[yaoi] รัตติกาลนิรันดร์ (Endless Night)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 : แมวน้อย ระวัง!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.ย. 56

ตอนที่ 9 : แมวน้อย ระวัง!!!

 

            เสียงเครื่องยนต์ที่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านทำให้แมวดำที่นอนหมอบอยู่บนเบาะนุ่มตรงข้างประตูสะดุ้งตื่น ร่างน้อยสี่ขาเหยียดกายไปข้างหน้าแล้วรีบกระโจนขึ้นมาเกาะตรงขอบหน้าต่าง ดวงตาสีอำพันมองลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านไปยังภายนอก เมื่อได้เห็นรถตู้สีดำที่คุ้นตาจอดนิ่งสนิทก็รับรู้ว่าเจ้าของบ้านกลับมาแล้ว

            แต่แล้วภาพที่ได้เห็นตามมาหลังจากนั้นก็ทำให้ไทก์ได้แต่ยืนนิ่งงันราวกับถูกสาป ร่างเพรียวบางที่หล่นตุบลงมาจากรถตู้ถูกรับไว้ด้วยอ้อมแขนของบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่พอดิบพอดี แม้เจลิโอจะส่งเสียงบ่นใส่คนที่ถือโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเขาแต่ก็ดูราวกับเป็นคำพูดที่ไม่จริงจังนัก อีกทั้งใบหน้าที่แดงก่ำและท่าทางขัดเขินต่อสายตาของสกายนั้นอีก ทำให้แมวหนุ่มทั้งประหลาดใจระคนไม่พอใจในคราวเดียวกัน

หลังจากรถตู้คันใหญ่เคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านแล้ว ร่างเพรียวจึงเป็นฝ่ายเดินนำเข้ามาก่อน โดยมีบอดี้การ์ดหนุ่มเดินตามต้อยๆ ราวกับสุนัขเชื่อง เมื่อเปิดประตูออกก็พบว่าเจ้าแมวดำนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึงแบบสุดๆ

            “อ้าวไทก์ วันนี้นายไม่ได้ออกไปไหนเหรอ”

            คำถามของเจลิโอทำให้แมวหนุ่มยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกว่าเก่าราวกับว่าคนถามไม่ดีใจเลยสักนิดที่เห็นเขาในเวลานี้ ดวงตาสีอำพันหรี่ตามองไปยังคนที่เดินตามหลังมาอย่างขัดเคือง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงห้วน

            “ข้าจะไปไหนได้ล่ะ ท่านไม่กลับบ้านข้าเป็นห่วงแทบแย่ กลัวว่าจะถูกเจ้าบอดี้การ์ดนั่นทำร้ายระหว่างทางแล้วด้วยซ้ำไป”

            ได้ยินดังนั้นเจลิโอก็เหมือนนึกขึ้นได้ แวมไพร์หนุ่มรีบย่อตัวลงลูบขนนุ่มบนหลังของแมวดำทันทีพลางมองสบดวงตาสีอำพันคู่โตอย่างรู้สึกผิดก่อนจะเอ่ยอย่างเอาใจอีกฝ่าย

“ฉันขอโทษนะไทก์ที่ทำให้นายเป็นห่วง พอดีเมื่อคืนที่กองถ่ายมีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อยน่ะ จริงสิ นายคงจะหิวแล้วใช่ไหม ฉันจะไปหาอะไรให้กินนะ”

            เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้นของผู้มีพระคุณก็ทำให้ไทก์ใจอ่อนยวบลงไปกว่าครึ่ง เขาโกรธอีกฝ่ายไม่ลงจริงๆ เลยได้แต่ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังแทน ส่วนคนถูกมองกลับไม่ได้สนใจสักนิด เพราะมัวแต่มองตามแผ่นหลังเจ้าของบ้านเดินหายเข้าไปในครัวแล้ว เล่นเอาแมวดำแทบอยากเอากรงเล็บตะกุยใบหน้าระรื่นนั้นให้หายหงุดหงิดเสียเหลือเกิน

...........................................................................................................................................................................

 

หลังจากมื้ออาหารในยามเช้าตรู่ แมวหนุ่มกระโดดขึ้นมาบนตักของเจลิโอที่ไม่แตะต้องอาหารใดนอกจากน้ำมะเขือเทศกระป๋อง พลางช้อนสายตามองใบหน้างามด้วยแววตาออดอ้อนในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน

“ตั้งแต่วันนี้ไปให้ข้านอนในห้องของท่านได้ไหมขอรับ”

แวมไพร์หนุ่มออกอาการแปลกใจไม่น้อยที่วันนี้ไทก์เป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อน ทั้งที่ปกติเวลากลายร่างเป็นแมวแทบไม่ยอมให้เขาอุ้มเล่นด้วยซ้ำไป จึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ...นายก็รู้นี่ว่าฉันชอบนอนคนเดียวมากกว่า”

“ข้ารู้...แต่ข้ากลัวว่าจะมีพวกแมลงร้ายมาคอยก่อกวนท่านตอนหลับนี่ ให้ข้านอนด้วยไม่ได้หรือขอรับ”

            “แมลงร้ายอะไรจะเข้ามาในบ้านนี้ได้ล่ะ อีกอย่างนายก็นอนเฝ้าฉันอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้วนี่ไม่มีใครเข้ามาทำร้ายฉันถึงในห้องนอนของบ้านหลังนี้ได้หรอก”

แมวหนุ่มยังคงตื๊อไม่เลิก เจลิโอเองก็ได้แต่ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่กล้าปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาเหมือนทุกที พลางเหลือบมองไปยังคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่าจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างหรือไม่ เพราะเมื่อตอนที่เจลิโอตื่นมาก็พบว่าสกายนั่งเฝ้าเขาอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งวันจนถึงเย็นโดยมิได้ออกไปไหน น่าแปลกที่เขาได้หลับอย่างเต็มอิ่มราวกับรู้สึกปลอดภัยที่มีร่างสูงใหญ่อยู่เคียงข้างไม่ห่างด้วยซ้ำ ผิดวิสัยปกติของตัวเองมากเหลือเกิน

            “ก็ข้า...เฮ้อ ช่างเถอะ ถึงพูดไปท่านก็ไม่ฟังข้าอยู่ดีนั่นล่ะ” 

คำตอบที่ได้รับทำให้แมวหนุ่มเริ่มหมดหวังเมื่อรู้ว่าต่อให้เขาชักแม่น้ำกี่ร้อยสายมาอ้างก็คงไม่มีทางได้เข้าไปนอนในห้องของเจลิโออยู่ดี บทสนทนาระหว่างเจ้าของบ้านหนุ่มกับสัตว์เลี้ยงแสนรักนั้นทำให้สกายแอบอมยิ้ม แม้จะแสร้งทำเป็นสนใจกับอาหารตรงหน้า หูของเขากลับได้ยินชัดเจนทุกคำ รวมถึงดวงตากลมโตสีฟ้าครามที่แอบลอบมองมายังเขาด้วยท่าทางเอียงอายนั่นก็ด้วย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปขัดจังหวะของทั้งคู่

สุดท้ายก็เป็นไทก์เองที่ยอมจำนนต่อความดื้อแพ่งของแวมไพร์หนุ่ม แมวดำตัวโตกระโดดลงจากตักของเจลิโอ ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มอีกคนตาขวางแล้วจึงเดินออกไปทางหน้าประตูบ้านทันทีโดยไม่ยอมฟังเสียงทัดทานใดๆ

“อ้าว แล้วนั่นนายจะไปไหนน่ะไทก์ กลับมาก่อนสิ เจ้าแมวบ้า แค่นี้ทำน้อยใจไปได้”

เสียงบ่นของเจลิโอทำให้คนที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มละไม เล่นเอาหัวใจของคนบ่นเผลอเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกระลอก

“อย่ากังวลไปเลยครับ เดี๋ยวผมจะออกไปตามแมวของคุณกลับมาให้เองนะ”

แค่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก็ทำให้เจลิโอเผลอนึกไปถึงตอนที่อยู่ในห้องแต่งตัวขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวเผลอยกขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว แก้มขาวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาราวกับถูกอังด้วยไฟ อาการเก้อเขินกำเริบอีกจนต้องเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคมคู่นั้น พลางตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“มะ...ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวเขาก็กลับมาเองแหละน่า”

“ไม่เป็นไรครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะ”

สกายบอกพลางยักคิ้วให้ทีหนึ่ง ก่อนจะเดินตามแมวตัวโตออกไปทางหน้าบ้าน ทิ้งให้แวมไพร์หนุ่มมองตามด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับถูกสะกดเอาไว้ไม่ให้ละสายตาไปจากแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวนั้น

 

ยังไม่ทันที่อุ้งเท้าแมวจะแตะสัมผัสลงบนพื้นสนามหญ้าหน้าบ้าน เสียงครางต่ำๆ ของสัตว์ป่าที่ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ก็ทำให้ไทก์ถึงกับชะงัก ดวงตาสีอำพันกวาดตามองไปรอบตัวด้วยสัญชาตญาณระวังภัย แต่กลับไม่พบวี่แววของสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกเหนือไปจากเหล่าแมลงน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเลย หูแมวรูปสามหลี่ยมที่ตั้งชันขึ้นมาพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ แต่กลับได้ยินเพียงเสียงของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้เขาเสียสมาธิในการฟังไปไม่น้อย เมื่อลองตั้งใจฟังดูอีกครั้งก็ไม่กลับไม่ได้ยินเสียแล้ว แมวดำจึงหันไปกล่าวโทษกับคนที่เอาแต่เซ้าซี้เรียกเขาไม่หยุดด้วยความโกรธที่สะสมอยู่นานแล้ว

“เจ้าจะเรียกข้าทำไมนักหนา เห็นไหมข้าไม่ได้ยินเสียงนั่นแล้วน่ะ”

“แมวน้อย นายรีบกลับเข้าบ้านเถอะ คุณเจแอลเขาเป็นห่วงนะ”

สกายบอกพลางเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กสี่ขาที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาย่อตัวลงทำท่าจะอุ้มแมวตัวโตขึ้นมา แต่ไทก์กลับกระโดดแผล็วไปอีกทาง จนบอดี้การ์ดหนุ่มเกือบล้มหน้าคะมำไปจูบพื้นแล้ว พลันเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ดังใกล้เข้ามาก็ทำให้ไทก์ต้องรีบบอกให้ร่างสูงให้หยุดพูดและหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง

“เงียบน่า! เจ้าไม่ได้ยินเหรอ เสียงแปลกๆ นั่น”

แมวดำเอ่ยเสียงเบา พลางเงี่ยหูฟังอีกครั้ง สกายเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของอีกฝ่าย จึงใช้สัญญาณเรดาร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวในระยะร้อยเมตรรอบตัวบ้าง จุดแดงๆ ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าบ่งบอกว่ามีผู้บุกรุกที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาใกล้ในระยะเพียงไม่ถึงห้าสิบเมตร

“แมวน้อย ระวัง!

บอดี้การ์ดหนุ่มรีบร้องเตือนเมื่อไทก์ขยับก้าวเท้าออกห่างจากประตูบ้านไปข้างหน้า แต่ก็เหมือนจะช้าไปเมื่อร่างใหญ่ของสัตว์หน้าขนตัวหนึ่งพุ่งเข้าชาร์จแมวดำตัวโตจนลมกลิ้งไปคลุกฝุ่น

กรร!! แฮ่!!!

ดวงตาสีอำพันจ้องมองสุนัขป่าร่างใหญ่ขนสีเทาที่กำลังยืนแยกเขี้ยวคร่อมตัวเองอยู่ด้วยแววตาตื่นตระหนก ฟันเขี้ยวแหลมคมสะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นมันวาว ดวงตาสีเขียวเรืองรองบ่งบอกว่ามันไม่ใช่แค่สุนัขป่าธรรมดาที่หลงทางมาแถบนี้เพราะความหิวโหย แต่เป็นภาพลวงตาจากพลังเวทย์อันแข็งแกร่ง ฝีมือของโซรอสไม่ผิดแน่ ไทก์นึกในใจพยายามจะขยับร่างของตนให้พ้นจากกรงเล็บและอุ้งเท้าของสุนัขป่า แต่แล้วเสียงวัตถุแหวกอากาศที่ดังขึ้นเหนือศีรษะก็ทำให้ร่างใหญ่นั้นขาดจากกันเป็นสองท่อนก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นควันสีดำลอยจางไปในอากาศอย่างน่าพิศวง

“เป็นอะไรหรือเปล่าแมวน้อย”

แม้จะไม่ชอบสรรพนามที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เรียกเลยสักนิด แต่ไทก์ก็ไม่มีเวลามาหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ เมื่อเขาเพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิดจากการช่วยเหลือของอีกฝ่าย ดวงตาสีอำพันมองอาวุธหน้าตาประหลาดในมือของสกายด้วยความสนใจ ดาบยาวที่เปล่งแสงสีฟ้าแวววาวรอบๆ นั่นใช้กำจัดสัตว์ร้ายจากพลังเวทย์ของพ่อมดชั่วได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“เจ้ามีพลังเวทย์ด้วยอย่างนั้นหรือ”

คำถามของแมวดำทำให้สกายออกอาการงุนงง เขาไม่เข้าใจความหมายของพลังเวทย์ที่ว่าเลยสักนิด แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักของสัตว์ป่าที่ดังใกล้เข้ามาอีกก็ทำให้โสตประสาทของบอดี้การ์ดหนุ่มตื่นตัว พลางร้องบอกให้ไทก์ระวังเมื่อเห็นเงาตะคุ่มที่ข้ามผ่านพุ่มไม้ทางด้านข้างรั้วบ้านมาด้วยความเร็วสูง คราวนี้แมวหนุ่มไม่ปล่อยให้ตัวเองพลาดท่าซ้ำสอง เขารีบคืนร่างกลับเป็นมนุษย์พลางใช้พลังเวทย์เรียกดาบคู่ใจมาถือเอาไว้ ก่อนจะฟันเข้าที่ร่างของสุนัขป่าอีกตัวที่กระโจนเข้ามาทันที

การเปลี่ยนร่างจากสัตว์หน้าขนกลายเป็นมนุษย์ต่อหน้าต่อตา ทำให้สกายถึงกับตาโตมองการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของอีกฝ่ายอย่างน่าทึ่ง เขาคิดมาตลอดว่าไทก์เป็นแค่หุ่นยนต์แมวเฝ้าบ้านธรรมดาๆ ตัวหนึ่งที่สามารถพูดเลียนแบบมนุษย์ได้ บางทีอาจเป็นเพราะไทก์คือหุ่นยนต์รุ่นใหม่กว่าเขา ผู้สร้างคงจะตั้งโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นทำให้สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้กระมัง ไม่มีเวลาให้หยุดคิดต่อเมื่อสุนัขป่าตัวหนึ่งสลายร่างไปก็มีตัวใหม่กระโจนเข้ามาแทนที่ เขาจึงต้องร่วมมือกับไทก์กำจัดพวกมันโดยไม่มีการต่อล้อต่อเถียงระหว่างทั้งสองอีก

เสียงจากการต่อสู้ทำให้คนที่กำลังเก็บล้างจานชามอยู่ในครัวรีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ แต่เพราะแสงตะวันในยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องว่างของผ้าม่าน ทำให้เจลิโอไม่สามารถก้าวเท้าออกไปภายนอกได้ ดวงตาสีฟ้าครามมองสองหนุ่มที่กำลังร่วมมือกันกำจัดสัตว์ร้ายซึ่งมุ่งหมายจะเข้ามาเอาชีวิตเขาด้วยความกังวลระคนหงุดหงิดในใจที่ตัวเองไม่มีพลังเหมือนอย่างเมื่อก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้ออกไปร่วมตะลุมบอนกับพวกเขาแล้ว

เวลาผ่านไปกว่าครู่ใหญ่ แต่ฝูงสุนัขป่ายังคงดาหน้ากันเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย เล่นเอาไทก์กับสกายเริ่มออกอาการเหนื่อยล้าเพราะกำจัดพวกมันไปเท่าไรก็ไม่หมดเสียที ร่างสูงโปร่งของปิศาจแมวดำเริ่มเซไปมาหยาดเหงื่อไหลรินชโลมผิวกายสีน้ำผึ้งสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย เขาไม่ถนัดการต่อสู้ในระยะประชิดแบบนี้เท่าไรนัก พลางนึกแปลกใจอยู่ว่าเวทมนตร์ที่ใช้สร้างอาณาเขตป้องกันไม่ให้ปิศาจตัวอื่นล่วงล้ำเข้ามาได้นั้นอ่อนลงตั้งแต่เมื่อไร พวกมันจึงได้จู่โจมเข้ามาถึงภายในรั้วบ้านเช่นนี้

ขณะที่กำลังนึกก็เผลอเปิดช่องว่างให้ศัตรูโดยไม่ตั้งใจ สุนัขป่าอีกตัวที่ถูกคมดาบตวัดถากไปจึงโถมตัวเข้าใส่พร้อมๆ กับที่ไทก์กำลังรับมือกับอีกตัวหนึ่ง จึงทำให้ร่างของเขาถลาลงไปกับพื้น กรงเล็บแหลมคมตะปบลงบนไหล่สองข้างก่อนจะฝังรอยเขี้ยวลึกลงบนแผ่นหลังของแมวดำอย่างรุนแรงจนเจ้าของร่างถึงกับร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บปวด

“ไม่นะ...ไทก์!!!

แวมไพร์หนุ่มที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับร้องอุทานอย่างตกใจ กลิ่นคาวเลือดแมวที่ลอยโชยมาเตะจมูกทำให้ดวงตาสีฟ้าครามแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตทันที เขาเกือบจะวิ่งพรวดพราดออกไปดูอาการบาดเจ็บของแมวดำแล้ว หากไม่ใช่เพราะเสียงของบอดี้การ์ดหนุ่มที่หันกลับมาตะโกนร้องห้ามไว้เสียก่อน ส่วนเจ้าตัวก็รีบสลัดสุนัขป่าตัวหนึ่งที่กระโจนเข้ามาใส่ให้หลุดไปพร้อมกับใช้มือซ้ายเสียบดาบเข้าที่กลางศีรษะของมันจนมิดด้าม จากนั้นจึงตรงรี่เข้าไปจัดการกับตัวสุดท้ายที่กำลังเล่นงานไทก์อยู่

“ย้าก...ก!!!

สกายใช้ดาบสองมือฟันเข้ากลางลำตัวสุนัขป่าที่กำลังฝังเขี้ยวลงบนร่างของแมวดำด้วยความรวดเร็วเสียจนมองแทบไม่ทัน ร่างใหญ่ร้องครวญครางดังลั่นก่อนที่มันจะสลายหายไปในอากาศเช่นเดียวกับตัวอื่นๆ เหลือไว้เพียงแต่ร่างของไทก์ที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือด หุ่นยนต์หนุ่มรีบเก็บดาบของตัวเองเข้าที่แล้วย่อตัวลงแบกร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉานขึ้นพาดบ่ากลับเข้ามาในบ้านทันที

“ทางนี้ๆ พาเขาไปที่ห้องของฉันเร็วเข้า”

เจลิโอบอกพลางเดินนำไปอย่างรวดเร็ว เขาเหลียวมองสภาพของแมวหนุ่มด้วยความสงสาร น้ำตารื้นขึ้นมาเอ่อคลอดวงตากลมโตคู่สวยโดยไม่รู้ตัว

เมื่อร่างของไทก์ถูกวางลงบนเตียง เจลิโอก็รีบรุดเข้ามาดูบาดแผลของแมวดำในร่างมนุษย์ทันที รอยคมเขี้ยวที่ฝังลึกมีเลือดซึมออกมาไม่น้อย ตามลำตัวเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บรอยแผลถลอกยาวเป็นทาง ใบหน้าของไทก์ซีดเผือดและชื้นไปด้วยเหงื่อแต่เจ้าตัวยังฝืนยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาของเจลิโอ

“ท่านร้องไห้ทำไมกัน ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย”

“เจ้าบ้า ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บแบบนี้ นายก็รู้ว่าฉันไม่มีพลังเวทย์ที่จะรักษาบาดแผลให้หายได้นะ”

แวมไพร์หนุ่มตะคอกเสียงใส่คนเจ็บที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงทั้งน้ำตา ด้วยเป็นห่วงระคนกังวลใจเมื่อเห็นบาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นหลังนั้น เขาเจ็บใจที่ช่วยอะไรแมวดำไม่ได้เลยสักนิด แม้แต่พลังที่จะใช้รักษาก็ไม่มี แวมไพร์ที่ไร้หัวใจอย่างเขาก็ไม่ต่างอะไรกับปิศาจชั้นปลายแถวธรรมดาๆ เท่านั้น

“ให้ผมทำแผลให้เขาก่อนเถอะครับคุณเจแอล ขืนปล่อยเอาไว้อย่างนี้ไทก์ต้องไม่รอดแน่”

สกายยืนมองอยู่นานก็พบว่าร่างกายของไทก์ไม่ได้ทำจากวัสดุที่สามารถซ่อมแซมตัวได้เองเหมือนอย่างเขา แม้จะแปลกใจแต่ก็รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนเพื่อช่วยเหลือแมวน้อยที่บาดเจ็บตัวนี้จึงตัดสินใจเอ่ยขึ้น โชคดีที่เจ้านายของเขาได้ป้อนข้อมูลเรื่องการปฐมพยาบาลรักษาบาดแผลของมนุษย์เอาไว้ด้วยเผื่อในกรณีฉุกเฉิน หุ่นยนต์อย่างเขาขอแค่มีข้อมูลอยู่ในหัวก็สามารถทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายได้เสมอ

“นายรักษาเขาได้เหรอ นายไม่ใช่หมอนะ”

เจลิโอส่งเสียงประท้วงขึ้นมาทันทีด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของบอดี้การ์ดหนุ่มก็ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง

“ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมจะรักษาบาดแผลของเขาให้เอง คุณช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้ผมหน่อยได้ไหม”

สกายบอกพลางถอดเสื้อของแมวหนุ่มที่นอนหายใจเนิบนาบบนเตียงออก เสียงคนเจ็บแหวขึ้นมาทันทีด้วยความไม่ไว้ใจ แต่ก็ถูกเจลิโอดุเข้าจนต้องยอมนอนนิ่งๆ ให้บอดี้การ์ดหนุ่มทำแผลแต่โดยดี มือเรียวยื่นกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพร้อมกับเข็มเย็บผ้าและด้ายส่งให้ ดวงตากลมโตที่กลับมาเป็นสีฟ้าครามดังเดิมจ้องมองใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาคาดหวัง

“ชีวิตของไทก์ขึ้นอยู่กับนายแล้วนะ”

เมื่อได้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการครบแล้ว สกายก็บอกให้หาเศษผ้ามาให้ไทก์กัดเอาไว้ก่อนจะเริ่มลงมือเย็บปากแผลเหวอะหวะจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายทันที โดยมีแวมไพร์หนุ่มเป็นลูกมือ ทั้งคอยซับเลือดบนแผล และเช็ดทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์จำเป็นบอก ท่าทางคล่องแคล่วราวกับสกายเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่ง ทำให้เจลิโอรู้สึกทึ่งระคนชื่นชมมิได้ เพียงเวลาไม่นานแผลใหญ่ฉกรรจ์เมื่อครู่ก็ถูกเย็บปิดสนิทเรียบร้อย

“แผลที่หลังค่อนข้างลึก คงต้องเจ็บจนไข้ขึ้นแน่ๆ เอายาแก้ปวดให้เขากินแล้วนอนพักสักหน่อย อาการก็จะดีขึ้นเองครับ”

คำพูดยืดยาวของสกายที่เหมือนถอดแบบมาจากแพทย์ในโรงพยาบาลไม่มีผิดเพี้ยนทำให้เจลิโอนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายไปเรียนรู้เรื่องราวพวกนี้มาจากไหนกัน สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของแวมไพร์หนุ่ม ทำให้สกายเดาได้ไม่ยาก เขาจึงโกหกคำโตออกไป พลางคลี่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“ผมเรียนรู้วิธีมาจากตอนไปเข้าค่ายลูกเสือน่ะ เอ...ทำหน้าแบบนั้นจะชมว่าผมเก่งสินะครับ”

“เฮอะ! หลงตัวเองมากไปแล้ว แต่ยังไงก็ขอบใจนะที่ช่วยไทก์เอาไว้ ลำพังฉันคนเดียวคงทำอะไรไม่ถูกแน่”

เอาอีกแล้วสายตาของเจ้าหมอนั่น ทำให้นึกถึงเรื่องในห้องแต่งตัวขึ้นมาอีกจนได้ เจลิโอรีบหันหน้าไปอีกทางทันที พลางย่อตัวนั่งลงบนเตียงเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมสีดำขลับบนใบหน้าของแมวหนุ่มที่ผล็อยหลับไปแล้ว โชคดีที่สกายรู้วิธีการรักษาอาการบาดเจ็บมากกว่าเขา อีกอย่างถ้าบอดี้การ์ดหนุ่มไม่อยู่ตรงนี้เขาอาจจะถูกสัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำตอนที่ได้กลิ่นเลือดของไทก์ และเผลอสูบเลือดแมวดำเข้าไปจนหมดตัวแน่ๆ

“คุณคงจะเหนื่อยแล้วนอนพักสักหน่อยเถอะครับ ผมจะคอยคุ้มกันอยู่ข้างนอกให้...”

สกายเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้ก่อนจะเดินออกไปทางหน้าประตูห้อง แต่แล้วร่างสูงใหญ่ก็ต้องชะงัก เมื่อถูกมือเรียวรั้งเอาไว้

“ดะ...เดี๋ยวสิ เอ่อ นายเองก็คงจะเหนื่อยเหมือนกัน จะนอนที่นี่ก็ได้นะ”

เจลิโอเผลอคว้าแขนของบอดี้การ์ดหนุ่มเอาไว้อย่างลืมตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตาคมแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิว ไม่รู้เพราะอะไรถึงได้พูดอย่างนั้นแต่ก็พูดออกไปแล้ว สองแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อรับรู้ถึงสายตาเป็นประกายวิบวับที่ส่งมาจากอีกฝ่าย แต่ก็แสร้งทำเป็นเหมือนไม่เห็นเสียอย่างนั้น

รอยยิ้มขันจุดขึ้นตรงมุมปากของบอดี้การ์ดหนุ่ม เขาดีใจไม่น้อยเลยที่เจ้าของห้องถึงกับออกปากเชิญชวนให้นอนร่วมเตียงแบบนี้ แต่ดวงตาคมพลันเหลือบไปเห็นแมวหนุ่มที่ทำเป็นแกล้งหลับขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว จึงปฏิเสธคำขอนั้นด้วยสีหน้ากวนอารมณ์แบบสุดๆ

“เตียงของคุณไม่ได้ใหญ่เหมือนที่โรงแรมนี่ครับ จะให้ผู้ชายสามคนนอนบนเตียงเดียวกันแบบนี้ ผมลำบากใจนะ”

“นาย!!! ดีละ ถ้างั้นก็ออกไปเร็วๆ เลย ฉันเหนื่อยจะนอนแล้ว”

เจลิโอถลึงตาโตใส่อีกฝ่าย พลางเหลือบมองแมวหนุ่มที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงกลัวว่าจะได้ยินคำพูดสองแง่สองง่ามของสกายเข้า หากไทก์รู้ว่าเมื่อคืนสกายอยู่ในห้องกับเขาเพียงสองต่อสองมีหวังต้องอาละวาดโวยวายยกใหญ่เป็นแน่ เมื่อเห็นว่าคนเจ็บดูเหมือนจะเข้าสู่นิทราไปแล้ว จึงค่อยเบาใจก่อนจะหันไปเอ่ยปากไล่บอดี้การ์ดหนุ่มออกจากห้องทันที สกายหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แวมไพร์หนุ่มนั่งหน้าแดงอยู่บนเตียงอย่างโมโหระคนขัดเขินจนไม่รู้ว่าอย่างไหนมากกว่ากันแน่

หลังจากที่เจลิโอเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว แมวหนุ่มจึงลืมตาขึ้นมาพลางมองไปยังประตูห้องนอนสลับกับประตูห้องน้ำก่อนจะทอดถอนใจ เมื่อรับรู้ได้ถึงสายสัมพันธ์บางๆ ระหว่างแวมไพร์หน้าหวานกับบอดี้การ์ดร่างสูงที่เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย ความเจ็บปวดจากบาดแผลขนาดใหญ่ยังเทียบไม่ได้กับหัวใจที่ปวดแปลบในเวลานี้ เขาหลับตาลงปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินลงมาจากดวงตาสีอำพันอย่างเงียบเชียบกระทั่งหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

...........................................................................................................................................................................

To be continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #27 สาคูปากหม้อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 18:32
    เหมือนจะมีมาม่า

    รึเปล่า?
    #27
    0
  2. #23 Blanchet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 19:16
    ปวดใจ สงสารไทก์อ่ะ สามพีดีมั้ย555คือสงสารไทก์มากๆๆจริงๆ
    #23
    0