Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 25 : อ้อมกอดปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 มี.ค. 54

ตอนที่ 25 : อ้อมกอดปริศนา

 

            แสงสีทองในยามรุ่งอรุณส่องฉาดฉายเข้ามาในห้อง อาบไล้ไปบนเรือนผมลอนยาวสีน้ำตาลอ่อนทอประกายสะท้อนออกมาเป็นสีชมพูสว่าง ร่างบอบบางขยับตัวเล็กน้อยและเบียดกายซุกเข้าหาไออุ่นเมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิภายในห้องที่ลดต่ำลงจนผิวกายหนาวสั่นสะท้าน พลันเมื่อสมองรับรู้ได้ว่าเจ้าของไออุ่นที่เธอได้รับนั้นมาจากร่างกายของใครบางคน หาใช่ความอบอุ่นจากการกอดตุ๊กตาอย่างเช่นเคย เปลือกตาอันแสนหนักอึ้งจึงค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับพยายามที่จะปรือตาขึ้นมามองว่าความรู้สึกที่ตนได้รับนั้นเป็นเพียงแค่อุปทานไปเองหรือเปล่า

 

            ดวงตารียาวกะพริบน้อยๆ เพื่อปรับสายตาให้คุ้นเคยกับแสงแดดที่สาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ก่อนจะพบว่าเบื้องหน้าของเธอนั้นมีร่างของใครบางคนนอนอยู่จริงๆ อาการง่วงงุนที่มีอยู่แทบหายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อกวาดสายตามองไปรอบกายและพบว่าภาพบรรยากาศในห้องนั้นดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ไม่ใช่ห้องนอนของเธอแน่ๆ แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกัน

 

ภรัณยาได้แต่นอนนิ่งอย่างครุ่นคิด ผ่านไปเกือบนาทีจึงค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าเจ้าของอ้อมแขนอันแสนอบอุ่นนั้นอย่างลุ้นระทึก กระทั่งได้เห็นใบหน้าสีน้ำผึ้งและเรือนผมยาวระต้นคอสีน้ำตาลแกมทองที่คุ้นเคยก็รู้สึกตกใจจนแทบช็อก เธอรีบก้มลงมองร่างกายของตัวเองภายใต้ผ้าห่มผืนหนา เมื่อเห็นว่ายังสวมเสื้อเรียบร้อยดีอยู่ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย พยายามคิดอยู่นานแต่คิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเธอมานอนอยู่ในอ้อมกอดของสาวหล่อข้างบ้านได้อย่างไร

 

แต่แล้วจู่ๆ เธอก็ต้องก้มลงไปมองร่างกายตัวเองอีกครั้งเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะพบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นไม่ใช่ชุดเดรสสีขาวตัวเดิมกับเมื่อวานนี้แต่อย่างใด แต่กลับเป็นเสื้อนอนลายทางตัวหลวมโคร่งยาวถึงโคนต้นขาของใครบางคนแถมร่างกายท่อนล่างยังโล่งโจ้งไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดเอาไว้อีกต่างหาก ซึ่งดูท่าทางเจ้าของเสื้อนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากคนที่นอนกอดเธอด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขนั้น ฉับพลันหญิงสาวก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันใด เธอรู้สึกตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนคล้ายหัวใจแทบอยากหยุดเต้นเสียให้ได้ เมื่อมองไปยังร่างของสาวหล่อที่อยู่ในสภาพแทบไม่แตกต่างกันมีเพียงอาภรณ์สองชิ้นคือเสื้อกล้ามตัวบางกับกางเกงบ็อกเซอร์สีดำเท่านั้น

 

            “กรี๊ด!!! คนบ้า คนลามกนายทำอะไรกับฉันกันเนี่ย”

 

            เสียงแหลมแสบแก้วหูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันพร้อมกับการขยับตัวถอยห่างอย่างหวาดหวั่นของภรัณยา ทำให้ร่างสูงโปร่งอีกคนที่นอนอยู่เคียงข้างสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ดวงตาสีนิลจับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ขยับถอยห่างไปยังริมเตียงอีกด้านจนแทบจะตกลงไปอยู่รอมร่อด้วยแววตาตัดพ้อนึกต่อว่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรสักคำ สาวน้อยตรงหน้าก็เอ่ยถามเธอก่อนด้วยน้ำเสียงเบาหวิวอย่างคนไม่ค่อยมั่นใจตัวเองนัก

 

“บอกฉันมาสินายพันวอน เมื่อคืน ฉันแค่เมานายก็เลย เอ่อ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านั้น...ใช่ไหม?”

 

เมื่อถูกมองมาด้วยสายตาคาดคั้นแต่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะไม่มีเรื่องน่าอายเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ พรรณวรก็ได้แต่หลับตาลงพลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองอย่างอ่อนล้าเมื่อดูเหมือนเรื่องราวจะเป็นไปอย่างที่เธอคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ สาวหล่อได้กุมขมับอย่างคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับเรื่องนี้ดี เพราะเท่าที่อ่านจากสีหน้าและสายตาของสาวน้อยข้างบ้านแล้วดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้เลย โปรดิวเซอร์สาวหล่อนึกโกรธตัวเองที่เผลอใจไปกับคนเมามายไร้สติจนเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาแบบนี้ได้

 

เมื่อไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมานอกจากความเงียบกริบกับสายตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเสียใจแกมสำนึกผิดของอีกฝ่าย ก็แทนคำตอบในคำถามนั้นได้เป็นอย่างดี เพียงเท่านั้นภรัณยาก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี พลางคว้าหมอนขึ้นมาเขวี้ยงปาใส่สาวหล่อด้วยความโมโหพลางกระชากเสียงใส่ตัวต้นเหตุอย่างโกรธจัด ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าร่ำไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน

 

นาย! นายนี่มัน ทุเรศที่สุดเลย ทำได้แม้แต่คนเมา เอาครั้งแรกของฉันคืนมาเลยนะ!”

 

            สิ้นเสียงของภรัณยา ดวงตาคมก็ถึงกับเบิกโพลงขึ้นมาอีกครั้ง พลางมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างตกใจแทบสิ้นสติ ใบหน้าของพรรณวรซีดเผือดราวกับไก่ต้มหลังได้ยินคำพูดประโยคนั้นเต็มสองหู ในสมองเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายทั้งสับสน ระคนหวั่นไหว ผสมปนเปกับความรู้สึกสงสารและเห็นใจสาวน้อยข้างบ้านไปพร้อมๆ กัน

 

ร่างสูงโปร่งแทบพูดอะไรไม่ออก นอกจากขยับตัวเข้าไปใกล้คนที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงอย่างกลัวๆ กล้าๆ ก่อนจะรวบร่างเล็กนั้นเข้ามากอดหวังจะช่วยปลอบโยนและขอร้องให้อีกฝ่ายยกโทษต่อความผิดที่เธอได้กระทำลงไปเมื่อคืนนี้

 

            “เรน...ฉันไม่รู้จริงๆ ว่านั่นเป็นครั้งแรกของเธอ แต่เพราะเธอบอกว่าชอบฉัน ฉันก็เลย...เอ่อ ฉัน คือว่า...ขอโทษนะ”

 

“ชอบเหรอ ฉันไปบอกชอบนายที่ไหนเมื่อไหร่กัน อย่ามาพูดเองเออเองนะ ปล่อยสิ อย่ามาถูกตัวฉัน คิดว่าสิ่งที่นายทำลงไปมันแก้ไขได้ด้วยการขอโทษหรือไง โอย...ปวดหัวจัง ทำไมมันปวดขนาดนี้นะเนี่ย”

 

ภรัณยาพยายามดิ้นรนหนีให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแข็งแรงของสาวหล่อ พร้อมกับต่อว่าเขาทั้งน้ำตาที่ไหลรินลงมาเป็นสาย มิหนำซ้ำอาการปวดศีรษะอันเป็นผลข้างเคียงจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินกว่าร่างกายจะรับไหวนั้น ก็พลันกำเริบขึ้นมาทำให้เธอรู้สึกปวดตุบๆ จนแทบเหมือนศีรษะกำลังจะระเบิดเสียให้ได้

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าเรน สงสัยเพราะเมื่อคืนเธอคงจะดื่มไวน์มากเกินไปก็เลยแฮงค์น่ะ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรอุ่นๆ มาให้ดื่มแล้วกัน เธอนอนรออยู่นี่ก่อนนะ”

 

โปรดิวเซอร์สาวหล่อไม่ถือสาหาความในคำพูดนั้น แต่พยายามเอาใจด้วยการพูดดีด้วยพร้อมทั้งกดร่างบางให้นอนลงไปบนเตียงเช่นเดิมและทำท่าว่าจะลุกขึ้นไปหาเครื่องดื่มจากในครัวมาให้ แต่หญิงสาวกลับผลักไสร่างเธอออกห่าง แล้วผุดลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับเอ่ยอย่างกระชากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อพยายามจะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินลงมามากกว่านี้

 

            “พอแล้ว ไม่ต้องมาทำดีชดใช้ความผิดหรอก ยังไงฉันก็ไม่มีวันยกโทษให้คนอย่างนาย”

 

            หญิงสาวกล่าวพร้อมกับพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอน มองซ้ายขวาหาชุดของเธอที่ถูกถอดออกไปเมื่อคืนนี้ เมื่อพบว่าอาภรณ์ทุกชิ้นนั้นถูกพับอย่างเรียบร้อยและวางเอาไว้ใกล้กับกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอบนโต๊ะข้างเตียง จึงรีบคว้าขึ้นมาหอบแนบไว้กับอกแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องนี้ไป แต่พรรณวรกลับขยับเข้ามายืนจังก้าขวางประตูเอาไว้พร้อมกับคำพูดวิงวอนแกมขอร้อง

 

            เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไปสิเรน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน

 

“หลีกไปนะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”

 

ภรัณยาพยายามจะผลักร่างของคนตัวสูงกว่าออก แต่ร่างสูงโปร่งนั้นยังคงยืนนิ่งอย่างมั่นคงไม่มีทีท่าว่าจะขยับเคลื่อนไหวไปตามแรงของเธอเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวจึงยกมือขึ้นมาทุบอักๆ ลงไปบนไหล่ของคนตรงหน้าอย่างโมโห เป็นผลให้ข้อมือน้อยถูกรวบเอาไว้ด้วยมือใหญ่ของอีกฝ่าย

 

ฉันบอกแล้วไงว่าจะกลับบ้าน ปล่อยนะ!”

 

หญิงสาวพยายามสะบัดมือของเธอให้หลุดออกจากการเกาะกุมนั้น แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอสู้แรงของฝ่ายนั้นไม่ได้ จึงทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งเบนหน้าไปอีกทางคล้ายไม่อยากฟังสิ่งที่คนตรงหน้าพยายามเอื้อนเอ่ย

 

            ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉัน...เอ่อ เพราะว่าเธอ...

 

พรรณวรเอ่ยคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าจะนึกโมโหตัวเองไม่น้อยที่ต้องมาเป็นฝ่ายขอโทษขอโพยหญิงสาวก่อนเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วคนตัวเล็กกว่านี่แหละที่เป็นฝ่ายยั่วยวนชวนเชิญเธอก่อนด้วยซ้ำไป แต่ก็รู้ดีว่าอย่างไรเสียคนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ดีไม่มีทางจะหลุดพ้นข้อกล่าวหา ต้องตกเป็นจำเลยอย่างจนใจมากกว่าคนที่ทำไปเพราะไร้ซึ่งสติจากความเมามายอยู่แล้ว จึงพยายามจะอ้อนวอนขอให้หญิงสาวยอมอภัยและยกโทษให้เธอ แต่ดูเหมือนความพยายามเหล่านั้นจะสูญเปล่า เมื่อในดวงตารียาวนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความผิดหวังและเสียใจเป็นอย่างมาก

 

            ขอโทษ ขอโทษ นายพูดเป็นอยู่คำเดียวหรือไง!”

 

ภรัณยาหันกลับมาตวาดใส่คนตรงหน้าเสียงดังลั่น พลางสะบัดมือออกจากพันธนาการของอีกฝ่ายแล้วเงื้อมือขึ้นมาตวัดใส่ใบหน้าด้านซ้ายของสาวหล่อทันที เธอมองไปยังคนที่ถูกตบอย่างแรงจนหน้าหันด้วยสายตาแค้นเคืองเป็นอย่างมากที่ถูกพรากเอาสิ่งที่เฝ้าหวงแหนไว้ไปอย่างไม่น่าให้อภัย พลางยืนนิ่งกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้น้ำตาหยดหยาดลงมาเป็นสาย

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองมาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจทำให้พรรณวรรู้สึกปวดแปลบในอกด้านซ้ายยิ่งนัก ทั้งที่เมื่อคืนยังได้ฟังคำสารภาพความในใจจากปากของสาวน้อยข้างบ้านอยู่แท้ๆ มาวันนี้คนตรงหน้ากลับลืมสิ้นทุกอย่างราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ในที่สุดตะกอนความเคืองขุ่นที่โปรดิวเซอร์สาวหล่อสู้ทนอุตส่าห์ข่มใจเก็บกักมันเอาไว้ พลันระเบิดปะทุขึ้นมาแผดเผาความรู้สึกยับยั้งชั่งใจไม่ต่างไปจากลาวาร้อนแรงพวยพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟและพร้อมที่จะแผดเผาทำลายทุกอย่างให้ราพณาสูร

 

            สาวหล่อกระชากร่างของคนที่เพิ่งตบหน้าตัวเองจนชาไปทั้งแก้มเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจุมพิตบนเรียวปากอุ่นนิ่มของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน เมื่อความกรุ่นโกรธที่อดทนอดกลั้นเอาไว้ขาดสะบั้นลงไป กว่าจะถอนริมฝีปากออกได้ก็ทำเอาคนถูกจูบถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรง เรียวปากบางมีร่องรอยแดงช้ำจากจุมพิตอันดุเดือดรุนแรงเมื่อครู่ เผลอปล่อยให้ของในมือร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้สิ้นเรี่ยวแรง ภรัณยาได้แต่นั่งนิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นรูปปั้น จ้องมองไปยังคนตรงหน้าตาไม่กะพริบ

 

“เรน...”

 

เพียะ!

 

พรรณวรย่อตัวตามลงไปเพื่อหวังจะช่วยประคองร่างบอบบางที่นั่งตัวแข็งทื่อเอาไว้อย่างหลวมๆ แต่ไม่ทันไรใบหน้าสีน้ำผึ้งก็สัมผัสได้ถึงแรงกระทบจากฝ่ามือน้อยที่สะบัดเข้าใส่แก้มเต็มแรง รสเค็มปร่าของเลือดที่ไหลซึมออกมาจากตรงมุมปากหลังถูกตบซ้ำที่เดิมอีกครั้ง ทำให้สาวหล่อต้องยกมือขึ้นมากุมแก้มด้านซ้ายของตัวเองไว้ รู้สึกเจ็บและแสบจนแทบชาไปทั้งซีกหน้า

 

            “นายทำอย่างนี้ทำไม ทำกับฉันแบบนี้ทำไม ตอบฉันมาสินายพันวอน ฮือๆ” 

 

            มือทั้งสองของภรัณยายกขึ้นมาทุบตีลงไปบนอกของอีกฝ่ายพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง คราวนี้ดูเหมือนว่าพรรณวรจะถอดใจแล้วจริงๆ เธอรวบร่างของคนที่ร่ำไห้เข้ามากอดไว้ พยายามสรรหาคำพูดปลอบโยนที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

            “เพราะฉันโกรธที่เมื่อคืนเธอบอกว่าชอบฉัน แต่ตอนนี้กลับทำเหมือนจำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็คงเพราะว่าฉัน เอ่อ คงจะชอบเธอเข้าแล้วด้วยมั้งก็เลยทำเรื่องอย่างนั้นลงไป ขอโทษนะที่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ แต่ไม่ต้องห่วงนะฉันจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปแน่นอน เชื่อฉันนะเรน”

 

            ไม่...นายไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรฉันหรอก แค่ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วปล่อยฉันกลับบ้านเสียที ได้ไหม ฉันขอร้อง ฉันอยากจะลืมเรื่องนั้น

 

ภรัณยาปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่น และเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรัดร่างเธออยู่นั้นด้วยสายตาวิงวอนแกมขอร้องบ้าง พรรณวรก้มลงมองคนตรงหน้าพลางเชยคางสาวน้อยให้หันหน้ามาสบตากับเธอ แต่ดวงตารียาวสีน้ำตาลอ่อนนั้นกลับหลบตาเบนไปทางอื่นแทน แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่ในใจลึกๆ แต่สาวหล่อก็จำใจยอมทำตามคำขอนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“โอเค ฉันจะปล่อยให้เธอกลับบ้านไป อยากจะลืมหรือจะจำก็ตามใจเธอ แต่ขออย่างเดียวอย่าหลบหน้าฉัน แค่นั้นได้หรือเปล่า”

 

หญิงสาวนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ ร่างสูงโปร่งจึงยอมคลายอ้อมแขนของตนออกอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้อีกฝ่ายค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป ไม่นานนักภรัณยาก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเก่า พลางส่งเสื้อนอนลายทางคืนให้กับเธอด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ

 

“ให้ฉันเดินไปส่งไหม”

 

พรรณวรกล่าวสั้นๆ พลางไขกุญแจเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าแล้วรีบเดินก้าวฉับๆ ไปยังทิศทางของบ้านตัวเองทันที ทิ้งให้ร่างสูงโปร่งยืนมองส่งตามร่างบอบบางนั้นไปคล้ายยังอาลัยอาวรณ์ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกเหมือนกับใจหายเช่นนี้ หรือบางทีอาจเพราะความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับสาวน้อยข้างบ้านเมื่อคืนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนก็เป็นได้ สาวหล่อยืนมองกระทั่งภรัณยาเดินหายเข้าไปในตัวบ้านจึงปิดประตูลงแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านของตัวเองเช่นกัน

 

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น