Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12 : เจ้าชายรูปหล่อกับไวโอลินคู่ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.พ. 54

ตอนที่ 12 : เจ้าชายรูปหล่อกับไวโอลินคู่ใจ


ต้องการฟังเพลงประกอบ(เฉพาะของตอนนี้) คลิกได้เลยจ้า



 

            ข้างฝ่ายพรรณวรนั้น หลังจากที่เดินออกมาจากบ้านของภรัณยาแล้วก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเพื่อที่จะคัดลอกเนื้อเพลงในกระดาษเปียกน้ำทั้งหมดลงในกระดาษแผ่นใหม่ แถมด้วยการเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ดิจิทัลลงเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของตัวเองไว้ด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกครั้ง ตราบใดที่ยังอาศัยอยู่ข้างบ้านของตัวอันตรายเช่นนี้

 

            เฮ้อ...ยายตัวยุ่งป่านนี้คงหลับปุ๋ยไปแล้วละมั้ง ดูสิ ดึกดื่นป่านนี้แทนที่ฉันจะได้หลับได้นอนแต่ยังต้องมานั่งทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่เลย เพราะเธอคนเดียวเลยนะ

 

พรรณวรบ่นกับตัวเองและไม่วายเอ่ยคาดโทษไปยังสาวน้อยข้างบ้านที่เป็นต้นเหตุทำให้งานง่ายๆ สำหรับเธอต้องกลายเป็นงานยากแล้วยังต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับการขัดล้างห้องครัวให้ตัวต้นเหตุอีกต่างหาก ด้วยความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทำให้สาวหล่อนึกอยากผ่อนคลายอารมณ์ขึ้นมาจึงตัดสินใจหยิบเอาไวโอลินตัวโปรดขึ้นมาจากกล่องในตู้เก็บของข้างเตียง แล้วเปิดประตูเดินออกไปยังหน้าระเบียงพร้อมด้วยขาตั้งสแตนเลสสำหรับวางโน้ตเพลงอีกตัว

 

ร่างสูงยกเอาไวโอลินสีขาวสะอาดตาที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดมาจากอาจารย์สอนดนตรีท่านหนึ่งของเธอเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมาวางลงบนบ่า มือข้างหนึ่งวางประจำที่บนคอไวโอลินอย่างเตรียมพร้อม มืออีกข้างจับคันชักกระชับไว้ให้มั่น ก่อนจะเริ่มทดลองเล่นไปตามตัวโน้ตที่เธอเป็นคนร่างเนื้อร้องและใส่ทำนองเข้าไปด้วยตัวเอง เสียงเพลงแว่วหวานดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณคลอเคล้ากับสายลมยามค่ำคืนที่พัดแผ่วพลิ้วมากระทบผิวกายทำให้คนเล่นคลายความขุ่นข้องหมองใจลงไปได้ไม่น้อย

 

            เสียงเครื่องดนตรีชนิดเครื่องสายดังลอดเข้ามาทางหน้าต่างซึ่งยังคงเปิดเอาไว้รับลมเย็นจากภายนอก ปลุกให้คนที่เผลอกอดรีโมตคอนโทรลนอนหลับไปบนเตียงถึงกับกระเด้งตัวขึ้นมาอย่างตกใจพลางมองไปรอบกายคล้ายหวาดผวากับเสียงที่ไม่คุ้นเคยนั้น ดวงตาสีน้ำตาลปรายตามองผ่านหน้าต่างไปทางบ้านข้างๆ จึงได้เห็นว่าไฟในห้องนอนของพรรณวรยังคงเปิดสว่างไสวอยู่

 

            “เที่ยงคืนกว่าแล้วนี่นาทำไมยังไม่รู้จักหลับจักนอนอีก ว่าแต่อิตานั่นเปิดเพลงอะไรของเขานะเสียงดังมาถึงนี่เชียว แถมยังเป็นเสียงเศร้าสร้อยอย่างกับใครมาร้องโหยหวนแน่ะ บรื๋อ...เพิ่งดูหนังผีมาเมื่อกี้ด้วย ซวยชะมัดนอนต่อไม่หลับเลยฉัน”

 

            ภรัณยาเอี้ยวตัวไปวางรีโมตโทรทัศน์ไว้บนหัวเตียงแล้วหยิบนาฬิกาปลุกรูปเพนกวินขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะบ่นออกมาชุดใหญ่แล้ววางมันกลับลงไปที่เดิม ร่างบอบบางนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่หลายต่อหลายตลบ พยายามเอาหมอนปิดหูข่มตานอนให้หลับเท่าไรแต่ก็ทำไม่ได้เสียที จึงได้แต่นอนเอามือก่ายหน้าผากนับลูกแกะในจินตนาการไปพลางๆ อย่างหงุดหงิด

 

            หลายนาทีผ่านไป. . .

 

            นี่นายพันวอน เล่นให้มันเบาๆ หน่อยได้ไหมฉันนอนไม่หลับนะ

 

เสียงของใครบางคนดังแทรกแหวกอากาศเข้ามาขัดจังหวะอารมณ์สุนทรีย์ของอดีตนักดนตรีวงออเคสตร้าตัวฉกาจของมหาวิทยาลัย มือที่กำลังกดคีย์ไปบนสายลวดเส้นเล็กชะงักลงทันที พลางหันกลับไปมองยังต้นเสียงจึงได้เห็นร่างเล็กของยายตัวยุ่งข้างบ้านในชุดเสื้อยืดตัวยาวสีหวานกับกางเกงสีดำขาสั้นกุดอวดเรียวขาขาวผ่องนวลเนียนยืนตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ตรงระเบียงหน้าห้องนอนฝั่งตรงข้าม

 

            นี่มันไวโอลินนะครับคุณ ไม่ใช่วิทยุสเตอริโอจะได้ปรับเพิ่มหรือลดเสียงดังได้ตามใจชอบน่ะ แต่ที่แน่ๆ ฉันว่าอย่างน้อยมันก็เบากว่าเสียงทีวีบ้านเธอเมื่อตอนหัวค่ำแหละ แถมยังดูไปกรี๊ดไปจนแสบแก้วหูหมดแล้ว คนอะไรพูดไม่รู้จักดูตัวเองเสียบ้างเลย

 

พรรณวรโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงระอาใจแกมหงุดหงิด คนอุตส่าห์กำลังอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วแท้ๆ แต่ไม่นึกเลยว่าจะถูกกวนตะกอนโทสะให้ขุ่นข้องหมองใจขึ้นมากลางดึกอีกจนได้ ร่างสูงรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดข้างขมับที่กำลังปูดโปนพองตัวขึ้นจนปวดหัวตุบเมื่อความตึงเครียดเริ่มออกอาการกำเริบอีกครั้ง

 

            ก็ฉันดูหนังผีอยู่นี่นา คนมันกลัวจะกรี๊ดออกมาบ้างไม่ได้หรือไงเล่า ช่างเหอะๆ พูดไปนายก็คงไม่เข้าใจ ถ้าจะเล่นก็เล่นให้มันเบาๆ หน่อยแล้วกัน ฉันอยากนอนเร็วๆ พรุ่งนี้ฉันต้องไปเจอสุดที่รักด้วย ไม่อยากไปให้เขาเห็นฉันหน้าโทรมเป็นหมีแพนด้าอดอาหารหรอกนะ

 

หญิงสาวข้างบ้านยังคงโวยวายต่อไป ก่อนจะพูดอะไรงึมงำฟังแทบไม่ได้ศัพท์ แต่สิ่งที่นักแต่งเพลงสาวหล่อได้ยินชัดเจนเต็มสองหูก็คือเหมือนอีกฝ่ายจะพูดถึงเรื่องการนัดเดทกับคนรักในวันพรุ่งนี้ ทำเอาคนที่กำลังจะยกไวโอลินขึ้นมาเล่นต่ออีกครั้งต้องชะงัก พลางมองจ้องหน้าคนที่เกาะอยู่ริมระเบียงฝั่งตรงข้ามอย่างพินิจพิจารณาไม่ได้

 

ยายนี่มีแฟนกับเขาด้วยเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ

 

“มาจ้องหน้าฉันแบบนั้นทำไมนายพันวอน อ๋อ...นี่อย่าบอกนะว่านายตกหลุมรักฉันเข้าแล้วน่ะ”

 

เมื่อเห็นสาวหล่อข้างบ้านเงียบไปมิหนำซ้ำยังเอาแต่มองหน้าเธอตาแทบไม่กะพริบ ทำเอาภรัณยารู้สึกอึดอัดระคนหวั่นไหวขึ้นมาไม่ได้ จึงแสร้งทำเป็นหาเรื่องยียวนกลับไปเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นแรงผิดปกติ ยามเมื่อถูกสายตาคมของอีกฝ่ายมองจับจ้องมาอย่างแทบไม่วางตา

 

            เธอนี่น้าคิดอะไรเข้าข้างตัวเองก็เป็นด้วย หลงตัวเองชะมัด ฉันว่าใครก็ตามที่เผลอไปหลงรักเธอเข้าคงได้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันแน่ๆ เฮ้อ...เอาเหอะขอเวลาฉันอีกแค่ห้านาที เดี๋ยวพอลองเล่นเพลงที่แต่งเพลงนี้จบแล้วฉันจะเงียบให้ตลอดทั้งคืนเลย

 

พรรณวรถึงกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมขมับรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเธอจึงต้องมาเจอกับยายตัวจุ้นจอมโวยวายที่ชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้บ่อยๆ เสียจนนึกอยากย้ายบ้านขึ้นมากะทันหันเสียอย่างนั้นคนนี้ด้วยนะ

 

            แน่ใจนะ เอางี้ดีกว่า ฉันจะยืนจับเวลาฟังอยู่ตรงนี้ พอครบห้านาทีแล้วนายต้องเลิกเล่นกลับเข้าห้องไปนอนเลย โอเคไหม

 

สาวน้อยข้างบ้านนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมพยักหน้าตกลง แต่ไม่วายยื่นเงื่อนไขอีกข้อมาให้ทำเอานักไวโอลินสาวหล่อนึกโมโหคนตรงหน้าจนแทบอยากขว้างไวโอลินตัวเก่งในมือใส่หน้ายายตัวยุ่งเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ก็ตัดใจทำเช่นนั้นไม่ลง ไม่ใช่เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงแถมยังเด็กกว่าหรอกนะ แต่เพราะไวโอลินสีขาวแสนรักในมือนั้นมีคุณค่าต่อเธอมากเกินกว่าจะต้องมาบุบสลายด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ พลางยกคันชักขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเข้มพยายามสะกดกลั้นความโกรธของตัวเองเอาไว้จนถึงที่สุด

 

“ยายบ้านี่เรื่องมากชะมัด เออ ก็ได้ๆ โธ่เว้ย! ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรยุ่งยากลำบากขนาดนี้ด้วยนะ เอาล่ะถ้าอยากจะฟังก็ยืนฟังเงียบๆ แล้วกัน”

 

ภรัณยากอดอกมองคนตรงหน้ายืนสีไวโอลินพร้อมกับร้องเพลงคลอเบาๆ ตามไปด้วยท่วงท่าสง่างามและสงบนิ่งราวกับเป็นคนละคนกับสาวหล่อปากร้ายเมื่อครู่นี้ลิบลับ แสงนวลตาจากโคมไฟตรงหน้าระเบียงสาดส่องลงมายังเรือนผมสีน้ำตาลแกมทองที่มัดรวบแบบครึ่งศีรษะไปทางด้านหลังของร่างสูงโปร่งผิวสีน้ำผึ้งในชุดเสื้อยืดคอวีสีขาวกับกางเกงวอร์มขายาวสีน้ำเงินเข้มที่กำลังแนบใบหน้าด้านหนึ่งลงกับไวโอลินสีขาวสว่าง มือข้างหนึ่งกดนิ้วลงไปบนสายลวดเส้นเล็กๆ อีกมือก็เลื่อนคักชักขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ทำให้พรรณวรในเวลานี้แลดูเหมือนเจ้าชายนักดนตรีในจินตนาการของเธอก็มิปาน

 

น้ำเสียงทุ้มห้าวผสมผสานเคล้าคลอไปกับเสียงเพลงที่บรรเลงโดยใช้เพียงเครื่องดนตรีชนิดเดียวดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาทของสาวน้อยข้างบ้าน ส่งผลให้คนที่ยืนกอดอกพิงหลังกับประตูกระจกบานกว้างถึงกับหลงเคลิ้มไปกับภาพเบื้องหน้าราวกับต้องมนต์สะกดในเสียงเพลงนั้น

 

ภรัณยาได้แต่ยืนอึ้งระคนนึกทึ่งอยู่ในใจ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าคนตรงหน้านี้จะสามารถเล่นดนตรีได้ไพเราะเพราะพริ้งถึงขนาดนี้ แม้แต่คนที่ไม่ชอบฟังเพลงบรรเลงคลาสสิกอย่างเธอ ยังอดเผลอคล้อยตามอารมณ์เศร้าของเนื้อเพลงไม่ได้ ยิ่งเมื่อบทเพลงนั้นถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงหวานปนห้าวก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

เมื่อเสียงเพลงค่อยๆ เบาลงจนกระทั่งเงียบสนิทไปในที่สุด อดีตนักไวโอลินมือทองที่ผันตัวมาเป็นนักแต่งเพลงผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินนักร้องคนดังหลายคนในวงการเพลงไทยก็ทำท่าโค้งคำนับให้กับผู้ชมการแสดงเพียงคนเดียวในที่นั้น

 

            เพลงเมื่อกี้นายแต่งเองเหรอ ไม่น่าเชื่อเลย...นายเนี่ยนะ

 

สาวน้อยข้างบ้านยังคงมองคนตรงหน้าด้วยอาการตกตะลึงพรึงเพริดไม่หาย หากไม่ได้มาเห็นกับตาเธอคงไม่อยากจะเชื่อว่าคนคนนี้จะเป็นผู้สร้างสรรค์บทเพลงอันแสนไพเราะนี้ขึ้นมาได้

 

            ก็ต้องเป็นฉันอยู่แล้วน่ะสิ จะให้เอาเพลงคนอื่นมาก๊อปขายได้หรือไงเล่ายายบ๊อง ขอบใจนะที่ยืนฟังจนจบ รู้ไหมเธอเป็นคนแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ก่อนใครในโลกเลยนะ เอาล่ะครบห้านาทีตามสัญญาแล้ว เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปส่งงานแต่เช้า กู๊ดไนท์นะจ๊ะ คุณภรรยา

 

พรรณวรยิ้มยียวนพูดทิ้งทวนเอาไว้ในตอนท้ายของประโยค แถมยังแกล้งทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาส่งจูบให้กับอีกฝ่ายด้วย

 

แหวะ ใครเขาอยากจะได้กัน

 

คนที่มัวแต่ยืนอึ้งไปกับความสามารถที่ซ่อนอยู่ของนายปากร้ายข้างบ้าน พอได้ยินดังนั้นก็ถึงกับทำหน้าเบ้พลางรีบทำท่าคว้ารอยจูบที่สาวหล่อส่งมาในอากาศเขวี้ยงลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำหลายๆ ที แกล้งทำเป็นชักสีหน้าไม่พอใจ แล้วผลุนผลันกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พรรณวรยืนมองตามร่างบอบบางนั้นไปกระทั่งลับสายตา

 

            ดูทำท่าเข้า ท่าทางจะชอบให้เราแกล้งละมั้ง ร่างสูงเผยรอยยิ้มกว้างพลางส่ายหน้าน้อยๆ อย่างนึกขันกับท่าทางของอีกฝ่ายนั้น พร้อมกับพึมพำออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

To Be Continued. . .




************************************

LovePenguin Talks

สวัสดีค่าคุณผู้อ่าน วันนี้รู้สึกเครียดๆ กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบนิดหน่อย เลยคลายเครียดด้วยการเปิดเพลงฟัง แล้วไปเจอเพลงนี้ที่รู้สึกว่ามันเข้ากับเนื้อเรื่องตอนนี้พอดี ก็เลยหยิบมาฝากค่ะ ตั้งแต่แต่งนิยายเรื่องนี้ คนเขียนก็พลอยเป็นโรคเกาหลีลิซึ่มตามน้องเรนไปด้วยเลย  แล้วคุณผู้อ่านล่ะคะ รู้สึกอินไปกับนิยายเรื่องนี้บ้างเหมือนกันรึเปล่าเอ่ย?

สำหรับเรื่อง Love Breakfast นี้ก็ดำเนินมาถึงเศษหนึ่งส่วนสามของเรื่องแล้วค่ะ (เพิ่งถึงแค่นั้นเองเหรอเนี่ย ?!?) ในขณะที่เรื่องอื่นๆ ในซีรีย์ชุดนี้ก็ค่อยๆ ทยอยลงตามกันมาติดๆ อ่านเรื่องของเราจบแล้ว ก็อย่าลืมแวะไปให้กำลังใจกับนิยายของนักเขียนอีก 3 ท่านกันด้วยนะคะ

เหมือนเดิมค่ะ ชอบไม่ชอบอะไร คอมเมนต์ ติชมกันมาได้เช่นเคยจ้า เพราะ 1 ความคิดเห็นของคุณ คือกำลังใจที่สำคัญของคนเขียนนะคะ วันนี้ต้องขอตัวไปอ่านหนังสือต่อก่อนแล้ว สวัสดีค่ะ

ปล. ขอบคุณ คุณ[Mp] : -๏PaSt๏- ด้วยที่มาคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ทุกตอนเลยค่ะ อยากบ่นอยากว่าอะไรหนูเรนหรือนายพั้นช์ ก็ใส่มาได้เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจนะคะ เขียนเยอะๆ ก็ได้นะ ชอบอ่าน อิอิ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #62 ^_^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 05:05
    แอบน่ารักนะเนี่ยตอนนี้



    ถ้าเป็นแฟนกันคงจะซึ้งน่าดูเลย แต่นี่ไม่ใช่ ฮ่าๆๆ



    สงสัยจังว่ามินไม่ได้ยินเสียงสองคนนี้ทะเลาะกันตอนกลางคืนบ้างหรือไง



    ไม่ไหวจะทนจริงๆ เฮ้ออออออ....
    #62
    0
  2. #61 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2554 / 13:07
     โอ้ว เลื่อนลงมาเห็นชื่อตัวเองแอบสะดุ้งตกใจวี้ดว้ายไปซักพัก(เกินไปแระๆ /me ถูกตบหัว 555+)

    พั้นนี่ก็เก่งนะ ทั้งแต่งเพลงและเล่นดนตรี แต่อย่างว่าเถอะ ถ้าริจะแต่งเพลง แต่ดันเล่นดนตรีไม่เป็นเลยก็คงไม่ใช่แล้วมั้ง

    5555 ว่าแต่ เล่นได้แต่ไวโอลินเหรอ น่าจะเล่นอย่างอื่นได้ด้วยนะ ^^ ไหนมาลองเปลี่ยนเป็นดนตรีไทยหน่อยสิ? เอ๊ ไม่สิ ก็เล่นอยู่แล้วมั้ง555+ /me ถูกตบอีกรอบ

    (หน้าเต็มไปด้วยรอยถูกตบ) อ่ะ...เอาเป็นว่า ก่อนที่จะลายแดงไปทั้งตัว ขอไปคอมเม้นท์ที่หนูเรนต่อละกันนะ ^^"

    หนูเรนนี่...กำลังแปลกใจอยู่ว่า เจ๊แกไม่ทำงานทำการเร๊อะ=[]=" เอาแต่ค่าเช่าบ้านมันจะพอกินเหรอหนู ไหนจะเรื่องเงินพวกบัตรคอนอีก ใช่ว่าถูกๆนะ ของนักร้องเกาหลีด้วย อีกอย่างถ้าทะเลาะกับทางบ้านเนี่ย คงไม่มีคนส่งเงินมาให้มั้ง เพราะดูท่าทางก็เรียนจบแล้ว- -

    ปล.คราวหน้าสงสัยต้องพกยาแก้ฟกช้ำมาด้วยนะเนี่ยT^T โดนไปหลายแผล 555+
    #61
    0
  3. #60 GüZeL DağlaR (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:13
     

    อัพ ด่วน ! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
    #60
    0