Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : ผู้เช่าคนแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.พ. 54

 

ตอนที่ 2 : ผู้เช่าคนแรก

 

 “คุณครับ บอกทางหน่อยว่าต้องไปทางไหนต่อครับ”

 

เสียงของโชเฟอร์รถแท็กซี่ดังขึ้นมาจากด้านหน้า ปลุกให้หญิงสาวที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความทรงจำรู้สึกตัว ภรัณยามองไปรอบข้างอย่างตกใจเล็กน้อยก่อนจะตำหนิตัวเองในใจที่เผลอนั่งเหม่อลอยนึกไปถึงเรื่องเมื่อหลายวันก่อนจนไม่ทันได้สนใจว่าคนขับรถจะพาเธอไปที่ใด แต่เมื่อเห็นบรรยากาศแวดล้อมที่คุ้นตาก็ค่อยรู้สึกโล่งใจว่าอยู่ในบริเวณอาณาเขตรั้วรอบหมู่บ้านจัดสรรอันเป็นสถานที่ตั้งเคหะสถานที่พำนักพักพิงอยู่มาร่วมสี่ปีกว่าอย่างปลอดภัยไร้ร่องรอยขีดข่วน หญิงสาวบอกทางแก่คนขับอีกเล็กน้อย พร้อมกับนึกทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

หญิงสาวจำได้ว่าเธอเร่งรีบออกมาจากงานคอนเสิร์ตของศิลปินนักร้องสาววงที่โปรดปราน หลังจากเผลอทำป้ายไฟหลุดมือตกใส่ศีรษะของใครบางคน ก่อนจะจากมาโดยไม่ทันได้อยู่รอดูอาการของคนเจ็บแล้วรีบโบกเรียกแท็กซี่จากหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นตรงดิ่งมาที่บ้านทันทีพร้อมกับกดปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือเพราะกลัวว่าป้าของเธอจะโทร. เข้ามาอีก ระหว่างทาง ภรัณยาได้แต่พะวงเรื่องคนเช่าบ้านคนแรกที่จะย้ายมาวันนี้ เธอนั่งกุมขมับอย่างกลุ้มใจ ทำไมถึงได้ลืมไปเสียสนิทว่าตนมีหน้าที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนคนแรกให้ดีที่สุดสมกับที่ป้าของเธออุตส่าห์ไว้ใจให้ดูแลบ้านหลังนี้ต่อเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปอยู่ที่เชียงใหม่ในตอนนี้ ทั้งที่ป้าของเธอกำชับเอาไว้เสียนักหนา

 

“จอดตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ ข้างในซอยมันค่อนข้างแคบรถจอดกันเยอะ เดี๋ยวหนูเดินไปเองดีกว่าพี่จะได้กลับรถง่ายๆ”

 

หญิงสาวบอกกล่าวกับคนขับเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงบ้านของเธอแล้ว ก่อนจะเปิดกระเป๋าสตางค์ยื่นเงินค่าโดยสารส่งให้ตามตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอมิเตอร์ เธอเปิดประตูลงไปยืนอยู่ข้างรถพร้อมกับตรวจตราอีกครั้งว่าลืมของสิ่งใดทิ้งไว้ในรถคันดังกล่าวหรือไม่ ครั้นเห็นว่าไม่มีอะไรตกอยู่บนพื้นหรือเบาะที่นั่งจึงค่อยปิดประตูลง ปล่อยให้รถโดยสารสีชมพูแปร๋นเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าผ่านหน้าไป

 

ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยไปเกือบหกโมงเย็นแล้วก็ตาม ทว่า แสงสว่างจากดวงตะวันท่ามกลางฤดูร้อนก็ยังคงส่องประกายเจิดจ้าอยู่เหนือผืนนภากว้างและรังแต่จะส่งคลื่นรังสีความร้อนแผ่ลงมายังชั้นบรรยากาศของโลกจนทำให้อากาศค่อนข้างอบอ้าวมาหลายวันติดต่อกันจนน่ากลัวว่าจะมีฝนหลงฤดูตกลงมาในสองสามวันนี้ ภรัณยาแบกป้ายไฟซึ่งหลอดไฟบางดวงแตกชำรุดจนใช้การไม่ได้แล้วเทินเอาไว้บนศีรษะเพื่อบดบังแสงแดดสีส้มในยามบ่ายคล้อยที่แผ่นคลื่นความร้อนลงมาจนทำให้ต้นแขนขาวเนียนที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาวพิมพ์ลายการ์ตูนตรงหน้าอกรู้สึกแสบผิวไปหมด

 

ระยะทางจากหน้าปากซอยไปถึงบ้านไม่ได้ไกลเท่าไรนัก แต่สภาพอากาศแสนร้อนระอุเมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายน เดือนที่ใครๆ ก็บอกว่าร้อนที่สุดในรอบปีแล้ว ก็ทำให้คนที่เดินแบกป้ายใหญ่โตไว้บนศีรษะออกอาการเหนื่อยปนหอบ เรือนผมลอนยาวสีน้ำตาลอ่อนยามสะท้อนแสงแดดทอประกายเป็นสีชมพูเริ่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนใบหน้าขาวใส เจือไว้ด้วยสีแดงระเรื่อตรงแก้มทั้งสอง ริมฝีปากสีอ่อนเริ่มมีสีเข้มขึ้นทั้งยังแห้งผากราวกับคนที่เดินหลงวนอยู่ในทะเลทรายกว้างซึ่งขาดน้ำมานาน ร่างบอบบางรู้สึกอ่อนเพลียจนเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีเหตุผลใดทำให้เธอต้องรีบกลับมาที่นี่

 

อีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงบ้านแล้ว แข็งใจหน่อยสิยายเรนเอ๋ย ทีเมื่อกี้ตอนอยู่ในคอนเสิร์ตล่ะ เต้นเอาๆ จนลืมตายเชียวนะ

 

หญิงสาวบ่นอุบอิบพลางลากสังขารตัวเองมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าบ้าน พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรถบรรทุกหกล้อคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก ดวงตาเรียวเล็กมองไปยังรถคันนั้นด้วยความสงสัยและเห็นว่ามีข้าวของวางสุมกันกองระเกะระกะเต็มไปหมดราวกับว่ามีใครกำลังจะย้ายบ้านก็มิปาน เมื่อเดินเลยรถคันนั้นมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็ได้เห็นว่ามีใครบางคนกำลังเดินไปเดินมาด้วยท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ตรงหน้าประตูรั้วไม้สูงทึบสีอ่อนตา

 

“มาหาใครหรือคะ”

 

ภรัณยาเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยเมื่อเห็นหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งมายืนด้อมๆ มองๆ เวียนวนอยู่หน้าประตูบ้าน สิ้นเสียงของเธอบุคคลแปลกหน้าก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว ทำเอาคนเรียกถึงกับผงะก้าวเท้าถอยหลังไปอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะยืนตกตะลึงไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาวอีกคนที่ตัวสูงกว่าเธอราวสิบเซ็นติเมตรได้ ภรัณยาลดป้ายไฟที่เทินอยู่บนศีรษะลงพลางมองจ้องคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าตาแทบไม่กะพริบ ดวงตาเรียวไล่สายตาไปตามเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวเคลียไหล่ดัดเป็นลอนคลายหลวมๆ รับกันดีกับใบหน้าขาวเนียนใสพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อน้อยใหญ่ที่ผุดพรายขึ้นมาสะท้อนกับแสงแดดส่องประกายระยิบระยับ ดวงตากลมโต จมูกโด่งสวยแบบธรรมชาติ ริมฝีปากรูปกระจับสีอ่อน ลำคอขาวแลดูยาวระหงเมื่อแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดแขนยาวคอวีสีเทากับกางเกงยีนส์ขากระบอกสีเข้มสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว มีกระเป๋าเป้แบบสะพายข้างคล้องอยู่บนไหล่อีกใบ บุคลิกภาพสไตล์สาวมาดเซอร์ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทำเอาภรัณยาเผลอใจเต้นตึกตักไม่น้อย ตามประสาคนชอบสาวหล่อสาวเท่เป็นทุนเดิม

 

“คุณใช่เจ้าของบ้านหลังนี้หรือเปล่าคะ”

 

ผู้มาเยือนไม่ได้ตอบคำถามของภรัณยา แต่ย้อนถามกลับด้วยอีกคำถามหนึ่ง คนถูกถามพยักหน้าหงึกๆ ด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าตระหนกตกใจเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

“เอ๊ะ หรือว่า คุณคือคนที่ทำสัญญาเช่ากับป้าแดงเอาไว้แล้วบอกว่าจะย้ายเข้ามาวันนี้”

 

ใบหน้าขาวใสจิ้มลิ้มน่ารักของคนตรงหน้า ที่เบิ่งตากว้างอ้าปากค้างอย่างพิศวงงุนงงระคนตกใจไม่น้อย ทำให้คนตัวสูงกว่าถึงกับเผลอยิ้มปนขำออกมาทั้งที่เมื่อครู่ยังรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์เท่าไรนักที่ถูกปล่อยให้รอเก้ออยู่หน้าบ้านหลังนี้เป็นนานสองนาน ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ แล้วเอ่ยขึ้นพลางยื่นมือออกไปส่งให้อีกฝ่ายจับแทนการทักทาย

 

“ใช่ค่ะ ฉันชื่อมินรญา เรียกว่าพี่มินก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

 

อะ เอ่อ ภรัณยาค่ะ ชื่อเล่น เรนนี่ แต่เรียกเรนเฉยๆ ก็ได้ เรนอายุยี่สิบสามแล้ว คิดว่าเราอายุคงไล่เลี่ยกันนะ

 

หญิงสาวเจ้าของบ้านแนะนำตัวเอง แล้วยื่นมือออกไปจับมือนุ่มของว่าที่เพื่อนร่วมบ้านพร้อมกับเขย่าเบาๆ อย่างตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะมีคนแปลกหน้าคนอื่นมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเธอนอกเหนือไปเสียจากลุงและป้าซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายปีดีดัก

 

จริงเหรอคะเห็นหน้าเด็กจัง คิดว่าจะอายุน้อยกว่ามินสักสี่ห้าปีเสียอีก แล้วนี่จะให้ขนของเข้าไปในบ้านได้หรือยังคะ

 

 มินรญาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจแทบไม่อยากจะเชื่อกับอายุที่คนตรงหน้าบอกมา เพราะมองยังไงก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาของการทำบัตรประชาชนครั้งแรกมาได้ไม่นาน ก่อนจะเอ่ยถามพร้อมกับมองไปทางรถบรรทุกหกล้อคันใหญ่ที่จอดอยู่ด้านข้าง เมื่อภรัณยามองตามสายตาของสาวมาดเซอร์ไปก็ร้องอุทานขึ้นมาอีกครั้ง

 

อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ลืมไปเลย ว่าแต่รอเรนนานไหมคะเนี่ย พอดีเรนติดธุระก็เลยมาช้าไปหน่อย ขออภัยจริงๆ นะคะ

 

สาวน้อยเจ้าของบ้านวางป้ายไฟขนาดยักษ์ในมือลงวางกับพื้นข้างตัว แล้วรีบกระวีกระวาดควานหากุญแจบ้านในกระเป๋าสะพายใบเล็กด้วยท่าทางร้อนรน ไม่นานก็หยิบกุญแจพวงโตออกมาจากกระเป๋า แล้วรีบไขกุญแจเลื่อนเปิดประตูรั้วไม้หน้าบ้านอ้าออกกว้างให้แขกผู้มาเยือนและคนงานที่มากับรถได้ขนของเข้าไปด้านในอย่างสะดวก

 

ไม่เป็นไรค่ะ

 

มินรญาส่งยิ้มน้อยๆ ให้หญิงสาวเจ้าของบ้านในแววตาเจือไว้ด้วยความขบขันกับท่าทางที่ดูเก้ๆ กังๆเหมือนว่ากำลังเคอะเขินอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะเดินไปที่รถบรรทุกและบอกให้คนขับขยับเคลื่อนรถมาจอดตรงหน้าบ้านเพื่อจะได้ขนของลงสะดวกยิ่งขึ้น

 

ฝ่ายเจ้าของบ้านก็รีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูด้านในค้างเอาไว้ แล้วตรวจดูด้วยสายตาคร่าวๆ ว่าภายในบ้านจัดวางข้าวของไว้เรียบร้อยหรือไม่ จะมีอะไรที่วางเกะกะทำให้ขนย้ายข้าวของได้ลำบากหรือเปล่า เมื่อไม่พบสิ่งใดที่น่าจะเป็นอุปสรรค เธอก็รีบวิ่งกลับออกมาหน้าประตูบ้านอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้เช่ารายแรกยกกล่องลังใบใหญ่ลงมาจากท้ายรถหกล้อพอดี

 

 ให้เรนช่วยขนไหมคะ ฝนทำท่าเหมือนจะตกแล้ว จะได้ขนของเสร็จเร็วๆ

 

ภรัณยาเอ่ยถามขึ้นมาเสียงดัง แล้วทำท่ากุลีกุจอจะเข้าไปช่วยแขกคนแรกของบ้านและคนงานอีกราวสองสามคนที่กำลังทยอยลำเลียงขนย้ายข้าวของจำนวนมากลงมาจากหลังรถบรรทุก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากจำนวนกล่องลังราวสิบลัง ไหนจะยังมีตู้ไม้ใบใหญ่อีกสองใบที่วางตั้งเด่นอยู่ด้านในสุด ถัดจากชุดโต๊ะทำงานขนาดย่อมเข้าไปด้านในด้วยแล้ว ท่าทางว่าคนเพียงแค่สี่คนอาจจะใช้เวลาในการขนย้ายนานพอดู 

 

คำพูดของเจ้าของบ้านทำให้สาวมาดเซอร์ที่กำลังถือกล่องใบใหญ่ท่าทางหนักอึ้งเงยหน้าขึ้นมองสำรวจบนท้องฟ้า เมื่อได้เห็นกลุ่มเมฆสีเทาที่กำลังลอยละล่องมาปกคลุมผืนนภาสีฟ้ากว้างอย่างรวดเร็วตามแรงลมพัดจนทำให้ท้องฟ้าสีส้มแสบตาเมื่อครู่นี้มืดครึ้มลงทันใด ราวกับว่าพายุฝนกำลังเริ่มก่อตัวและคงจะเทกระหน่ำลงมาดับความร้อนอบอ้าวให้อากาศได้เย็นลงบ้างในเย็นย่ำของวันนี้ หลังจากที่อุณหภูมิกลางแดดจัดในช่วงเดือนเมษายนค่อยๆ ทะยานสูงขึ้นทีละน้อยตามคำพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา

 

ก็ได้ค่ะ

 

แม้ว่าจะรู้สึกเกรงใจคนตัวเล็กกว่าอยู่บ้างก็ตาม แต่เธอก็กลัวว่าฝนจะเทลงมาเสียก่อนที่จะขนย้ายข้าวของเข้าบ้านจนเสร็จเรียบร้อย มินรญาจึงตอบตกลงรับความช่วยเหลือจากหญิงสาวเจ้าของบ้านอย่างว่าง่าย

 

สองสาวต่างสไตล์และคนขับรถรวมทั้งคนงานชายวัยฉกรรจ์อีกสองคนช่วยกันย้ายข้าวของลงจากรถบรรทุกหกล้อมากองไว้ที่หน้าบ้านก่อนที่จะทยอยขนเข้าไปในตัวบ้านทีละชิ้น จนมาถึงสี่ชิ้นสุดท้ายอันประกอบไปด้วยตู้ไม้ขนาดใหญ่สองใบ กับชุดโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนั่งทำงาน ภรัณยาจึงหันไปถามเจ้าของเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนชิ้นใหญ่ที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกกล่องแต่ละประเภทออกจากกันอยู่

 

“ห้องพักของมินอยู่ทางนี้นะคะ จะให้เขายกตู้ขึ้นมาไว้ในห้องเลยไหม”

 

“ดีเลยค่ะ เพราะมินว่าเราสองคนคงมายกกันเองทีหลังไม่ไหวแน่เลย ฝากดูด้วยนะคะ”

 

มินรญาเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวเจ้าของบ้าน ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตให้ช่วยพาคนงานยกตู้และโต๊ะของเธอเข้าไปเก็บไว้ในห้องซึ่งใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าจะขนของมินรญาทั้งหมดเข้าไปในตัวบ้านจนเสร็จเรียบร้อย โชคดีที่เมื่อทุกอย่างถูกขนเข้าไปเก็บไว้ในตัวบ้านเรียบร้อยแล้วสายฝนก็เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายอย่างแทบไม่ลืมหูลืมตา

 

“โชคดีจังเลยนะที่ฝนมาตกพอดีตอนที่ขนของลงมาจากรถหมดแล้ว อ้อ ห้องพักของมินอยู่ทางนี้นะคะ ไม่มีห้องน้ำในตัวมีแค่ห้องนั้นที่จะต้องใช้รวมกันกับคนที่จะมาเช่าอีกคนนึง ห้องฝั่งตรงข้ามนั่นล่ะค่ะแต่ว่าตอนนี้ยังว่างอยู่ แล้วถ้าเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นก็จะเป็นห้องเก็บของที่อยู่ใต้หลังคา ส่วนห้องนี้เป็นห้องของเรนเองค่ะ”

 

ภรัณยาหยิบของบางส่วนเดินนำขึ้นบันไดมาก่อน โดยมีมินรญาหอบกล่องลังใบใหญ่เดินตามมาติดๆ เมื่อถึงชั้นสองเธอก็เลี้ยวซ้ายไปทางห้องพักห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องที่จัดไว้ให้หญิงสาวมาดเซอร์ ร่างเล็กวางกล่องใบย่อมที่ถือมาไว้บนพื้นถัดจากประตูไปเล็กน้อย แล้วเดินออกมาตรงหน้าประตูพร้อมกับเอ่ยเสียงใสชี้มือไปยังบานประตูไม้สีทึบบานหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางด้านขวาของบันไดใกล้ๆ กับบานประตูอีกบานที่มีลักษณะไม่ต่างกัน ก่อนจะย้ายมาชี้ที่หน้าประตูห้องอีกห้องหนึ่งที่ตรงกับบันไดและมีป้ายรูปตัวการ์ตูนเขียนชื่อเจ้าของห้องเอาไว้อย่างน่ารัก

 

มินรญามองตามมือน้อยของสาวร่างเล็กที่กำลังเจื้อยแจ้วจำนรรจาพลางพยักหน้าหงึกหงักตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายที่กำลังแนะนำส่วนสำคัญต่างๆ ภายในบ้านให้ ก่อนจะหันกลับมาสนใจกับห้องพักของตัวเองอีกครั้ง

 

ถ้างั้นเดี๋ยวเรนจะช่วยขนของอื่นๆ เท่าที่ขนได้ขึ้นมากองไว้ตรงหน้าห้องให้นะ

 

เจ้าของบ้านเอ่ยกับผู้มาใหม่ด้วยท่าทางเป็นกันเองก่อนจะรีบวิ่งแผล็วลงบันไดไปอย่างรวดเร็วหวังจะช่วยเหลือเพื่อนสาวร่วมบ้านขนย้ายของใช้ส่วนตัวขึ้นมาไว้บนชั้นสองให้ได้มากที่สุด ไม่นานร่างบอบบางก็โผล่หน้าขึ้นมาพร้อมด้วยกล่องลังใบใหญ่ที่สูงจนแทบบดบังใบหน้าของผู้ถือได้มิด

 

เอ่อ อย่าลำบากเลยค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยๆ ขนขึ้นมาเองดีกว่า

 

เมื่อหญิงสาวมาดเซอร์เห็นภรัณยาขนของขึ้นบันไดมาด้วยท่าทางทุลักทุเล เธอก็เอ่ยขึ้นแล้วทำท่าว่าจะเข้าไปแย่งถือกล่องใบโตนั้นเสียเอง

 

ไม่เป็นไร แค่นี้เองเดี๋ยวเรนจัดการให้น่า

 

หญิงสาวเจ้าของบ้านรีบส่ายหัวกล่าวปฏิเสธทันที แม้ว่าของในกล่องจะหนักไม่ใช่เล่นแต่เธอก็อยากจะผูกมิตรกับผู้มาใหม่ให้ได้เร็วๆ จึงอยากแสดงความจริงใจออกมาอย่างเต็มที่ ใบหน้าขาวยิ้มกว้างจนตาหยีอย่างมั่นใจในศักยภาพของตัวเองเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องพักของมินรญา เท้าเจ้ากรรมก็ดันไปสะดุดเข้ากับกล่องใบย่อมก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวเป็นคนวางเอาไว้เองก่อนลงไปหยิบกล่องใบใหม่ที่ชั้นล่าง

 

ว้าย!”

 

เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของภรัณยาดังขึ้น ในขณะที่กล่องใบใหญ่ค่อยๆ ลอยละลิ่วหลุดจากมือพร้อมกับที่ร่างของเธอกำลังจะล้มคะมำลงไปกับพื้น หางตาเหลือบไปเห็นคนตัวสูงกว่ายื่นมือออกมาคล้ายจะช่วยรับร่างเอาไว้พอดี เธอจึงได้แต่หลับตาปี๋ กระทั่งได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นไม้ปาร์เก้ดังโครมใหญ่

 

เป็นอะไรหรือเปล่า

 

เสียงเรียกขานของใครบางคนดังขึ้นเบื้องหน้า ทำให้คนที่เผลอหลับตาสนิทด้วยความตกใจค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ เธอจึงได้เห็นใบหน้าของใครบางคนลอยเด่นอยู่ในระยะห่างเพียงแค่เอื้อม เมื่อดวงตาปรับโฟกัสภาพได้ชัดเจนขึ้นมากกว่าเดิมจึงพบว่าเจ้าของใบหน้าลางเลือนนั้นคือมินรญาสาวมาดเซอร์นั่นเอง

 

ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ดวงตาเรียวเล็กไล่สายตามองไปยังเจ้าของดวงตากลมโตตรงหน้าเรื่อยลงมากระทั่งได้เห็นของบางอย่างที่คุ้นตาอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย มันคือกล่องใบใหญ่ที่เธอถือขึ้นมาเมื่อครู่นี้นั่นเอง เท่าที่พิจารณาดูเหมือนว่าของในกล่องนั้นคงไม่บุบสลาย ถ้าอย่างนั้นเสียงของหนักที่กระแทกกับพื้นเมื่อครู่คงเป็นร่างของเธอเองสินะ

 

 โอ๊ย เจ็บจังเลยว่าแต่ของในกล่องนั้นปลอดภัยดีใช่ไหมคะ

เพียงเท่านั้นภรัณยาก็นิ่วหน้าร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บ ร่างเล็กที่ล้มคว่ำหน้าคะมำจับกบอยู่บนพื้นค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นมานั่งพลางมองสำรวจร่างกายว่ามีจุดใดที่บอบช้ำบ้าง ก็พบว่าบริเวณหัวเข่าและฝ่ามือของเธอแดงเป็นปื้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด อาการมึนศีรษะเล็กน้อยผสมปนเปกับความรู้สึกเจ็บแปลบๆ ทำให้ต้องยกมือขึ้นมาลูบคลำหน้าผากตัวเองป้อยๆ พลางเอ่ยถามคนตรงหน้าที่ดูท่าทางว่าจะห่วงของในมือมากกว่าคนช่วยถืออย่างเธอเสียอีก อดสงสัยไม่ได้ว่าในกล่องใบนั้นมีอะไรที่สำคัญกับสาวมาดเซอร์มากจนถึงขนาดที่ต้องเอื้อมสุดตัวเพื่อมารับกล่องนั้นแล้วปล่อยร่างของเธอล้มลงไปจูบพื้นเช่นนี้

 

“อืม อยู่รอดปลอดภัยไม่มีรอยบุบสลายโชคดีนะที่ฉันรับไว้ทัน แล้วเธอล่ะหน้าผากแดงเชียว เป็นอะไรมากหรือเปล่า”

 

คนถูกถามคล้ายจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองออกอาการเป็นห่วงของในกล่องจนเกินกว่าเหตุ รีบวางกล่องใบใหญ่ไว้ข้างตัวก่อนจะรีบรุดเข้ามากุลีกุจอช่วยตรวจดูบาดแผลให้เจ้าของบ้านสาวอย่างกระดากอายเล็กน้อย

 

ไม่เป็นไรมากหรอกจ้ะไม่ต้องห่วงแค่เจ็บนิดหน่อยเอง เดี๋ยวเรนไปหายาทาก่อนแล้วกันนะ ส่วนทางนี้มินจัดการไปก่อนเลยไม่ต้องรอ

 

โอเค งั้นเดี๋ยวฉันทำต่อเอง เธอไปพักก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยแล้วจะเรียกนะ

 

ภรัณยาหัวเราะแหะๆ พลางส่งยิ้มแหยให้กับอีกฝ่าย พยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืนจากพื้นโดยมีสาวร่างสูงช่วยพยุงกระทั่งยืนได้เต็มความสูง ก่อนจะเอ่ยขอตัวแล้วค่อยๆ เดินกะเผลกลงบันไดไปชั้นล่างเพื่อหากล่องปฐมพยาบาลประจำบ้านที่ป้าของเธอวางเอาไว้ตรงตู้ยาใกล้ๆ กับห้องนั่งเล่น เสียงของมินรญาดังตามไล่หลังมาจากชั้นบน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะหายลับเข้าไปหลังบานประตูอย่างเงียบเชียบ

 

อะไรของเขากันนะ ทำเป็นพูดเหมือนจะห่วงเราแต่ดันห่วงของตัวเองมากกว่าจนปล่อยเราล้มลงไปกองกับพื้นแบบนี้ได้ไง เฮ้อไม่โรแมนติกเลยอะ นึกว่าจะเหมือนในละครเสียอีก สงสัยจังว่าเรากับยายนั่นจะอยู่ร่วมบ้านกันไปได้นานแค่ไหนนะ

 

เจ้าของบ้านร่างเล็กที่พยายามจะโชว์สปิริตของตัวเองแต่เกิดซุ่มซ่ามขึ้นมาเสียก่อน ได้แต่นึกกล่าวโทษหญิงสาวมาดเซอร์อยู่ในใจพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ระหว่างที่ประคองร่างตัวเองเดินลงมาจากบันไดพร้อมกับส่ายศีรษะเมื่อนึกวาดภาพไปถึงในอนาคตว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนสาวร่วมบ้านคนนี้จะเป็นเช่นไรต่อไป

 

To Be Continued. . .


LovePenguin Talks:
 

                อันยองฮาเซโย! สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก ทักทายกันแบบเกาหลีเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องสักนิด คงไม่ว่ากันนะคะ เนื่องจากว่าตอนที่ 2 นี้มีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามานั่นก็คือ มินรญาผู้เช่ารายแรกนั่นเอง ใครที่อยากรู้จักกับ สาวมาดเซอร์คนนี้เพิ่มมากขึ้น ก็สามารถตามไปอ่านได้จากเรื่อง Happy Lunch : สื่อรักดักหัวใจคุณหนูเนิร์ด ที่เขียนโดย Cylinly ซึ่งอยู่ในซีรีย์เรื่องเดียวกันนี้ได้เลยนะคะ


ว่าแต่มันนานมากแล้วเนอะที่ LovePenguin ไม่ได้ใช้พื้นที่ด้านล่างของนิยายมาพูดคุยกับคุณผู้อ่านแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะยังมีใครคิดถึงนักเขียนตัวเล็กๆ คนนี้บ้างหรือเปล่า ดูจากกระแสตอบรับค่อนข้างเงียบเหงาจนน่าวังเวงขนาดนี้ สงสัยจังว่าจะมีกำลังใจเหลือพอให้ลงตอนต่อไปให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันหรือเปล่านะ เอาเป็นว่าถ้ายังคิดถึงกันก็ขอเสียงกรี๊ดดังๆ หน่อยนะคะ อุ๊ย ไม่ใช่สิ ลืมตัว บ้าจี้ไปกับหนูเรนนึกว่าอยู่ในงานคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีซะอีก

เปลี่ยนใหม่ดีกว่าค่ะ เอาแบบขอแค่คอมเม้นต์สักคนละหนึ่งประโยคก็ยังดี จะติชมนิยายหรือใครอยากบ่นอยากระบายความในใจที่มีต่อตัวละครตัวไหนหรืออยากบ่นเรื่องส่วนตัวก็ได้ไม่ว่ากัน ประหนึ่งว่า LovePenguin ยกพื้นที่บอร์ดนิยายเรื่องนี้เป็นคลินิกให้คำปรึกษาไปเลยประมาณนั้น หรือจะใส่มาแค่อิโมยิ้มน่ารักๆ ก็ดีนะคะ คนเขียนจะได้มีกำลังใจขึ้นอีกนิด อิอิ

LovePenguin

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #36 ^_^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 03:58
    มินเธอช่างแมนได้ใจจริงๆ



    รับกล่องที่จะตก แต่ไม่สนใจคนซักคนว่าจะเป็นยังไง



    เหอๆๆ คนแบบนี้ก็มีด้วยเนอะ
    #36
    0
  2. #35 kyo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:12
    ลงชื่อติดตาม~



    ตอนแรกเห็นชื่อวง AG แล้วสะดุดเลย เอ....คุ้นๆป่าวหว่า...(ตอนแรกนึกไปถึงวงที่มีจริง)



    แล้วก็นึกออกว่าของคุณธนูฟ้านี่เอง 555 สงสัยอารมณ์ร่วมเรื่องนี้คงเยอะแน่ๆเลย เพราะเกี่ยวกับเกาหลีด้วย 55



    แอบอยากรู้ว่าเรื่องนี้จะเขียนถึงเอจียังไง จะมีโคกับเรื่องของพัชมั้ยนะ~



    ยังก็ขอติดตามเรนนี่น้า~



    ps.เขียนเกี่ยวกันหลายๆเรื่องยังงี้ จะทำเหมือนอันบอยเลิฟที่มีหลายๆเล่มในเว็บ2belove รึเปล่าเนี่ย~



    ps2.มีหนังสือไรท์เตอร์ครบทุกเล่มเลยน้า~



    #35
    0
  3. #34 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:31
     555+ อ่านะ มันก็พูดยากนะ แล้วแต่คนด้วยล่ะว่าจะห่วงของหรือคนมากกว่า ไม่แน่ด้วยว่า ถ้าของในกล่องเป็นพวกแก้วๆล่ะ ถ้ามันตกแตกทับอีกคนไม่ยิ่งลำบากกว่าเร๊อะ=[]="

    ปล. สรุปเรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ผสมหลายเรื่องเหรอเนี่ยo_O 
    #34
    0
  4. #33 yaaMong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:11
    เจอกันวันแรก เรนก็ซุ่มซ่ามให้มินเห็นซะแล้ว ^^
    #33
    0
  5. #32 Ma-Bung (มะบุง) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:44
    มินไม่โรแมนติกเลยอ่ะ
    แอบลุ้นว่าจะเหมือนในละคร
    ที่ไหนได้... กลับห่วงกล่องซะงั้น
    ทำอย่างนี้มันน่าเขวี้ยงกล่องใส่จริงๆ =o=
    #32
    0