ พวกเขาคงจะตกอกตกใจที่เห็นแมวดำอย่างเขาพูดภาษามนุษย์ได้ก่อนแล้วล่ะ อีกอย่างเขาได้ใช้พลังของปีศาจแมวดำร่ายเวทมนตร์ป้องกันภัยจากสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเอาไว้รอบบ้านหลังนี้ทั้งหมดแล้วด้วย แม้แต่แมลงหรือหนูสักตัวถ้าแอบเข้ามาเขาต้องรู้ก่อนอย่างแน่นอน

เอาเถอะถึงเขาจะบอกสิ่งที่คิดออกไปแต่เดี๋ยวอีกฝ่ายก็ต้องเถียงฉอดๆ กลับมาอยู่ดี ไทก์ถอนหายใจยาวเขาท่องคาถาสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ก่อนจะก้มลงเก็บอาวุธของแวมไพร์หนุ่มเจ้าของบ้านไปคืนให้โดยไม่คิดต่อล้อต่อเถียงอีก แล้วเดินมานั่งรอที่โต๊ะอาหารเงียบๆ เหมือนทุกที

ไม่นานเจลิโอก็ถือถาดอาหารหน้าตาน่ารับประทานออกมาจากห้องครัว เขาวางลงตรงหน้าของชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้ง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ถัดไป กลิ่นหอมชวนหิวทำให้คนที่นั่งรออยู่ถึงกับน้ำลายสอรีบคว้าช้อนขึ้นมาตักซุปปลาอุ่นๆ ตรงหน้าเข้าปาก กลิ่นข้าวสวยหอมกรุ่นบวกกับรสของน้ำซุปกลมกล่อมที่อวลอยู่ในปาก ทำให้ปิศาจแมวดำจอมตะกละไม่อาจหยุดมือได้แม้เพียงเสี้ยววินาที

“ไปอดอยากมาจากไหนกันเนี่ย”

เจลิโอมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้วยสายตาทึ่ง แม้ปากจะบ่นแต่พ่อครัวหัวป่าก์ก็อดภูมิใจไม่ได้เมื่อซุปปลาชามโตฝีมือเขาพร้อมด้วยข้าวสวยอีกถ้วยใหญ่หมดเกลี้ยงภายในพริบตา

“ข้าก็กินตามปกตินั่นแหละ จะว่าไปข้าว่าท่านน่าจะเปลี่ยนจากอาชีพนายแบบอะไรนั่นไปเป็นแม่บ้านมากกว่านะ ดูเหมาะกับท่านดีออก หรือไม่อีกทีท่านก็น่าจะเป็นเจ้าสาวของข้าได้นะ ข้าชอบคนที่ทำอาหารเก่งๆ”

 คนที่เพิ่งจัดการกับซุปชามใหญ่ในเวลาไม่นานหันมามองร่างเพรียวในชุดผ้ากันเปื้อนสีหวานแหววที่นั่งอยู่ด้านข้าง พลางเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเฉยจนดูไม่ออกเลยว่าคำพูดนั้นเป็นเรื่องล้อเล่นหรือคิดจริงกันแน่

“เจ้าเด็กบ้า ไม่ตลกเลยนะ ใครจะยอมเป็นเจ้าสาวของนาย กินอย่างกับหมูตะกละขนาดนี้ อีกอย่าง ฉันเป็นผู้ชายนะ นายเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า หรือว่าหิวจนตาลายไปแล้วกันแน่” ไม่พูดเปล่า เจ้าของใบหน้าหวานยังยกมือเรียวขึ้นมาดีดเข้าที่หน้าผากของแมวหนุ่มดังป๊อกอีกด้วย

“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ ทำอะไรของท่านเนี่ย”

ไทก์ร้องโอดโอยพลางยกมือขึ้นมากุมหน้าผากตัวเองเอาไว้ พลางมองเจ้าของเรียวนิ้วพิฆาตด้วยสายตาเคืองขุ่น หากปิศาจหนุ่มกลายร่างเป็นแมวในตอนนี้ เจลิโอคงได้เห็นแมวดำตัวโตทำท่าพองขนขู่ฟ่อๆ ใส่เขาเป็นแน่ แวมไพร์หนุ่มยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะขำกับท่าทางของเด็กหนุ่มตรงหน้า  แต่ปลายนิ้วเรียวเกิดไปโดนแผลบนแก้มเข้าโดยไม่ตั้งใจ ร่างเพรียวบางสะดุ้งพร้อมกับร้องอุทานเสียงเบา ส่งผลให้อีกคนมองตามอาการนั้นอย่างอดห่วงไม่ได้

“แผลนั่นยังไม่หายอีกเหรอ เจ็บมากไหม ให้ข้าช่วย...”

แมวหนุ่มเอื้อมมือไปหมายจะใช้พลังเวทย์รักษาให้ แต่อีกฝ่ายกลับปัดมือเขาออกพลางถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างตกใจ ทำให้ไทก์เองถึงกับชะงักไปเช่นกัน

“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าแผลหายเร็วเกินไปมันจะดูน่าสงสัยไปหน่อย”

เจลิโอยิ้มแห้งๆ ปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่าย แล้วรีบเบนหน้าไปอีกทางเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาขณะกำลังถ่ายแบบ ดวงตาปริศนาคู่นั้นยังติดอยู่ในความคิดของแวมไพร์หนุ่มไม่หาย

“ข้าถามจริงๆ นะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่าขอรับ”

แมวหนุ่มตัวโตมองเจ้าของร่างเพรียวบางตรงหน้าพลางเอ่ยถามอย่างอดสงสัยไม่ได้กับท่าทีแปลกๆ นั้น แต่เจลิโอยังคงยืนกรานปฏิเสธเช่นเดิม พร้อมกับขอตัวเข้านอนโดยอ้างว่าเหนื่อยมากและใกล้เวลาที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นแล้ว ไทก์จึงจำใจปล่อยอีกฝ่ายไปแต่โดยดี  แต่ไม่วายมองตามไปด้วยสายตาเป็นห่วง

................................................................................................................................................................................
 

To Be Continue. . .

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #25 little-red-cap (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 21:00
    แม่ศรีเรือน
    #25
    0
  2. #16 phat-palm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2556 / 15:53
    เจลิโอเป็นแม่ศรีเรือนซะด้วย
    #16
    0
  3. #11 bigbowka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 18:12
    อ่านต่อๆ....
    #11
    0
  4. #9 ยอดนักสืบตะวันออก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2556 / 21:37
    #9
    0