[yaoi] รัตติกาลนิรันดร์ (Endless Night)

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 : I will protect you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ต.ค. 56

ตอนที่ 13 : I will protect you

 

            จ๋อมแจ๋ม...จ๋อมแจ๋ม

            เสียงรองเท้าสองคู่ย่ำลงบนพื้นคอนกรีตที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงของหวูดเรือสินค้าลำใหญ่ที่กำลังแล่นออกจากท่าเรือขนส่งสินค้าในย่านแถบชานเมือง

“ทำยังไงดี! พวกมันจะตามมาทันแล้ว”

            น้ำเสียงตื่นตระหนกกับสีหน้าท่าทางหวาดกลัวจับขั้วหัวใจของหญิงสาวร่างเล็กในชุดเดรสสีหวาน ทำให้ชายหนุ่มร่างเพรียวในชุดสูทสีดำสนิทหันกลับไปมองด้านหลังก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือราวยี่สิบคนกำลังวิ่งกรูกันมาทางนี้ มือเรียวกระชับมือเล็กเอาไว้แน่นพลางกึ่งลากกึ่งจูงอีกฝ่ายมุ่งตรงไปยังโกดังเก็บของขนาดใหญ่เบื้องหน้าเพื่อหวังใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวจากการถูกตามล่า

            “เข้าไปหลบในนี้ก่อนดีกว่าครับ”

            ดวงตากลมโตสีครามหันซ้ายแลขวาก่อนที่เขาจะรีบดึงมือหญิงสาวให้เข้าไปหลบที่ด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์ พลางบอกให้เธออยู่เงียบๆ อย่าส่งเสียง ความมืดที่โรยตัวอยู่โดยรอบทำให้ชายหนุ่มต้องใช้สมาธิเพ่งสายตามองอย่างระแวดระวังว่าอันธพาลกลุ่มนั้นจะเข้ามาหาตัวพวกเขาพบหรือไม่

            ในที่สุดเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายเต็มไปด้วยคำพูดสบถหยาบคายอย่างหัวเสีย ที่ปล่อยให้คนที่ตามล่าหนีหายไปได้ก็ดังขึ้น ท่ามกลางความโล่งอกของชายหนุ่ม เขารอจนพวกมันล่าถอยออกไปจากโกดังแล้ว จึงค่อยหลบออกจากที่ซ่อนพลางหันมาทางหญิงสาวที่คนพวกนั้นต้องการตัว เธอคือ โรซาไลน์ ลูกสาวคนสำคัญของแก๊งมาเฟียคู่แข่งที่นายใหญ่ของฝ่ายนั้นต้องการกำจัดให้สิ้นซากหลังจากพาพวกไปถล่มที่บ้านของเธอมาแล้ว

            “พวกมันคงไปกันแล้วละครับ คุณหนูโรซาไลน์!!!

            คลาดสายตาเพียงแค่ชั่วครู่ ร่างเล็กของคุณหนูผู้ไร้เดียงสากลับตกอยู่ในอุ้งมือของคนร้ายเสียแล้ว ดวงตากลมโตสีฟ้าครามจ้องมองร่างเล็กที่ถูกวงแขนหนาล็อกคอเอาไว้ ปลายปืนกระบอกใหญ่กดจ่ออยู่ตรงขมับ

            “เอาตราประทับของแก๊งออกมา ไม่งั้นฉันจะยัดลูกตะกั่วใส่หัวนังนี่ซะ”

            ร่างหนาท่าทางน่าเกรงขามที่เคยเป็นหนึ่งในลูกสมุนร่วมแก๊งเดียวกัน บัดนี้กลับแปรพักตร์ไปอยู่กับฝ่ายตรงข้ามเสียแล้ว เขาตะโกนออกคำสั่งเสียงดังกังวานไปทั่ว พร้อมกับกระชับปืนสีดำในมือให้แน่นขึ้น คำขู่นั้นทำให้ร่างเพรียวออกอาการลังเลอย่างเห็นได้ชัด เขามีหน้าที่สำคัญซึ่งหัวหน้าแก๊งผู้มีพระคุณของเขาได้ฝากฝังเอาไว้ถึงสองประการ หนึ่งคือรักษาตราประทับอันเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งเอาไว้ไม่ให้ตกเป็นของผู้อื่นไปได้ และสองคือปกป้องดูแลคุณหนูผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจของหัวหน้ารวมทั้งตัวเขาเองด้วยเช่นกัน

            สีหน้าหนักใจที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าขาวใส ทำให้ร่างเล็กที่อยู่ภายใต้พันธนาการของคนทรยศต้องร้องห้ามปรามเมื่อเห็นว่ามือเรียวกำลังล้วงเอาของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าด้านในของเสื้อสูท

            “อย่านะ! อย่าเอาตราประทับให้มัน นายหนีไปเถอะไม่ต้องห่วงฉัน”

            เสียงแหลมเล็กไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความกลัวเลยสักนิด ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่อาบไปด้วยน้ำตาบนแก้มขาวนวลนั้น ทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มร่างเพรียวมีสีหน้าเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกบีบเค้นด้วยมือที่มองไม่เห็น เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจล้วงเอาตราประทับที่หัวหน้าของเขาฝากไว้ขึ้นมาชูเหนือศีรษะ แล้วต่อรองเงื่อนไขกับอีกฝ่าย

            “ของที่แกอยากได้อยู่นี่แล้วไง ปล่อยตัวคุณหนูก่อนสิ แล้วฉันจะยกให้”

            “อย่ามาทำเป็นลูกเล่น ฉันไม่หลงกลแกหรอกเจ้าบอดี้การ์ดหน้าอ่อน ส่งมันมาให้ฉันซะ ถ้าไม่อยากให้นางนี่ต้องเจ็บตัว” ใบหน้าถมึงทึงของคนร้ายแสยะยิ้มน่าเกลียดอย่างเป็นต่อ

            เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมอบสัญลักษณ์สำคัญของแก๊งไปเพื่อแลกกับความปลอดภัยของคุณหนูโรซาไลน์ที่รักของเขา บอดี้การ์ดหนุ่มจึงตัดสินใจโยนห่อผ้าสีขาวบรรจุของที่อีกฝ่ายต้องการไปให้ พร้อมกับอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าชาร์จตัวคนร้าย สองร่างตรงเข้าตะลุมบอนกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของหญิงสาว เมื่อเห็นว่ามือใหญ่ชักมีดพกสีเงินแวววาวออกมาจากที่ซ่อน ก่อนจะแทงเข้าที่กลางอกของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างรวดเร็ว

            “กรี๊ด!!!

            ร่างเพรียวชะงักก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บพลางก้มลงมองบาดแผลของตน แขนขาชาวาบและอ่อนแรงลงโดยพลัน คนร้ายใช้แรงผลักเพียงแค่เล็กน้อยก็ทำให้ร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มล้มลงไปนอนฟุบจมกองเลือดอยู่กับพื้นอย่างหมดแรง ก่อนที่คนก่อเหตุจะรีบฉวยคว้าเอาห่อผ้าสีขาวที่กระเด็นไปตกอยู่อีกทางแล้ววิ่งออกไปจากโกดังทันที

            “นายอย่าเป็นอะไรไปนะ เดี๋ยวฉันจะไปตามคนมาช่วย”

            หญิงสาวร่างเล็กรีบปราดเข้ามาประคองร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มที่นอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้นไว้ในอ้อมแขนทันที เสียงแหลมเล็กตะโกนดังก้องพลางตบใบหน้าของคนเจ็บเบาๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมา

            “ผมไม่เป็นอะไรครับคุณหนู อย่ากังวลไปเลย”

            น้ำเสียงที่ขาดหายเป็นช่วงๆ สลับกับอาการกระอักโลหิตสีแดงฉานออกมาจากเรียวปากอิ่ม ทำให้น้ำตาของหญิงสาวร่วงเผาะก่อนจะไหลรินลงมาเป็นสาย

            “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้หนีไป ทำไมยังทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ ของสำคัญของแก๊งก็ถูกพวกมันชิงไปแล้ว”

            “เพราะผมมีหน้าที่ต้องปกป้องคุณนี่ครับ ไม่มีอะไรในโลกนี้สำคัญเท่ากับคุณอีกแล้ว และผมต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด แต่ผม...ผมคงทำหน้าที่ต่อไป...ไม่ได้แล้ว ดูแลตัวเองให้ดีนะครับคุณหนู”

            บอดี้การ์ดหนุ่มร่างเพรียวเอ่ย ยกมือเรียวขึ้นสัมผัสแก้มขาวพลางเช็ดน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา ก่อนที่มือของเขาจะร่วงลงบนพื้น พร้อมๆ กับเปลือกตาที่ค่อยๆ ปิดลงจนสนิท และลมหายใจที่หยุดนิ่งไปในที่สุด หญิงสาวตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นบอดี้การ์ดของตนสิ้นใจลงต่อหน้าต่อตา แต่ร่างที่ชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงสดยังคงนิ่งไม่ไหวติงและไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองกลับมาอีกแล้ว

.

.

.

            “คัท!!! เยี่ยมมากครับทั้งสองคน”

            เสียงของผู้กำกับหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของฉากจบอันแสนเศร้า เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากบรรดาทีมงานและผู้เกี่ยวข้อง ร่างเพรียวที่นอนนิ่งเมื่อครู่ขยับตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับโค้งศีรษะพร้อมกล่าวขอบคุณผู้กำกับหนุ่มและทุกคนในที่นั้น

            “คุณแสดงได้เก่งมากเลยนะครับ”

            เจลิโอเอ่ยชื่นชมนักแสดงสาวมากฝีมือที่เข้าฉากร่วมกับเขา ก่อนจะต้องยิ้มกว้างขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อได้รับคำชมจากอีกฝ่ายตอบกลับมา

            “ขอบคุณค่ะ แต่คุณเองก็เก่งไม่แพ้กันเลย คงซ้อมหนักมากเลยสินะคะ ได้ยินว่านี่เป็นการแสดงครั้งแรกนอกเหนือจากการถ่ายแบบด้วย น่านับถือมากเลยนะคะ ตอนฉันเข้าวงการแสดงใหม่ๆ น่ะ พูดบทผิดประจำจนเทคไม่รู้กี่รอบเชียวล่ะ”

            “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ อาศัยดูจากคนรอบๆ ตัวมากกว่าน่ะครับ”

            นักแสดงหน้าใหม่ยิ้มหน้าบานกับคำชมนั้น พลางนึกย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนตอนที่เทียร่าบอกกับเขาว่ามีงานใหม่ที่น่าสนใจให้ลองทำ

 

            2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้

 

            “อะไรนะครับ! จะให้ผมแสดงเป็นตัวเอกในเอ็มวีของวง Trick  เหรอ”

            ชื่อของวงดนตรีแนวบัลลาร์ดร็อกที่ถูกเอ่ยถึง ทำให้ดวงตากลมโตสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นอีกเป็นเท่าตัว หลังได้ฟังสิ่งที่ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยขึ้นบนรถระหว่างทางกลับบ้าน ใบหน้าขาวใสมีรอยยิ้มดีใจระบายอยู่เต็มไปหมดเมื่อได้ยินว่าเขาได้รับการคัดเลือกให้รับบทพระเอกในมิวสิควิดีโอของกลุ่มนักดนตรีที่เขาชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว

            “ใช่แล้วจ้ะ ได้ยินว่านักร้องนำของวงนั้นเป็นคนเสนอชื่อเธอขึ้นมาเองเลยนะ ท่าทางว่าจะปลื้มเธอไม่น้อยเลยล่ะ”

            แวมไพร์หนุ่มที่มีใจรักในเสียงดนตรี ทำหน้าฉงนเล็กน้อยกับสิ่งที่เทียร่ากล่าวถึงนักร้องนำของวง Trick พลางเอ่ยถามถึงบทที่ได้รับอย่างสนอกสนใจ

            “เอ๋...ปลื้มเหรอครับ แต่นักร้องนำของวงนี้เป็นผู้ชายนี่ ช่างเถอะๆ แล้วผมต้องเล่นเป็นอะไรครับ นักร้องเหรอ”

“บอดี้การ์ดต่างหากล่ะ”

            คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้คนฟังได้แต่อ้าปากค้างพลางเหลือบตามองคนที่นั่งบนเบาะหน้าคู่กับคนขับผ่านทางกระจกมองหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่สกายมองมาพอดี ดวงตาสองคู่ที่ประสานกันโดยบังเอิญทำให้หัวใจของแวมไพร์หนุ่มกระตุกวูบไหว ใบหน้าขาวเนียนมีสีระเรื่อขึ้นก่อนจะรีบเบือนหนีไปอีกทางทันที เรียกรอยยิ้มมุมปากของคนที่นั่งข้างหน้าขึ้นมาเล็กน้อย

            “ฮึ้ย! ทำไมต้องเป็นบทนั้นด้วยนะ ว่าแต่การแสดงนี่มันยากมากไหมครับ ผมไม่เคยทำอย่างอื่นนอกจากการถ่ายแบบมาก่อนเลยนะ”

            เจลิโอบ่นกับตัวเองเบาๆ แล้วหันไปถามผู้จัดการสาวของตนอีกครั้งด้วยสีหน้าลังเลใจ แต่มือของสาวใหญ่ที่เลื่อนมาบีบมือเขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยนก็ทำให้แวมไพร์หนุ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้ว่าเธอมีความสามารถมากพอ อีกตั้งสองสัปดาห์กว่าจะถึงวันถ่ายทำ ถ้าฝึกฝนท่องบทให้แม่นๆ แล้วก็ซ้อมบ่อยๆ ยังไงก็ต้องทำได้อยู่แล้วน่า อีกอย่างมีบอดี้การ์ดตัวจริงให้ศึกษาอยู่ทั้งคน คงไม่ยากอะไรมั้ง จริงไหมคะคุณสกาย”

            ผู้จัดการสาวผมทองเอ่ย พลางชะโงกหน้าไปถามคนนั่งหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง ทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มต้องเอี้ยวตัวกลับมาพยักหน้ากับเธออย่างเห็นด้วย แล้วมองเลยไปทางอีกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วยสายตาล้อเลียน ทำเอาเจลิโอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างไรชอบกล นึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ทันทีเมื่อได้ฟังที่สกายพูดออกมา

            “ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณเทียร่า รับรองว่าผมจะช่วยติวเข้มให้คุณเจแอลอย่างใกล้ชิดเลยล่ะครับ”

           

แล้วตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจลิโอก็เอาแต่ตั้งอกตั้งใจฝึกพูดตามบทที่ได้รับทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่อยู่บ้านหรือเวลาที่พักกองระหว่างถ่ายแบบก็ตาม ท่าทางกระตือรือร้นและเอาใจใส่กับงานใหม่นี้เป็นอย่างดี ทำให้เทียร่าอดยิ้มปลื้มไม่ได้ที่เห็นเด็กหนุ่มในสังกัดของตนมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ จากคนที่โพสต์ท่าไม่เป็นเลย ก็กลับสามารถโพสต์ท่าต่อหน้ากล้องได้หลากหลายแบบโดยไม่ต้องรอให้ช่างภาพเอ่ยปาก พอรู้ว่าตนเองจะต้องมาแสดงมิวสิควิดีโอก็พยายามซ้อมท่องบทตลอดเวลา จนหลังๆ นี้แทบไม่ต้องเปิดสคริปต์แล้วด้วยซ้ำ

แต่สิ่งหนึ่งที่เทียร่าไม่รู้ก็คือ การที่เจลิโอพยายามท่องบทและเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครให้ได้มากที่สุดนั้นส่วนหนึ่งมาจากความตั้งใจอยากทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด และอีกประการหนึ่งก็คือเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องถูกบอดี้การ์ดตัวจริงติวเข้มเป็นพิเศษนั้นด้วย

            หลายวันหลายคืนมาแล้วที่แวมไพร์หนุ่มแอบลอบสังเกตพฤติกรรมของสกายเป็นระยะและนำมาฝึกฝนให้คุ้นชิน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เข้าใจอารมณ์ของการที่ต้องปกป้องคนสำคัญเอาเสียเลย พลางอดสงสัยไม่ได้ว่าที่สกายคอยดูแลเขานั้น เป็นเพราะหน้าที่บังคับหรือเพราะต้องการปกป้องคุ้มครองเขาจากหัวใจเหมือนอย่างตัวละครที่เขาต้องรับบทกันแน่

            ในเช้าวันหนึ่งหลังจากที่กลับมาบ้านแล้ว เจลิโอทำอาหารให้แมวหนุ่มกับบอดี้การ์ดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารเช่นเคย ก่อนจะขอตัวออกไปฝึกซ้อมบทในห้องรับแขก ระหว่างรอให้สมาชิกทั้งสองของบ้านอิ่มแล้วจึงจะไปล้างจานตามปกติ สร้างความประหลาดใจให้กับแมวหนุ่มไม่น้อย

            “ท่านเจลิโอหมู่นี้เอาแต่อ่านหนังสือแล้วก็พูดพึมพำอะไรคนเดียวบ่อยเลยนะ”

            ไทก์เอ่ยขึ้นลอยๆ ระหว่างตักอาหารฝีมือเจ้าของบ้านคนงามเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย สกายหวังดีจึงเป็นฝ่ายตอบแทนให้ แต่กลับเหมือนไปกวนตะกอนความขุ่นเคืองของอีกฝ่ายเข้าเสียมากกว่า

            “คุณเจแอลกำลังจะได้แสดงมิวสิควิดีโอน่ะ เอ่อ นายคงไม่รู้จักสินะ เพราะนายไม่เคยฟังเพลงหรือดูโทรทัศน์เลยนี่”

            “อย่ามาว่าข้าโง่นะ ข้ารู้หรอกน่า มิวสิควิดีโออะไรนั่น ก็แค่พวกมนุษย์มาทำท่าทำทางประกอบเพลงเท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไรน่าสนุกเลยสักนิด แต่ท่านเจลิโอดูจะใส่ใจกับมันมากเกินไปแล้ว”

            แมวหนุ่มยกช้อนขึ้นชี้หน้าพลางถลึงตาสีอำพันดวงโตใส่คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างโกรธๆ ก่อนจะตักอาหารเข้าปากต่ออีกคำหนึ่ง พลางมองไปทางประตูห้องอาหารด้วยสายตาหงอยเหงา ในใจก็อดรู้สึกหวิวโหวงเหมือนถูกเจ้าของทอดทิ้งอย่างไรพิกล

            “อย่าน้อยใจไปเลยน่าแมวน้อย ก็แค่สองสัปดาห์เท่านั้นเอง ถึงตอนนั้นแผลที่หลังนายคงหายพอดี เดี๋ยวก็กลับมาเล่นกันใหม่ได้น่า”

            สกายยิ้มพลางยื่นมือออกไปหมายจะลูบศีรษะแมวดำตัวโตในร่างมนุษย์ แต่กลับถูกอีกฝ่ายส่งเสียงขู่ฟ่อจนต้องชักมือกลับพลางยิ้มแหยๆ ออกมาอย่างเก้อเขิน

            “ข้าไม่ได้อยากเล่นกับท่านเจลิโอเสียหน่อย เจ้ามนุษย์หน้าโง่นี่ ชอบพูดจากวนจากวนประสาทข้าอยู่เรื่อย”

            ไทก์ตวาดเสียงดังลั่นห้อง พลางทำท่านึกขึ้นได้ว่าเจ้าของบ้านเคยขู่เอาไว้ว่าหากเขาทะเลาะกับสกายอีกจะถูกโยนออกไปนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ จึงรีบปิดปากตัวเองไว้พลางหันไปมองยังหน้าห้องอาหาร แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาหรือได้ยินเสียงเจ้าของบ้านตะโกนต่อว่ากลับมาแต่อย่างใด แปลกเหลือเกิน ท่าทางแวมไพร์หนุ่มจะมีสมาธิมากเสียจนไม่ได้ยินเสียงของเขาเลยสักนิด

            “ฉันว่านายกินเสร็จก็ไปพักก่อนเถอะ แผลยังไม่หายดีเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนเก็บล้างถ้วยชามนี่เอง” บอดี้การ์ดหนุ่มขันอาสาพลางส่งยิ้มให้แมวหนุ่มฝั่งตรงข้าม

            “ก็แน่ล่ะ ผู้อาศัยอย่างเจ้า ได้กินอาหารฝีมือท่านเจลิโอก็นับว่าโชคดีมากแล้ว จะว่าไปพวกงานบ้านอื่นๆ เจ้าก็น่าจะจัดการให้หมดเลยนะ ท่านเจลิโอของข้าจะได้ไม่เหนื่อย”

            ไทก์ได้ทีก็รีบออกคำสั่ง พลางทำท่าวางมาดราวกับเป็นเจ้าของบ้านอีกคนทันที เรียกรอยยิ้มขบขันของบอดี้การ์ดหนุ่มจนเจ้าตัวต้องแอบหัวเราะในลำคอกับท่าทางนั้น

            “ได้สิ ไม่มีปัญหา ฉันจะทำหน้าที่ดูแลทั้งบ้านนี้และคุณเจแอลไปพร้อมๆ กันเลย ดีไหม”

            แมวหนุ่มไม่เข้าใจจุดประสงค์แอบแฝงของสกาย จึงได้แต่พยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบ ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินไปทางห้องนอนอย่างรวดเร็วเมื่อความง่วงงุนเริ่มจู่โจมเข้ามา หลังจากที่อาหารในจานของเขาถูกจัดการจนเกลี้ยงราวกับเป็นชามเปล่าที่ยังไม่เคยมีอาหารบรรจุอยู่ในนั้น

            แล้วสกายก็ทำตามที่ไทก์บอก เขาเริ่มล้างจานชามที่กินเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะจัดการปัดกวาดเช็ดถูห้องครัวจนสะอาดเอี่ยมอ่องไม่ให้เสียชื่อที่เคยเป็นหุ่นยนต์พ่อบ้านมาก่อน เขาเดินออกมาจากห้องรับประทานอาหารมุ่งหน้าไปยังห้องรับแขก ซึ่งเป็นที่พักต่างห้องนอนของเขามาหลายวันแล้ว แสงไฟที่ส่องสว่างภายในเผยให้เห็นร่างบางที่กำลังแสดงท่าทางไปตามบทบาทที่ได้รับ คำพูดประโยคแล้วประโยคเล่าที่ท่องจำได้จนขึ้นใจ แต่กลับถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีอย่างที่คิด ทำให้ว่าที่นักแสดงหน้าใหม่หัวเสียไม่น้อย

“ดื่มนี่สักหน่อยสิครับ คุณเอาแต่ซ้อมท่องบทจนไม่ยอมทานอะไรมาทั้งวัน ถ้ายังไม่กินอีกผมจะป้อนด้วยปากแล้วนะ”

            กระป๋องน้ำมะเขือเทศเย็นฉ่ำที่มีไอสีขาวที่ลอยวนอยู่โดยรอบถูกยื่นมาให้ตรงหน้า ทำให้คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านบทพร้อมกับเสียบหูฟังเปิดเพลงฟังคลอไปด้วยต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นบอดี้การ์ดหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองมาอย่างมีความหมายทำให้สองแก้มขาวร้อนวูบและมีสีเข้มขึ้นมาทันที มือเรียวยื่นออกมารับพลางกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายโดยไม่มองหน้า แต่มือใหญ่กลับขืนเอาไว้ไม่ยอมปล่อยทำให้คนที่นั่งอยู่ต้องลุกขึ้นยืนและออกแรงกระชากมากขึ้น

            “อะไรของนายเนี่ย มารบกวนเวลาซ้อมบทของฉันแล้วยังจะแกล้งกันอีก จะให้กินก็ส่งมาดีๆ สิ”

            เสียงหวานตวาดแว้ดดังลั่นอย่างหงุดหงิด เขายิ่งกำลังกลุ้มๆ กับประโยคคำพูดในฉากจบของมิวสิกวิดีโออยู่ ไม่ว่าจะซ้อมพูดอย่างไรก็ดูเหมือนจะยังสื่อถึงความรู้สึกที่ต้องการปกป้องใครสักคนไม่ออกเลย

            “ซ้อมถึงตรงนี้แล้วเหรอครับ ให้ผมช่วยแนะนำให้เอาไหม”

            ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนก้มลงมองปราดเดียวก็จดจำประโยคคำพูดยาวๆ ในบทที่เจลิโอท่องอยู่เป็นนานสองนานได้หมด จู่ๆ เขาก็ปล่อยมือที่ยื้อกระป๋องน้ำมะเขือเทศเอาไว้อย่างง่ายดาย เป็นผลให้คนที่พยายามออกแรงจนสุดกำลังเสียหลักหงายหลังไปทันที

            “เฮ้ย!!

เจลิโอร้องเสียงหลงแต่ยังไม่ทันที่แผ่นหลังบอบบางจะได้สัมผัสกับพื้นห้องรับแขก มือใหญ่ของสกายก็คว้าเอวคอดไว้ได้เสียก่อน เขาโอบกระชับร่างบางเข้ามาจนแผ่นอกเนียนเซมาปะทะแผ่นอกแกร่งของตนเต็มแรง

“ทำอะไรน่ะ ไอ้บอดี้การ์ดหื่นกาม เอาหน้าออกไปห่างๆ เลยนะ”

แวมไพร์หนุ่มทำตาโตร้องโวยวายเสียงสั่น เมื่อใบหน้าของเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของอีกฝ่าย ใบหน้าคมคายและหล่อเหลาราวรูปปั้นสลักโน้มลงมาใกล้ จนมองเห็นเงาตัวเองสะท้อนในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอย่างชัดเจน มือเรียวข้างที่ถือกระป๋องน้ำอยู่ยื่นออกไปผลักใบหน้าของสกายออกห่าง หัวใจเต้นโครมครามขึ้นมาเมื่อภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องน้ำของห้างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง

“เพราะผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณ ผมยอมตายแทนคุณก็ได้ ถ้ามันจะทำให้คุณปลอดภัย...เฮ้อ บทพูดสั้นๆ แค่นี้ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยนี่ครับ”

ประโยคคำพูดที่ลอกมาจากสคริปต์ในมือของเจลิโอทุกตัวอักษรไม่มีผิดเพี้ยน แต่น้ำเสียงทุ้มนุ่มกับสายตาอ่อนโยนที่ทอดมองมากลับสะกดใจคนฟังจนเผลอคิดไปว่าอีกฝ่ายพูดกับเขา กระทั่งเสียงหัวเราะคิกที่ดังขึ้นภายหลังนั้นล่ะที่ทำให้รู้ตัวว่าถูกหลอกเข้าเสียแล้ว

“นาย!!! นี่ล้อกันเล่นเหรอ”

เจลิโอถลึงตาโตใส่อีกฝ่าย ทั้งโกรธระคนอับอายที่เผลอหวั่นไหวไปชั่ววูบกับคำพูดเสแสร้งนั้นได้ แต่แล้วมือเรียวที่กำหมัดยกขึ้นมาทำท่าจะชกเข้าที่ใบหน้าของคนตัวสูงกว่าก็ถูกรวบเอาไว้เสียก่อน

“ผมก็แค่พูดตามบทของคุณน่ะ ไม่ได้ล้อเล่นสักหน่อยเพราะผมมีหน้าที่ต้องปกป้องคุณนี่ครับ ไม่มีอะไรในโลกนี้สำคัญเท่ากับคุณอีกแล้ว และผมต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด จำไม่ได้หรือครับที่ผมเคยบอกไว้น่ะ”

คำพูดหวานหูและยังตราตรึงหัวใจคนฟังยิ่งนัก ทำให้กำปั้นเล็กๆ นั้นคลายออกอย่างง่ายดาย หัวใจพลันเต้นระรัวไหวขึ้นมาอีกแล้ว คนตัวสูงนี่ชอบพูดให้เขาคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อย

“จะไปไหนก็ไปเลย ฉันจะซ้อมบทต่อ อย่ามารบกวนกันอีกนะ”

มือเรียวโบกไล่คนตัวสูงกว่าออกไปนอกห้อง ก่อนจะนึกได้ว่าตนนั่นล่ะที่เข้ามายึดพื้นที่พักผ่อนของสกายไว้ จึงเดินก้มหน้างุดๆ หนีเข้าห้องนอนตนเองไป โดยมีแววตาขบขันปนเอ็นดูของบอดี้การ์ดหนุ่มมองส่งจนร่างเพรียวหายลับไปจากสายตา

.

.

.

            “คุณเจแอลคะ...คุณเจแอล”

            เสียงแหลมเล็กที่ดังแว่วๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะดังขึ้นในครั้งหลังสุด และทำให้เจ้าของชื่อหลุดจากภวังค์ความคิดของตน หันกลับมามองคนเรียกด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย

            “ครับ?”

            “ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าทำไมคุณถึงตีบทแตกกระจุยขนาดนี้ มีของดีอยู่กับตัวนี่นา หวังโอกาสหน้าคงได้พบกันอีกนะคะ ฉันมีคิวต้องไปสัมภาษณ์รายการวิทยุพรุ่งนี้เช้า นี่ก็ดึกมากแล้วถ้ายังไงขอตัวก่อนนะคะ”

            นักแสดงสาวหันไปส่งยิ้มให้กับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ก้าวมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังร่างเพรียว ก่อนจะกล่าวกับเจลิโอด้วยรอยยิ้มแบบมีเลศนัย ทิ้งให้คนที่ตีบทแตกกระจุยในค่ำคืนนี้ได้แต่ยืนงงอย่างไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดเสียเลย

            “รีบไปเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่าครับ เลือดปลอมเลอะเต็มไปหมดแล้ว”

            น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังอยู่ข้างหู ทำให้ร่างเพรียวสะดุ้งขยับตัวพุ่งไปด้านหน้าอย่างตกใจ เจลิโอหันไปทำเสียงเข้มส่งสายตาดุใส่บอดี้การ์ดขี้แกล้งของเขา แต่สกายกลับทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แถมยังยกแขนขึ้นมาโอบไหล่พาเขาเดินออกไปจากบริเวณที่ถ่ายทำด้วยเสียอีก ร่างบางขัดขืนในทีแรกแต่สุดท้ายก็ยอมแพ้เมื่อเห็นว่าร่างใหญ่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการให้เขาเดินไปยังบริเวณที่เซ็ตไว้เป็นห้องแต่งตัวนักแสดงได้อย่างสะดวกโดยไม่ให้ถูกกลุ่มแฟนคลับทั้งของตนและนักแสดงสาวที่มาชมการถ่ายทำเข้ามารุมล้อม

            เมื่อเข้ามาในห้องแต่งตัวแล้ว แวมไพร์หนุ่มก็ถอดเสื้อสูทสีดำหนาหนักตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกย้อมด้วยเลือดเทียมจนแดงฉานตรงกลางอก ในจังหวะที่ไม่มีใครอยู่ในห้องนั้นเจลิโอลองเอามือป้ายเลือดปลอมขึ้นมาแตะลิ้น ชิมรสชาติเลือดสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ในการแสดงวันนี้

            สัญชาตญาณนักล่าปรากฏขึ้นทันทีเมื่อลิ้นได้รับรสคาวของเลือดสดๆ ดวงตาสีฟ้าครามพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเล็กน้อยเผยให้เห็นเขี้ยวขาวสะท้อนกับแสงไฟนีออนเงาวาววับ เรือนผมสีน้ำตาลแดงสั้นประบ่าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเดียวกับดวงตาและยาวสยายจนเต็มแผ่นหลัง

            “คุณเจแอลคะ นี่คือชุดที่ต้องเปลี่ยน...กรี๊ด!!!

            โชคไม่ดีเอาเสียเลยที่สไตลิสต์สาวคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว และทันได้เห็นร่างที่แท้จริงของนายแบบหนุ่มผู้มีฉายาว่า เทพบุตรแห่งรัตติกาลเข้าพอดี หญิงสาวกรีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะปล่อยเสื้อผ้าในมือทิ้งทันทีด้วยความหวาดกลัว เป็นผลให้แวมไพร์หนุ่มต้องรีบขยับตัวเข้าประชิดแล้วปิดริมฝีปากที่ส่งเสียงร้องดังออกไปภายนอกด้วยมือขาวที่มีเล็บงอกยาวออกมาสีแดงสด

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใครหรอกนะ แต่เธอเข้ามาไม่ถูกเวลาเองต่างหากล่ะแม่สาวน้อย”

            รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าสวยที่เวลานี้แลดูน่ากลัวราวกับเป็นคนละคน มือเรียวที่มีกรงเล็บแหลมคมกดลงบนเนื้อแก้ม ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อฝังรอยเขี้ยวเอาไว้บนลำคอของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรประตูห้องก็ถูกเปิดออกเสียก่อน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องพลางเบิกตามองภาพเบื้องหน้าอย่างตกใจ

            “คุณเจแอล!!!

..............................................................................................................................................

To be continued. . .


 

เตรียมตัวพบกับกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลหนังสือนิยายเรื่อง "รัตติกาลนิรันดร์(Endless Night)" ได้เร็วๆ นี้ค่ะ และขอสงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเว็บเด็กดีที่กด Favorite เป็นแฟนพันธุ์แท้ของเรื่องนี้เท่านั้นนะคะ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #33 blanchet (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 21:37
    อั๊ยย๊ะะ แบบนี้จะเป็นไรมั้ยเนี่ยยย
    #33
    0
  2. #32 phat-palm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 10:14
    สงสัย คุณเจแอล จะหิวจัด

    #32
    0