Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 32 : อยากรู้อยากเห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 มี.ค. 54

 

ตอนที่ 32 : อยากรู้อยากเห็น  

 

แม้ว่าบ้านของภรัณยาจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาอีกถึงสองคน แต่ภายในบ้านก็ยังคงเงียบเหงาเหมือนเช่นเคย นับตั้งแต่วันที่กัวยี่ฟางย้ายเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เธอก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าของหญิงสาวชาวจีนอีกเลย จะมีก็แต่มินรญาที่ได้เจอกันบ้างตอนเช้าก่อนที่สาวมาดเซอร์จะออกไปธุระข้างนอก และกลับเข้ามาอีกครั้งในช่วงบ่ายแก่ๆ

 

ส่วนปรินนท์นั้นหลังจากกลับบ้านไปขนเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวมากมายกลับมาจนดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะปักหลักพักอยู่ที่นี่เป็นการถาวรไปเสียแล้ว แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไรนัก พอตกเย็นก็มักจะออกไปท่องราตรีแทบทุกคืนกว่าจะกลับมาบ้านได้ก็ดึกดื่นค่อนคืนเกือบรุ่งเช้า มาตื่นอีกทีก็เมื่อตะวันตรงหัวแล้ว

 

“เฮ้อ...ทำไมวันนี้มันน่าเบื่อจังเลยนะ บ้านก็มีคนอยู่ตั้งเยอะ แต่ทำไมมันเงียบขนาดนี้เนี่ย เห็นมีแต่คนอายุพอๆ กัน นึกว่าจะมาเป็นเพื่อนกันได้ซะอีก สุดท้ายก็มีแต่เราที่ต้องมานั่งเหงาอยู่คนเดียวทุกที”

 

เสียงเปรยบ่นกับตัวเองของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมลอนยาวสีน้ำตาลอมชมพูที่ถูกมัดรวบเป็นเปียเอาไว้สองข้าง ดังขึ้นมาจากทางหน้าบ้านระหว่างที่เจ้าตัวกำลังรดน้ำต้นไม้ตอนเช้าเหมือนทุกที ทำให้สาวหล่อหน้าตี๋ที่เพิ่งตื่นเดินงัวเงียลงมาจากชั้นบนของบ้านถึงกับหยุดชะงักพลางเงี่ยหูฟัง ก่อนจะชะเง้อคอมองออกไปทางหน้าบ้าน จึงได้เห็นหน้าตาหงอยเหงาของสาวน้อยเจ้าของบ้านที่กำลังรดน้ำต้นไม้ไปพลางบ่นพึมพำเพียงลำพัง

 

“ยายเด็กนั่นคงจะเป็นคนขี้เหงาสินะ ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะคนสวย เดี๋ยวพี่ปายคนนี้จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นเอง ขอเวลาเข้าครัวสักแป๊บนะ”

 

ปรินนท์ลอบมองใบหน้าหมองเศร้าของเจ้าของบ้านแล้วก็อดส่ายหน้าน้อยๆ อย่างนึกเอ็นดูออกมาไม่ได้ พลางรีบเดินกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วตั้งใจว่าจะทำอาหารรสเลิศมาให้ภรัณยาได้ลิ้มลองเพื่อเป็นการตอบแทนที่ยอมให้เธอพักหลบภัยที่นี่เป็นการชั่วคราวระหว่างที่เรื่องราวทางบ้านยังคาราคาซังอยู่แบบนี้

 

ในขณะที่หญิงสาวเจ้าของบ้านกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ริมรั้วนั้น ก็ได้ยินเสียงรถยนต์คันหนึ่งแล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้านของพรรณวร หญิงสาวแอบชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเจ้าของรถคันนั้นเป็นใคร จนกระทั่งเห็นสาวผมบลอนด์แต่งตัวด้วยชุดสุดเปรี้ยวเปิดประตูรถลงมาจากฝั่งที่นั่งคนขับ ตามมาด้วยสาวผมดำยาวประบ่าแต่งกายด้วยชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์แบบเซอร์ๆ ที่ก้าวลงมาจากที่นั่งอีกฝั่ง

 

“นั่นจินกับยายฝรั่งผมทองนี่นา มาทำอะไรที่บ้านของนายพันวอนกันนะ”

 

ภรัณยานึกแปลกใจไม่น้อยที่ได้เห็นคนทั้งสองมายืนรออยู่ที่หน้าบ้านของพรรณวร พลางคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าพวกเขามาทำอะไรตั้งแต่เช้าป่านนี้ ไม่กี่นาทีต่อมาก็ได้เห็นว่าเจ้าของบ้านออกมาเปิดประตูรับและเดินนำทั้งคู่หายเข้าไปในบ้าน ทำให้หญิงสาวไม่อาจรู้ได้ว่าเพื่อนของเธอกับสาวลูกครึ่งคนนั้นมาถึงบ้านของพรรณวรด้วยเหตุผลใดกันแน่

 

ทางด้านของพรรณวรนั้นแม้จะได้รับโทรศัพท์จากชนยชามาก่อนล่วงหน้าแล้วว่า อดีตรูมเมตสาวลูกครึ่งที่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่และย้ายมารับตำแหน่งประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลงที่เธอทำงานอยู่ตามคำชักชวนของจินตภัทร จะพานักร้องในสังกัดคนแรกของเธอมาเพื่อปรึกษาเรื่องเพลงเปิดตัวที่บ้าน ตามคำสั่งของทศพลผู้เป็นเจ้าของค่ายและเป็นอาแท้ๆ ของจินตภัทรด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าทั้งคู่จะพากันมาหาเธอตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ จึงมีสีหน้าสงสัยแกมแปลกใจเล็กน้อย

 

“ขอโทษนะชีส พอดีเมื่อคืนฉันมัวแต่แต่งเพลงใหม่ก็เลยนอนดึกไปหน่อย แล้วก็ไม่คิดว่าเธอจะพาน้องเขามาตั้งแต่เช้าด้วย เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไร ขอโทษด้วยนะครับน้องจิน”

 

“ไม่เป็นไรค่ะพั้นช์ ชีสกับน้องจินเองต่างหากล่ะที่มารบกวนเวลาของพั้นช์ตั้งแต่เช้าแบบนี้ ทีแรกก็ว่าจะรอพั้นช์เข้าไปเจอกันที่ออฟฟิซ แต่มาคิดอีกทีชีสก็อยากจะมาเยี่ยมบ้านพั้นช์ด้วยก็เลยชวนน้องจินมาพร้อมกันเลยน่ะค่ะ ว่าแต่บ้านสวยจังเลยนะคะ อยู่คนเดียวเหรอเนี่ย”

 

พรรณวรเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูเชิญทั้งคู่เข้ามาในบ้านและหันไปค้อมศีรษะน้อยๆ ให้คนอ่อนวัยกว่า ชนยชารีบบอกปฏิเสธด้วยสีหน้ายิ้มระรื่นพลางเดินเข้าไปคล้องแขนสาวหล่อเจ้าของบ้านเอาไว้ด้วยท่าทางสนิทสนม โดยมีสายตาของนักร้องสาวมาดเท่มองตามคนทั้งสองเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ค่อยพอใจนัก พลางกอดกระชับซองกระดาษสีน้ำตาลในมือเอาไว้แนบอก สีหน้าหมองลงกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด

 

ชนยชากล่าวอย่างชื่นชมบ้านของอดีตรูมเมตมาตลอดทาง พลางถามเจ้าของบ้านด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยเลศนัยบางอย่าง ซึ่งการกระทำของหญิงสาวนั้นหาได้รอดพ้นจากสายตาของจินตภัทรไม่ นัยน์ตาเศร้าของสาวมาดเท่เริ่มเจือไว้ด้วยแววขุ่นเคืองเล็กน้อย ที่หญิงสาวรุ่นพี่ดูจะให้ความสนใจกับเพื่อนเก่าจนแทบจะลืมไปแล้วกระมังว่ามีเธออีกคนอยูในห้องรับแขกแห่งนี้ด้วย

 

“เปล่าหรอก อยู่กับพี่ชายน่ะ แต่เขาเป็นนักบินก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ จริงสิ เรื่องเพลงน่ะ พี่เริ่มเขียนๆ เอาไว้ให้จินได้สองสามเพลงแล้วนะ แต่ยังเลือกไม่ได้เลยว่าจะเอาเพลงไหนใช้สำหรับเดบิวต์ดี เดี๋ยวเราขึ้นไปลองฟังที่ห้องทำงานของพี่เลยดีไหม”

 

พรรณวรสังเกตเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความไม่พอใจของนักร้องสาวมาดเท่ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องและเข้าสู่โหมดการทำงานทันที แต่จินตภัทรกลับยิ่งทำหน้าบึ้งตึงมากไปกว่าเดิมเมื่อได้รู้ว่าเพลงที่จะใช้เปิดตัวอัลบั้มแรกของเธอไม่ใช่เพลงที่เธออุตส่าห์แต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองขึ้นมาเองกับมืออย่างที่คิดไว้

 

“ไม่ล่ะค่ะ สำหรับเพลงเปิดตัวเพลงแรกจินอยากใช้เพลงที่จินแต่งเองมากกว่า คนฟังจะได้รับรู้ถึงตัวตนของจินจริงๆ ไม่ใช่มองแต่ภาพลักษณ์ภายนอกที่บริษัทสร้างขึ้นมาให้แบบนี้”

 

“เอ๊ะ ทำไมน้องจินพูดแบบนี้ล่ะคะ พี่พั้นช์เขาอุตส่าห์แต่งเพลงให้นะ ไม่น่าปฏิเสธเลย รู้ไหมแต่ละเพลงที่เขาเป็นคนแต่ง ทำให้นักร้องหน้าใหม่หลายคนดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืนได้เชียวนะจ๊ะ”

 

คำพูดของชนยชาทำให้จินตภัทรยิ่งรู้สึกไม่ชอบหน้าโปรดิวเซอร์ของเธอมากไปกว่าเดิม ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเพลงที่พรรณวรแต่งให้กับนักร้องมาหลายคนแล้วนั้นเป็นเพลงที่ดีและติดหูคนฟังมากแค่ไหน แต่เพราะเห็นหญิงสาวรุ่นพี่ที่ตนแอบปลื้มเอาแต่ชื่นชมคนอื่นมากกว่าก็ทำให้รู้สึกอยากจะเอาชนะด้วยทิฐิมานะเป็นทุนเดิม จึงยืนกรานความต้องการของตนด้วยเสียงดังคล้ายตะคอกใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว

 

“แต่จินไม่ชอบ จินอยากใช้เพลงนี้เพราะมันมีความหมายกับจินมาก ขอร้องล่ะค่ะพี่ชีสอย่าบังคับให้จินต้องทำในสิ่งที่จินไม่อยากทำได้ไหม!

 

“เอ่อ ใจเย็นๆ นะน้องจิน พี่เข้าใจความรู้สึกนั้นนะ แต่คุณทศพลเขาแค่เป็นห่วงกลัวว่างานจะออกมาไม่ตรงกับที่หวังเอาไว้ อีกอย่างประสบการณ์ของน้องจินก็ยังน้อยอาจจะยังไม่รู้ว่าแนวเพลงของตลาดตอนนี้เป็นแบบไหน ถ้ายังไง...”

 

สาวหล่อเจ้าของบ้านเห็นท่าไม่ดีก็รีบพูดไกล่เกลี่ยให้นักร้องสาวหน้าใหม่ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงหลานในไส้ของเจ้านายให้ค่อยพูดคอยจากันด้วยดี แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอพูดไปกลับยิ่งเหมือนไปกวนตะกอนความเคืองขุ่นของอีกฝ่ายให้พลุ่งพล่านขึ้นมามากกกว่าเก่า แม้จะยังไม่ทันพูดจบประโยคดีก็ถูกจินตภัทรพูดสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

“ใช่สิ! จินมันก็เป็นแค่เด็กในสายตาพี่อยู่วันยันค่ำ ถึงจะพูดจะบอกอะไรไปก็ไม่มีใครยอมรับฟังอยู่แล้วนี่ ทุกคนเอาแต่บอกว่าอย่างนั้นดีอย่างนี้ดี แต่มีใครเคยถามความเห็นของจินบ้างไหม”

 

“พอได้แล้วจิน ทำไมเสียมารยาทกับพี่พั้นช์เขาแบบนี้ล่ะ เขาอุตส่าห์อยากจะช่วยให้เราได้แจ้งเกิดเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่มีเพลงติดหูติดปากคนฟังนะ”

 

สาวผมบลอนด์ได้ฟังสิ่งที่นักร้องสาวรุ่นน้องพูดออกมาก็เริ่มรู้สึกฉุนแทนเพื่อนเมื่อฝ่ายนั้นยังคงยืนกรานปฏิเสธความหวังดีของพรรณวรอย่างคนเอาแต่ใจ จึงตอกกลับไปหวังจะให้อีกฝ่ายได้รู้สึกตัวว่ากำลังพูดอะไรออกมา แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเธอจะเป็นการเข้าข้างสาวหล่อนักแต่งเพลงเสียมากกว่าในสายตาของจินตภัทร สาวมาดเท่ถึงกับน้ำตารื้นกำหมัดแน่นอย่างคับแค้นใจที่แม้แต่ชนยชาก็ยังไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอ จึงโพล่งออกมาทั้งน้ำตาพร้อมกับเขวี้ยงซองกระดาษในมือออกไปใส่หน้าของพรรณวรอย่างรุนแรง จนสาวหล่อผมน้ำตาลแกมทองหันหน้าหลบแทบไม่ทัน

 

“เอาเลย อยากจะทำอะไรก็เชิญ แต่บอกไว้เลยนะว่า ถ้าไม่ใช่เพลงที่จินแต่ง จินก็ไม่อยากจะร้องมันแล้ว”

 

“ว้าย! พั้นช์ระวังค่ะ น้องจินทำไมทำแบบนี้ล่ะ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 

ชนยชาร้องอุทานอย่างตกใจ ก่อนจะหันไปตะคอกเสียงดังใส่สาวรุ่นน้องอย่างโกรธเคืองไม่น้อย แต่เหมือนจะช้าเกินไปเมื่อจินตภัทรหันหลังกลับแล้ววิ่งพรวดพราดออกจากบ้านไปแล้ว

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #98 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 23:23
     - -* คำพูดพั้นซ์มันก็นะ เป็นเราก็เคืองนะที่พูดว่า อาจจะไม่รู้ตลาดเนี่ย

    แต่ก็นะ จินก็เด็กจริงๆนั่นแหละ

    เฮ้อ ต้องหัดรู้จักใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์นะ รู้เปล่า? จิน- -
    #98
    0