Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 29 : แกล้งนัก (เดี๋ยว)รักซะเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 มี.ค. 54

 

ตอนที่ 29 : แกล้งนัก (เดี๋ยว)รักซะเลย

 

“ตื่นเช้าเหมือนกันนี่คุณภรรยา”

 

เสียงของพรรณวรดังแว่วมาจากริมรั้วข้างบ้าน ทำเอาคนที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อย่างใจลอยถึงกับสะดุ้งโหยง หันไปมองตามต้นเสียงอย่างตกใจที่เห็นว่าร่างสูงโปร่งนั้นยืนเกาะขอบรั้วโผล่หน้ามามองพร้อมกับส่งรอยยิ้มกวนๆ มาให้เช่นเคย

 

“นาย...มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

 

“ก็นานพอจะได้ยินเสียงคนบ่นงึมงำว่านอนไม่หลับตั้งแต่แรกแล้วล่ะนะ ว่าแต่ทำไมถึงนอนไม่หลับล่ะคุณภรรยา เพื่อนฉันนอนกรนเสียงดังไปรบกวนเธอถึงในห้อง หรือเพราะเอาแต่คิดถึงฉันจนนอนไม่หลับล่ะจ๊ะสาวน้อย”

 

ภรัณยาทำตาโตอย่างตกใจที่รู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินเธอบ่นกับตัวเองเมื่อครู่นี้ พร้อมกับรีบหาข้ออ้างมาแก้ตัวทันที แต่เหตุผลที่มีนั้นกลับฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย เมื่อใบหน้าขาวใสที่กลายเป็นสีชมพูเข้มขึ้นนั้นบ่งบอกถึงสิ่งที่คิดอยู่ในใจได้เป็นอย่างดี

 

“บ้า! ฉันจะไปคิดถึงนายทำไม ก็แค่ เอ่อ หนังน่ะเมื่อคืนฉันดูหนังผีไปเลยนอนไม่หลับ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายสักหน่อย อย่ามาทำเป็นหลงตัวเองเลยน่านายพันวอน”

 

“อ้าวเหรอ ฉันก็นึกว่าเธอจะเอาแต่ละเมอพร่ำเพ้ออยากให้ฉันทำอย่างอื่นมากกว่าแค่หอมแก้มเสียอีก จริงสิ แล้วเพื่อนฉันเป็นไงบ้าง มันตื่นมาหรือยังล่ะ”

 

สีหน้าเขินอายที่หญิงสาวพยายามกลบเกลื่อนด้วยการเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาของพรรณวรเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงโปร่งเอ่ยพลางคลี่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะปีนขึ้นมาบนกำแพงรั้วแล้วกระโดดตุบลงบนพื้นใกล้กับจุดที่เจ้าของบ้านข้างๆ ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่พอดี

 

“ว้าย!

 

เสียงวัตถุหนักที่กระทบลงบนพื้นทำให้คนที่ยืนถือสายยางรดน้ำต้นไม้หันกลับมาด้วยความตกใจ มือที่ถือสายยางอยู่นั้นถูกยกขึ้นมาสาดใส่หน้าผู้บุกรุกโดยอัติโนมัติ จนสาวหล่อร้องโวยวายพร้อมกับหลบทิศทางของสายน้ำไปยืนอีกด้านในสภาพที่เปียกชุ่มไปทั้งหน้า

 

“เฮ้ย! อะไรของเธอเนี่ย ฉันไม่ใช่ต้นไม้นะ มารดน้ำใส่ทำไม ดูสิเปียกหมดแล้วเนี่ย”

 

“กะ...ก็นายนั่นแหละผิด อยู่ดีๆ มาปีนรั้วบ้านคนอื่นเขาทำไม สมน้ำหน้าอยากหาเรื่องเองนี่ คิดซะว่าเล่นสงกรานต์ล่วงหน้าก็แล้วกัน”

 

ภรัณยากล่าวอึกอัก ก่อนจะเชิดหน้าใส่อีกฝ่ายที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปทั่วทั้งหน้า แม้จะรู้สึกผิดขึ้นมาแต่ก็อดขำไม่ได้ กับสภาพเปียกมะล่อกมะแล่กของอีกฝ่ายที่เหมือนลูกสุนัขตกน้ำไปครึ่งตัวไม่มีผิด หญิงสาวยกมือปิดปากพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

 

“ยายบ๊องไม่ขอโทษแล้วยังจะมาหัวเราะอีกเหรอ อยากเล่นสงกรานต์ล่วงหน้าก่อนใช่ไหม ได้เลย ฉันจัดให้ตามคำขอ”

 

ร่างสูงโปร่งยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเอง รู้สึกเสียฟอร์มไม่น้อยที่ถูกฉีดน้ำใส่ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายแกล้งก่อนด้วยซ้ำ พลันความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในสมองของสาวหล่อ เธอเอื้อมมือไปคว้าสายยางจากในมือของคนตรงหน้ามาแล้วกดฉีดใส่หน้าของหญิงสาวบ้างเป็นการแก้แค้น ผลที่ได้รับกลับมาคือเสียงโวยวายพร้อมกับกำปั้นน้อยๆ ที่รัวกระหน่ำใส่หน้าท้องของเธอจนแทบจุกไปหมด

 

“กรี๊ด! เปียกหมดแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้นะนายพันวอน เอาสายยางของฉันคืนมาเลย ยังไม่ยอมคืนใช่ไหม นี่แน่ะๆ ฉันจะอัดนายให้น่วมเลย”

 

“โอ๊ยๆ พอแล้ว ยอมแล้ว อยากได้นักก็เอาคืนไปเลย ผู้หญิงอะไรมือหนักชะมัด อูย...ปวดท้องเลยเรา”

 

พรรณวรปล่อยสายยางทิ้งลงกับพื้นพลางยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ ก่อนจะย่อตัวลงไปนั่งยองๆ เอามือกุมท้องตัวเองไว้พลางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจนจุกแทบลุกไม่ขึ้น ร้อนถึงเจ้าของหมัดรัวพิฆาตต้องย่อตัวลงไปดูอาการของคนที่เธอเพิ่งออกหมัดใส่อย่างเต็มแรงด้วยความเป็นห่วงแกมสำนึกผิดที่เผลอใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับไปเช่นนั้น

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่านายพันวอน ฉันขอโทษนะ ก็ไม่คิดว่านายจะอ่อนแอขนาดนี้นี่นา ทีพระเอกในหนังเกาหลีโดนนางเอกทุบตีตอนโมโหยังทำท่าเหมือนไม่เจ็บเลยนี่นา”

 

“เธอนี่ท่าจะบ้า ก็ฉันเป็นคนจริงๆ ไม่ใช่พระเอกในนิยายในหนังอะไรของเธอสักหน่อย จะได้แกล้งทำเป็นเก๊กแมนไม่แสดงออกว่าเจ็บอย่างนั้น ดูๆ ไปเหมือนจะป่วยเป็นโรคเกาหลีลิซึ่มนะเนี่ย เอะอะอะไรก็หนังเกาหลี ดาราเกาหลี นักร้องเกาหลี ถามจริงๆ เถอะพวกนักร้องเกาหลีนี่มันมีดีอะไรนักหนา ฮึ!

 

ไม่รู้ทำไมพรรณวรเกิดหัวเสียขึ้นมาทั้งที่เมื่อครู่ยังรู้สึกสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งสาวน้อยข้างบ้านอยู่เลยแท้ๆ ยิ่งได้ยินประโยคต่อมาของอีกฝ่าย ก็ออกอาการหงุดหงิดมากยิ่งกว่าเป็นทวีคูณ

 

“ไม่รู้สิ อย่างน้อยมินจีของฉันก็นิสัยดีกว่าคนขี้แกล้งอย่างนายแล้วกัน”

 

ภรัณยาตอกกลับอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ก็ใครใช้ให้สาวหล่อข้างบ้านมาตั้งแง่ใส่เธอก่อนเล่า คนอะไรแพ้แล้วพาลมาโมโหกับงานอดิเรกอันแสนโปรดปรานของคนอื่นแบบนี้ ถึงคราวที่เธอต้องเป็นฝ่ายหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

 

ระหว่างที่เจ้าของบ้านกับผู้บุกรุกเอาแต่ชักสีหน้าไม่พอใจใส่กัน เสียงประตูรั้วหน้าบ้านที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกก็ทำให้ทั้งคู่หันไปมองตามต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย

 

“ฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะพวกเธอใช่ไหม ถ้ายังไงขอตัวก่อนนะ พอดีฉันมีธุระ”   

 

เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาสองคู่ที่มองจ้องมา มินรญาก็รีบออกตัวทันทีพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ มาให้แล้วรีบสตาร์ตรถขับออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อีกสองคนที่นั่งอยู่บนพื้นหน้าบ้านต้องหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง

 

“ท่าทางมินจะเข้าใจอะไรผิดๆ ไปนะเนี่ย ดูสิ เพราะนายคนเดียวเลย เห็นสายตาแปลกๆ ที่มินมองเราสองคนไหม เขาต้องคิดว่านายกับฉันมีอะไรกันแน่เลย”

 

“ฉันว่าเขาเข้าใจถูกแล้วนะที่ว่าเรา...มีอะไรกัน...โอ๊ย คุณภรรยาครับ จะโหดไปไหน เอะอะก็ซ้อมฉันเอา นี่ขนาดเรายังไม่ได้เป็นแฟนกันเลยนะ เกิดคบกันต่อไป ฉันไม่น่วมตายคามือเธอก่อนจะได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรหรอกเหรอเนี่ย”

 

ภรัณยาหันมาต่อว่าต่อขานตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องอับอายขายหน้าต่อเพื่อนสาวร่วมบ้าน แต่พรรณวรกลับพูดสวนขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างยียวนมาให้อีกครั้ง ทำให้หญิงสาวอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแจกฝ่ามืออรหันต์ทาบลงไปบนหลังของสาวหล่อข้างบ้านดังอัก เล่นเอาคนถูกฟาดเข้ากลางหลังอย่างจังถึงกับร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ

 

“ฝันไปเถอะย่ะ ฉันคนหนึ่งละที่จะขอปฏิเสธ ว่าแต่คนที่จะมาเป็นแฟนกับคนกวนประสาทอย่างนายนี่คงต้องรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดไปจนวันตายแหงๆ”

 

เจ้าของฝ่ามืออรหันต์ทำหน้าเชิดใส่ พร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างไม่สนใจไยดี ทิ้งให้คนที่ถูกลงไม้ลงมือได้แต่มองตามไปสายตามุ่งหมาย อยากจะทำให้คนที่ยืนกรานว่าจะไม่มีวันตกลงปลงใจมาเป็นแฟนด้วยนั้น ต้องกลืนน้ำลายตัวเองเข้าสักวันให้ได้

 

“ทำเป็นปากดีไปเถอะ คอยดูนะ ถ้าเกิดเธอเผลอตกหลุมรักฉันจริงๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่จะล้อเลียนไปตลอดชั่วชีวิตเลย”

 

ร่างสูงโปร่งยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามกางเกงวอร์มขายาวออก แล้วก้าวเดินตามหญิงสาวเข้าไปในบ้านอย่างเงียบเชียบ เธอแอบมองตามแผ่นหลังของภรัณยาที่ปล่อยเรือนผมสีน้ำตาลประกายชมพูแผ่สยายเป็นคลื่นลอนสะบัดไหวไปมาตามจังหวะการเดิน สังเกตว่าเจ้าของบ้านหายเข้าไปในห้องครัวอยู่นานสองนานจึงชะโงกหน้าเข้าไปมองก็พบว่าฝ่ายนั้นกำลังง่วนอยู่กับการเลือกอาหารกล่องคละแบบอยู่หน้าตู้เย็น เพื่อจะนำมาเป็นอาหารประทังชีวิตในยามเช้าของวันนี้

 

“สงสัยออกแรงมากไปคงจะหิวล่ะสิ ว่าแต่ยายนี่มีอาหารกล่องแช่เต็มตู้เย็นแบบนี้ กะว่าวันๆ จะไม่ออกไปนอกบ้านบ้างเลยหรือไงนะ”

 

พรรณวรมองคนที่เลือกอาหารกล่องไปบ่นไปด้วยสายตาเอ็นดูแม้จะรู้สึกสงสัยกับกิจวัตรประจำวันของสาวน้อยข้างบ้านไม่ได้ว่าเธอมีเพื่อนหรือมีญาติสนิทที่ไหนบ้างหรือเปล่า วันๆ เอาแต่นั่งดูโทรทัศน์อยู่กับบ้าน และไม่เห็นจะทำงานทำการอะไรสักอย่างนอกจากรดน้ำต้นไม้ แต่กลับมีรายได้มากพอที่จะไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีในราคาแพงหูฉี่แบบนั้นได้ ท่าทางคงจะเป็นคุณหนูของบ้านที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปวันๆ กระมัง

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #94 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 23:17
     นั่นสิ ? แล้วสรุปเรนทำอาชีพอะไรกันแน่- -*
    #94
    0