Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 : เทศกาลสาดน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 585
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.พ. 54


ตอนที่ 8 : เทศกาลสาดน้ำ

 

            แสงสีทองของดวงตะวันยามรุ่งอรุณค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้า เหล่าบรรดานกกระจิบนกระจอกซึ่งอาศัยต้นไม้ใหญ่ตรงข้างรั้วเป็นที่พักอาศัยเริ่มส่งเสียงร้องขับขานเป็นท่วงทำนองรับส่งกันอย่างไพเราะ คลอเคล้าไปกับเสียงกรุ๊งกริ๊งของโมบายรูปผีเสื้อทำจากดินเผาเคลือบสีที่แขวนห้อยระย้าลงมาจากชายคาริมหน้าต่างห้องนอน ไม่นานนาฬิกาปลุกเรือนน้อยก็แผดเสียงดังลั่นห้องเมื่อเข็มบนหน้าปัดหมุนวนมาถึงเลขเจ็ด ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าของห้องจะตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันของตนตามปกติ

 

แต่เช้านี้กลับต่างออกไปจากทุกวัน เมื่อร่างบอบบางใต้ผ้าห่มอุ่นนั้นยังคงนอนพลิกตัวอย่างกระสับกระส่ายไปมา ก่อนจะเปลี่ยนท่าเป็นคว่ำหน้าลงกับเตียงแล้วคว้าเอาหมอนหนุนนอนมาปิดหูแทนที่จะยื่นมือออกไปจากผ้าห่มเพื่อกดปิดเสียงที่ดังรบกวนในยามเช้าเหมือนเช่นเคย ความอ่อนเพลียอันเป็นผลมาจากการนอนไม่หลับทั้งคืน กว่าคนที่มีอาการซีรี่ย์เกาหลีลิซึ่มซึ่งเคยแต่นอนหลับไปพร้อมกับฉากสุดท้ายของละครที่จบลงจะยอมฝืนทนข่มตาให้หลับได้ก็กินเวลาไปจนเกือบถึงตีสาม พอถึงตอนนี้เธอจึงแทบไม่อยากจะลุกขึ้นจากที่นอนเลยสักนิด แต่เสียงร้องของนาฬิกาปลุกรูปเพนกวินที่ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในห้อง ก็ทำให้คนที่อยากจะนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มต่ออีกสักพักเริ่มทนความรำคาญไม่ไหว

           

ภรัณยาจำใจต้องขยับตัวตะเกียกตะกายหันหน้าไปทางหัวเตียง ก่อนจะยื่นมือไปกดปุ่มปิดเสียงบนหัวเจ้าเพนกวินตัวน้อยลง ความเงียบสงบจึงกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่คนขี้เกียจตื่นจะได้ล้มตัวลงนอนต่อ โทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมาทันทีราวกับมีใครจงใจกลั่นแกล้ง เสียงเรียกเข้าเป็นทำนองเพลงในจังหวะน่ารักๆ ของกลุ่มศิลปินนักร้องเกาหลีที่โปรดปราน ดังยาวนานและต่อเนื่อง ตัวเครื่องเองก็สั่นครืดๆ หมุนไปมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ส่งผลให้ร่างบอบบางออกอาการหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อย หญิงสาวเอื้อมมือไปฉวยคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อและเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ เมื่อเห็นว่าปลายสายที่กำลังโทร. เข้ามาคือหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับของวง Crown ซึ่งเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปจากแดนโสมอีกวงที่เธอชื่นชอบอยู่เช่นกัน หญิงสาวจึงกดรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

           

“สวัสดีค่ะพี่ต่อ ค่ะ เมื่อคืนเรนเผลอนอนดึกไปหน่อย หืม? ว่าไงนะคะ! งานแฟนมีตติ้งวง Crown วันพรุ่งนี้ ไปค่ะไปแน่นอน ที่ไหนนะ โอเคค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะที่โทร. มาบอกเรน ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันค่ะ”

           

พอได้รู้ข่าวว่าศิลปินที่ตนชอบอีกวงหนึ่งกำลังจะมาจัดกิจกรรมพบปะบรรดาแฟนคลับในเมืองไทย พร้อมกับได้รับเชิญให้มาสัมภาษณ์ในรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งออกอากาศทางช่องฟรีทีวี ก็ทำเอาคนที่ยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งตื่นหายจากอาการง่วงงุนเป็นปลิดทิ้ง หลังวางสายจากผู้ที่โทรศัพท์มาแจ้งข่าวดีแก่ตนแล้ว ภรัณยาก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความดีใจ เธอรีบลุกขึ้นก้าวลงจากเตียงพลางบิดกายไปมาสองสามทีเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบที่สะสมมาตลอดคืน ลืมตาตื่นพร้อมรับเช้าวันใหม่ที่สดใสเช่นเดียวกับความเบิกบานในใจอย่างยินดีเมื่อรู้ว่ากำลังจะมีโอกาสได้พบหน้าศิลปินอีกวงที่เธอเฝ้าใฝ่ฝันอยากเจอแบบตัวเป็นๆ มาตลอด

           

กรี๊ด...พรุ่งนี้อย่างนั้นเหรอ ในที่สุดเราก็จะได้พบกันแล้วสินะคะ คิมมินจี ที่รักของฉัน

 

หญิงสาวในชุดนอนกระโปรงลายหมีปรี่เข้าไปยังฝาผนังด้านหนึ่งตรงส่วนที่เป็นห้องแต่งตัว บนกำแพงสีครีมขาวนั้นมีภาพถ่ายขนาดใหญ่เท่าตัวจริงของหญิงสาวผมยาวมาดเท่ในชุดเครื่องแบบคล้ายตำรวจสาวคนหนึ่งแปะเอาไว้ ใบหน้าขาวใสของภรัณยาเลื่อนเข้าไปจนแก้มข้างหนึ่งแนบชิดไปกับภาพถ่ายของนักร้องผู้เป็นขวัญใจ ก่อนริมฝีปากสีชมพูอ่อนจะประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากของหญิงสาวในภาพนั้นอย่างแผ่วเบา

           

อาหารมื้อเช้าแบบง่ายๆ อย่างซีเรียลรสน้ำผึ้งราดด้วยนมสดสีขาวขุ่น ทำให้คนที่เกิดอาการมึนศีรษะเล็กๆ เพราะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเนื่องจากนอนน้อยเกินไปได้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง ทีแรกภรัณยาคิดว่าจะรอรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับเพื่อนสาวร่วมบ้านเป็นครั้งแรก แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่อยากตื่นเท่าไรนักตอนที่เธอไปเคาะประตูห้องปลุก และเธอเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบพูดจาเซ้าซี้ใครซ้ำๆ จึงจำใจต้องนั่งทานอยู่ในห้องอาหารแต่เพียงคนเดียวลำพัง

 

หลังจัดการกับมื้อแรกของวันไปได้ไม่นาน ภรัณยาจึงเก็บล้างถ้วยชามและทำความสะอาดโต๊ะอาหารจนเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้านเพื่อรดน้ำต้นไม้ตามปกติเฉกเช่นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบนสนามหญ้าหลังบ้านหรือแม้แต่ต้นไม้น้อยใหญ่ที่ถูกปลูกเอาไว้ในกระถางวางเรียงรายเป็นแนวยาวตลอดริมรั้วมาจนถึงกำแพงหน้าประตู แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่สาวน้อยเจ้าของบ้านกำลังเพลิดเพลินกับการใช้สายยางฉีดน้ำรดต้นไม้เผื่อแผ่ไปยังต้นไม้ของบ้านข้างๆ อย่างที่ทำเป็นประจำทุกเช้า

           

เฮ้ย ใครมาราดน้ำอะไรแถวนี้วะเนี่ย ดูสิ เนื้อเพลงฉันเปียกหมดเลย

           

เสียงโวยวายอันแสนคุ้นหูดังขึ้นมาจากหลังกำแพงรั้วอีกฝั่ง ส่งผลให้คนที่กำลังยืนถือสายยางแบบต่อก๊อกหัวฉีดสำหรับน้ำรดต้นไม้ถึงกับชะงักทิ้งสายยางในมือลงกับพื้นคล้ายจะทำลายหลักฐาน ก่อนจะถลาเข้าไปใกล้แนวกำแพงและปีนขึ้นไปเกาะรั้วมองเจ้าของเสียงปริศนานั้นอย่างตกใจไม่น้อย

           

อ้าว นายพันวอนมาทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย

 

เสียงทักด้วยความแปลกใจที่ดังมาจากอีกฟากฝั่งของรั้ว ทำให้พรรณวรที่กำลังหัวเสียอย่างหนักเพราะถูกฉีดน้ำใส่จนตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก แถมงานเพลงที่เพิ่งเขียนเสร็จแบบสดๆ ร้อนๆ ราวหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ก็ยังเปียกชุ่มจนตัวอักษรที่เขียนไว้ด้วยดินสอกลายเป็นอักษรภาพลางเลือนแทบอ่านอะไรไม่ออก

           

ฉันต่างหากนะที่ควรจะเป็นฝ่ายถามมากกว่าว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้ จะรดน้ำต้นไม้ทั้งที ทำไมต้องมารดเผื่อชาวบ้านชาวช่องเขาด้วยมิทราบ

 

สาวหล่อที่ถูกฉีดน้ำใส่จนเปียกซกไปทั้งตัวไม่ตอบคำถามนั้นแต่กลับตะคอกเสียงถามคนที่ยืนเกาะรั้วด้วยท่าทางคล้ายสไปเดอร์วูแมนเหมือนครั้งแรกที่ทั้งคู่พบหน้ากันไม่มีผิด มือเรียวยกขึ้นเสยผมสีน้ำตาลประกายทองตรงด้านหน้าที่เปียกลู่ลงมาปรกหน้าผากปัดไปทางด้านหลัง ดวงหน้าสีน้ำผึ้งแลดูบึ้งตึงบ่งบอกถึงความโกรธจัดที่ถูกทำลายผลงานชิ้นสำคัญไปต่อหน้าต่อตา

           

แล้วนายจะโวยวายเสียงดังทำไมเนี่ย ฉันก็แค่ลืมตัวเผลอรดน้ำเผื่อแผ่ไปให้ต้นไม้ในบ้านพี่ชายของนายอย่างที่เคยทำทุกที นายเองนั่นแหละผิดที่มานอนอยู่ตรงนี้ บ้านช่องก็ออกจะใหญ่โตทำไมไม่ไปนอนข้างในล่ะ”

 

ภรัณยาทำหน้างอง้ำอย่างไม่พอใจเมื่อถูกต่อว่า ทั้งที่เธอแค่เจตนาดีอุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าต้นไม้ที่นักบินหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านปลูกเอาไว้จะขาดน้ำจนแห้งเหี่ยวตายไปเสียก่อนที่คนปลูกจะทันได้เห็นความเจริญงอกงามของมัน แต่ไม่นึกเลยว่าความหวังดีของเธอจะทำให้ถูกน้องสาวของนักบินหนุ่มตำหนิเอาเสียได้

           

ฉันจะนอนตรงไหนในบ้านมันก็เรื่องของฉัน แล้วดูสิเพราะความหวังดีประสงค์ร้ายของเธอ ทำให้เนื้อเพลงที่ฉันอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนมาทั้งคืนเพื่อเขียนมัน ดันต้องมาเปียกจนเปื่อยแบบนี้เพราะเธอคนเดียว ไม่มีขอโทษกันสักคำแถมยังมาหาว่าฉันเป็นคนผิดอีกเหรอ เฮอะ...เธอนี่มันเป็นคนแบบไหนกันนะ

 

พรรณวรกระชากเสียงใส่สาวน้อยข้างบ้าน กระดาษสามสี่แผ่นในมือที่เคยมีเนื้อเพลงและโน้ตดนตรีบัดนี้ได้ถูกน้ำทำให้เปียกปอนตัวอักษรไหลมารวมกันเละเทะไปหมด มือเรียวยื่นออกไปตรงหน้าของคนที่ยืนเกาะรั้วเหมือนอยากให้ฝ่ายนั้นได้มองเห็นความเสียหายชัดๆ ทำเอาตัวต้นเหตุถึงกับหน้าถอดสี เธอกล่าวขอโทษอีกฝ่ายอย่างขอไปทีพร้อมกับรีบพูดปัดความผิดให้พ้นตัว ด้วยเพราะยังเชื่อว่าเธอไม่ได้ผิดอะไรแม้ว่าในความหวังดีนั้นจะให้ผลในทางตรงกันข้ามก็ตาม

           

แล้วฉันจะไปรู้ไหมเล่าว่านายจะมานั่งแต่งเพลงอยู่ตรงนี้ โอเค ฉันขอโทษก็แล้วกัน ลืมๆ มันไปนะส่วนกระดาษนั่นนายก็แค่เขียนมันขึ้นมาใหม่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ อย่ามาดุฉันนักเลยน่า

           

นี่แม่คุณ เธอคิดว่าการจะเขียนเพลงขึ้นมาสักเพลงนึงมันเขียนกันง่ายๆ หรือไง

 

พรรณวรโบกสะบัดกระดาษที่เปียกน้ำไปมาในอากาศคล้ายกับวาดหวังให้กระดาษในมือกลับคืนไปอยู่ในสภาพเดิมได้ การกระทำของสาวหล่อร่างสูงส่งผลให้หยดน้ำเม็ดเล็กกระเซ็นไปกระทบเข้ากับผิวหน้าใสของยายตัวยุ่งที่อาจทำให้งานแต่งเพลงซึ่งกำลังจะรุ่งโรจน์ของเธอกลายเป็นรุ่งริ่งได้ในชั่วพริบตาเข้าพอดี

           

ว้าย! แล้วนายจะมาสะบัดน้ำใส่หน้าฉันทำไมเนี่ย ก็ได้ๆ ฉันยอมรับว่าฉันผิด ฉันขอโทษแล้วกัน พอใจหรือยังล่ะ แต่ฉันคงจะช่วยนายเขียนขึ้นมาใหม่ไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันอ่านโน้ตดนตรีไม่ออก”

           

คนถูกน้ำกระเด็นใส่หน้าร้องวี้ดว้ายออกมาแล้วกระโดดแผล็วลงไปที่พื้น มือเล็กยกขึ้นมาปาดเช็ดหยดน้ำบนใบหน้าทิ้งไป พลางเอ่ยขอโทษอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิม พาให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่หายอารมณ์เสียอยู่ดี แต่แล้วพรรณวรก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาสีดำทอประกายวาววับ ร่างสูงคลี่ยิ้มบางๆ พลางกล่าวกับคนตรงหน้าด้วยท่าทางยียวนอย่างเช่นเคย

 

นั่นสิเนอะ ดูท่าทางเธอคงช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอก เอาอย่างนี้แล้วกัน ทำกับข้าวให้ฉันกินมื้อนึง แล้วฉันจะยอมยกโทษให้ก็ได้ ตกลงไหมครับ...คุณภรรยา

 

ภรัณยาตั้งท่าจะโวยวายกลับเมื่อเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนบ้านที่ดูเหมือนจะไม่ลดละความพยายามในการกลั่นแกล้งเธอลงเลยสักนิด แต่ก็จำต้องยอมตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าเธอเองที่ไปทำให้งานของอีกฝ่ายต้องเสียไป แม้ว่าจะเกิดจากความไม่ตั้งใจก็เถอะ

           

นี่นาย! เออ ก็ได้ แค่เที่ยงนี้มื้อเดียวเท่านั้นนะ แล้ววันหลังอย่ามานอนตรงนี้อีกล่ะ ซวยจริงๆ เลยฉันนี่

           

“ว่าไงนะ เธอจะเลี้ยงข้าวเย็นฉันด้วยอีกมื้องั้นเหรอ แหมๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้นะครับคุณภรรยา เดี๋ยวเกิดกระผมติดใจฝีมือปลายจวักของคุณขึ้นมาแล้วจะหนีไปไหนไม่รอด”

           

แม้จะได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู ทว่า คนร่างสูงกลับแสร้งทำเป็นฟังไม่ได้ศัพท์จับมาเรียงประโยคใหม่เปลี่ยนความหมายเสียอย่างนั้น ทำเอาคนที่กำลังปีนลงจากขอบรั้วกำแพงถึงกับชะงักงันก่อนจะหันกลับมากระชากเสียงใส่คนตรงหน้าอีกครั้งอย่างเหลืออด

           

“เอ๊ะ นายนี่มันยังไง นอกจากหน้าตาไม่ดีแล้ว ยังหูไม่ดีอีกเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่ามื้อเดียวไม่มีการต่อรอง เชอะ! ทำอย่างกับว่าฉันอยากทำกับข้าวให้นายกินตายแหละ ถ้าไม่เห็นแก่ว่าฉันทำให้งานของนายเสียแล้วล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าฉันจะทำกับข้าวให้นายกินน่ะ รู้ไว้เสียด้วยนะนายพันวอน”  

 

ภรัณยากล่าวทิ้งท้ายเอาไว้พลางมองสาวหล่อข้างบ้านด้วยสายตาเคืองขุ่น ก่อนจะปีนลงจากกำแพงแล้วหันกลับไปรดน้ำต้นไม้ในส่วนที่เหลือต่อด้วยท่าทางหงุดหงิด ปล่อยให้คนแกล้งฟังผิดได้แต่ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ กระทั่งเกือบลืมไปแล้วว่าต้องรีบแก้ไขงานของตนให้ทันก่อนกำหนดส่งในวันพรุ่งนี้

 

“แกล้งยายนั่นแล้วสนุกดีเหมือนกันแฮะ ว่าแต่จะทำยังไงกับเนื้อเพลงนี่ดีล่ะเนี่ย”

 

สาวหล่อนักแต่งเพลงได้แต่มองกระดาษเปียกปอนในมือตัวเองด้วยสายตาละห้อยอย่างสุดแสนเสียดาย พร้อมกับถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะเดินดุ่มๆ กลับเข้าไปในบ้านเพื่อจัดการเขียนเนื้อเพลงขึ้นใหม่ และคราวนี้ก็ไม่ลืมที่จะทำเป็นไฟล์เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กคู่ใจอีกด้วย

 

 

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #52 ^_^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 04:36
    เอ่อออ...ทะลเาะกันเข้าไปสองคนนี้



    ไม่มีใครยอมใครเยจริงๆนะ พั๊นซ์เราก็กวนได้เรื่องเหมือนกันนะเนี่ย



    เริ่มชอบเค้าแล้วอ่ะดิเนี่ย ฮ่าๆๆ
    #52
    0