Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 : แม่ครัวตัวยุ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.พ. 54

 

ตอนที่ 9 : แม่ครัวตัวยุ่ง

 

            เวลาผ่านพ้นไปราวสามชั่วโมงกว่าหลังจากภรัณยาทำงานตามหน้าที่ของตนเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินเข้าไปในครัว พลางเปิดตู้เย็นมองหาวัตถุดิบที่พอจะสามารถนำใช้มาทำอาหารมื้อเที่ยงตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับสาวหล่อข้างบ้านได้ แต่กลับต้องพบกับความผิดหวังเมื่อได้เห็นว่าภายในตู้นั้นอัดแน่นไปด้วยอาหารสำเร็จรูปแบบแช่แข็งกับขวดน้ำดื่มหลายแพ็กที่แช่เรียงรายเอาไว้เต็มทุกชั้น มีกิมจิหนึ่งกล่องและช็อกโกเลตแท่งอีกราวสามสี่อันเสียบอยู่ตรงช่องเก็บของริมฝาผนังข้างของตู้เย็น

           

“จริงสิ ลืมไปเลยช่วงนี้เรากินแต่พวกอาหารกล่องที่ซื้อมาจากห้างเมื่ออาทิตย์ก่อนเกือบทุกมื้อเลยนี่นา ถ้าจะอุ่นข้าวกล่องพวกนั้นให้ต้องถูกนายนั่นแซวหาว่าฉันเป็นคนไร้ฝีมือแน่ๆ ทำไงดีนะ คิดสิคิด อืม...อ๊ะ จริงสิ ทำบะหมี่ผัดกิมจิก็แล้วกัน  อยากกินอาหารฝีมือฉันมากใช่ไหมคะคุณพันวอน ได้เลยค่ะไม่มีปัญหาแต่คอยดูนะฉันจะใส่โคชูจังให้เผ็ดสุดๆ เอาให้นายปากพองกลายเป็นก็อตซิลลาพ่นไฟไปเลย หึหึ

 

หญิงสาวเจ้าของบ้านได้แต่ยืนคอตกอยู่หน้าตู้เย็น ก่อนที่ดวงตารียาวจะเหลือบไปเห็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสกิมจิแพ็คโตอยู่บนตู้เก็บของเหนือศีรษะพอดี พลันความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในสมอง ไม่ช้าคนที่อยากทดลองทำก็อตซิลลาพ่นไฟได้ด้วยพริกแกงเผ็ดแบบเกาหลีก็เอ่ยแผนการชั่วร้ายของตนออกมาเสียงดัง พร้อมทั้งหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกจินตนาการภาพของสาวหล่อข้างบ้านกลายเป็นสัตว์ประหลาดวิ่งไปวิ่งมาและมีประกายไฟแลบออกมาจากปากอย่างที่เคยเห็นในหนังในการ์ตูนมาแล้ว

           

ก็ว่าเหมือนได้ยินเสียงใครดังแว่วๆ อยู่แถวนี้ ที่แท้ก็เธอนี่เอง

           

เสียงทักของมินรญาดังมาจากทางด้านหลัง ทำเอาคนที่กำลังดำดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองถึงกับสะดุ้งหันมามองยังต้นเสียง เมื่อเห็นใบหน้าแฉล้มของเพื่อนสาวร่วมบ้านที่ชะโงกโผล่เข้ามาจากวงกบประตูหน้าห้องครัว ภรัณยาก็เอ่ยทักทายเสียงใสพลางเอ่ยชวนอีกฝ่ายให้ร่วมวงรับประทานอาหารมื้อกลางวันด้วยกันเผื่อว่าจะเป็นโอกาสอันดีในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันบ้าง

           

อ้าว มินเองเหรอ มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้เรนตกใจหมดเลย จริงสิ เรนกำลังจะทำอาหารกลางวันอยู่พอดีทานด้วยกันไหมคะ

           

ไม่ล่ะ เชิญเธอทานตามสบายเถอะ พอดีฉันนัดกับเพื่อนเอาไว้แล้วน่ะ ขอบคุณนะที่ชวนแต่สงสัยคงต้องเอาไว้โอกาสหน้าแล้วล่ะ ไปก่อนนะ

 

มินรญารีบบอกปฏิเสธอย่างสุภาพ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้สาวน้อยที่ยืนอยู่ในครัว ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินหายไปอีกทาง เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมบ้านจากไปแล้ว ภรัณยาจึงหันกลับมาสนใจกับสิ่งที่เธอจะต้องตระเตรียมสำหรับเป็นอาหารมื้อเที่ยงให้แก่สาวหล่อข้างบ้านอีกครั้ง

           

ยู้ฮู...คุณภรรยา อยู่ในบ้านใช่ไหม มาเปิดประตูให้หน่อยสิคร้าบ

 

เพียงแค่ภรัณยายกหม้อสำหรับต้มบะหมี่วางบนเตาแก็สยังไม่ทันได้เริ่มทำอะไรต่อ เสียงที่

ดังก่อกวนโสตประสาทตั้งแต่เมื่อเช้าก็ดังเข้ามาแต่ไกล หญิงสาวเพียงแค่ปรายตามองไปยังทิศทางของประตูรั้วหน้าบ้าน ก่อนจะบ่นออกมาดังๆ อย่างรำคาญ เพราะตอนนี้สมาธิทั้งหมดของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับการหั่นผักดองแบบเกาหลีเป็นท่อนเล็กๆ ขนาดพอดีคำให้ออกมาสวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าบางชิ้นจะมีขนาดเล็กไปบ้างใหญ่ไปบ้างก็ตาม

           

ตาบ้านั่นจะตะโกนทำไมนักหนานะ รอนิดรอหน่อยจะเป็นไรไปเชียว ฉันเองก็หิวเหมือนกันนะ กิมจินี่ก็ด้วย ฉันอุตส่าห์เก็บเอาไว้ตั้งนาน แต่ก็ต้องเอามาทำให้นายกินอีก ฮึ่ย น่าโมโหที่สุดเลย คนอะไรกวนประสาทเป็นบ้า ปล่อยให้ยืนตากแดดเป็นปลาหมึกแห้งเกาะประตูรอต่อไปอย่างนั้นแหละยังไม่ต้องเข้ามาหรอก

 

สาวน้อยเจ้าของบ้านพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิด แล้วหันมาติดไฟเตาแก็สเตรียมตั้งกระทะสำหรับทำบะหมี่ผัดต่อไปอย่างไม่สนใจ แต่แล้วเสียงของพรรณวรก็ดังลอดเข้ามาให้ได้ยินอีกครั้ง

           

นี่แม่คุณมาเปิดประตูให้ฉันก่อนสิ ข้างนอกมันร้อนนะ รู้ไหม!”

           

ระหว่างนั้นคนที่ได้แต่ยืนเกาะประตูรั้วพร้อมกับร้องตะโกนเรียกสาวน้อยเจ้าของบ้านเสียงดังก็พยายามเพ่งมองเข้าไปในบ้านอย่างนึกสงสัย มือเรียวกำลังจะเอื้อมมือไปกดกริ่งหน้าประตูก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หางตาเหลือบไปเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากในตัวบ้านพอดี

           

“ออกมาได้แล้วเหรอยายตัวยุ่ง ปล่อยให้ฉันยืนรอตั้งนาน...แน่ะ เอ่อ คือ สะ...สวัสดีครับ ผม เอ้อ ฉันไม่รู้ว่ามีคนอื่นอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยนอกจากยายเรนน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ เธอ เอ่อ...”

 

พรรณวรตั้งท่าจะโวยวายใส่หญิงสาวเจ้าของบ้านโทษฐานที่ปล่อยให้เธอต้องยืนรออยู่ข้าง

นอกนี้เป็นนานสองนาน แต่เมื่อได้เห็นว่าคนที่กำลังจะเดินมาเปิดประตูหน้าบ้านกลับกลายเป็นหญิงสาวแปลกหน้าอีกคน ก็ได้แต่ส่งเสียงทักทายออกไปด้วยท่าทางตะกุกตะกักพลางมองจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา

 

สาวหล่อยืนนิ่งงันมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจนเกือบเผลอลืมหายใจ ดวงตากลมโตบนใบหน้าขาวเนียนใสไร้เครื่องสำอางรับกันดีกับเรือนผมลอนคลายสีน้ำตาลยาวประบ่า แม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในชุดธรรมดาเพียงเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีขาวลายทางกับกางเกงยีนส์ขาม้าสีเข้ม สวมรองเท้าผ้าใบสะพายเป้ด้านข้าง แต่กลับแลดูงดงามในสายตาของพรรณวรอย่างแทบไม่น่าเชื่อ

 

            บ้านนี้เขาเปิดให้เช่าน่ะค่ะ ฉันเองก็เพิ่งย้ายมาเมื่อสองวันที่แล้ว มาหาเรนใช่ไหมคะ รอตรงนี้แป๊บนึงแล้วกันเรนทำกับข้าวอยู่ในครัวค่ะ ถ้ายังไงฉันขอตัวก่อนนะคะพอดีต้องรีบไปธุระ

 

มินรญาไขกุญแจเปิดประตูเล็กแล้วก้าวออกมาก่อนจะปิดประตูไขกุญแจล็อกเอาไว้ดังเดิมพร้อมกับหันมามองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยไว้ใจนักเมื่อฝ่ายนั้นเอาแต่จ้องมองมายังเธอแบบตาแทบไม่กะพริบเช่นนี้ พลางชี้มือไปยังแผ่นป้ายพลาสติกที่ติดประกาศว่า ให้เช่าตรงเสาหน้าบ้าน แล้วจึงเอ่ยขอตัวอย่างมีมารยาท

           

เอ่อ ชะ เชิญครับ

 

พรรณวรเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ทางแก่หญิงสาวตัวสูงที่ยังไม่ทันได้รู้จักแม้แต่ชื่อ พลางพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักอย่างเก้อเขิน และยืนมองตามไปอย่างลืมตัว จึงได้เห็นว่าหญิงสาวผู้นั้นเดินดุ่มๆ ไปยังรถสปอร์ตสีเงินยวงยี่ห้อหรูสัญชาติยุโรปที่มีชายคนหนึ่งนำมาจอดไว้ให้ถัดไปจากตัวบ้านเล็กน้อย สาวหล่อมองเห็นว่าชายคนนั้นยื่นกุญแจรถส่งให้ก่อนจะทำท่าโค้งคำนับอย่างนอบน้อมแล้วเดินกลับไปขึ้นรถยนต์ซีดานสีดำสนิทอีกคันที่จอดเลยไปทางด้านหน้าและมีชายอีกคนนั่งประจำเบาะคนขับรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ไม่นานหญิงสาวที่เพิ่งได้รับกุญแจรถมาก็เปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งพร้อมกับสตาร์ตเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม

           

นี่นายพันวอนมัวแต่ยืนเหม่อมองอะไรอยู่น่ะ...หืม...มิน? เอ๊ะ! นะ...นั่นรถของมินเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อ

 

ข้างฝ่ายภรัณยานั้น เห็นว่าเสียงของสาวหล่อข้างบ้านเงียบหายไปนานจึงชะโงกหน้าออกมามอง แต่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเจ้าของเสียงดังโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่ ได้แต่ยืนตะลึงงันตาค้างมองอะไรบางอย่างอยู่ เธอจึงเดินออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วเมื่อมองตามสายตาของร่างสูงไปจึงทันได้เห็นมินรญา หญิงสาวที่เพิ่งย้ายมาเช่าบ้านของป้าเธอเมื่อสองวันก่อนกำลังก้าวขึ้นยานพาหนะคันหรูไปอย่างแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

           

อะไรกัน ถ้าเขารวยถึงขนาดนั้นแล้วทำไมต้องมาเช่าบ้านต๊อกต๋อยอย่างบ้านป้าของฉันอยู่ด้วยละเนี่ย

 

หลานสาวเจ้าของบ้านได้แต่ยืนเกาะขอบประตูรั้วมองตามพร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจความคิดของพวกคนรวยเอาเสียเลย ทั้งที่หากคนๆ นั้นเป็นเธอและมีเงินมากพอที่จะซื้อรถยนต์ยี่ห้อหรูสักคันในระดับนี้ก็น่าจะหาที่อยู่ที่สะดวกสบายและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันอย่างพวกห้องชุดสุดหรูบนคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ผุดขึ้นมามากมายราวดอกเห็ดมากกว่า แต่ฝ่ายนั้นกลับเลือกที่จะมาเช่าบ้านหลังเล็กๆ ของเธอเป็นที่พักอาศัยเสียอย่างนั้น

           

อ้าว! ยายตัวยุ่งมายืนอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้เกิดฉันหัวใจวายช็อกตายไปจะทำไง อืม... ว่าแต่ผู้หญิงสวยๆ คนเมื่อกี้ชื่ออะไรเหรอ

 

เมื่อพรรณวรหันกลับมายังหน้าประตู ร่างสูงก็ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้า

ขาวใสของสาวน้อยเจ้าของบ้านยืนมองตามรถสปอร์ตที่เพิ่งแล่นหายลับตาไปด้วยท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พลางเอ่ยถามด้วยท่าทางเคอะเขินเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานที่ได้เห็นในระยะใกล้เมื่อครู่ก่อนนี้

           

ฉันมาตั้งนานแล้ว นายนั่นแหละที่มัวแต่ยืนอ้าปากมองมินเขาตาค้าง น้ำลายแทบจะไหลแล้วน่ะ ชิ! หน้าม่อชะมัด เห็นผู้หญิงสวยๆ เป็นไม่ได้”

 

ภรัณยาทำท่าเบะปากเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแกมประชดประชันเล็กๆ อย่างหมั่นไส้ แต่คน

ถูกแอบต่อว่ากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังคงทู่ซี้ถามต่อพลางมองไปทางหน้าบ้านด้วยสายตาเหม่อลอย คล้ายไม่ได้สนใจคนที่ตัวเองกำลังสนทนาด้วยอยู่เลยแม้แต่น้อย

           

ว่าไงนะ ชื่อมินเหรอ คนอะไรนะนอกจากสวยแล้วยังชื่อน่ารักอีก ชักอยากรู้จักมากขึ้นกว่านี้แล้วสิ นี่เธอ คราวหน้าแนะนำให้ฉันกับเขารู้จักกันหน่อยนะ

           

ไม่มีทาง อยากรู้จักก็ไปคุยกับเขาเองสิ เชอะทำเป็นมาชมว่าสวยอย่างนั้นน่ารักอย่างนี้ ทีฉันน่ารักกว่ามินตั้งเยอะไม่เห็นจะชมฉันบ้างเลย สาวน้อยเจ้าของบ้านตอบปฏิเสธทันควันคล้ายไม่พอใจขึ้นมาตะหงิดๆ พลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่อีกฝ่ายก็มาได้ยินเข้าเสียก่อน

 

พรรณวรชะงักไปเล็กน้อยในคำพูดนั้นพร้อมกับหันมาปรายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ร่างผอมเพรียวบางที่สูงเพียงไม่ถึงระดับคางของเธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นสีฟ้าสดใส ผมลอนยาวสีน้ำตาลที่มัดแกละรวบไว้สองข้างสะท้อนกับแสงตะวันทอประกายเป็นสีชมพูอ่อนๆ ดวงตาเรียวยาวบนดวงหน้าขาวเนียนใสส่งสายตาค้อนปะหลับปะเหลือกมาให้อย่างชัดเจน

 

สันจมูกที่แลดูไม่โด่งมากทว่าปลายจมูกเชิดรั้นนิดๆ บ่งบอกถึงความดื้อดึงและเอาแต่ใจ สองแก้มและริมฝีปากเจือไว้ด้วยสีชมพูระเรื่อจากผลพวงของอากาศร้อนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวไม่แลดูซีดเซียวจนเกินไป แม้ว่ารูปร่างหน้าของของภรัณยาจะไม่ได้จัดอยู่ในระดับที่เรียกว่าสวยหรือน่ารักอย่างหญิงสาวตัวสูงอีกคน แต่ก็ไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่จนเกินไป เรียกได้ว่าสวยใสแบบธรรมดาเสียมากกว่า ร่างสูงจึงแสร้งทำเป็นส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยก่อนจะเอ่ยขึ้นพลางยิ้มอย่างยียวน

           

เอ่อ ขอโทษนะ แต่ตรงไหนที่ดูน่ารักมิทราบครับ หน้าก็บาน ตาก็ตี่ ตัวก็เตี้ย แถมยัง อืม...แบนเป็นไม้กระดานขนาดนี้ นี่ถามจริงเถอะ ในบ้านเธอไม่มีกระจกหรือไง หืม?

           

หญิงสาวเจ้าของบ้านออกอาการฉุนเฉียวอย่างไม่พอใจขึ้นมาเมื่อถูกต่อว่าเสียยับเยินขนาดนั้น แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้สวยหรือน่ารักเท่ากับเพื่อนร่วมบ้านก็จริง แต่มาได้ยินคำตำหนิของคนอื่นตรงๆ แบบนี้ก็ทำให้อดรู้สึกนึกเคืองขึ้นมาไม่น้อย ร่างเล็กได้แต่ยืนตัวสั่นเทิ้มกำหมัดแน่นอย่างทำอะไรไม่ได้ ในที่สุดก็เอ่ยไล่สาวหล่อปากร้ายออกไปจากหน้าบ้าน

           

อี๋! นาย...นายพันวอน มันจะมากเกินไปแล้วนะ ไม่อยากกินข้าวบ้านฉันแล้วใช่ไหม ดี งั้นก็ไปหาข้าวเที่ยงกินที่อื่นเลยไป

 

แหมๆ พอเราพูดเรื่องจริงเข้าหน่อยทำเป็นยอมรับไม่ได้เชียวนะ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เธอได้กลิ่นอะไรไหม้ๆ แถวนี้บ้างไหม

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแกมทองยาวระต้นคอเอ่ยอย่างล้อเลียนเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่างโชยออกมาจากในบ้านของภรัณยา ทีแรกสาวน้อยเจ้าของบ้านไม่ทันได้สนใจเพราะคิดว่าคนตรงหน้าแกล้งทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง แต่เมื่อลองขยี้จมูกดูให้ดีเธอก็เริ่มได้กลิ่นอย่างที่สาวหล่อข้างบ้านพูดจริงๆ

           

ไม่ต้องมาทำเป็นเปลี่ยนเรื่องเลยนะ ฉันรู้ทันหรอกน่า ว่าแต่กลิ่นนี้มัน...ว้าย! ตายแล้ว ฉันลืมไปว่าเมื่อกี้ผัดบะหมี่ทิ้งไว้ อย่าบอกนะว่ามันไหม้หมดแล้วน่ะ

 

หญิงสาวร่างเล็กไม่พูดเปล่า เธอทำหน้าตกใจสุดขีดก่อนจะรีบวิ่งโร่กลับไปที่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว โดยมีพรรณวรวิ่งตามเข้าไปติดๆ

           

“เฮ้ย! ไฟไหม้นี่ บ้านเธอมีถังดับเพลิงไหมเนี่ย รีบไปเอามาเร็วเข้าสิ”

           

สาวหล่อร่างสูงตะโกนออกมาเสียงดัง เมื่อได้เห็นเปลวไฟพวยพุ่งอยู่บนกระทะใบใหญ่ที่วางอยู่บนเตาแก็ส กลุ่มควันสีดำลอยโขมงอบอวลไปทั่วห้องครัว และกำลังจะลุกไหม้กลายเป็นเพลิงขนาดย่อมลามไปยังตู้เก็บของบนผนังใกล้เคียงอยู่รอมร่อ

           

“ฟะ...ไฟไหม้ ทำไงดี ต้องดับไฟก่อนใช่ไหม ผ้าอยู่ไหน ผ้าๆ”

           

สาวน้อยเจ้าของบ้านได้แต่ยืนตะลีตะลานด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง ในสมองของเธอเต็มไปด้วยความสับสนจนไม่ได้สนใจเลยว่า คนที่เข้ามาในครัวด้วยกันพูดอะไรบ้าง พลันความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในสมองของหญิงสาวแวบหนึ่ง ภรัณยารีบวิ่งไปหยิบผ้าขี้ริ้วผืนใหญ่ทำท่าจะวิ่งเข้าไปเอาผ้าตบเพื่อดับไฟอย่างที่เคยเห็นในหนัง แต่เมื่อสาวหล่อร่างสูงหันมาเห็นก็รีบดึงร่างเล็กออกห่างจากเปลวเพลิงทันที

           

“ทำอะไรของเธอน่ะ จะเอาผ้าไปทำอะไรอยากตายหรือไงยายตัวยุ่ง รีบไปหาน้ำมาดับไฟสิ”

           

พรรณวรตะคอกเสียงใส่สาวน้อยเจ้าของบ้านพร้อมกับสั่งการด้วยเสียงเข้ม แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนเงอะงะมองไปยังต้นเพลิงด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ร่างสูงจึงตัดสินใจวิ่งออกไปยังทิศทางที่คาดว่าจะเป็นห้องน้ำ

 

ดวงตาคมปลาบสอดส่ายสายตามองหาอุปกรณ์ที่พอจะบรรจุน้ำได้ กระทั่งเหลือบไปเห็นถังน้ำใบย่อมที่คว่ำอยู่ตรงใต้อ่างล้างหน้า ไม่รอช้ามือเรียวคว้าเอาถังนั้นมารองพลางเปิดก๊อกน้ำจนสุดแรง เมื่อเห็นปริมาตรน้ำที่กะว่าน่าจะพอเพียงแล้วจึงรีบปิดน้ำแล้วหิ้วถังใบนั้นเข้าไปในห้องครัวทันที

 

To Be Continued. . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #54 ^_^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 04:45
    ฮ่าๆๆๆๆ ถึงกับขำก๊ากออกมาเลย



    ตอนที่พั๊นซ์ว่าเรนเนี่ย อะไรเธอจะปากร้ายขนาดนั้น ฮ่าๆๆ



    ตายๆๆๆ งานนี้หนูเรนเราทำไฟไหม้



    ดับไฟๆๆๆ
    #54
    0
  2. #53 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:01
     เอ้าาาา สาวมินน่ะของเค้านะคุณพรรณวร ของคุณน่ะ คุณภรัณยาต่างหาก555+

    ผ้ามันก็ดับไฟได้อยู่หรอก แต่กรณีแบบนี้ น้ำน่าจะเวิร์กกว่า

    ผ้าไว้ใช้สำหรับกองไฟเล้กๆพอ = =" อันตรายๆ 

    ปล.ก็คิดอยู่แล้วว่ามินต้องน่ารัก>w< มินจ๋าาา~
    #53
    0