[yaoi] รัตติกาลนิรันดร์ (Endless Night)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 : เปล่านะ...ไม่ได้หึงซะหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ต.ค. 56

ตอนที่ 16 : เปล่านะ...ไม่ได้หึงซะหน่อย

 

            แสงแฟลชที่สว่างวูบวาบท่ามกลางเสียงกดชัตเตอร์รัวจนมือเป็นระวิงของช่างภาพสื่อมวลชนจำนวนร่วมร้อยคน ถูกกลบด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาแฟนคลับที่มายืนเบียดเสียดออกันอยู่หน้ารั้วกั้นขอบเวทีเพื่อต้องการเห็นหน้าศิลปินคนโปรดของตนใกล้ขึ้นอีกนิด นับว่าเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักในสังคมที่ผู้คนบนโลกเชื่อมต่อกันด้วยระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายเลือกหาสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ แม้กระทั่งอาหาร ก็มักจะมีการสั่งผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านน้อยลง

            ดังนั้น การรวมตัวของกลุ่มคนกว่าครึ่งหมื่นในเวลาพลบค่ำเช่นนี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาเลย หากไม่ใช่เพราะภายในหอประชุมบนอาคารสูงรูปร่างแปลกตานี้ มีการรวมตัวกันของเหล่านายแบบ นางแบบ ศิลปิน นักร้อง และนักแสดง ที่อยู่ภายใต้สังกัดเดียวกันเกือบห้าสิบชีวิต ที่พร้อมใจเทคิวมาร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงครั้งนี้ และหนึ่งในนั้นก็มีนายแบบหนุ่มหน้าหวานเจ้าของคะแนนนิยมสูงสุดจากผลสำรวจของสำนักโพลล์ต่างๆ อย่างเจแอลรวมอยู่ด้วย

            หลังจากที่การถ่ายภาพหมู่เสร็จสิ้นลง พิธีกรก็ประกาศกำหนดการและลำดับกิจกรรมที่ประกอบไปด้วยการแสดงต่างๆ อาทิ มินิคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินนักร้อง สลับกับการเดินแฟชั่นโชว์เป็นระยะ ก่อนจะปิดท้ายด้วยละครเวทีที่สุดแสนอลังการงานสร้าง ให้ผู้ชมได้ซึมซับกับบรรยากาศของงานเฉลิมฉลองด้วยความคึกครึ้นอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งค่ำคืน

            เสียงดนตรีในจังหวะที่คึกคักของห้าหนุ่มวงบอยแบนด์หน้าใหม่ของค่ายที่ได้ขึ้นเวทีเป็นวงเปิดในงานนี้ เรียกเสียงกรี๊ดของสาวแท้สาวเทียมดังสนั่นให้ได้ยินมาถึงห้องแต่งตัวนักแสดงขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากเวทีเป็นระยะทางไม่น้อย ทว่า เสียงพูดคุยของรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมค่ายภายในห้องก็ดังลั่นไม่แพ้กัน แม้ว่าจะแบ่งแยกฝั่งชายและหญิงออกจากกันแล้วก็ตาม หากจับทุกคนมารวมไว้ในห้องเดียวกันคงจะดูโกลาหลวุ่นวายกว่านี้อีกหลายเท่า

            “สวัสดีครับพี่เจแอล”

            คำทักทายของใครบางคนที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ร่างเพรียวที่กำลังสำรวจความเรียบร้อยของตนเองอยู่หน้ากระจกต้องหันกลับไปมอง เจลิโอลอบถอนหายใจอย่างระอาที่ต้องมาพบหน้าคนที่เขาไม่ถูกชะตาด้วยอีกครั้ง แต่ด้วยเพราะทั้งคู่อยู่ภายใต้สังกัดเดียวกันจึงหลีกเลี่ยงที่จะพบกันในโอกาสนี้ได้ยาก

            “อ้าว ฟรอสต์ นายก็มาร่วมงานนี้ด้วยเหมือนกันเหรอ” เขายิ้มบางๆ  ให้อีกฝ่ายก่อนจะทักทายกลับไปตามมารยาท

            “วันนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์สวยไม่สร่างเหมือนเคยนะครับ”

ใบหน้ายิ้มแย้มของนายแบบหนุ่มร่างเล็กนามว่าฟรอสต์มาพร้อมกับน้ำเสียงร่าเริงแต่ฟังดูแปร่งหูชอบกลในความรู้สึกของแวมไพร์หนุ่ม ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนใบหน้างามแลดูบึ้งตึงกว่าปกติ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าเปลี่ยนคำว่าสวย เป็น หล่อ หรือเท่มากกว่านะ”

“แหม ไม่ต้องเขินหรอกครับ ใครๆ เขาก็พูดถึงพี่เจแอลแบบนี้ทั้งนั้น จริงไหมครับ”

นายแบบหนุ่มรุ่นน้องหัวเราะร่วน พลางหันไปถามความเห็นจากคนอื่นที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้น ทุกคนต่างตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนที่ดวงตาเรียวสีดำขลับจะเลื่อนไปหยุดที่บอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลจากคนที่กล่าวถึงนัก

สกายพยักหน้าหงึกหงักยกยิ้มมุมปากอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของฟรอสต์ พลางหันไปยิ้มให้เจ้านายของตน แต่กลายเป็นต้องยิ้มเก้อ เมื่อดวงตากลมโตสีฟ้าครามนั้นกลับถลึงตามองมาอย่างเคืองขุ่นเมื่อเขาดันไปเห็นดีเห็นงามเข้าข้างคนอื่นเสียนี่

“ถึงยังไงผมก็เป็นผู้ชาย ไม่เหมาะกับคำชมแบบนั้นหรอก ใกล้จะได้เวลาแสดงแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”

นายแบบหนุ่มที่ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าเขามีใบหน้าสวยงามดุจหญิงสาวในร่างชายหรี่ตาลงคล้ายไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ก่อนจะเอ่ยเสียงสะบัดแล้วลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ออกไปจากห้องทันที ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน โดยมีบอดี้การ์ดร่างสูงก้าวตามไปติดๆ

“หึ...ทำเป็นอวดดีไปเถอะ สักวันฉันจะทำให้บัลลังก์ของนายสั่นคลอนแน่พี่ชายคนสวย”

รอยยิ้มหยันจุดขึ้นตรงมุมปากของฟรอสต์ แววตาชิงชังมองไปยังบานประตูที่เจลิโอและสกายเพิ่งเดินออกไป เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปชวนคนอื่นพูดคุยต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ร่างเพรียวเดินกระแทกส้นเท้าออกมาจากห้องแต่งตัวอย่างหงุดหงิด เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตามมาข้างหลัง ทำให้เจลิโอตัดสินใจเลี้ยวเข้าห้องน้ำไป แต่ยังไม่ทันได้ผลักบานประตูก็ถูกมือใหญ่คว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวสิครับคุณเจแอล จะรีบไปไหนน่ะ” สกายเอ่ยถามด้วยสีหน้าข้องใจ แต่มือเล็กกลับพยายามสะบัดให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเขา

“ปล่อยมือฉัน” เจลิโอเอ่ยเสียงเข้มพลางเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่าด้วยแววตาเอาเรื่อง

“ทำไมเดินหนีออกมาแบบนี้ล่ะครับ มีเรื่องอะไรไม่พอใจงั้นเหรอ”

คำถามที่เหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยของบอดี้การ์ดหนุ่ม ยิ่งทำให้ใบหน้าสวยหงิกงอมากกว่าเก่า เจลิโอพ่นลมหายใจแรงก่อนจะกระแทกเสียงใส่อีกฝ่าย

“ช่างฉันเถอะน่า นายก็เป็นแค่บอดี้การ์ด ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้นี่”

สองร่างยื้อยุดฉุดกันไปมาจนทำให้คนที่กำลังจะเดินมาเข้าห้องน้ำต้องชะงักมองด้วยสายตาแปลกๆ เจลิโอทำท่าบุ้ยใบ้ให้สกายปล่อยมือเขา แต่บอดี้การ์ดหนุ่มทำเหมือนไม่เข้าใจสัญญาณนั้น เขายังคงกุมข้อมือเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

 “สกาย ฉันบอกให้ปล่อย หูหนวกรึไง!

เจลิโอขึ้นเสียงใส่เริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มไม่ยอมฟังคำสั่งเขา มือเรียวพยายามสะบัดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่มือใหญ่ที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็กยิ่งออกแรงมากขึ้นจนแวมไพร์หนุ่มเจ็บข้อมือไปหมด

“ถ้าปล่อยคุณก็หนีไปไม่ยอมฟังผมอธิบายสิครับ”

สกายกล่าวพลางมองหน้าเจ้านายของตนด้วยสายตาตัดพ้อ ทำให้เจลิโอได้แต่งุนงง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไรกับเขากันแน่

“อธิบายอะไรของนาย”

“ก็เมื่อกี้คุณหึงที่ผมยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นไม่ใช่หรือครับ”

เจลิโอถลึงตาเบิกโตราวไข่ห่าน เสียงหัวเราะคิกคักของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในบริเวณนั้นหลังได้ยินคำพูดของสกาย ก็ทำให้แวมไพร์หนุ่มนึกอยากหายตัวได้ในเวลานี้เหลือเกิน ความโกรธระคนอับอายทำให้ใบหน้าขาวใสแดงก่ำจนดูไม่ออกว่าอารมณ์ไหนมากกว่า ก่อนจะตะคอกเสียงดังใส่หน้าบอดี้การ์ดหนุ่มทันที

“พูดบ้าอะไร! ฉันจะหึงนายทำไมมิทราบ”

เสียงของนายแบบหนุ่มที่ตวาดดังลั่น ยิ่งเรียกความสนใจของผู้คนมากยิ่งขึ้นไปอีก เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ สายตาของผู้คนรอบกายที่มองมาทำให้เจลิโอชักเริ่มหวั่น แต่แล้วเสียงของเทียร่าที่ดังนำมาก่อนตัวก็เหมือนเสียงระฆังหมดยกช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทันพอดิบพอดี

“เล่นอะไรกันสองคนนี้ ทำเป็นเด็กๆ ไปได้ เจแอล ใกล้จะได้เวลาขึ้นเวทีแล้วไปกันเถอะ”

ผู้จัดการสาวใหญ่ได้ยินเสียงทีมงานพูดถึงนายแบบในสังกัดของตนกับบอดี้การ์ดหนุ่มรูปหล่อกันอย่างสนุกปาก ก็หันไปตวัดสายตามองจนพวกเขาต้องรีบปิดปากเงียบเดินหนีไปกันคนละทิศละทาง ก่อนจะหันไปรุนหลังร่างเพรียวบางที่ทำหน้ายุ่งคิ้วขมวดแทบจะกลายเป็นปมให้เดินนำไปก่อน แล้วจึงแอบตำหนิสกายเสียงเบา

“คุณสกาย ฉันรู้ว่าคุณกับเจแอลลึกซึ้งกันแค่ไหนแล้ว แต่คราวหลังก็อย่าทำอะไรให้มันประเจิดประเจ้อนักสิคะ ให้เกียรติเจแอลบ้าง ยังไงเขาก็เป็นคนของประชาชนอยู่นะ”

“เข้าใจแล้วครับ ผมขอโทษนะครับ”

ร่างสูงใหญ่ก้มหน้ามองพื้นกล่าวเสียงอ่อยอย่างสำนึกผิด แล้วเดินตามทั้งคู่ไปติดๆ จึงไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนยืนหลบมุมแอบฟังพวกเขาคุยกันอยู่ รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาว ดวงตาสีนิลทอประกายแวววาวราวกับเพิ่งได้รับฟังเรื่องน่ายินดี ก่อนที่ชายหนุ่มร่างเล็กจะออกจากที่ซ่อนแล้วเดินตามคนทั้งสามไปห่างๆ

 

เสียงเพลงในจังหวะเร้าใจดังขึ้นเมื่อพิธีกรให้สัญญาณสำหรับการแสดงในช่วงต่อไป ในขณะที่หลังเวทีเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายกับการตรวจสอบความเรียบร้อยของเหล่านางแบบนายแบบครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นโชว์ในโปรเจ็คต์พิเศษ ที่สนับสนุนโดยห้องเสื้อแห่งหนึ่งซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งนี้

ระหว่างที่ทีมงานกำลังจัดคิวให้เจลิโอขึ้นเป็นลำดับที่ห้าต่อจากนางแบบสาวหน้าใหม่อีกคน เทียร่าก็หันไปเห็นว่าชายหนุ่มร่างหนาอายุราวสี่สิบต้นๆ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทเดินเข้ามายังหลังเวที เธอมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อยก่อนจะเอ่ยทักผู้มาใหม่ เสียงของผู้จัดการสาวใหญ่เรียกความสนใจของทุกคนให้หันมามองกันเป็นสายตาเดียว

“คุณอเล็กซ์ มาทำอะไรที่นี่คะ ทำไมไม่นั่งชมการแสดงที่หน้าเวทีกับพวกผู้บริหารคนอื่นๆ ล่ะ”

เจ้าของนามว่า อเล็กซ์แสร้งทำเสียงจึ้กจั้กเหมือนรำคาญพลางตอบคำถามของสาวผมทองที่เป็นทั้งญาติห่างๆ และลูกน้องของเขา ก่อนจะหันไปโอบไหล่นายแบบหนุ่มร่างเพรียวคนโปรดเอาไว้หลวมๆ เอ่ยถามเสียงนุ่ม

“อย่าดุนักสิ เทียร่า ฉันก็แค่เบื่อๆ เลยอยากมาเดินเล่นสักหน่อยน่ะ จริงสิ เจแอล ช่วงนี้มีเหตุการณ์แปลกๆ อะไรเกิดขึ้นกับนายอีกหรือเปล่า”

“ไม่มีแล้วล่ะครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”

เจลิโอตอบคำถามด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะโค้งศีรษะให้ชายสูงวัยกว่าด้วยท่าทางนอบน้อม อเล็กซ์ยิ้มพยักหน้ารับพลางตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในความอ่อนน้อมถ่อมตนนั้น แล้วจึงหันไปทักทายบอดี้การ์ดหนุ่มที่เขาอุตส่าห์ลงทุนจ้างมาดูแลเด็กปั้นคนสำคัญในสังกัดด้วยท่าทางยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง

“ว่าไงสกาย ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ ฉันยังแปลกใจไม่หายเลยตอนที่โธมัสยืนกรานบอกว่าจะส่งนายมาดูแลเจแอลให้ ทั้งๆ ที่เขารักและหวงนายเหมือนลูกชายแท้ๆ จนแทบไม่เคยปล่อยให้อยู่ห่างตัวเลยนี่”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ด็อกเตอร์โธมัสก็แค่อยากตอบแทนที่คุณเคยให้ความช่วยเหลือกับเขาเมื่อตอนที่เพิ่งตั้งบริษัทใหม่ๆ แล้วอีกอย่างคุณบอกเองนี่ครับว่าคุณเจแอลก็สำคัญกับคุณเหมือนลูกชายคนหนึ่ง ตัวผมเองก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่สำคัญนี้เช่นกันครับ”

สกายเอ่ยยืดยาว พลางโค้งศีรษะให้คนตรงหน้าที่เป็นเพื่อนเก่าแก่ของเจ้านายตนอย่างสุภาพเช่นกัน เสียงหัวเราะของอเล็กซ์ดังขึ้นอย่างพึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับ หลังจากนั้นชายร่างหนาจึงหันไปทักทายกับคนอื่นๆ บ้าง เพื่อไม่ให้เจแอลถูกมองว่าได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงผู้บริหารสูงสุดของบริษัทให้กลายเป็นคำครหานินทาต่อไปได้

“นายไม่เห็นบอกเรื่องนั้นให้ฉันรู้เลยนี่”

เมื่ออเล็กซ์เดินห่างออกไปแล้ว เจลิโอจึงกระดิกนิ้วเรียกบอดี้การ์ดหนุ่มให้เดินเข้าไปหา น้ำเสียงห้วนกับดวงตาสีฟ้าครามที่หรี่มองมาอย่างเคืองขุ่น ทำให้สกายรับรู้ได้ว่าเจ้านายของเขากำลังโกรธจึงรีบง้องอนทันที

“ก็ผมไม่คิดว่าคุณจะอยากรู้นี่ครับ อย่าโกรธเลยนะ อีกเดี๋ยวต้องขึ้นเวทีแล้ว ขืนทำหน้าบึ้งตึงแบบนี้คงไม่เข้ากับชุดสีสันสดใสแบบนี้แน่เลยครับ น่าสงสารเจ้าของห้องเสื้อแย่”

“ฮึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ ไว้กลับบ้านเมื่อไหร่ จะจับนายมาซักฟอกให้ขาวยิ่งกว่าผ้าเลย”

แวมไพร์หนุ่มทำเสียงขึ้นจมูกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยกมือกอดอกแล้วสะบัดหน้าไปอีกทางเหมือนไม่อยากมองหน้าคนมีความลับมากมายนั้น สกายลอบถอนหายใจพลางส่ายหน้าน้อยๆ กับความเจ้าอารมณ์ของอีกฝ่าย

ปฏิกิริยาของทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของคนสองคนที่มองแล้วก็คิดกันไปคนละแบบ เทียร่าอมยิ้มน้อยๆ อย่างนึกเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางแง่งอนของนายแบบหนุ่มกับบอดี้การ์ดคู่กายที่ดูราวกับคู่รักกำลังระหองระแหงผิดใจกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนอีกคนกลับมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามราวกับว่าทั้งคู่เป็นตัวน่ารังเกียจที่ไม่ควรเข้าใกล้

ฟรอสต์หยิบกล้องถ่ายรูปขนาดกะทัดรัดขึ้นมาจากกระเป๋า เขากดเลื่อนดูภาพที่ถ่ายเอาไว้ราวสามสี่ภาพด้วยสายตาวาว ภาพของนายแบบหนุ่มขวัญใจมหาชนกับบอดี้การ์ดหนุ่มรูปหล่อที่กำลังอิงแอบแนบชิดกันในอิริยาบถต่างๆ ปรากฏขึ้นในดวงตาสีนิล เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างชิงชังระคนเหยียดหยัน หากเขาเผยแพร่ภาพพวกนี้ออกไปให้พวกสื่อได้เห็นเข้า ไม่ช้าก็ต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมอย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นคะแนนนิยมของสาวๆ ค่อนประเทศก็จะต้องเทมาให้เขาอย่างไม่ต้องสงสัย

“นายทำอะไรอยู่นี่ล่ะฟรอสต์ อีกเดี๋ยวจะต้องขึ้นเวทีแล้วนะ”

เสียงของผู้จัดการส่วนตัวที่เรียกอยู่ตรงข้างเวที ทำให้คนที่กำลังคิดวางแผนการใหญ่ถึงกับสะดุ้ง เขารีบเก็บกล้องคู่ใจของตนลงกระเป๋าแล้ววางเอาไว้ตรงที่นั่งพักของนักแสดง ก่อนจะเดินไปตามเสียงเรียกทันที จึงไม่ทันเห็นว่ามีมือของใครบางคนที่แอบหยิบกล้องตัวนั้นออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินจากไปอย่างไร้ร่องรอย

To be continued. . .

..........................................................................................................................................................

คำถามข้อที่ 2

โซรอสต้องการหัวใจของเจลิโอไปเพื่ออะไร (อธิบาย พร้อมระบุชื่อตอนที่ปรากฏในเรื่อง)
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #43 •-MaMaI-• (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:17
    =0='' ใครหยิบไปละเนี่ย
    #43
    0
  2. #37 Blanchet (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 19:16
    ฟรอสต์คนแบบนายไม่มีวันดังหรอนะชิๆ

    อยากได้หนังสืออ เดี๋ยวจะไปร่วมเล่นนะจ้าอิอิ
    #37
    0