Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 : นักดับเพลิงจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.พ. 54

ตอนที่ 10 : นักดับเพลิงจำเป็น

 

            ซ่า

 

            น้ำจากในถังใบย่อมที่พรรณวรหิ้วมาถูกสาดโครมเข้าไปใส่กระทะที่กำลังไหม้ไฟ เป็นผลให้มีกลุ่มควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงอยู่เมื่อครู่นั้นสงบลงแล้ว ร่างสูงจึงเดินเข้าไปปิดวาล์วแก็สทั้งบนเตาและบนหัวถังแก็สที่ซ่อนอยู่ในตู้ไม้ใต้จุดวางเตา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของบุคคลทั้งสองในห้องครัวนั้น

 

ท่าทางจะหยุดแล้วล่ะ ทีหลังถ้าเธอเปิดแก็สก็ยืนเฝ้าเตาเอาไว้อย่าเดินไปที่อื่นอีกล่ะ...นี่เธอ เฮ้ เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย

 

พรรณวรยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากทิ้งไป พลางระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอกที่เห็นว่าเหตุการณ์ไฟไหม้นั้นสงบลงได้ด้วยดี เธอจึงกล่าวกับหญิงสาวตัวต้นเหตุที่เกือบทำให้ไฟไหม้บ้านด้วยน้ำเสียงเข้มเป็นเชิงตำหนิเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเอะใจขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าสาวน้อยเจ้าของบ้านที่มักจะชอบโต้เถียงเธอเป็นประจำกลับเอาแต่เงียบงันไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว

 

ร่างสูงเหลียวหันกลับมามองคนข้างกายและต้องแปลกใจเป็นอันมากเมื่อพบว่าใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไหลรินลงมาอาบสองแก้ม ดวงตายาวรีที่ชอบส่งสายตาเคืองขุ่นมาให้บัดนี้กลับแดงก่ำเหมือนดวงตากระต่ายฉายแววตื่นตระหนกระคนหวาดระแวงพลางมองไปยังจุดที่เกิดเหตุอย่างเหม่อลอยคล้ายว่าภาพนั้นยังคงติดตาฝังใจอยู่ไม่คลาย

 

“ฉะ...ฉันผิดเอง ฉันเป็นคนเปิดแก็สทิ้งไว้ ฮึก...ถ้าดับไม่ทัน...ฮึก...ต้องแย่แน่ๆ เลย ฮือ...ฉันเกือบจะทำไฟไหม้บ้านไปแล้วใช่ไหม”

 

ภรัณยากล่าวอย่างละล่ำละลักน้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ร่างบอบบางได้แต่ยืนตัวสั่นงันงกพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตายังคงหยาดหยดลงมาอย่างต่อเนื่องมิได้หยุด ความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่มีเธอเป็นต้นเหตุทำให้หญิงสาวถึงกับเข่าอ่อนและทรุดฮวบคล้ายคนหมดเรี่ยวหมดแรงจนแทบล้มลงไปกองกับพื้นแล้วหากไม่ได้มือของสาวหล่อข้างบ้านเอื้อมมารับไว้ได้ทัน พรรณวรตัดสินใจรวบร่างบอบบางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองพลางเอ่ยคำปลอบโยนพร้อมกับลูบศีรษะคนตัวเล็กกว่าอย่างแผ่วเบา

 

“ใจเย็นๆ นะเรน ไม่มีอะไรแล้วล่ะทุกอย่างเรียบร้อยดี”

           

ฮือ...ฉันกลัวจังเลย ถ้ามันเกิดไหมขึ้นมาจริงๆ ฉันจะทำยังไง ถ้าป้าแดงรู้เข้าต้องโมโหมากแน่ๆ

 

ร่างของภรัณยาสั่นเทิ้มไปหมดราวกับลูกนกถูกฝนจนตัวเปียกปอน สาวน้อยซุกหน้ากับอกอุ่นของอีกฝ่ายพร้อมกับร่ำไห้ออกมาไม่ยอมหยุด ทำเอาพรรณวรถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือลูบหลังลูบไหล่พลางเอ่ยปลอบประโลมคนกำลังเสียขวัญด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากกว่าทุกที

 

“ฉันช่วยดับไฟให้หมดแล้ว มันไม่ไหม้อีกแล้วล่ะ เธอไม่ต้องกลัวนะเรน โอ๋ๆ สาวน้อยไม่ต้องร้องแล้วนะ”

           

ฮื่อ ขอบคุณนะ

 

นานทีเดียวกว่าที่หญิงสาวเจ้าของบ้านจะตอบรับด้วยการพยักหน้าน้อยๆ กล่าวขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ แต่ยังคงสวมกอดร่างสูงเอาไว้แน่นราวกับเด็กน้อยหลงทางและต้องการที่พึ่ง คล้ายว่าเธอจะลืมเลือนไปชั่วขณะว่าเจ้าของอ้อมแขนแสนอบอุ่นที่ทำให้ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวของเธอสงบลงได้อย่างน่าประหลาดนั้นคือคนที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาก่อน สิ่งเดียวที่ภรัณยารู้สึกได้ในตอนนี้คือสาวหล่อปากร้ายได้กลายมาเป็นอัศวินผู้พิทักษ์บ้านสำหรับเธอไปเรียบร้อยแล้ว

           

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าที่สาวน้อยเจ้าของบ้านจะเริ่มควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ พรรณวรจึงค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวที่ใช้เสื้อของเธอต่างผ้าเช็ดหน้าเป็นที่ซับน้ำตามานานให้ผละออกห่างจากกาย ก่อนจะเอ่ยปากชักชวนคนตรงหน้าให้เข้าไปทำความสะอาดห้องครัวด้วยกัน ภรัณยาพยักพร้อมกับเดินตามร่างสูงไปอย่างว่าง่าย แต่เมื่อหญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องครัวที่เพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้ไปหมาดๆ ร่างบอบบางก็ออกอาการสั่นเทิ้มขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้

           

“ยังกลัวอยู่อีกเหรอ ถ้างั้นเธอไปนั่งรอข้างนอกก่อนเถอะ ตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”

           

สายตาคมของสาวหล่ออัศวินผู้พิทักษ์บ้านเหลือบมองมาเห็นว่าคนที่เกือบจะก่อเหตุวางเพลิงเผาบ้านตัวเองเมื่อครู่นี้ยังมีทีท่าหวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ จึงบอกให้หญิงสาวไปนั่งพักสงบจิตใจข้างนอกก่อน แต่คนถูกบอกให้นั่งรอกลับยังทำเป็นปากแข็งดึงดันที่จะอยู่ในห้องนี้ต่อให้ได้แม้ว่าจะรู้สึกหวั่นหวาดจนน้ำตารื้นขึ้นมาเอ่อคลออยู่รอบดวงตาเพียงไรก็ตาม

           

“ไม่เป็นไร ฉันดีขึ้นมากแล้วล่ะ อีกอย่างฉันเป็นเจ้าของบ้านนะจะปล่อยให้นายทำได้ยังไงกัน”

           

ร่างสูงถอนหายใจยาวอย่างเอือมระอากับท่าทางดื้อแพ่งของอีกฝ่าย ก่อนจะแสร้งทำเป็นเอ่ยขับไสไล่ส่งหญิงสาวให้ออกไปจากห้องครัวอย่างไม่ไยดี

           

“ไม่ต้องเลยยายตัวยุ่ง เธออยู่ในนี้ก็เกะกะฉันเปล่าๆ นู่น ไปนั่งรอในห้องรับแขกเลย เดี๋ยวพวกนี้ฉันจัดการเอง”

           

“นาย! ก็ได้ ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้วอยากทำอะไรก็เชิญเลย...แต่ยังไงก็ขอบคุณนะสำหรับเรื่องเมื่อกี้”

           

พอได้ยินสาวหล่อปากร้ายเรียกเธอว่า ยายตัวยุ่ง ภรัณยาก็แทบจะร้องแว้ดออกมาแต่ก็ห้ามตัวเองไว้ได้ทัน เมื่อรับรู้ได้ถึงกระแสของความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ในประโยคคำพูดนั้น หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่พอใจเดินกระแทกเท้าปึงปังออกจากห้องครัวไป และไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณในความหวังดีของอีกฝ่ายเป็นการทิ้งท้ายก่อนจะยอมจากไปแต่โดยดี

 

ทั้งที่ถูกบอกให้นั่งรออยู่แต่ในห้องรับแขก แต่ภรัณยาก็อดที่จะมาแอบยืนเมียงมองอยู่หน้าประตูห้องครัวไม่ได้ เธอเห็นสาวหล่อร่างสูงนำกระทะที่มีรอยดำไหม้เกรียมลงไปแช่น้ำในอ่างล้างจาน จากนั้นจึงหันมาใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทำความสะอาดคราบเขม่าควันไฟที่จับตัวกันอยู่บนฝาผนังด้วยท่าทางขะมักเขม้น

           

นาย เอ่อ หิวหรือเปล่า

           

เสียงที่เอ่ยออกมาสั่นๆ คล้ายคนถามไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไรนัก ทำให้พรรณวรชะงักมือที่กำลังเช็ดถูบนผนังอยู่นั้นแล้วหันกลับมามองทางต้นเสียง จึงได้เห็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องกลายสภาพมาเป็นซินเดอเรลลาช่วยทำความสะอาดห้องครัวเป็นการชั่วคราวแทนนั้นยื่นหน้าโผล่ออกมาจากวงกบประตูครัว สีหน้าหม่นหมองกับรอยยิ้มอันแสนจืดเจื่อนนั้นทำให้คนมองอดนึกสงสารไม่ได้แต่อีกใจก็นึกเคืองเจ้าของดวงตายาวรีที่กำลังมองมายังเธออยู่ไม่น้อย ด้วยไม่คิดว่าจะต้องมาข้องเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องในเวลาที่มีงานเร่งด่วนกำลังรออยู่เช่นนี้

 

“ถ้าฉันบอกว่าหิว แล้วเธอจะทำไฟไหม้บ้านอีกรอบหรือเปล่าล่ะ หืม?”

 

คำถามย้อนกลับของคนในครัว ทำให้ตัวต้นเหตุที่เกือบวางเพลิงเผาบ้านตัวเองถึงกับหน้าหงอลงไปหนักกว่าเก่า จริงอยู่ว่าตอนนี้ภรัณยายังคงตกใจและหวั่นเกรงกับการเดินเข้าไปใกล้เตาแก็สอยู่บ้าง แต่เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่นอกจากสาวหล่อข้างบ้านจะต้องทนหิวทั้งที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่ตอนเที่ยง มิหนำซ้ำตอนนี้ยังต้องมาช่วยทำความสะอาดห้องครัวแทนเธออีก

 

“ฉัน...อืม...ฉันคิดว่าคงไม่หรอก คือในตู้เย็นมีข้าวกล่องแบบแช่แข็งอยู่ แบบว่าถ้าเอามาอุ่นในไมโครเวฟก็คง...”

 

“ว่าไงนะ! มีข้าวกล่องแช่แข็งที่กินง่ายๆ แล้วเธอจะลำบากลำบนทำบะหมี่ผัดให้ฉันทำไมเนี่ย แค่เอาใส่ไมโครเวฟตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง แล้วฉันเองก็ไม่ต้องมาเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำเป็นให้เธอด้วย จริงไหมยายบ๊อง?”

           

สาวน้อยเจ้าของบ้านยังพูดไม่ทันจบประโยคดี คนที่เพิ่งหันกลับไปจัดการกับรอยคราบเขม่าควันบนผนังก็ต้องหันกลับมาโพล่งสวนคำพูดของเธออย่างอดนึกฉุนมิได้ เมื่อได้ยินดังนั้นก็เหมือนถูกกระตุ้นย้ำเตือนความทรงจำเรื่องเพลิงไหม้ครู่ก่อนขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวเริ่มสะอื้นฮักๆ สลับกับการพยายามชี้แจงเหตุผลที่ดูจะไร้สาระเหลือเกินสำหรับพรรณวรในตอนนี้

           

“ก็ฉันกลัวนายจะหาว่าฉันไร้ฝีมือนี่นา แล้วฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ไฟไหม้บ้านเสียหน่อย ฉันก็แค่...ฮึก...ฉันก็แค่...”

           

“พอเลย พอๆ เลิกร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็กๆ เสียที โอเค ตอนนี้ฉันหิวแล้วถ้าเธออยากจะอุ่นอะไรให้ฉันกินก็รีบๆ มาอุ่นเร็วเข้า อย่ามัวชักช้าเดี๋ยวฉันเป็นลมหน้ามืดตายไปแล้วกลายเป็นผีจะตามมาหลอกหลอนเธอเป็นคนแรกเลยรู้เปล่า”

           

เพียงสาวหล่อร่างสูงได้เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูเริ่มทำหน้าเบะคล้ายจะร้องไห้โฮเหมือนเมื่อครู่ ก็รีบร้องห้ามเอาไว้แล้วเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นแทนเพราะกลัวว่าเธอจะถูกใช้เป็นผ้าเช็ดหน้าจำเป็นอีกครั้ง อีกอย่างพรรณวรนั้นไม่ค่อยถูกกับน้ำตาของสาวๆ สักเท่าไร เธอไม่ชอบที่จะเห็นใครมาร้องไห้อยู่ต่อหน้าโดยเฉพาะถ้าเป็นการร่ำไห้ด้วยความเสียใจอันมีเธอเป็นต้นเหตุด้วยแล้วล่ะก็ เธอจะรู้สึกอึดอัดมากจนบางทีก็แทบหายใจหายคอไม่ออกอย่างไรอย่างนั้น

           

“อิตาบ้านี่ ฉันพูดกับนายดีๆ ทำไมต้องมาว่าฉันด้วย ฮือ...ฉันเกลียดนายที่สุดเลย นายพันวอน”

           

ภรัณยาใช้หลังมือปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้านวลทิ้งไป พร้อมกับขึ้นเสียงตวาดแหวใส่อีกฝ่ายอย่างโมโหระคนน้อยอกน้อยใจกับคำพูดนั้น แม้ปากจะบอกว่าเกลียดคนตรงหน้ามากเท่าไร แต่ในที่สุดแล้วหญิงสาวก็จำใจยอมก้าวเข้ามาในครัว แล้วเปิดตู้เย็นหยิบเอาอาหารสำเร็จรูปแบบแช่แข็งออกมาสองกล่อง และจัดการนำเข้าเตาไมโครเวฟเพื่อเป็นอาหารให้กับตัวเธอเองและสาวหล่อข้างบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #57 Chef Ing (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 11:28
    ขออนุญาตแสดงความเห็นนิดนึงนะคะ



    จากที่อ่านตอนที่แล้วจนถึงตอนนี้ ไฟที่ลุกไหม้สันนิฐานว่าจะเกิดจากน้ำมันร้อนจนถึงระดับที่เกิดเปลวไฟ

    ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ไฟจะลุกอยู่แค่ในกระทะ สามารถใช้ฝาครอบหรือผ้าคลุมไว้สักพัก

    เพื่อไม่ให้อ๊อกซิเจนสามารถเข้าไปช่วยในการลุกไหม้ได้อีก ถ้าใช้สารเคมีสำหรับดับเพลิงก็ได้ค่ะ



    แต่กรณีนี้ การใช้น้ำดับไฟ ไม่แนะนำอย่างเด็ดขาด ต่อให้น้ำมีปริมาณมากพอที่จะดับได้

    แต่การราดน้ำลงไปบนไฟที่เกิดจากไขมัน จะทำให้เปลวไฟยิ่งลุกมากขึ้น จนกว่าปริมาณน้ำจะดับไฟได้



    เคยเกิดกรณีนี้ขึ้นจริงนะคะ ผลที่เกิดก็คือ ไฟไหม้หน้าค่ะ รุนแรงมากนะคะ



    พอดีเป็นเชฟค่ะ ทำงานกับเตาไฟทุกวัน เลยพอจะรู้ค่ะ ขออธิบายไว้เป็นเกร็ดความรู้แล้วกันนะคะ

    เผื่อว่าอาจจะมีประโยชน์ต่อแฟนๆนิยายคนอื่นๆด้วยค่ะ
    #57
    0
  2. #56 ^_^ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 04:52
    โววววว เรนนี่เรากลายเป็นสาวน้อยไร้เดียงสาขึ้นมาทันทีเลย



    หลังจากร้องไห้ที่ตัวเองทำไฟไหม้



    โธ่ๆๆ น่าสงสารๆ



    พั๊นซ์เราก็แมนดีจริงๆ ปลื้มๆๆ
    #56
    0
  3. #55 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:28
     ซึนสุดๆ ครบสูตร โมเอะ ซึน อ้อ!ที่สำคัญ........แบนด้วย555+ 

    เราก็แพ้น้ำตาเหมือนกัน แหะๆ ทนไม่ได้ เห็นคนร้องไห้ - -*
    #55
    0