Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 24 : บทลงโทษอันแสนหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 มี.ค. 54

 

ตอนที่ 24 : บทลงโทษอันแสนหวาน

 

เดิมทีพรรณวรคิดว่าจะปล่อยภรัณยาทิ้งไว้บนโซฟาในห้องรับแขก แต่พอคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าคงไม่เหมาะเท่าไรนัก เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่พี่ชายซึ่งมีอาชีพเป็นนักบินนั้นจะกลับมา เขายิ่งเป็นคนที่กลับบ้านไม่เป็นเวลาอยู่ด้วย แถมบางทีก็พาเพื่อนมาค้างแบบไม่บอกไม่กล่าว จึงค่อนข้างกังวลใจไม่น้อยหากบังเอิญพิทวัสกลับมาคืนนี้แล้วเจอสาวน้อยข้างบ้านนอนหลับด้วยความเมามายอยู่เพียงลำพังก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมาหรือเปล่า ใช่ว่าเธอไม่ไว้วางใจในตัวพี่ชายแท้ๆ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกคือเธอไม่ไว้ใจสัญชาตญาณความเป็นชายในตัวเขาเสียมากกว่า อย่างไรเสียผู้ชายก็ยังเป็นผู้ชายอยู่วันยันค่ำ

 

            “อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว แข็งใจไว้หน่อยสิเรา เอ้า!...ฮึบ เฮ้อ ตัวก็เล็กนิดเดียวไหงหนักขนาดนี้นะ หรือว่าช่วงนี้เราจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ แขนถึงได้ไม่มีแรงเอาเสียเลย”

 

            ร่างสูงโปร่งพยายามฝืนกัดฟันทนอุ้มคนเมาหลับไม่ได้สติด้วยท่าทางทุลักทุเล กว่าจะก้าวขึ้นบันไดแต่ละขั้นมายังชั้นสองของบ้านได้ แขนสองข้างก็เริ่มอ่อนล้าลงไปเรื่อยๆ พอวางร่างอ่อนปวกเปียกของหญิงสาวลงกับเตียงได้เท่านั้น คนอุ้มถึงกับทรุดลงไปนั่งหายใจหอบด้วยความเหนื่อยอ่อน เอื้อมมือคว้ารีโมตบนโต๊ะข้างเตียงมากดเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน ก่อนจะล้มตัวลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นข้างเตียงอย่างหมดแรงทันที

 

            “ฉานอยู่ที่หนายเนี่ย บ้านเหรอ เอ...แล้วกลับมาได้ไงหว่า ทำมายจำม่ายด้ายน้า”

 

            เสียงยานคางของภรัณยาก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทำให้คนที่เพิ่งหลับตานอนกางแขนกางขาอยู่กับพื้นยังไม่ทันจะหายเหนื่อยดี มีอันต้องลุกขึ้นมามองเจ้าของเสียงนั้นด้วยความสงสัย จึงได้เห็นว่าหญิงสาวผุดลุกขึ้นมานั่งเกาศีรษะพลางมองไปรอบตัวอย่างมึนงงเหมือนยังไม่ค่อยสร่างเมาเท่าไรนัก

 

“ร้อนจางเลยน้า อาบน้ามดีกว่า...ปายอาบน้าม”

 

สิ้นประโยคนั้นของภรัณยา ดวงตาคมสีนิลของคนที่อยู่ข้างเตียงก็ถึงกับเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวพยายามถอดชุดเดรสสีขาวที่สวมใส่อยู่นั้นออกคล้ายไม่รู้ตัวเลยว่ายังมีคนอื่นอยู่ภายในห้องด้วย

 

“เดี๋ยว หยุดก่อน นี่เธอจะทำอะไรน่ะ มาแก้ผ้าอะไรตรงนี้เล่า”

 

พรรณวรรีบพุ่งตัวขึ้นมาบนเตียงอย่างรวดเร็วพร้อมกับตะครุบมือน้อยนั้นเอาไว้ก่อนที่ชุดกระโปรงยาวจะถูกถอดออกไปจากกายหญิงสาวได้ทันควัน จากการกระทำนั้นส่งผลให้คนที่กำลังหลับหูหลับตาถอดเสื้อผ้าตัวเองอยู่ในห้องนอนของคนอื่นถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

 

ภรัณยาเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับปรือตามองคนตรงหน้าด้วยท่าทางฉงน ดวงตารียาวพยายามจับโฟกัสบนใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าจะเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีแต่ก็นึกไม่ออกในทีแรก หลังจากมองใบหน้าเรียวได้รูปนั้นอย่างพินิจพิจารณาด้วยสติอันลางเลือนอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มจะจำได้ว่าเจ้าของมือใหญ่ที่เกาะกุมข้อมือของเธอไว้เป็นใครกัน พลันรอยยิ้มน้อยๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของหญิงสาว ก่อนจะกล่าวกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงยานคางแทบฟังไม่รู้เรื่อง

 

            “หืม? ครายอ่า...เอ๋...นี่มานนายพานวอนนี่นา นายเข้ามาในห้องฉานทำมายเนี่ย น่านแน่ คิดจามาแอบแต๊ะอ๋างกานอีกล่าสิ ที่จริงนายแอบชอบฉานอยู่ใช่ม้ายล่า”

 

            เพราะมัวแต่คิดจะหยุดยั้งการกระทำของอีกฝ่าย จึงไม่ทันได้ระวังว่าจะถูกโถมเข้าใส่เต็มแรงเช่นนี้ ทำเอาร่างสูงโปร่งถึงกับสูญเสียการทรงตัวหงายหลังผลึ่งลงไปนอนบนเตียงเสียงดังทันที ครั้นพยายามจะลุกขึ้นก็กลับต้องชะงักไป เมื่อจู่ๆ ร่างบอบบางของสาวน้อยข้างบ้านก็ตามคร่อมร่างของเธอไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ ใบหน้าขาวเนียนใสเจือไว้ด้วยสีชมพูอ่อนๆ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่โน้มลงมาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผะผ่าวเคล้ากลิ่นกรุ่นของแอลกอฮอล์จางๆ ที่เป่ารดดวงหน้าของเธออยู่ เพียงเท่านั้นร่างกายก็เหมือนถูกกระตุ้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่น่าประหลาดใจยิ่งนัก

 

            ตึก...ตัก...ตึก...ตัก!

 

โปรดิวเซอร์สาวหล่อออกอาการหวั่นไหวไม่น้อยเมื่อต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ใบหน้าสีน้ำผึ้งเริ่มกลายเป็นสีชมพูเข้มขึ้นมาเมื่อสบตากับดวงตาเรียวของอีกฝ่ายในระยะประชิด เสียงหัวใจเต้นโครมครามเหมือนมีใครมาตีกลองกระหน่ำอยู่ในอก ใช่ว่าเธอจะไม่คุ้นเคยกับฉากแบบนี้มาก่อน แต่มันก็นานมากแล้วที่เธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายกับใครและอีกอย่างเธอก็มักจะเป็นฝ่ายรุกไล่เสียมากกว่าจะต้องกลายมาเป็นฝ่ายตั้งรับเช่นนี้ด้วย ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองคนตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทั้งรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดระแวงอยู่ในใจด้วยไม่รู้ว่าคนที่คร่อมร่างของเธอไว้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

            “ทะ...ทำอะไรของเธอน่ะ”     

 

            ทามอารายง้านเหรอ ฉานจะโลงโทษนายงายล่ะ นายกาบยายผมทองน่านทามห้ายฉานหงุดหงิด แบบนี้ต้องโลงโทษ

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลประกายชมพูคลี่ยิ้มน้อยๆ พร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางจ้องมองใบหน้าของคนที่อยู่ด้านล่างอย่างมีเลศนัย

 

บ้าหรือเปล่า จะมาลงโทษฉันเรื่องอะไร ฉันไปทำอะไรให้เธอ...อุ๊บ!”

 

ยังไม่ทันที่พรรณวรจะได้พูดอะไรต่อเสียงของเธอก็มีอันต้องเงียบลงไปโดยปริยาย เมื่อจู่ๆ สาวน้อยหน้าแฉล้มก็ก้มลงมาจรดริมฝีปากทาบทับลงบนริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วแบบไม่ให้โอกาสได้ตั้งตัวได้ โปรดิวเซอร์สาวหล่อได้แต่นอนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนกจนแทบลืมหายใจ ดวงตาคมเบิกกว้างพลางกรอกลูกตาไปมา มองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยังคงหลับตาพริ้มคล้ายกำลังดื่มด่ำกับจุมพิตนั้นอย่างคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้

 

นานทีเดียวกว่าที่โจรขโมยจูบนั้นจะยอมถอนริมฝีปากของตนออกไป แต่ยังคงยันฝ่ามือกับพื้นเตียงคร่อมร่างของอีกฝ่ายเอาไว้คล้ายยังไม่หนำใจกับบทลงโทษอันแสนประหลาดนั้น หลังจุมพิตขั้นเบสิกผ่านพ้นไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของภรัณยาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเจ้าตัวคงกำลังนึกวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ในใจและเป็นสิ่งที่ทำให้พรรณวรรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ ขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล จึงตัดสินใจเอ่ยถามคนตรงหน้าเสียงสั่นด้วยท่าทางหวาดหวั่นไม่น้อย

 

            จะทำอะไรน่ะยายบ๊องเธอบ้าไปแล้วเหรอ

 

            “แหะๆ น่านสิ ทามอารายดีน้า อ้า รู้แล้วต้องทามแบบเน้”

 

หญิงสาวหัวเราะเสียงใสกับท่าทางตื่นกลัวของอีกฝ่ายทั้งที่เพียงแค่พลิกตัวนิดเดียวก็สามารถหลบเลี่ยงจากอ้อมแขนของเธอได้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมจึงนอนเฉยมองเธอด้วยสายตาไม่ไว้วางใจเช่นนั้น ยิ่งทำให้รู้สึกได้ใจคล้ายว่าคนที่อยู่ด้านล่างนั้นไม่สามารถขัดขวางการกระทำของเธอได้ ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะวางแปะลงไปอกของสาวหล่ออย่างรวดเร็ว

 

ลมหายใจที่กระชั้นขึ้นมาทำให้แผ่นอกราบเรียบที่มีผ้ารัดหน้าอกพันเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อบดบังความเป็นหญิงจากสายตาของคนทั่วไปกระเพื่อมไหวแรงขึ้นกว่าเดิมเกือบสองเท่า แม้ว่าจะยังมีเสื้อกล้ามเนื้อบางเบากับเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวอีกตัวขวางกั้นเอาไว้ แต่ก็ยังทำให้คนถูกผลักล้มลงไปนอนราบกับเตียงสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออุ่นๆ บนเรือนกายของตนจนรู้สึกวาบหวิวไปหมด กระทั่งมือซุกซนนั้นค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาตามสาบเสื้อทีละน้อย คนถูกรุกรานก็ยิ่งรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องมองตามมือของหญิงสาวที่ยังคงลูบไล้ร่างกายไปมาราวกับจงใจจะแกล้งยั่วยวนปั่นป่วนหัวใจเธอเล่นเสียอย่างนั้น

 

“พอได้แล้วยายตัวยุ่ง เลิกแกล้งฉันสักที ถ้ายังขืนเมาแล้วทำตัวระรานชาวบ้านเค้าอย่างนี้ เกิดฉันห้ามใจไม่ไหวแล้วจะมาร้องโวยวายเอาทีหลังไม่ได้นะ”

 

ในที่สุดพรรณวรก็กลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง หลังจากมัวแต่ตกใจและเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับการลงทัณฑ์ที่อีกฝ่ายทำกับเธอไปเมื่อครู่นี้ ร่างสูงโปร่งรีบตะครุบมือของคนที่กำลังลวนลามเธออย่างตั้งใจเอาไว้แล้วพลิกตัวกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมอยู่ด้านบนบ้าง พลางจ้องมองเข้าใจในดวงตาเรียวเล็กของคนด้านล่างและไม่วายเอ่ยตำหนิติเตียนการกระทำอันล่อแหลมและเสี่ยงต่อความยับยั้งชั่งใจนั้นอย่างจริงจัง ทว่า ภรัณยาก็ยังไม่นึกหวั่นเกรงกับคำเตือนนั้นแต่อย่างใด ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในร่างกายจะเป็นตัวกระตุ้นให้เธอกล้าแสดงออกมากกว่าที่เคย พร้อมกับเอ่ยท้าทายอย่างไม่คิดเกรงกลัว

 

“ทำมาย อ๋อ นี่นายคิดว่าฉานคงจากลัวคามขู่ของนายสินะ อาวเลยเซ่อยากจาทามอารายก้อเชิญเลย แต่ฉานว่านายม่ายกล้าทามหรอก นายมานก้อดีแต่ขี้โบ่น ชอบกวนปาสาดฉานอยู่ด้าย...อุ๊บ...อื้อ!

 

เมื่อถูกหญิงสาวพูดท้าทายเช่นนั้นก็ทำให้พรรณวรนึกฉุนขึ้นมาไม่น้อย ทั้งที่เธอพยายามจะอดทนอดกลั้นต่อความรู้สึกของตัวเองแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาถูกยั่วยุด้วยคำพูดของอีกฝ่ายเช่นนี้ เห็นทีคงจะต้องกำราบให้รู้จักกลัวเสียบ้างแล้วกระมัง โปรดิวเซอร์สาวหล่อคิดในใจ ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจุมพิตปิดปากอีกฝ่ายเหมือนอย่างที่เธอถูกกระทำไปเมื่อครู่นี้ แต่ต่างกันตรงที่เธอตั้งใจให้มันเป็นจูบที่ดุดันกว่าและรุนแรงกว่าเพื่อหวังให้คนเมาไวน์นั้นหยุดออกฤทธิ์ออกเดชเสียที ก่อนจะถอนเรียวปากของตนออกแล้วบอกกับคนที่อยู่ข้างใต้ด้วยน้ำเสียงเข้ม

 

“ไง ยายตัวยุ่ง คราวนี้จะยอมหุบปากแล้วนอนหลับไปดีๆ ได้แล้วใช่ไหม ถ้าขืนเธอยังพูดท้าทายอีกล่ะก็คราวนี้ได้เจอของจริงแน่ๆ เข้าใจหรือเปล่า”

 

เพราะคิดไปว่าหญิงสาวจะรู้สึกหวาดกลัวต่อคำเตือนของเธอจากการกระทำนั้น เมื่อได้เห็นฝ่ายนั้นทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้ หยดน้ำใสๆ ไหลรินลงมาอาบแก้มนวลปลั่ง แต่พรรณวรกลับต้องประหลาดใจเป็นอันมากหลังจากได้ยินคำตัดพ้อต่อว่าที่มาจากอีกฝ่าย เป็นคำพูดที่ไม่ต้องตีความอะไรให้มากมายก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี

 

“ช่ายเซ่...ฉานม่ายด้ายเปนสาวสวยขาวหุ่นดีอกอึ๋มแบบยายฝาหรั่งผมทองคนโน้นนี่ นายคงม่ายสนจายฉานหรอกช่ายม้า ท้างที่ฉานอ่านะ...ฉานแอบปิ๊งนายตั้งแต่วานแรกที่ย้ายมาเลยรู้หรือป่าว แต่นายมาหาว่าฉานเปนพวกชอบยู่งเรื่องชาวบ้านแบบน้าน ฉานเสียจายรู้ม้าย”

 

            อะไรนะ ที่จริงแล้วยายนี่แอบชอบเราอย่างนั้นเหรอ หูฝาดไปหรือเปล่า

 

            สาวหล่อผิวสีน้ำผึ้งถึงกับหูผึ้งขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินความในใจของภรัณยา แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่ชอบหาเรื่องชวนทะเลาะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากันคนนั้น จะแอบปลื้มเธออยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าทั้งคู่เพิ่งจะรู้จักกันเพียงเวลาแค่ไม่ถึงสัปดาห์ก็ตามที แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอจึงรู้สึกยินดีปรีดาไม่น้อยที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้นของอีกฝ่าย หัวใจพลันเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง พลางมองสบตาคนที่อยู่ใต้ร่างของเธอราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่าง

 

            แต่คำโบราณบอกเอาไว้ว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา แล้วเราจะเชื่อคำพูดของยายนี่ได้จริงหรือ คงไม่ใช่พอพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วก็ลืม จำเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนไม่ได้หรอกนะ

 

            พรรณวรได้แต่นึกสับสนอยู่ในใจเพราะที่ผ่านมาภรัณยานั้นไม่ได้มีท่าทางเหมือนจะสนใจในตัวเธอเลยสักนิด แล้วจู่ๆ ก็มาบอกว่าแอบชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น บางทีมันอาจเป็นแค่คำพูดเปรยขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่ว่ามาก็ได้ แต่จะพิสูจน์ได้อย่างไรล่ะว่าคำสารภาพความนัยนั้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของหญิงสาวจริงๆ

 

            “เธอชอบฉันจริงๆ หรือเรน ไม่ใช่แค่แกล้งปั่นหัวฉันเล่นใช่ไหม”

 

            ดวงตาคมจับจ้องไปยังดวงหน้าขาวใส มองสบดวงตาแดงก่ำอันแสนใสซื่อไร้เดียงสาของอีกฝ่ายพร้อมด้วยคำถาม พลางยกมือหนึ่งขึ้นมาเช็ดหยดน้ำใสที่รินลงมาอาบแก้มทั้งสองให้เปียกชื้นไหลซึมลงไปยังพื้นเตียง

 

            “ฉันชอบนาย...นายพันวอน ได้ยินไหม ฉันชอบนายจริงๆ นะ”

 

เสียงของหญิงสาวที่ดังแว่วเข้ามาในสมองของสาวหล่อ เขย่าหัวใจดวงน้อยในอกของเธอจนสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าแต่น้ำเสียงที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเมื่อครู่นั้นฟังชัดเจนยิ่งนักและไม่ได้ฟังดูยานคางเหมือนประโยคอื่นๆ ที่ผ่านมาเลยสักนิด มือใหญ่เชยคางเจ้าของคำพูดน่าฟังนั้นขึ้นเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะโน้มหน้าลงไปประทับจุมพิตบนเรียวปากหญิงสาวอีกครั้ง ทว่า ในครั้งนี้ต่างไปจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง

 

พรรณวรบรรจงมอบจุมพิตให้กับอีกฝ่าย เมื่อสัมผัสได้ถึงเรียวปากอุ่นนุ่มที่พยายามตอบสนองกลับมาในแบบเดียวกันก็รู้สึกเหมือนยับยั้งชั่งใจไว้ไม่อยู่ มือข้างเดิมค่อยๆ เลื่อนลงมาตามลำคอของหญิงสาว แตะปลายนิ้วลงเบาๆ บนเนินอกนวลเนียนที่โผล่พ้นขึ้นมาจากคอเสื้อตัวยาว พลางเอ่ยถามอีกครั้งคล้ายจะลองใจ

 

“เธอแน่ใจนะเรนว่าจะไม่ขัดขืนฉันจริงๆ น่ะ จะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้อีกแล้วนะ”

 

ดวงตาสีนิลมองเห็นคนในอ้อมแขนส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมกับส่งยิ้มมาให้โดยไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด นอกเหนือไปจากใบหน้าขาวใสที่ออกอาการสะเทิ้นอายจนกลายเป็นสีชมพูเข้มขึ้นกว่าเมื่อครู่ และอัตราการเต้นของหัวใจที่อยู่ๆ ก็สั่นระรัวไหวแรงขึ้นกว่าเก่า สัมผัสได้ผ่านปลายนิ้วเรียวที่วางอยู่บนเรือนกายของหญิงสาว

 

เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น พรรณวรก็ไม่คิดที่จะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยอีกต่อไป เธอค่อยๆ ถอดอาภรณ์ของสาวน้อยข้างบ้านออกโดยที่เจ้าของร่างนั้นมิได้ห้ามปรามแต่อย่างใด ก่อนจะตระกองกอดร่างบอบบางเอาไว้แล้วมอบความสุขทางกายให้กับหญิงสาวด้วยสัมผัสที่แสนนุ่มนวลและอ่อนโยนจวบจนเวลาผ่านไปจนเกือบถึงรุ่งเช้าของวันใหม่ ร่างสูงโปร่งจึงช้อนกายหญิงสาวขึ้นมาอุ้มไว้แนบอกแล้วพาไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำพร้อมกับหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปพร้อมๆ กันในที่สุด

 

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #85 ^_^ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 06:15
    โว้ววววววว เอาแล้วไงๆ



    งานนี้ตื่นมาจะมีใครตายมั้ยเนี่ย?? ฮ่าๆๆๆ



    แต่หนูเรนของเรามายั่วเองนี่เนอะ ใครจะอดใจไหว



    แหม พอเมาแล้วมันก็ดีอย่างเนอะ พูดตรงตามใจเปะเลย
    #85
    0
  2. #84 หิ่งห้อย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 20:59
    โวยแน่นอน



    ตอนตื่น
    #84
    0
  3. #83 GüZeL DağlaR (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 21:14
     ^^ แล้วคิดว่าตื่นขึ้นมาจะอาลาวาดไหมเนี่ย 
    #83
    0
  4. #82 perl (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 03:46
    ในที่สุดก็ได้กัน เอ้ยไม่ใช่ดีใจที่ท่านพี่ยอมเขียนNCค่ะ
    #82
    0
  5. #81 yaaMong (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 01:26
    ตายแล้ววววว ><
    หนูเรนตกเปนของพี่พั้นซ์ซะแล้ว
    ตอนตื่นมาจะโวยวายมั้ยเนี่ยยย
    #81
    0