Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 : ปิ๊งรักข้างรั้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.พ. 54

 

ตอนที่ 4 : ปิ๊งรักข้างรั้ว

 

            แสงตะวันยามเช้าส่องผ่านม่านหน้าต่างสีครีมลงมายังร่างของหญิงสาวผมลอนสีน้ำตาลอมชมพูที่นอนคู้กายซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาหลบไอเย็นฉ่ำที่พัดมาจากเครื่องปรับอากาศ ไม่ฉานาฬิกาปลุกรูปตุ๊กตาเพนกวินสีฟ้าใสก็ส่งเสียงดังกังวานขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ปลุกคนที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจอยู่ในห้วงนิทราสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก่อนที่เจ้าของมือเล็กจะยื่นแขนโผล่ออกมาจากผ้าห่มแล้วตะปบลงบนหัวของนาฬิกาปลุกรูปเพนกวินเรือนนั้นอย่างแรง ส่งผลให้นาฬิกาปลุกเจ้ากรรมกระเด็นตกจากโต๊ะตรงหัวเตียงกลิ้งหลุนๆ ไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น เมื่อทุกสรรพสิ่งในห้องนั้นกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เจ้าของฝ่ามือพิฆาตจึงมุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มแล้วหลับต่อด้วยท่าทางเป็นสุข

 

            ทว่า เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเท่าไร เสียงที่ดังโครมครามมาจากภายนอกห้องก็ทำให้ภรัณยาสะดุ้งตื่นผุดลุกพรวดขึ้นมานั่งด้วยความตกใจกับเสียงกระแทกของอะไรบางอย่างที่ดังลอดเข้ามาในห้องอย่างไม่รู้ทิศทาง หญิงสาวหันมองไปรอบกายอย่างงุนงงมือน้อยยกขึ้นเกาศีรษะเบาๆ อย่างประหลาดใจกับเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ แต่เมื่อทุกอย่างกลับเงียบสนิทไม่พบความผิดปกติใดๆ จนสาวน้อยเกือบจะล้มตัวลงนอนต่อแล้วเพราะคิดว่าเธออาจจะเพียงแค่ฝันไป แต่แล้วก็มีอันต้องสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเอ็ดตะโรของใครบางคนดังมาจากทางหน้าต่างฝั่งที่อยู่ติดกับรั้วบ้านข้างๆ

 

            “พวกคุณระวังๆ กันหน่อยสิ เห็นไหมตู้นั่นล้มคว่ำลงไปแล้ว คอยดูนะถ้ามีข้าวของอะไรเสียหายขึ้นมาอีก คราวนี้จะตัดค่าจ้างขนของให้หมดไม่เหลือเลยแม้แต่บาทเดียว เดี๋ยว! หยุดก่อน กล่องใบนั้นไม่ต้องยุ่งเลยนะ เดี๋ยวฉันยกเอง

 

น้ำเสียงห้วนปนห้าวแต่ฟังดูก็พอจะรู้ว่าผู้พูดเป็นเพศหญิงทำให้คนที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงดังรบกวนการพักผ่อนอดแปลกใจไม่ได้ เพราะรู้มาว่าเจ้าของบ้านข้างๆ นั้นเป็นนักบินหนุ่มรูปหล่อซึ่งนานทีปีหนจะกลับมาดูแลบ้านสักครั้ง

 

“เสียงใครกันนะ หรือว่าจะเป็นแฟนของคุณนักบินคนนั้น”

           

ภรัณยาทำหน้าครุ่นคิดอย่างสงสัยใคร่รู้แม้ว่าโดยปกติแล้วเธอจะไม่ใช่คนที่ชอบสนใจเรื่องของคนอื่นนัก แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้จู่ๆ ต่อมความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านคล้ายถูกระตุ้นด้วยเสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นหู ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจว่าจะออกไปหาคำตอบให้ตัวเองแทนที่จะมัวมานั่งเล่นเกมถามเองตอบเองอยู่เพียงลำพังในห้องนอนเช่นนี้ เธอจึงผลุนผลันลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งตรงดิ่งไปยังประตูกระจกที่สามารถเปิดออกรับลมไปที่ริมระเบียงหน้าห้องได้ ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปมองลอดรั้วข้างบ้านทางฝั่งซ้ายซึ่งอยู่ติดกับบ้านอีกหลังหนึ่ง

           

“หืม? นั่นมันทอมนี่ สงสัยเสียงเมื่อกี้คงเป็นเสียงของเขาแน่ๆ เลย  เอ๊ะไหนป้าแดงบอกว่าเจ้าของบ้านเป็นผู้ชายนี่นา แล้วทำไมถึงกลายเป็นทอมไปได้ หรือว่าจะเป็นคนที่มาเช่าบ้านอยู่เหมือนกัน”

           

ดวงตาเรียวเล็กที่ยังไม่ค่อยตื่นดีพลันเบิกตากว้างขึ้นเมื่อได้เห็นว่าเจ้าของเสียงเมื่อครู่นั้นคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากสาวหล่อร่างสูงโปร่งผิวสีน้ำผึ้งที่กำลังยืนชี้นิ้วสั่งการคนงานในบ้านด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง เรือนผมน้ำตาลแกมทองที่ซอยสไลด์ยาวระต้นคอสะท้อนกับแสงแดดยามรุ่งอรุณแลดูสุกปลั่งเรืองรองคล้ายมีรัศมีทอประกายเจิดจ้าออกมาจากร่างนั้น ทำให้คนที่แอบยืนเกาะรั้วระเบียงมองถึงกับเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ จนเกือบลืมไปแล้วว่าเพราะใครกันที่ทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นจากความฝันอันแสนหวานเมื่อครู่นี้

           

“อะไรกัน ทำไมดูดีราศีจับขนาดนั้นเป็นดาราหรือเปล่าเนี่ย แต่ว่าอยู่ตรงนี้เห็นหน้าไม่ชัดเลยลงไปแอบดูข้างล่างดีกว่ามั้งเรา”

           

ภรัณยายกมือขยี้ตาคล้ายไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองพลางเอามือเกาะราวระเบียงแน่นพยายามยืดตัวชะโงกหน้าไปมองอย่างสุดชีวิตเพราะอยากเห็นหน้าผู้มาใหม่ให้ชัดกว่านี้ เดิมทีเธอก็เป็นพวกคลั่งไคล้ศิลปินดารานักร้องที่มีลุคเท่ๆ อยู่แล้ว พอได้มาเห็นว่าคนข้างบ้านดูเหมือนจะเป็นสาวหล่อรูปร่างหน้าตาดีมีสง่าราศีแลดูโดดเด่นสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝ่ายนั้นสวมใส่อาภรณ์เนี้ยบหรูที่ดูราวกับเพิ่งหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นสไตล์เกาหลีแนวที่เธอชื่นชอบก็มิปาน ก็ทำให้หญิงสาวออกอาการตื่นเต้นอยากทำความรู้จักสาวหล่อข้างบ้านจนตัวสั่น ว่าแล้วสาวน้อยร่างเล็กก็รีบถลากลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเองแล้ววิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปอย่างเร่งรีบพร้อมจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ แทบไม่เหลือเค้าความง่วงงุนเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อตอนนี้หัวใจของเธอแทบจะกระโจนลอยข้ามรั้วไปทักทายคนแปลกหน้าในบ้านข้างๆ เสียแล้ว

           

เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าที่ภรัณยามัวเสียเวลาไปกับการเลือกชุดเสื้อผ้าที่คาดว่าน่าจะทำให้อีกฝ่ายประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ก่อนจะรีบกระวีกระวาดลงบันไปมาชั้นล่างของบ้านแล้วเปิดประตูออกไปยืนด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงข้างแนวกำแพงรั้ว แต่เหมือนส่วนสูงที่มีน้อยของเธอจะเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะมันทำให้สาวน้อยเจ้าของบ้านเช่าไม่สามารถมองข้ามผ่านรั้วไม้ระแนงที่กั้นบังสายตาสูงขึ้นมาจากรั้วคอนกรีตอีกราวสองฟุตไปได้ จึงทำได้แค่เพียงปีนขึ้นไปยืนบนขอบด้านล่างของกำแพงที่สูงจากพื้นขึ้นมาราวครึ่งฟุตสองมือเกาะเกี่ยวซี่ไม้แน่นพร้อมกับแนบตัวติดไปกับกำแพงรั้วและพยายามเขย่งปลายเท้ายืดตัวมองลอดช่องว่างระหว่างไม้เข้าไปยังบ้านข้างๆ พลางสอดส่ายสายตามองหาคนที่เธออยากทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวทันที

 

หญิงสาวไล่สายตามองสำรวจสิ่งต่างๆ ที่ถูกขนย้ายลงมาจากรถหกล้อคันใหญ่ซึ่งจอดอยู่หน้าประตูบ้านและนำมาวางเรียงรายไว้อยู่บนพื้นคอนกรีตตรงลานหน้าบ้าน ข้าวของส่วนใหญ่เป็นกล่องลังกระดาษคล้ายๆ กับที่เธอช่วยมินรญาขนย้ายเข้าไปในบ้านเมื่อวานนี้ จะต่างกันก็ตรงที่มีกล่องใส่อุปกรณ์รูปร่างแปลกตาราวสามถึงสี่ใบที่ถูกจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะและเก้าอี้ม้าหินซึ่งตั้งอยู่ชิดติดริมรั้วใกล้กับจุดที่เธอยืนอยู่

           

มาแอบดูอะไรจ๊ะสาวน้อย

 

หนุ่มวัยฉกรรจ์หนึ่งในคนงานขนย้ายข้าวของที่บังเอิญหันมาเห็นว่ามีใครกำลังยืนเกาะรั้วมองมาจากบ้านข้างๆ ก็เดินตรงเข้ามาพลางเอ่ยทักทายด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม สายตาส่อแววหยาบโลนที่มองมาทำให้ภรัณยารู้สึกหวาดระแวงระคนรังเกียจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

           

อ้อ เปล่าค่ะไม่มีอะไร พอดีได้ยินเสียงดังโครมครามก็เลยมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้นเอง เดี๋ยวก็จะไปแล้ว”

 

ภรัณยากล่าวด้วยสีหน้าแหยๆ ทำท่าว่าจะกระโดดลงจากกำแพง รู้สึกว่าเสียอารมณ์ขึ้นมาทันทีทั้งที่อยากจะแอบมองสาวหล่อข้างบ้าน แต่ดันมาเจอคนงานชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำผิวคล้ำหน้าตาน่ากลัวเข้าเสียก่อน ขณะที่ร่างเล็กกำลังจะถอดใจก็ได้ยินเสียงของคนที่กำลังมองหาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งเจ้าของเสียงเข้มนั้นเอ่ยไล่คนงานที่มายืนเสนอหน้าคุยกับใครบางคนอยู่ข้างแนวกำแพงรั้วเสียยืดยาวโทษฐานที่ปล่อยให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ต้องมาทำหน้าที่แทนตัวเอง 

           

นี่ นายคนนั้นน่ะ ทำอะไรอยู่ คิดจะอู้งานเหรอ รีบๆ ไปช่วยกันขนของต่อเลยนะ จะได้เสร็จๆ ไปสักที บ่ายนี้ฉันยังมีงานอื่นต้องทำอีก

 

เสียงเจ้าของบ้านคนใหม่ตวาดไล่ใส่ชายหนุ่มคนงานอย่างหงุดหงิด ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินมาหยุดยืนมองตัวต้นเหตุที่ดึงเอาความสนใจจากคนงานของตนไปและไม่ยอมทำงานต่อ ทำให้หนุ่มคนงานต้องรีบวิ่งแจ้นกลับไปทางหน้าบ้านเช่นเดิม แต่ไม่วายมองมายังคนที่ไล่ตนด้วยสายตาขุ่นเคืองอย่างไม่เป็นมิตรมาเป็นระยะ ส่วนสาวน้อยร่างเล็กที่ทำตัวเป็นสไปเดอร์วูแมนเกาะติดกำแพงรั้วแน่นไม่ยอมปล่อย เมื่อได้เห็นหน้าเจ้าของเสียงอย่างชัดเจนก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะและเผลอมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแทบลืมคำว่า มารยาทอันเป็นสมบัติผู้ดีไปเสียสนิท

 

To Be Continued. . .

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #42 ^_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 04:10
    เอิ่มมมมมมม...เรนนี่เราไม่ค่อยจะบ้าผู้หญิงเท่เท่าไหร่เลยนะ



    มาเกาะรั้วแอบมองดูเค้าซะงั้นอ่ะ ฮ่าๆๆ



    งานนี้รักแรกพบแน่ๆ ฮิๆๆ
    #42
    0
  2. #41 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:17
     อ่านะ โชคสองชั้นเลยน้า ในบ้านก็มี ข้างบ้านก็มี^^"

    ปล.ตอนแรก ไม่ฉา?? ไม่นานรึเปล่าคะ ฝากดูด้วยน้า


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:18
    #41
    0