Love Breakfast : รักใสๆ หวานใจจอมยุ่ง (Yuri)

ตอนที่ 1 : บทนำ : ป้ายไฟเป็นเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.พ. 54

บทนำ : ป้ายไฟเป็นเหตุ

 

ท่วงทำนองเพลงในจังหวะอันสุดแสนเร้าใจดังกระหึ่มไปทั่วทั้งฮอลล์ขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุคนได้จำนวนนับพันคน คลอเคล้าไปกับเสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหวของบรรดาแฟนคลับเมื่อได้เห็นศิลปินที่ตนคลั่งไคล้กำลังร้องเล่นเต้นไปตามจังหวะเพลงอยู่บนเวทีเบื้องหน้า แสงไฟสปอตไลต์ที่ส่องสว่างสาดไปยังห้านักร้องสาวเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังจากประเทศเกาหลี ที่บินลัดฟ้ามาขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ณ หอประชุมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร

AG…AG…SaRangHae!!!

            เสียงร้องเรียกขานศิลปิน วง ABSOLUTE GIRLS หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า AG* สลับกับเสียงกรี๊ดเชียร์จนแสบแก้วหูที่ดังขึ้นเป็นระยะ แม้ว่าภายในฮอลล์แห่งนั้นจะปิดไฟจนแทบมืดสนิท เพื่อให้บรรดาผู้ชมที่มาร่วมงานแฟนมีตติ้งของวงนักร้องสาวทั้งห้าจากแดนโสมที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นไทยขณะนี้สามารถมองเห็นศิลปินบนเวทีสวยงามตระการตาเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่แสงสีจากป้ายไฟขนาดและรูปแบบต่างๆ ที่บรรดาแฟนคลับทั้งที่มากันเป็นกลุ่มและที่มาแบบเดี่ยวๆ พากันชูขึ้นโบกไปมาในอากาศเพื่อให้กำลังใจกับศิลปินคนสำคัญของตน ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้งานคอนเสิร์ตในครั้งนี้อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากเหล่าแฟนเพลงทั้งหลายที่พากันมาร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

            แม้ว่าเหล่านักร้องสาวจะร้องเพลงติดต่อกันมาถึงห้าเพลงแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าทั้งศิลปินเองรวมไปถึงเหล่าบรรดาแฟนคลับร่วมพันกว่าคนก็ยังดูไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยอ่อนลงแต่อย่างใด ยิ่งเสียงดนตรีแปรเปลี่ยนไปเป็นท่วงทำนองที่เร้าใจมากขึ้นเท่าไร อารมณ์ของผู้ที่อยู่ในห้องนั้นยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น ต่างคนต่างก็พากันยักย้ายส่ายสะโพกโยกตัวไปมาตามจังหวะเสียงเพลงคล้ายจะปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างในใจออกมาให้มลายหายไปพร้อมกับเม็ดเหงื่อน้อยใหญ่ที่แข่งกันผุดพรายขึ้นมาเต็มใบหน้า

            “กรี๊ด...ด!!!

            เสียงกรีดร้องแหลมสูงทั้งยังดังยาวนานอย่างต่อเนื่องของแฟนคลับสาวคนหนึ่งในที่นั้นซึ่งกำลังอินไปกับภาพของสองในห้าของนักร้องสาวบนเวทีที่กำลังทำท่าเหมือนจะจุมพิตกัน เพื่อเป็นการเซอร์วิสเอาใจเหล่าบรรดาแฟนคลับช่างจินตนาการที่ชื่นชอบและอยากให้พวกเธอทั้งสองคนเป็นคู่รักกันจริงๆ ทำให้บรรดาผู้ชมคนอื่นที่อยู่รายล้อมรอบตัวเธอพากันหันมามองด้วยความประหลาดใจระคนทึ่งกับพลังเสียงสุดยอดที่น่าจะดังส่งไปถึงยังศิลปินบนเวทีได้ แม้ว่าตัวเธอนั้นจะยืนอยู่ติดกับขอบกั้นบริเวณระเบียงชั้นลอยของฮอลล์ซึ่งอยู่ไกลห่างจากเวทีเกือบสองร้อยเมตรก็ตาม

            สิ้นสุดเสียงกรี๊ดอันแสนยาวนานนั้น เจ้าของเสียงก็เปิดตาขึ้นมาหลังจากลืมตัวยืนหลับตาพร้อมกับกระทืบเท้าถี่ๆ เพื่อปลดปล่อยพลังเสียงของตัวเองออกไปชั่วขณะ เธอหันไปมองคนรอบข้างที่ยังคงส่งสายตามามองด้วยแววตาอึ้งระคนทึ่งและเจือไว้ด้วยความขบขัน ทำเอาหญิงสาวรู้สึกเขินอายขึ้นมาจนแทบแทรกแผ่นดินหนี จึงทำได้เพียงชูป้ายไฟขนาดยักษ์ซึ่งมีข้อความเขียนว่า รัก จิน-ยอน เป็นภาษาเกาหลีขึ้นมาปิดบังอำพรางใบหน้าที่กำลังแดงก่ำราวกับผลตำลึงสุกของเธอแทน

            “อ๊าย...บ้าไปแล้วเรา เป็นเพราะคู่จิน-ยอน แท้ๆ เลย ดูสิขายหน้าคนอื่นเขาหมดแล้ว”

            ภรัณยา หญิงสาววัยยี่สิบสามปี ผิวขาวอมชมพู รูปร่างผอมเพรียว ใบหน้าเนียนใส ดวงตาเล็กเรียว และมีจุดเด่นคือรอยบุ๋มเป็นลักยิ้มตรงแก้มทั้งสองข้าง เจ้าของเสียงทรมานแก้วหูเมื่อครู่นี้บ่นอุบอิบกับตัวเอง พลางกล่าวโทษ โซจินเฮ และ ปาร์คจูยอน สองศิลปินตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอแสดงกิริยาอาการออกไปจนต้องขายหน้าประชาชีทั้งที่มาดูคอนเสิร์ตนี้เพียงคนเดียวไม่ได้มีพวกพ้องมาร่วมแบ่งปันความสนุกสนานเหมือนอย่างแฟนคลับคนอื่นๆ ด้วย

ในขณะที่เธอกำลังโยกตัวเต้นไปมา มือก็ยังคงชูแผ่นป้ายไฟขนาดยักษ์อยู่เหนือศีรษะพร้อมกับตะโกนร้องเพลงแข่งกับเสียงของแฟนคลับคนอื่นอยู่นั้น จู่ๆ  เสียงโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาเดฟสีฟ้าอ่อนตัวเก่ง แม้ว่าเสียงดนตรีและเสียงนักร้องรวมไปถึงเสียงของเหล่าผู้ชมในที่นั้นจะดังกระหึ่มสักเพียงไหน แต่ก็ไม่สามารถกลบเสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยในกระเป๋าที่ภรัณยาตั้งเอาไว้เป็นเสียงเรียกเข้าเฉพาะจากผู้เป็นป้าของเธอได้ เพียงได้ยินเสียงดนตรีที่เป็นท่วงทำนองร้องโหยหวนชวนให้ฟังแล้วขนลุกเท่านั้น ก็ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจจนเผลอปล่อยป้ายที่ถืออยู่นั้นร่วงหลุดออกจากมือพลัดตกลงไปยังพื้นเบื้องล่างทันที

            ว้าย! ปะ...ป้ายของฉัน

ภรัณยาร้องอุทานเสียงหลง ความรู้สึกของเธอคล้ายกับว่าโลกทั้งโลกนั้นกำลังจะถล่มทลายไปในไม่ช้า เมื่อสายตาของหญิงสาวได้แต่มองตามป้ายไฟสุดรักสุดหวงที่เธออุตส่าห์ลงทุนควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าจ้างไปถึงเกือบห้าพันบาท ค่อยๆ ลอยละลิ่วลงไปจากมือคล้ายกับภาพฉากสโลว์โมชั่นในภาพยนตร์สักเรื่อง ก่อนที่มันจะร่วงลงไปกระทบกับอะไรบางอย่างในความมืดนั้นและกระเด็นไปตกที่พื้นใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุ แต่แล้วสิ่งที่เธอเห็นก็ยิ่งทำให้เธอต้องตกอกตกใจมากยิ่งขึ้นไปกว่าเก่า เมื่อพบว่าบริเวณที่ป้ายของเธอตกลงไปนั้นมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่ ไม่นานนักผู้คนที่อยู่ตรงนั้นก็ค่อยๆ ทยอยกันก้าวถอยหลังออกไปเป็นวงกลมขนาดย่อมๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองเธอเป็นสายตาเดียวกัน เพราะดูเหมือนว่าจากเหตุการณ์ป้ายร่วงเมื่อครู่นี้จะมีผู้โชคร้ายรับเคราะห์โดนป้ายของภรัณยาตกใส่ศีรษะไปเต็มๆ

“แย่แล้วสิ เขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า หวังว่าคงจะไม่ตายนะ”

ความสนใจในการแสดงของศิลปินสาวทั้งห้าบนเวทีเบื้องหน้าสิ้นสุดลงทันทีเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของภรัณยาเงียบเสียงลงด้วยเช่นกัน หญิงสาวได้แต่ยืนเบิกตาโพลง อ้าปากค้าง อย่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่ หลังจากได้เห็นเหยื่อป้ายไฟมรณะนอนสลบแน่นิ่งไปกับพื้น ก่อนสติสัมปชัญญะของเธอจะกลับคืนมาอีกครั้ง

            ภรัณยารีบวิ่งลงไปดูผลงานของตัวเองอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะต้องเบียดเสียดกับผู้คนที่ยังคงยืนอออยู่เต็มพื้นที่และสนุกสนานกับการแสดงของเหล่าห้าสาวบนเวทีสักเพียงไหนก็ตาม หญิงสาวพยายามหาทางวิ่งลัดเลาะไปตามช่องว่างโดยอาศัยความตัวเล็กที่ทำให้เธอเคลื่อนไหวได้ง่ายโดยมีจุดหมายปลายทางคือร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเมื่อครู่นี้ ในใจก็ได้แต่วิตกกังวลเป็นอันมาก หากว่าคนคนนั้นเป็นอะไรถึงแก่ชีวิตขึ้นมาเธอจะทำเช่นไรดี แม้จะรู้ว่าน้ำหนักของป้ายนั้นไม่ได้มากมายอะไรนัก ถ้าหากจะให้เปรียบเทียบก็คงราวๆ หนังสือนิยายเล่มหนาสักเล่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเพราะความสูงของจุดที่ป้ายนั้นตกลงไปก็อาจจะพอทำให้คนที่อยู่ข้างล่างถูกแรงกระทบแบบไม่ทันตั้งตัวจนถึงขั้นหัวร้างข้างแตกหมดสติน็อกไปก็ได้

ในที่สุดสองเท้าของภรัณยาก็พาเธอมาหยุดยืนหายใจหอบอยู่ตรงหน้าร่างของคนที่กำลังนอนแน่นิ่งท่ามกลางสายตาของหลายคนในที่นั้นซึ่งมองมายังเธอเป็นตาเดียวกันราวกับว่ากำลังมองสัตว์ประหลาดอะไรสักตัว มิหนำซ้ำยังไม่มีใครกล้าเข้าไปให้ความช่วยเหลือกับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายของเธออีกด้วย

“คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

หญิงสาวตรงเข้าไปหาร่างที่นอนคว่ำหน้าไปกับพื้น พร้อมกับสะกิดเรียกคนเจ็บด้วยสีหน้ากังวล เธอค่อยๆ พลิกตัวคนที่นอนนิ่งไม่ไหวติงให้หันหน้าขึ้นมาเพราะกลัวว่าหากเขาไม่ได้เป็นอะไรมากอาจจะขาดอากาศหายใจเพราะนอนคว่ำหน้านานเกินไปได้ อาจเป็นเพราะแสงไฟในฮอลล์นั้นไม่ได้สว่างมากนักจึงทำให้ภรัณยาเห็นหน้าบุคคลโชคร้ายได้ไม่ชัดเจนเท่าไร มือเล็กยกขึ้นมาทาบอังตรงบริเวณจมูกและพบว่าร่างนั้นยังคงมีลมหายใจอยู่ หญิงสาวจึงค่อยเบาใจขึ้นมาบ้าง แม้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะยังไม่ฟื้นคืนสติดังเดิมก็ตามที เมื่อสำรวจดูว่าไม่มีเลือดไหลนองอยู่บนพื้นและไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ บริเวณศีรษะของคนเจ็บ เธอจึงหันไปขอความช่วยเหลือกับคนที่อยู่แถวนั้นช่วยเรียกหน่วยปฐมพยาบาลเข้ามาให้

“อ้าวพั้นช์ แกเป็นอะไรไปวะ”

เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากเบื้องหน้า เมื่อเจ้าของป้ายไฟพิฆาตเงยหน้าไปมองตามต้นเสียงจึงได้เห็นสาวหล่อผิวขาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ที่ยืนตะลึงมองเธอและร่างของคนเจ็บสลับไปสลับมาคล้ายกำลังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากเมื่อครู่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการแสดงของนักร้องสาวจนเกือบลืมไปว่าเพื่อนสนิทของตนก็มาด้วย ครั้นพอจะหันมาชวนคุยก็ได้เห็นว่าสาวหล่อร่างสูงอีกคนลงไปนอนหมดสติอยู่ที่พื้นแล้ว แถมข้างๆ กันนั้น ยังมีสาวน้อยอีกคนนั่งพัดวีอยู่ไม่ห่าง

“ขอโทษค่ะ พอดีฉันไม่ทันระวังก็เลยทำป้ายไฟตกลงมาใส่หัวเขาน่ะค่ะ”

ภรัณยากล่าวเสียงอ่อยบอกกับคนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของคนเจ็บด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก พลางชี้มือไปยังตัวต้นเหตุที่นอนแอ้งแม้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเท่าไรนัก พลันเสียงของทีมเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลก็ดังขึ้นมาจากทางเบื้องหลัง เธอจึงเขยิบถอยห่างออกจากร่างของคนเจ็บเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกมากขึ้น ก่อนจะเดินไปเก็บป้ายไฟของตนที่หล่นอยู่บนพื้นถัดไปจากบริเวณนั้นเล็กน้อย

หญิงมองสภาพหลอดไฟที่แตกและชำรุดจนป้ายไฟนั้นใช้งานไม่ได้แล้ว ด้วยสายตาละห้อยพร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างเสียดายสลับกับหันไปมองบุคคลโชคร้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด พลันเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง และผู้ที่โทร. เข้ามาก็ยังคงเป็นป้าของเธอเช่นเคย เสียงสัญญาณนั้นทำให้ภรัณยาคล้ายจะนึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องบางอย่างที่เธอต้องทำแต่กลับลืมไปเสียสนิท จึงรีบขอตัวแล้ววิ่งออกไปจากงานทันทีพร้อมกับป้ายไฟเจ้าปัญหาในมืออย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แต่มองตามหลังไวๆ ของร่างเล็กหายลับไปจากสายตา

To Be Continued. . .



*** Credit ***

ตัวละครศิลปิน วง ABSOLUTE GIRLS (AG) จากเรื่อง [Yuri] เพราะฉะนั้น...เราจึงรักกัน (Reason of Love) โดย ธนูสีฟ้า

http://writer.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=647154

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #103 Orapran2529@hotmail.com (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 00:15
    เล่าซะเห็นภาพเลยนะค่ะดูคอนเสิรต์ไอดอลเกาหลีน่ะ ชอบมากเหมือนกันค่ะ จากแฟนคลับ snsd ค่ะ(บัตรแพงมากๆๆๆ)
    #103
    0
  2. #27 ^_^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 03:38
    อ่าาาาาา เรื่องนี้คงมีเรื่องสนุกอีกสินะ



    แล้วพั๊นซ์เราจะเป็นไงเนี่ย



    หัวไม่แตกก็ดีและ ฮ่าๆๆๆๆ
    #27
    0
  3. #26 +*+T~F@NiA+*+ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:23
    ว้าว....หนุกๆๆๆ แค่มาอ่านบทนำก็น่าสนุกแล้วอ่ะ แต่เรื่องของพี่แป๋ม ( ธนูสีฟ้า) ยังไม่ได้อ่านเลย ฮ่าๆ

    ป.ล. มีตรงที่นึงที่อ่านแล้วสะดุด

    ... หญิงมองสภาพหลอดไฟที่แตกและชำรุด

    มันต้องเป็น หญิงสาว รึเปล่าพี่ ....
    #26
    0
  4. #25 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:53
     วงเกาหลี...ก็แอบคิดไปนิดหน่อยแล้วไม่คิดว่าจะจังๆแบบนี้ แหมๆ ถ้าซื้อซักสองตัวคงถูกรางวัลไปและ555+

    ^^ ล้อเล่นนะงับ ไม่เล่นเน้อ 555 แล้วเธอก็ชิ่งไปซะอย่างนั้น=_=" ไม่คิดจะทิ้งนามบ่งนามบัตรอะไรไว้เลยเร๊อะ?


    #25
    0
  5. #24 aWanel_HL (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 13:19
    5555+ มาถึงก้อได้เรื่องเลย
    #24
    0
  6. #23 อนาเซีย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:19
     แอบมาอ่านด้วย (รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้)

    ปล.คุณมะบุง นักเขียน สนพ. นี้เค้ามีความเน่นแฟ้น ค่ะ 
    #23
    0
  7. #22 Ma-Bung (มะบุง) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 10:11
    อ่านไปอ่านมา... เอ๊ะ AG
    เหมือนเคยเห็นที่ไหนหนอ
    ที่แท้มีแอบเชื่อมกันซะด้วย ฮ่าๆ
    งานนี้เรนจะทำไงล่ะเนี่ย
    เจอกันตอนแรกก็เล่นซะพั๊นซ์เดี้ยงเลย
    ไม่อยากคิดถึงตอนต่อไปจริงๆ ><
    #22
    0