Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 : เพื่อนรักหักมุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มี.ค. 54

ตอนที่ 16 : เพื่อนรักหักมุม

 

            ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ในที่สุดงานแฟนมีตติ้งของวง Crown นักร้องสาวชาวเกาหลีก็เสร็จสิ้นลงด้วยดีท่ามกลางความอิ่มเอมใจของบรรดาแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบและรอคอยที่จะได้พบกับพวกเธอมาตลอด ผู้คนบางส่วนพากันทยอยเดินออกจากห้องจัดงานต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเองแบบทางใครทางมัน แต่ทว่า ยังมีคนกลุ่มหนึ่งอีกประมาณเกือบยี่สิบคนได้ที่ยังคงรวมตัวกันเพื่อถ่ายภาพความประทับใจกับแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์งานขนาดใหญ่ยักษ์ที่ติดอยู่บนผนังด้านนอกของตัวอาคาร

 

            หลักจากที่พรรณวรขอตัวเดินแยกจากเพื่อนสาวอดีตรูมเมตคนสนิทมาแล้ว เธอก็มายืนรออยู่ตรงหน้าประตูทางออกเพราะโทรศัพท์เข้าไปหาปรินนท์กี่รอบก็เจอแต่สัญญาณให้ฝากข้อความเอาไว้ เมื่อติดต่อเพื่อจะนัดหมายบอกจุดที่จอดรถเอาไว้ไม่ได้จึงตัดสินใจยืนรออยู่ตรงนี้แทน พลางสอดส่ายสายตามองหาสาวน้อยข้างบ้านเผื่อว่าจะชวนให้ติดรถนั่งกลับไปด้วยกัน เพราะอย่างไรเสียบ้านของอีกฝ่ายนั้นก็เป็นทางผ่านของบ้านเธอด้วยอยู่แล้ว แต่ยืนมองหาอยู่นานก็ไม่พบเงาของภรัณยาแต่อย่างใด จึงได้แต่นึกในใจว่าบางทีหญิงสาวอาจจะติดรถใครกลับไปแล้วก็ได้ เธอจึงเลิกสนใจและหันไปมองหาเพื่อนสนิทตัวปัญหาอีกครั้ง กระทั่งได้เห็นสาวหล่อหน้าตี๋เดินปรี่เข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแก้มแทบปริพร้อมกับที่ฝ่ายนั้นกระโดดเข้ามากอดคอเธอเอาไว้อย่างดีอกดีใจระคนมีความสุขยิ่งนัก

 

            “พั้นช์ แกฉันคิดไม่ผิดเลยล่ะที่มางานนี้ น้องโซยุนน่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ โอ้ว...โซยุน ดวงตาของเธอช่างสวยงามอะไรเช่นนี้ แค่ส่งยิ้มมาทีทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของพี่แทบละลายกลายเป็นน้ำไปแล้ว”

 

            ร่างสูงโปร่งพอได้ฟังสำนวนชวนให้เลี่ยนของเพื่อนรักแล้วก็แทบอยากอาเจียนออกมาเสียให้ได้ พลางขยับตัวถอยห่างจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้แฝงไว้ด้วยการประชดประชันเล็กๆ

 

            “เน่ามากเลยว่ะปาย กล้าพูดออกมาได้ไงอายคนอื่นเขาบ้างไหมเนี่ย ถ้าชอบขนาดนั้นทำไมไม่จีบยายนักร้องกิมจินั่นไปเลยวะ จะมารำพึงรำพันกับฉันให้มันได้อะไรขึ้นมามิทราบ”

 

            “ถ้าทำได้ฉันทำไปนานแล้วโว้ย แกนี่ขี้บ่นจริงๆ ทำเป็นตาแก่ไปได้ โอ๊ะ! เกือบลืมไปเลย คุณเพื่อนสุดที่รักครับกระผมมีเรื่องอยากจะขอร้อง คือว่าเมื่อกี้ตอนที่คุยกับพวกสาวๆ แฟนคลับวง Crown กลุ่มนึง เขาชวนไปคุยต่อกันที่...”

 

            ปรินนท์โวยวายกลับมาทันทีเมื่อถูกพูดแทงใจดำเข้า แต่แล้วก็รีบเปลี่ยนท่าทีแล้วขยับเข้าใกล้ตาแก่ขี้บ่นในสายตาของตนพลางแสร้งทำเป็นบีบนวดไปบนไหล่ของคนตัวสูงกว่าด้วยท่าทางประจบประแจงสุดฤทธิ์ แต่ยังไม่ทันที่สาวหล่อหน้าตี๋จะเอ่ยต่อจนจบประโยค พรรณวรก็รีบโพล่งดักคอขึ้นมาก่อนคล้ายจะรู้ทัน เป็นผลให้คนที่กำลังจะชักชวนให้ไปด้วยกันนั้นถึงกับอ้าปากค้างพลางมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างคาดไม่ถึง

 

            นี่แกอย่าบอกนะว่าจะไปต่อที่อื่นอีกน่ะ

 

            เฮ้ย...รู้ได้ไงวะ ฉันยังพูดไม่ทันจบเลย แต่ก็นะอย่างที่แกเข้าใจนั่นแหละ ทำไงได้วะ นานๆ ทีจะเจอคนที่มีรสนิยมแบบเดียวกัน เอาน่าถือซะว่าไปปลดปล่อยความเครียดก็แล้วกัน แกอย่าซีเรียสกับชีวิตให้มันมากนักสิ

 

            โปรดิวเซอร์สาวหล่อทำท่าทางอิดออดเล็กน้อย ทั้งที่ใจหนึ่งอยากจะกลับไปบ้านแล้วล้มตัวนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างสบายๆ แต่อีกใจก็ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนต้องไปกับคนที่ไม่รู้จักโดยลำพังคนเดียวอย่างนั้น ในที่สุดความเป็นห่วงเพื่อนย่อมมาก่อน พรรณวรถอนหายใจยาวอย่างเอือมระอากับนิสัยชอบเป็นห่วงความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าจะยอมบอกความต้องการของตนออกไปยิ่งนัก ก่อนจะเอ่ยอย่างเสียไม่ได้พร้อมกับตบไหล่คนตรงหน้าเบาๆ อย่างเตือนสติ

 

            เฮ้อ ไปก็ไป แต่ถ้าแกทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวแบบเมื่อกี้อีกล่ะก็ อย่ามาว่าฉันใจร้ายทีหลังก็แล้วกัน

 

ปรินนท์พยักหน้ายิ้มรับคำอีกฝ่ายจนตาหยี แล้วจึงรีบเดินตามสาวหล่อเจ้าของรถมินิคูเปอร์สีเหลืองคาดดำไปอย่างรวดเร็ว

 

            ไม่นานพาหนะคันน้อยของพรรณวรก็พาทั้งคู่มาถึงยังหน้าร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานแฟนมีตติ้งมากนัก ยังไม่ทันได้เข้าไปภายในร้านสาวหล่อร่างสูงโปร่งก็ไม่วายหันมาบ่นกับเพื่อนซี้ที่เป็นคนออกปากชวนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างหัวเสียเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายและไม่ค่อยสะดวกใจนักเมื่อคิดว่าจะต้องมาอยู่ในสถานบันเทิงคับแคบซึ่งมีเสียงเพลงเปิดดังจนแสบแก้วหู แล้วยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่พากันมาปลดปล่อยความทุกข์หาความสุขแบบจอมปลอมใส่ตัวเองอย่างเช่นผับอื่นทั่วๆ ไป แต่ปรินนท์ก็ยังคงไม่ยอมละความพยายามพร้อมกับคะยั้นคะยอให้เพื่อนรักเข้าไปด้านในพร้อมกับตนให้ได้ เป็นผลให้คนที่ไม่อยากขัดใจเพื่อนต้องเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปอย่างจนใจ

 

            เพียงเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ดวงตาคมสีนิลก็ได้แต่มองไปรอบกายอย่างประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่าสถานที่แห่งนี้แตกต่างไปจากสถานบันเทิงอื่นๆ ที่เธอและเพื่อนเคยแวะเวียนไปอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเพราะเป็นร้านที่มีเพดานเปิดโล่งสามารถมองขึ้นไปเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มที่แต่งแต้มไว้ด้วยกลุ่มเมฆสีขาวได้อย่างชัดเจน ไม่ได้เป็นอาคารที่คับแคบมืดทึบแลดูน่าอึดอัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นอันไม่พึงประสงค์เหมือนเช่นเคย พื้นที่อาณาเขตค่อนข้างกว้างขวางซ้ำยังแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่งสบายตา ในสไตล์การตกแต่งร้านแบบโอเพนแอร์คล้ายคลึงกับบ้านพักตากอากาศริมทะเลหลังใหญ่ซึ่งมีต้นมะพร้าวสูงถูกปลูกเรียงรายเอาไว้เป็นทิวแถวโดยรอบคล้ายเป็นรั้วกั้นอาณาเขตจากสายตาของคนภายนอก

 

ท่วงทำนองเพลงในจังหวะบอสซาโนวาผสมผสานกับเสียงหวานของนักร้องสาวคนหนึ่งดังแว่วมาจากเวทีตรงพื้นที่โซนกลางของร้านที่ถูกยกสูงขึ้นจากพื้นราวครึ่งเมตร ทำให้พรรณวรรู้สึกผ่อนคลายลงกว่าเดิมมาก

 

            ฉันชักชอบที่นี่ซะแล้วสิ

 

โปรดิวเซอร์สาวหล่อหันไปเปรยกับเพื่อนรักพลางมองไปรอบๆ อย่างรู้สึกประทับใจกับสถานที่แห่งนี้ไม่น้อย คงเพราะเธอไม่ชอบผับที่มีผู้คนเป็นร้อยแออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันอยู่ด้านใน ต่างคนต่างเต้นอย่างไม่มีใครสนใจใครจนแทบจะเหยียบกันตายไปข้างหนึ่ง แต่กับที่นี่ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวยิ่งนัก สายลมที่พัดพลิ้วแผ่วเบาผ่านแนวต้นมะพร้าวสูงใหญ่กระทบกับโคมไฟโมบายรูปเปลือกหอยที่แขวนห้อยระย้าลงมาจากกลางลำต้นส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งชวนให้คิดจินตนาการไปว่ากำลังยืนอยู่บนระเบียงรีสอร์ตริมชายหาดก็ไม่ปาน

 

            เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามาที่นี่ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดหรอกน่า ว่าแต่น้องมิ้นท์คนสวยนั่งอยู่ตรงไหนกันนะ เห็นบอกว่ามาถึงกันได้พักใหญ่แล้วนี่ เอ๊ะ เจอแล้วนั่นไง

 

ปรินนท์ยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี พลางสอดส่ายสายตามองหาคนที่ชักชวนตนมาร่วมสังสรรค์กับบรรดาแฟนคลับคนอื่นๆ ในกลุ่มนั้น ไม่นานก็ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งโบกมือไหวๆ พร้อมกับเดินรี่เข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างยินดี

 

พรรณวรมองตามสายตาของสาวหล่อหน้าตี๋ข้างกายไปจึงได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดนำสมัยซอยผมเสียสั้นกุดตามสไตล์สาวเปรี้ยวก๋ากั่นที่กำลังก้าวฉับๆ เดินตรงมายังทั้งคู่พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแหลมสูง

 

“มาแล้วเหรอคะพี่ปาย คิดว่าจะหนีกลับบ้านไปก่อนเสียแล้วสิ”

 

“แหม น้องมิ้นท์อุตส่าห์ชวนมาทั้งทีพี่จะปฏิเสธได้ยังไงล่ะจ๊ะ แล้วขืนกลับบ้านไปตอนนี้อาการป่วยของพี่จะต้องกำเริบแน่ๆ เลย”

 

ปรินนท์กล่าวตอบอีกฝ่าย พร้อมกับถอนหายใจยาวแสร้งทำหน้าเศร้าทิ้งช่วงรอจังหวะให้หญิงสาวตรงหน้าถามต่อ และก็เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อฝ่ายนั้นทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยความห่วงใยแกมสงสัย

 

“อ้าว พี่ปายไม่สบายเหรอคะ แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย”

 

“คือว่าพี่...”

 

“ปายมันทำหัวใจหล่นหายน่ะ เลยต้องมาตามหาที่นี่เพราะไม่รู้ว่ามีสาวๆ คนไหนเก็บเอาไว้ได้หรือเปล่า”

 

แต่ยังไม่ทันได้ตอบออกไปเสียงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำเอาคนที่อุตส่าห์คิดคำพูดหวานๆ เอาไว้หยอดสาวๆ ต้องหันมามองค้อนอย่างอดนึกเคืองมิได้ เมื่อเห็นสาวหล่อร่างสูงโปร่งทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างรู้ทันกับมุกเลี่ยนๆ ที่ใช้สำหรับขายขนมจีบให้สาวๆ มานักต่อนักแล้ว

 

“อุ๊ย...เพื่อนพี่ปายเล่นพูดมาแบบนี้มิ้นท์ก็เขินแย่สิคะ”

 

หญิงสาวเจ้าของนามว่า มิ้นท์ ทำตาโตมองหน้าคนพูดพลางแสร้งทำเป็นเอียงหน้าไปอีกทางอย่างขวยเขิน จึงไม่ทันได้เห็นว่าสองสาวหล่อเพื่อนซี้มองตากันนิ่งนานคล้ายกำลังส่งกระแสจิตสื่อสารกันเพียงในใจ ก่อนจะหันกลับมาแนะนำตัวและทำความรู้จักกับคนที่เพิ่งมาใหม่แล้วจึงพาทั้งคู่ไปนั่งที่โต๊ะขนาดยาวซึ่งมีสมาชิกคนอื่นๆ นั่งจับจองพื้นที่อยู่ก่อนแล้วราวเกือบยี่สิบชีวิตได้

 

 

To Be Continued. . .

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #70 ^_^ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 04:53
    ฮ่าๆๆๆๆ พั๊นซ์เรารู้ใจปายเสมอ



    ไม่ว่าจะพูดอะไรออกมาก็รู้ไปซะหมด ฮ่าๆๆๆ
    #70
    0