Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 23 : ภาระในอ้อมแขน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 มี.ค. 54

 

ตอนที่ 23 : ภาระในอ้อมแขน

 

            หลังจากยืนนิ่งแข็งทื่อราวกับเป็นตอไม้อยู่นาน ในที่สุดพรรณวรก็เรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้อีกครั้ง เธอมองตามแผ่นหลังของว่าที่นักร้องคนแรกในสังกัดของตัวเองที่กำลังพยุงพาร่างของหญิงสาวอีกคนที่มีขนาดตัวพอๆ กันเดินออกจากร้านไปอย่างทุลักทุเล ก่อนจะหันกลับมาเหล่มองคนที่ยังคงนอนหลับฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวสลับกับสาวหล่อหน้าตี๋ที่เมาหลับซบอยู่กับไหล่ของสาวเปรี้ยวผมสั้นกุดที่นั่งอยู่อีกโต๊ะห่างออกไปนั้นด้วยสีหน้าลำบากใจไม่น้อย เมื่อยังคิดไม่ออกว่าจะพาคนเมาทั้งสองกลับไปส่งที่บ้านของพวกเธอทั้งคู่ด้วยวิธีใด

 

            เกือบสิบนาทีต่อมาร่างของคนที่หลับใหลไม่ได้สติทั้งสองนั้น ก็ถูกจับยัดเข้ามาในรถมินิคูเปอร์สีเหลืองคู่ใจของพรรณวรได้ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือจากบริกรหนุ่มของร้านอาหาร สาวหล่อปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาบนหน้าผากของตนทิ้งไปพร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากอุ้มช้อนร่างของภรัณยามาที่รถคันเก่งโดยมีบริกรและหญิงสาวนามว่ามิ้นท์นั้นช่วยกันพยุงพาร่างของปรินนท์มาขึ้นรถได้สำเร็จ

 

            “เห็นตัวเล็กแบบนี้ ที่จริงตัวหนักไม่ใช่เล่นเลยแฮะ นั่นก็อีกคน เล่นเมาเละเทะแบบนี้ทุกครั้งที่กินเหล้าแล้วสาวที่ไหนเขาจะมาสนใจคนอย่างแกวะ ถ้าไม่ติดว่ารูปหล่อพ่อรวยน่ะ หืม?”

 

            ร่างสูงโปร่งยืนมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวที่นั่งหลับคอพับคออ่อนอยู่กับสายคาดนิรภัยบนเก้าอี้ข้างคนขับพร้อมกับพูดบ่นเบาๆ พลางหันไปมองเพื่อนรักที่ถูกจับให้นอนเหยียดยาวอยู่บนเบาะด้านหลังอย่างหมดสภาพแล้วก็ถึงกับส่ายหน้าระอาใจ ทั้งที่บิดาของปรินนท์นั้นได้สร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นับสิบแห่งใหญ่ๆ ในประเทศมากมายให้เขาและพี่ชายช่วยกันดูแล แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าตัวกลับเอาแต่ร่ำร้องอยากจะเปิดร้านอาหาร พอถูกบิดาคัดค้านก็ไม่พอใจและออกมาหาเรื่องดื่มเหล้าเคล้านารีสนุกสนานไปเพียงวันๆ เสียอย่างนั้น

 

            หลังจากยืนบ่นพึมพำเพียงลำพังได้ไม่นาน พรรณวรก็เดินอ้อมกลับมาขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านของปรินนท์โดยไวเพราะเธอเองก็อยากจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านเต็มแก่แล้วเช่นกัน ทันทีที่สตาร์ตเครื่องยนต์ได้ รถมินิคูปเปอร์สีเหลืองคาดดำคู่ใจก็แล่นทะยานไปบนถนนกว้างอย่างรวดเร็ว เพียงครู่ใหญ่ก็มาจอดสนิทอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ อันเป็นที่พักอาศัยของเพื่อนรัก โชคดีที่คนรับใช้ในคฤหาสน์หลังนั้นยังไม่หลับ สาวหล่อร่างสูงโปร่งจึงกวักมือเรียกให้มาช่วยกันพยุงร่างของเพื่อนรักเข้าบ้านไปอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเปลืองแรงของตน จากนั้นจึงเดินวนกลับมาที่รถแล้วออกตัวไปในทันทีเมื่อรู้สึกว่าความง่วงงุนค่อยๆ เข้ามาจู่โจมเธอทีละน้อย

 

            ระหว่างทางกลับบ้านในขณะที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่นั้น ร่างสูงโปร่งจึงปิดตาลงคล้ายต้องการพักสายตาสักครู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ หางตาของเธอถึงได้เหลือบไปมองยังร่างของหญิงสาวที่หลับใหลไม่ได้สติบนเบาะนั่งข้างคนขับแทนได้ เสียงครางงึมงำในลำคอที่ดังลอดออกมาเป็นระยะ ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำไปหมดด้วยฤทธิ์ไวน์ ร่างบอบบางขยับเคลื่อนไหวร่างกายน้อยๆ  ราวกับรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องถูกจำกัดพื้นที่เช่นนี้ ก่อนจะจบลงด้วยการหายใจยาวอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าเธอกลับเข้าสู่นิทราอีกครั้ง

 

            “ยายนี่ทำตัวเหมือนเด็กจริงๆ เลย”

 

            รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพรรณวรหลังได้เห็นท่าทางของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง หากจะบอกว่าภรัณยาในเวลานี้ช่างดูน่ารักและไร้เดียงสาราวกับเทพธิดาตัวน้อยก็คงจะไม่ผิดนัก ถ้าไม่ติดว่าหญิงสาวชอบพูดจากวนประสาทและมักทำเป็นตั้งแง่ใส่เธอทุกครั้งที่เจอหน้ากันอยู่เรื่อยไป ไม่แน่บางทีเธออาจจะนึกชอบหรือสนใจผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาบ้างก็ได้

 

            ปิ๊น...ปิ๊น!!

 

            เสียงแตรจากรถคันหลังดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทำให้คนที่กำลังนึกจินตนาการไปไกลถึงกับสะดุ้งมองไปเบื้องหน้า และได้เห็นว่าสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว จึงรีบออกรถทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และไม่วายบ่นพึมพำกับตัวเองเล็กน้อยที่มัวแต่เผลอใจลอยคิดเรื่องไร้สาระไปได้

 

            ไม่กี่นาทีถัดจากนั้น รถมินิคูเปอร์สีเหลืองคาดดำคู่ใจก็พาพรรณวรและสาวน้อยข้างบ้านมาถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย สาวหล่อจอดรถนิ่งสนิทลงที่หน้าบ้านของภรัณยาและมองเข้าไปในตัวบ้านที่ปราศจากแสงไฟนอกเหนือไปจากโคมไฟดวงกลมตรงหัวเสาริมรั้วเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบก็ดูจะเงียบสงัดทำให้เธอไม่แน่ใจว่าในบ้านหลังนั้นไม่มีใครหรือเพราะว่าหญิงสาวอีกคนที่อาศัยอยู่ด้วยกันนั้นหลับไปแล้ว จึงตัดสินใจเปิดประตูลงไปลองกดกริ่งเรียกดูเผื่อว่ามินรญาจะได้มาเปิดประตูให้ แต่ยืนรออยู่นานก็ไม่เห็นว่าจะมีใครมาเปิดประตูให้เสียที

 

            “สงสัยไม่มีใครอยู่มั้ง เอ...แต่รถก็ยังอยู่นี่นา หรือว่าจะหลับไปแล้วนะ”

 

            ร่างสูงโปร่งมองลอดผ่านประตูรั้วหน้าบ้านเข้าไปเห็นรถสปอร์ตสีเงินคันงามจอดอยู่ในบริเวณส่วนที่เป็นโรงรถ ก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตนก็พบว่าเป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว บางทีหญิงสาวเจ้าของรถอาจจะเข้าสู่นิทราไปแล้วก็เป็นได้ จึงเปลี่ยนใจหันกลังกลับมาเปิดประตูด้านข้างคนนั่งและหยิบเอากระเป๋าสะพายใบเล็กของเจ้าของบ้านขึ้นมาเพื่อหากุญแจสำหรับเปิดประตูบ้าน แต่เพียงแค่เปิดกระเป๋าออกดูเท่านั้น เธอก็ถึงกับผงะเมื่อพบว่าในกระเป๋าใบน้อยนั้นอัดแน่นไปด้วยข้าวของมากมายจนเต็มไปหมด แทบไม่เหลือช่องว่างใดให้พอจะล้วงมือลงไปค้นหากุญแจบ้านเลยแม้แต่น้อย        

 

            กระเป๋าบ้าอะไรเนี่ยรกชะมัดยาด ถ้าฉันเก็บของเข้าที่ไม่เหมือนเดิมคงถูกยายเด็กนั่นอาละวาดใส่อีกแน่ เฮ้อ เธอนี่มันตัวยุ่งจริงๆ เลยนะ ชอบก่อเรื่องวุ่นวายให้ฉันอยู่เรื่อยเชียว

 

โปรดิวเซอร์สาวหล่อบ่นอุบอย่างหัวเสียไม่น้อย พร้อมกับเหลือบมองใบหน้าเจ้าของกระเป๋าอย่างชั่งใจคิดว่าจะเทข้าวของในกระเป๋าของหญิงสาวออกมากองรวมกันที่พื้นแล้วค่อยหาทีเดียว แต่มาคิดดูอีกทีเธออาจจะโดนอีกฝ่ายบ่นจนหูชาไปสามวันเจ็ดวันเลยก็ได้ที่บังอาจไปยุ่มย่ามกับข้าวของส่วนตัวเช่นนั้น จึงเปลี่ยนใจแล้วพาตัวปัญหาไปพักที่บ้านของเธอก่อนในคืนนี้

 

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #80 Romeo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 16:35
    ถ้าหนูเรนตื่นขึ้นมาคงอาวะวาดบ้านแตกแน่ๆๆ ^^
    #80
    0