Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 21 : บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 มี.ค. 54

 

ตอนที่ 21 : บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต

 

นานทีเดียวกว่าคนที่ถูกพาดพิงจะรับรู้ได้ถึงสายตาสองคู่ที่กำลังมองตรงมายังพวกเธอ ภรัณยาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อหางตาของเธอเหลือบไปเห็นว่าใครบางคนในสองคนนั้นกำลังมองจ้องมาอยู่ โดนเฉพาะหนึ่งในสองคนนั้นเป็นคนที่เธอไม่รู้สึกถูกชะตาด้วยเลยสักนิด หญิงสาวพ่นลมหายใจแรงดังฟู่คล้ายหงุดหงิด ทำให้จินตภัทรชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามอย่างข้องใจกับท่าทีเช่นนั้นของอีกฝ่าย

 

“มีอะไรเหรอเรน ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

 

“เปล่าหรอก ไม่มีอะไรก็แค่สงสัยว่ายายนั่นจะมองอะไรกันนักหนา ทำอย่างกับว่าฉันไปทำอะไรให้ไม่พอใจอย่างนั้นแหละ”

 

คนตัวเล็กว่าพลางสะกิดให้เพื่อนสาวตัวสูงกว่าหันไปมอง เมื่อนักร้องสาวมาดเท่มองตามไปจึงได้เห็นใครบางคนที่เธอเป็นคนออกปากชวนให้มาดูการแสดงเมื่อครู่นี้ สีหน้ายิ้มแย้มกับดวงตาเป็นประกายของเพื่อนรักทำให้ภรัณยาต้องมองตามไปอย่างอดสงสัยไม่ได้ จึงได้เห็นว่าสาวผมบลอนด์กำลังโบกไม้โบกมือเรียกคนที่ยืนอยู่ข้างเธอนั่นเอง

 

“อ๋อ คนนั้นชื่อชีสน่ะ เค้าเป็นรุ่นพี่ของฉันตอนเรียนม.ปลาย ฉันเป็นคนชวนให้มาฟังฉันร้องเพลงที่นี่เองแหละ แต่ทอมอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยนั่นใครก็ไม่รู้ ฉันไม่รู้จัก แต่หวังว่าคงไม่ใช่แฟนเค้าหรอกนะ”

 

จินตภัทรหันมากล่าวกับเพื่อนของเธอพร้อมกับบอกให้รู้ว่าคนที่กำลังกวักมือเรียกนั้นคือใคร พลางมองไปยังสาวหล่อที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสีหน้าเจื่อนลงพร้อมกับเสียงที่แผ่วลงไปในท้ายประโยคฟังดูคล้ายกับว่าเธอกำลังพูดกับตัวเองมากกว่า

 

“นายพันวอน เอ่อ ไม่ใช่สิ เค้าชื่อ พรรณวร ชื่อเล่นว่าพั้นช์น่ะ อยู่ข้างบ้านฉันเอง แต่เป็นแฟนกันหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะอีตานั่นนอกจากปากจัดชอบพูดจากัดจิกฉันทุกวัน แถมยังเป็นพวกหน้าม่ออีกตังหาก...”

 

ภรัณยาเอ่ยขึ้นบ้างพลางหันหน้าไปอีกทางคล้ายว่าไม่อยากเห็นพวกเขานั่งอยู่ด้วยกันเท่าไรนัก แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็ถูกคนตัวสูงกว่าคว้าข้อมือเอาไว้ พลางกึ่งลากกึ่งจูงเธอเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่สองคนนั้นนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

“หน้าม่อเหรอ? แปลว่าพี่ชีสกำลังตกอยู่ในอันตรายน่ะสิ ไป เรน ไหนๆ เธอก็รู้จักนายทอมนั่นอยู่แล้ว ถ้างั้นฉันจะพาเธอไปรู้จักกับพี่ชีสเค้าก็แล้วกันนะ”

 

นักร้องสาวมากเท่หันไปคว้ากระเป๋าหนังสีดำซึ่งบรรจุกีตาร์โปร่งตัวโปรดของตนที่วางพิงอยู่ข้างเวทีขึ้นมาสะพายคล้องไหล่ แล้วดึงตัวคนข้างกายให้เดินตามไปด้วยกัน ท่ามกลางความสับสนและงุนงงของภรัณยากับท่าทางที่ดูแปลกไปทันทีของอดีตเพื่อนสนิทคนพิเศษหลังได้ยินคำพูดของเธอเกี่ยวกับสาวหล่อข้างบ้านแล้ว

 

“ขอบคุณนะคะพี่ชีสที่ยอมมาตามที่จินขอร้อง จินดีใจมากๆ เลยค่ะ อ้อ เกือบลืมแนะนำไปเลย นี่เรน เพื่อนสมัยเด็กของจินเองค่ะ เรนนี่พี่ชีส เค้าเป็นรุ่นพี่สมัยม.ปลายที่คอยดูแลฉันอย่างใกล้ชิดมาตลอดเลยน่ะ ว่าแต่พี่มากับเพื่อนเหรอคะ”

 

เมื่อจินตภัทรเดินจูงข้อมือของเพื่อนสาวตัวเล็กกว่ามาถึงโต๊ะที่มีชนยชาและพรรณวรนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอก็กล่าวทักทายหญิงสาวผมบลอนด์ในทันที และไม่ลืมที่จะแนะนำคนที่ยืนวางสีหน้าไม่ถูกให้รุ่นพี่ได้รู้จัก พลางปรายตามองไปยังสาวหล่อผิวสีน้ำผึ้งที่นั่งอยู่อีกฝั่งด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ

 

“ไม่เป็นไรจ้ะ พอดีวันนี้พี่ก็ว่างๆ อยู่แล้วด้วยน่ะ ว่าแต่เพื่อนน้องจินน่ารักดีนะคะ เห็นพั้นช์บอกว่ารู้จักเพราะว่าอยู่ข้างบ้านกันด้วยนี่นา รู้สึกเหมือนวันนี้มีแต่เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นบ่อยจังเลยนะว่าไหมคะพั้นช์ อ่อ จริงสิ ยังไม่ได้แนะนำให้จินรู้จักเลย นี่พี่พั้นช์จ้ะ เป็นรูมเมตของพี่ตอนไปเรียนโทที่อเมริกาน่ะ ไหนๆ ก็เป็นคนรู้จักกันถ้างั้นก็มานั่งด้วยกันเลยดีกว่านะ เอ้า เชิญเลยจ้ะ”

 

ชนยชายิ้มให้สาวมาดเท่รุ่นน้องก่อนจะหันไปทักทายหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางแนะนำคนที่นั่งอยู่กับเธอก่อนแล้วให้ทั้งสองได้รู้จัก และชักชวนให้นั่งร่วมโต๊ะกันด้วยน้ำเสียงร่าเริง

 

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ เรนกำลังจะกลับอยู่พอดี ไม่รบกวนดีกว่า เชิญตามสบายนะคะ”

 

ภรัณยาเหลือบมองหน้าสาวหล่อข้างบ้านเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นเอาแต่นั่งอมยิ้มไม่พูดไม่จาอะไร ทั้งยังไม่ใช่คนที่เอ่ยปากชวนให้เธอนั่งร่วมโต๊ะด้วยอีกก็นึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่บอกถูก ทำเอาจินภัทรที่กำลังจะย่อตัวนั่งลงต้องลุกขึ้นแล้วคว้าข้อมือของอดีตเพื่อนรักเอาไว้อย่างอดสงสัยไม่ได้

 

                “เดี๋ยว อย่าเพิ่งไปสิเรน คือ สงสัยว่าเรนจะเกรงใจพี่ๆ น่ะค่ะ เค้าเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ นี่เรน ฉันขอร้องล่ะเธอช่วยนั่งเป็นเพื่อนกันก่อนได้ไหม ฉันไม่อยากนั่งอยู่นี่คนเดียว แต่จะทิ้งพี่ชีสไว้กับทอมหน้าม่ออย่างนั้นก็คงไม่ได้ น่านะเรนคนดี๊คนดี”

 

                จินตภัทรเห็นท่าไม่ดีเมื่อเพื่อนรักวัยเด็กของเธอกำลังจะหนีออกไปจากวงสนทนานั้น ก็รีบปรี่เข้ามาล็อกแขนเอาไว้พลางเอ่ยกับอีกสองคนที่นั่งอยู่ก่อนด้วยรอยยิ้มแห้งๆ แล้วจึงหันไปกระซิบที่ข้างหูของภรัณยาด้วยน้ำเสียงเว้าวอนเพราะยังจำได้ดีว่าคนตัวเล็กกว่านั้นมักจะใจอ่อนกับคำขอร้องของเธออยู่เสมอ

 

                สาวน้อยในชุดขาวเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักอย่างไม่เข้าใจ แต่เพียงได้สบตาของอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ภรัณยาสังเกตเห็นสายตาหวานเชื่อมที่เพื่อนของเธอมองไปยังสาวผมบลอนด์รุ่นพี่ก็รู้ได้ในทันทีว่าจินตภัทรคงกำลังแอบชอบอีกฝ่ายอยู่แต่ยังไม่กล้าเผยความในใจออกไป แม้ว่าเธอเองก็เคยมองเพื่อนสาวมาดเท่ด้วยสายตาเช่นนั้นมาก่อน แต่เพราะห่างเกินกันมานานจึงทำให้ความรู้สึกที่มีต่อจินตภัทรค่อยๆ จางหายจากใจของเธอตามกาลเวลาที่ผันแปรเปลี่ยนไป

 

                “ก็ได้ ถึงที่จริงฉันไม่ค่อยอยากอยู่ต่อเท่าไหร่ แต่เพราะเห็นแก่เพื่อนรักอย่างเธอหรอกนะจิน...ขอโทษนะคะที่เมื่อกี้เสียมารยาท คือเรนไม่ค่อยคุ้นเคยกับการนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่น่ะค่ะ”

 

                ภรัณยากระซิบตอบเพื่อนสาวตัวสูงกว่าเบาๆ ก่อนจะหันไปกล่าวกับคนที่อาวุโสกว่าทั้งสองนั้นด้วยรอยยิ้มบาง พลางนั่งลงบนเก้าอี้ด้านขวามือของพรรณวรที่เพื่อนรักอุตส่าห์กุลีกุจอเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างเอาใจ ส่วนคนเลื่อนเก้าอี้ให้ก็เดินอ้อมไปอีกทางและนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับส่งผ่านคำขอบคุณมาให้ทางแววตา

 

                ชนยชาหันไปสั่งให้บริกรยกไวน์มาขวดหนึ่งเพื่อดื่มอวยพรฉลองความสำเร็จให้กับรุ่นน้องของเธอที่กำลังจะได้แจ้งเกิดเป็นศิลปินเต็มตัวในเร็ววัน ทั้งสี่คนนั่งสนทนากันด้วยเรื่องต่างๆ มีเสียงหัวเราะเกิดขึ้นบ้างเป็นบางระยะ ในจังหวะนั้นเองที่พรรณวรเหลือบไปเห็นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของภรัณยา จึงเผลอลอบมองใบหน้าขาวใสของสาวน้อยข้างบ้านอย่างลืมตัว จนกระทั่งเสียงของชนยชาดังแว่วเข้ามาในหู เรียกเอาสติสัมปชัญญะของสาวหล่อผิวสีน้ำผึ้งกลับมาทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมเลิกคิ้วมองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยถามอีกครั้งเพราะไม่ทันได้ฟังที่หญิงสาวพูดมาเมื่อครู่นี้

 

                “หืม? เมื่อกี้ว่าอะไรนะชีส”

 

                “แน่ะ! ใจลอยไปถึงสาวคนไหนแล้วล่ะคะพั้นช์เนี่ย กำลังคุยอยู่กับชีสอยู่แท้ๆ เลยนะ”

 

                น้ำเสียงตัดพ้อต่อว่าของชนยาชาพลอยทำให้ทุกคนในที่นั้นหันไปให้ความสนใจกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าใจลอยไปถึงหญิงสาวปริศนาทันที ใบหน้าสีน้ำผึ้งของพรรณวรจึงเริ่มมีสีแดงระเรื่อเจือขึ้นมาน้อยๆ เมื่อคำพูดของสาวผมบลอนด์กระทบใจเธอเข้าอย่างจัง เมื่อเห็นว่าคนข้างๆ หันมาพร้อมกับขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย ร่างสูงโปร่งก็รีบเบือนหน้าไปอีกทางพลางพูดเสียงสูงกลบเกลื่อนท่าทางของตัวเองอย่างมีพิรุธ

 

                “เปล๊า เปล่านี่ สาวอะไรที่ไหนกัน ฉันแค่กำลังคิดเรื่องงานเพลินๆ อยู่ต่างหากล่ะ”

 

                “อ้อ เรื่องงานเองเหรอคะ ชีสก็นึกว่าพั้นช์คิดถึงใครอยู่ซะอีก ไม่งั้นคงน่าน้อยใจแย่เลยนะทั้งที่กำลังคุยกับชีสอยู่แท้ๆ แต่กลับใจลอยไปหาสาวคนอื่นได้ จริงสิ ไหนๆ ก็พูดเรื่องงานขึ้นมาเมื่อกี้พั้นช์บอกว่าเพิ่งได้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ดูแลงานเพลงอัลบั้มแรกให้น้องจินนี่ น้องจินรู้แล้วใช่ไหมคะ”

 

                ชนยชายิ้มแย้มให้อีกฝ่ายอย่างไม่สนใจกับคำแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ นั้น ทั้งที่เห็นอยู่เต็มตาว่าคนตรงหน้าเธอเอาแต่ลอบมองใบหน้าของสาวน้อยชุดขาวที่นั่งข้างๆ อยู่นานแล้ว แต่เพราะไม่อยากให้บรรยากาศการสนทนาต้องหยุดชะงักลงไปจึงรีบพูดเปลี่ยนเรื่อง และแอบซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ลึกๆ

 

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #78 ^_^ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 08:21
    สรุปสุดท้าย ก็กลายเป็นว่ารุ้จักกันหมดทุกคนเลย



    โลกนี่มันกลมจริงๆ ฮ่าๆๆๆ



    แต่พั้นซ์นี่เริ่มอาการหนักนะ ชอบเรนเข้าให้แล้วล่ะสิ



    ต้องรอลุ้นกันต่อไปล่ะคู่นี้
    #78
    0
  2. #77 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 22:30
     ง่ะ จินจ๋า อย่าไปสนสาวผมบลอนด์เลยน้า>< มาสนเค้าดีกว่า

    555555 /me ถูกตบ

    แง่มๆ โลกนี้มันกลมจริงๆนะ ใครว่าแบนเราเถียงสุดใจขาดดิ้นเลย! 

    แบบว่าสับรางไม่ทัน เอ๊ย~ ไม่ใช่ละๆ555+ 
    #77
    0