Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 : สงครามข้ามระเบียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.พ. 54


ตอนที่
7 : สงครามข้ามระเบียง

 

            แป๊ก...แป๊ก

เสียงแปลกประหลาดดังลอดเข้ามาในห้องนอนของภรัณยา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของใครบางคนจากทางบานประตูกระจกที่ติดกับระเบียง สาวน้อยกดหยุดภาพตรงหน้าไว้ชั่วคราวก่อนจะลองเงี่ยหูฟังเสียงที่แว่วเข้ามานั้นอีกครั้งอย่างนึกฉงน บางทีเธออาจจะแค่หูแว่วไปเองกระมัง พลางทำท่าจะกดรีโมตเพื่อเปิดดูซีรีย์ต่อ แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อครั้งนี้เธอได้ยินเสียงใครคนนั้นดังขึ้นกว่าที่เคย และพบว่าเสียงนั้นช่างฟังคุ้นหูอย่างน่าประหลาด

นี่เธอ ได้ยินหรือเปล่า หูหนวกหรือไงเนี่ย

เสียงห้าวปนห้วนที่ตะโกนดังเข้ามานั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากสาวหล่อข้างบ้านไม่ผิดแน่ ภรัณยากระโจนพรวดลงจากเตียงแล้วรีบเดินไปเปิดประตูกระจกพร้อมกับโผล่หน้าออกไปมอง จึงได้เห็นร่างสูงกำลังชะเง้อคอมองมาทางระเบียงฝั่งบ้านของเธอเช่นกัน ในมือของอีกฝ่ายนั้นถืออะไรบางอย่างเอาไว้ พร้อมๆ กับที่ปลายเท้าของเธอสัมผัสเข้ากับวัตถุแข็งๆ บางอย่างจึงก้มลงมอง และได้เห็นว่ามีกรวดก้อนเล็กก้อนน้อยกระจายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นระเบียงหน้าห้องนอนของเธอ

นี่มันอะไรกัน นายเอาหินมาปากระจกบ้านฉันทำไมมิทราบ

คนที่เพิ่งทำหน้าเหยเกเพราะเผลอไปเหยียบก้อนกรวดเข้าอย่างจัง ตะคอกเสียงถามคนที่อยู่อีกฝั่งของรั้วอย่างไม่พอใจ แต่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเคืองขุ่นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ในที่สุดก็ยอมออกมาได้แล้วเหรอแม่คุณ ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังจะเปิดทีวีเสียงดังหนวกหูอยู่ได้ ไม่คิดจะเกรงใจคนอื่นเขาบ้างหรือไง ถ้าอยากจะดูต่อฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะ แต่เธอลดเสียงหน่อยได้ไหม ฉันไม่มีสมาธิทำงานมาตั้งแต่ตอนหัวค่ำแล้ว

สาวหล่อผมสีน้ำตาลแกมทองเอ่ยอย่างวิงวอนแต่ดูแล้วเหมือนกำลังออกคำสั่งกลายๆ มากกว่า ทำให้คนที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดโทรทัศน์เสียงดังรบกวนชาวบ้านนึกฉุนขึ้นมาอีกไม่ได้ แม้ภรัณยาจะรู้สึกสนอกสนใจในตัวของอีกฝ่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน แต่หลังจากถูกกวนประสาทใส่กลับมาเมื่อเช้านี้ ก็ทำให้เธอล้มเลิกความตั้งใจที่จะสานสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านคนใหม่ทันทีพร้อมกับยืนกอดอกหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว

ฉันไม่ได้ชื่อแม่คุณ ฉันชื่อภรัณยา จะเรียกว่าเรนก็ได้ อีกอย่างคนที่มารบกวนฉันตอนกำลังดูหนังสนุกๆ คือนายต่างหากเล่า นาย...เอ่อ...

            หลังจากเมื่อเช้าที่เพิ่งเปิดฉากสงครามข้างรั้วกันไป ยังไม่ทันได้เห็นหน้าค่าตาของสาวน้อยข้างบ้านให้ชัดๆ เลย เพราะแนวกำแพงรั้วไม้ระแนงสูงบดบังใบหน้าของอีกฝ่ายเสียจนแทบมิด ดวงตาคมมองปราดไปยังร่างของคนที่กำลังยืนเชิดหน้ากอดอกด้วยท่าทางหยิ่งทะนงในตัวเอง แม้ว่าฟ้าจะมืดแล้ว แต่แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากแผ่นนภากว้าง ทำให้มองเห็นคนตรงหน้าได้ไม่ยากนัก

สาวหล่อร่างสูงหรี่ตามองอย่างสำรวจ ร่างเล็กแลดูบอบบางในชุดนอนกระโปรงยาวคลุมเข่าสีชมพูลายหมีน้อย ดูแล้วเข้ากันเป็นอย่างดีกับท่าแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เธอเหมือนเด็กๆ เมื่อเช้านี้ เรือนผมลอนยาวสีน้ำตาลที่ยาวถึงกลางหลังถูกปล่อยสยายและพลิ้วไหวน้อยๆ ตามแรงลมที่พัดผ่านมา ส่วนผมด้านหน้าถูกมัดเอาไว้เป็นจุกคล้ายน้ำพุ ขับเน้นให้ใบหน้าขาวใสซึ่งไร้เครื่องสำอางค์แต้มแต่งใดๆ นั้นแลดูน่ามองยิ่งนัก คิ้วเรียวสวยรับกันดีกับดวงตารียาว ปลายจมูกเชิดรั้นน้อยๆ บ่งบอกได้ว่าเจ้าของคงเป็นคนดื้อเงียบและค่อนข้างเอาแต่ใจ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนขยับขึ้นลงคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่เหมือนนึกไม่ออกขึ้นมากะทันหัน จึงดูเหมือนปลาทองที่กำลังโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ ทำให้สาวหล่ออดยิ้มขำไม่ได้ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            ฉันชื่อ พรรณวร (พัน-นะ-วอน) เธอจะเรียกพี่พั้นช์ก็ได้นะ ฉันคงอายุมากกว่าเธอหลายปี แต่ยังไงก็เถอะเดี๋ยวกลับเข้าห้องไปแล้วช่วยกรุณาเปิดเสียงทีวีเบาลงหน่อยได้ไหม ฉันต้องทนฟังเสียงมันมาตั้งแต่เมื่อตอนเย็นแล้วนะ นี่มันก็ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วด้วยแล้วหัดเกรงใจกันบ้างเถอะ ขอร้องล่ะครับคุณภรรยา

หลังจากได้ยินคนข้างบ้านแนะนำตัวเองเสร็จสรรพเรียบร้อยแถมยังถูกบ่นมาอีกเป็นชุดใหญ่ ทำให้ภรัณยาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายนั้นเรียกชื่อของเธอผิดจึงรีบพูดแก้ทันที

            นี่ ฉันชื่อภรัณยาย่ะไม่ใช่ภรรยา เอ...นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย

หญิงสาวพูดพลางชะเง้อมองเข้าไปภายในห้องเพื่อดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน พรรณวรก็พูดสวนขึ้นมาตอบคำถามของเธอเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงกวนๆ แกมประชดเล็กน้อยและยังไม่วายที่จะล้อเลียนชื่อของอีกฝ่ายต่อไป

            นี่มันจะตีหนึ่งได้แล้วมั้งครับคุณภรรยา มัวแต่ดูทีวีไม่สนใจอะไรเลยล่ะสิ ถึงได้ไม่รู้ว่าเปิดเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านขนาดนี้

            เอ๊ะ นายนี่ฉันบอกว่าชื่อภรัณยาไงล่ะ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง แล้วอีกอย่างเสียงทีวีบ้านฉันไปรบกวนอะไรคุณมิทราบ ฉันก็เปิดอย่างนี้ทุกวันไม่เห็นมีใครเขาว่าอะไรเลย

ภรัณยาตะโกนเสียงดัง พลางกำหมัดแน่นพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตนเอาไว้ไม่ให้โมโหไปมากกว่านี้ ก่อนจะแสร้งทำท่าทำทางไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาคล้ายไม่อยากสนใจ สาวหล่อผมสีน้ำตาลแกมทองจึงได้แต่เอ่ยอย่างวิงวอนร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่จ้องมองเขาตาเขม็ง

            คนอื่นเขาว่าไม่ได้หรอก ก็เขาไม่ได้อยู่บ้านติดกับเธอแบบฉันนี่นา ขอร้องเถอะ แค่เบาเสียงลงหน่อยก็พอ ฉันรำคาญจะตายอยู่แล้ว

            ก็ได้ๆ นายพันวอน นายนี่มันขี้บ่นชะมัด รู้ไหมว่าตั้งแต่เช้าฉันเองก็ได้ยินเสียงนายเอะอะโวยวายมาตลอดทั้งวันเหมือนกันนะ คนอะไรพูดไม่รู้จักดูตัวเองเสียบ้างเลย

สาวน้อยเจ้าของบ้านชี้หน้าคนขี้บ่นพลางโต้กลับด้วยการล้อเลียนชื่อของอีกฝ่ายบ้าง

            ผมชื่อพรรณวรไม่ใช่พันวอนคร้าบคุณผู้หญิง จะเรียกก็เรียกให้มันถูกๆ หน่อย แต่ก็ช่างมันเถอะ ถ้ามันทำให้คุณเงียบเสียงทีวีลงได้ จะเรียกว่าอะไรก็ตามใจนะครับคุณ พัน-ระ-ยา

คนที่เพิ่งถูกล้อเลียนชื่อแกล้งทำเป็นโค้งคำนับให้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อมและไม่วายเน้นย้ำคำล้อเลียนในประโยคสุดท้ายอีกครั้ง พร้อมกับทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาใส่อย่างกวนๆ ก่อนจะพูดตัดบทแล้วผลุบหายเข้าบ้านไปทิ้งให้หญิงสาวข้างบ้านยืนโวยวายด้วยความโกรธจนตัวสั่นที่ระเบียงบ้านอยู่เพียงผู้เดียว

            นายอย่าหนีสิ แน่จริงก็ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง นาย พันวอน! โธ่เอ๊ย ไม่แน่จริงนี่นา ดูสิอารมณ์การดูซีรีย์เกาหลีของฉันต้องหมดลงเพราะนายคนเดียว มารับผิดชอบการกระทำของตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะ

ภรัณยาไม่ยอมแพ้ เธอยังคงดึงดันที่จะยืนเรียกเพื่อนบ้านอยู่นานสองนาน แต่ไม่มีวี่แววว่าฝ่ายนั้นจะโผล่ออกมาตามคำท้าของเธอเลยแม้แต่น้อย

ฮึ่ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ นายพันวอน คอยดูนะคราวหน้าฉันจะเปิดเสียงทีวีให้มันดังกว่านี้อีก เอาให้นายหูแตกตายไปเลย

หลังจากยืนรออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งหาเรื่องทะเลาะกับเธอหายเงียบเข้าไปในบ้านแล้ว สาวน้อยผู้คลั่งไคล้ซีรีย์เกาหลีก็ได้แต่ตะโกนทิ้งท้ายเอาไว้ แล้วกระแทกเท้าปึงปังเข้าห้องนอนของตัวเองไปอย่างหมดความอดทนกับท่าทีของสาวหล่อเพื่อนบ้าน ในใจของหญิงสาวคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ พลางนึกในใจว่าเห็นทีเธอและอีกฝ่ายคงจะญาติดีกันไม่ได้เสียแล้วกระมัง

            เมื่อเสียงตะโกนของสาวน้อยข้างบ้านเงียบลงไป พร้อมกับที่เสียงจากโทรทัศน์เงียบหายไปด้วยเช่นกัน พรรณวรก็แอบแง้มม่านหน้าต่างดูจึงได้เห็นว่าไฟในห้องนอนของบ้านข้างๆ ดับลงไปแล้ว สาวหล่อร่างสูงถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก ที่จริงเธอไม่ใช่คนที่ชอบมีเรื่องกับใครนัก ปกติออกจะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมกับหญิงสาวเจ้าของบ้านข้างๆ คนนี้ ถึงทำให้เธอรู้สึกสนุกดีเวลาที่ต้องมายืนต่อล้อต่อเถียงกันเหมือนเด็กๆ

            ยายนั่นดูๆ ไปก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ถ้าลดความพยศลงได้บ้างคงดูดีขึ้นกว่านี้อีกเยอะ เอ๊ะ แล้วนี่เราจะมาสนใจยายเด็กสาวจอมโวยวายนั่นทำไมกัน พอๆ เลิกสนใจแล้วกลับมาทำงานของตัวเองดีกว่า เดี๋ยวไม่เสร็จกันพอดี เอ้า สู้เว้ย!

            พรรณวรแอบอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงหน้าตาท่าทางของสาวน้อยข้างบ้าน ก่อนจะยกสองมือขึ้นมาตบแก้มเบาๆ เรียกสติของตัวเองกลับมาอีกครั้ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีงานชิ้นสำคัญรออยู่ตรงหน้า  ร่างสูงมองกระดาษแบบบรรทัดห้าเส้นแผ่นหนึ่งในมือด้วยท่าทางเหนื่อยใจ คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างคนกำลังใช้ความคิด ดวงตาคมกริบกวาดไล่สายตาไปตามตัวหนังสือและตัวโน้ตที่เขียนเอาไว้ด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยเกือบเต็มหน้ากระดาษ แม้จะมีบางส่วนที่เป็นรอยถูกขีดฆ่าทิ้งด้วยปากกาและขีดเขียนเป็นประโยคใหม่ขึ้นมาคล้ายว่ามีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันก็ตาม

            นี่มันเพลงหรือบทสวดภาวนาของพวกงมงายในความรักกันแน่วะเนี่ย โธ่ ไอ้พั้นช์แกนี่ไม่ได้เรื่องเลย สงสัยคืนนี้ต้องโต้รุ่งอีกแล้วสินะ

คนที่ไม่พอใจในผลงานของตัวเองได้แต่ทำหน้ายุ่ง ก่อนจะตัดใจขยำกระดาษแผ่นนั้นจนกลายเป็นก้อนกลมแล้วโยนทิ้งลงถังขยะใบเล็กตรงข้างโต๊ะทำงาน ซึ่งเต็มไปด้วยเศษกระดาษที่ถูกขยำทิ้งมาแล้วมากมายไม่ต่ำกว่ายี่สิบแผ่น เจ้าของใบหน้าสีน้ำผึ้งหันกลับไปมองยังหน้าต่างห้องนอนของบ้านข้างๆ แล้วก็อดนึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งมิได้ เนื่องจากวันพรุ่งนี้มีกำหนดงานเพลงที่จะต้องส่ง แต่ตัวเธอยังทำไปได้ไม่ถึงไหน หากไม่ใช่เป็นเพราะมัวแต่เสียสมาธิไปกับเสียงละครเกาหลีที่ดังลอดออกมาจากหน้าต่างห้องนอนของคนข้างบ้าน ป่านนี้คงจะได้นอนหลับพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการย้ายบ้านใหม่ไปแล้ว

คล้ายจะรู้ดีว่าหากมัวแต่กล่าวโทษคนอื่นเช่นนี้ไปก็ป่วยการ พรรณวรจึงตั้งสติแล้วกลับมาจดจ่ออยู่กับงานของตัวเองอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกชนิดต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแต่งเพลง พลางคว้าเอาหูฟังแบบเฮดโฟนอันใหญ่สีดำสนิทที่วางอยู่ใกล้กับจอมอนิเตอร์แอลซีดีขนาดสิบเก้านิ้วขึ้นมาสวมคาดบนศีรษะ และต่อสายหูฟังเข้ากับเครื่องเล่น MP3 ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นจึงหยิบกระดาษบรรทัดห้าเส้นแผ่นใหม่และปากกาขึ้นมาถือไว้

เปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อย อาจจะเข้าท่ามากขึ้นก็ได้

พรรณวรพูดกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องนอนของตนลงไปยังสนามหญ้าเล็กๆ ตรงหน้าบ้าน ร่างสูงเพรียวย่อกายลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินแบบยาวตัวหนึ่ง ดวงจันทร์กลมโตทอแสงสีเหลืองนวลตาลงมาจากฟ้าเบื้องบนอย่างอ่อนโยน สายลมยามค่ำคืนพัดพลิ้วแผ่วมาบางเบาคลอเคล้าไปกับเสียงท่วงทำนองเพลงหวานซึ้งที่ดังลอดออกมาจากเฮดโฟน นำพาให้คนฟังค่อยๆ ก้าวเข้าไปสู่จินตนาการอันแสนกว้างไกลไร้ขอบเขต แม้ว่าจะได้ฟังเพลงนี้มาจนเกือบครบรอบที่ร้อยได้แล้วก็ตาม เสียงเปียโนดังก้องกังวานใสไล่เรียงไปตามตัวโน้ตในคีย์ต่างๆ ทำให้มือเรียวเริ่มจับปากกาขยับขีดเขียนขึ้นอีกครั้ง ถ้อยคำมากมายถูกรังสรรค์ปั้นแต่งขึ้นช้าๆ ก่อนจะถูกนำมาจับร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #51 ^_^ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 04:29
    ทั้งคู่นี่จริงๆเลยนะ



    ไม่ยอมแพ้กันเลยจริงๆ งานนี้มีหวังได้เถียงกันเสียงแหบไปข้างนึง



    ฮ่าๆๆๆ แปลกด้วยกันทั้งคู่
    #51
    0
  2. #50 GüZeL DağlaR (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:43
      พันวอน กับ ภรรยา 55+
    #50
    0
  3. #49 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:57
     นักแต่งเพลงมือฉมังนี่เอง^^

    การเป็นศิลปินถ้าอารมณ์ขุ่นมัว จะมีผลกระทบต่องานนะค้าบ!

    ตอนนี้ก็ยาวจุใจ แต่คอมเม้นคงสั้นไม่จุใจคนแต่งเท่าไรมั้ง?

    555+ 
    #49
    0