รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 : การพบกันครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ก.พ. 53

ตอนที่ 7 : การพบกันครั้งแรก

 

แสงไฟจากรถคันนั้นส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของร่างสูง ประกอบกับเสียงเบรกดังสนั่นลั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้เขาหันไปมองด้วยปฏิกิริยาตอบสนองแบบอัตโนมัติ คงเพราะร่างสูงเกิดอาการตกใจเป็นอย่างมาก ทำให้รู้สึกว่าขาของเขาเหมือนถูกตรึงให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่อาจกระโดดหนีได้ เขาได้แต่ยืนมองตัวรถพุ่งเข้ามาหาจนใกล้ และแล่นผ่านหน้าเขาไปในระยะกระชั้นชิด

 

หัวเข่าด้านขวาของร่างสูงถูกมุมกันชนด้านซ้ายของรถเฉี่ยวเข้าพอดี เขาผงะถอยหลังลงไปทรุดนั่งกองกับพื้นด้วยความตกใจ สมองเบลอและมึนงงหยุดสั่งการไปชั่วครู่ ในขณะที่รถยนต์คันนั้นหยุดจอดนิ่งสนิทเลยร่างของเขาไปราวสามถึงสี่เมตร ก่อนที่เจ้าของรถคันดังกล่าวรีบวิ่งลงมาจากรถเพื่อดูอาการของคนเจ็บ

 

                เจ้าของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคู่กรณีนั้น เป็นหญิงสาวรูปร่างไม่สูงมากนัก ผมสีดำยาวถูกรวบไว้หลวมๆที่ด้านหลังเป็นทรงหางม้า ใบหน้าจืดชืดไร้สีสันแต่งแต้มของเครื่องสำอางค์ใดๆ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรอบสีดำหนาเทอะทะนั้นเบิกโพลงอย่างตกใจ พลางเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนยิ่งนัก

 

                “คุณ เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ”

 

                หญิงสาวมองคนที่เพิ่งถูกรถสปอร์ตคู่ใจของเธอเฉี่ยวเข้า ดูเหมือนว่าจะเป็นชายหนุ่มวัยรุ่นอายุคงไม่ถึงยี่สิบดี ยิ่งใส่ชุดสีชมพูแถมยังมีที่คาดผมรูปหูแมวอยู่บนศีรษะอีก หน้าตาดูเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแบบนี้ ไม่รู้ว่าหลงมาจากงานปาร์ตี้แฟนซีที่ไหนถึงได้มาวิ่งตัดหน้ารถเล่นแบบนั้น เธอได้แต่นึกในใจโชคดีที่เหยียบเบรกไว้ได้ทัน จึงทำให้รถเฉี่ยวชนร่างสูงอย่างไม่แรงนัก ไม่อย่างนั้นคงได้ลงข่าวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง ดังกระฉ่อนยิ่งกว่าผลงานที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นแน่

 

                นายวิ่งออกมาทำไมไม่ดูตาม้าตาเรือเนี่ย เกิดฉันเบรกไม่ทัน ชนนายตายก็ซวยกันพอดีน่ะสิ นี่ ฟังอยู่รึเปล่า

 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูท่าทางไม่เป็นอะไรมาก หญิงสาวเจ้าของรถจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นตวาดแว้ดใส่ แต่ก็ไร้การตอบสนองกลับมาจากคนที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้น นวินดายังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ จึงได้แต่นั่งนิ่งเบิกตาโพลงมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคิดอะไรไม่ออก

 

ผู้คนในบริเวณนั้นเริ่มเข้ามามุงดูเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวได้แต่หันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูก เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าไทยมุงดังขึ้นแต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยสักคน เธอจึงตัดสินใจย่อตัวลงไปประคองคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นมาจากพื้น

 

                ดูสิ คนมุงกันเต็มไปหมดแล้ว นายเป็นอะไรมากรึเปล่า ถามก็ไม่ยอมตอบ หรือว่าเป็นใบ้ล่ะเนี่ย เฮ้อ ซวยจริงๆ เลยฉัน เอาอย่างนี้แล้วกันไปขึ้นรถก่อน บ้านฉันอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง ไปดูแผลที่นั่นก่อนแล้วกันนะ

 

 เมื่อกลุ่มไทยมุงเห็นว่าหญิงสาวเจ้าของรถ กำลังพยุงคนเจ็บให้ลุกขึ้น บางคนในกลุ่มนั้นจึงเข้ามาช่วย เธอกล่าวขอบคุณคนเหล่านั้นที่ช่วยพาคนเจ็บเข้ามานั่งในรถ ก่อนจะขับออกไปโดยมุ่งหน้าไปยังบ้านของตัวเองทันที

 

                รถสปอร์ตสีแดงแล่นทะยานผ่านการจราจรที่แออัดคับคั่งภายในซอยเอกมัยออกมาจนถึงถนนสุขุมวิท ระหว่างที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่นั้น หญิงสาวเจ้าของรถจึงหันมามองคนที่นั่งอยู่บนเบาะข้างๆ เธออย่างกังวล เพราะอีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบเหม่อมองไปข้างหน้าตลอดเวลาราวกับไม่รู้ตัว คงไม่ใช่ว่าช็อกตาตั้งตายไปแล้วหรอกนะ เธอคิดในใจ พลางยื่นมือออกไปโบกส่ายตรงหน้าคนร่างสูงที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง ก็เห็นว่าดวงตากลมโตนั้นมีอาการกะพริบเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอโบกมือ จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้นเหมือนจะตำหนิ

 

                ทีหลังอย่าวิ่งออกมาแบบนั้นอีกนะ รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน ถ้าฉันเหยียบเบรกช้ากว่านี้ไปสองวินาทีนะ นายคงได้นอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างถนนแล้ว

 

                “…”

 

หญิงสาวพูดติดตลก พลางหัวเราะขำกับมุกฝืดๆ ของตัวเอง แต่ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมาจากคนที่นั่งข้างๆ เลย เธอหันไปมองคนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อรู้สึกว่าเกิดอาการปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันที

 

                เฮ้อ ท่าจะอาการหนักนะเนี่ย ซวยจริงๆ เลยฉัน ดันเก็บลูกแมวเอ๋อกลับบ้านมาซะแล้วสิ 

 

ไม่นานนักรถสปอร์ตสองที่นั่งสีแดงสดคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีอาณาเขตกว้างขวางราวห้าร้อยตารางวา  หญิงสาวกดรีโมทเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน ประตูอัลลอยด์บานกว้างเลื่อนออกไปด้านข้างช้าๆ พอเห็นว่าระยะกว้างพอแล้ว เธอจึงรีบขับรถเข้าไปภายในทันที

 

รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาตามทางถนนคอนกรีตที่ทอดตัวเป็นแนวยาวจากหน้าประตูรั้วมุ่งตรงไปยังตัวคฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กระทั่งมาจอดนิ่งสนิทในโรงจอดรถที่กว้างขวาง แต่มีเพียงรถจักรยานยนต์เก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่เท่านั้น หญิงสาวเจ้าของรถดับเครื่องยนต์พลางถอดเข็มขัดนิรภัยออก ก่อนจะหันไปบอกกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่ามาถึงที่หมายโดยปลอดภัยแล้ว

 

“นี่คุณ ถึงบ้านฉันแล้วล่ะ เดี๋ยวลงไปดูแผลก่อนนะ ถ้าอาการหนัก จะได้โทรตามหมอมารักษาที่นี่เลย”

 

นวินดาที่นั่งเงียบมาตลอดทางราวกับหุ่นยนต์ถูกสับสวิตช์ปิดการทำงานนั้น พอได้ยินเสียงของหญิงสาวดังมาจากที่นั่งฝั่งคนขับ ก็เหมือนถูกกดสวิตช์เริ่มทำงานอีกครั้ง เขามองไปรอบๆ กาย ผ่านกระจกบานใสภายในรถด้วยความมึนงง สถานที่และบรรยากาศโดยรอบนี้ดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ร่างสูงจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเพิ่งวิ่งหนีลูกค้าหน้าตาน่ากลัวออกมาจากคลับโฮสต์สาวหล่อ แล้วก็ถูกรถที่แล่นมาด้วยความเร็วเฉี่ยวเข้า เขาตกใจจนสติสัมปชัญญะที่เคยมีเลือนหายไปชั่วขณะ ทำให้ความทรงจำช่วงก่อนหน้านี้เหมือนจะขาดหายไปบางส่วน เขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่บนรถคันนี้ได้อย่างไร

 

                เกิดอะไรขึ้น ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย คุณ...คุณเป็นใคร พาฉันมาที่นี่ทำไม

 

น้ำเสียงที่ฟังดูตื่นตระหนกบวกกับท่าทางกระวนกระวายของร่างสูงนั้น ทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามองด้วยความแปลกใจแกมดีใจนิดๆ ที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีสติกลับคืนมาดังเดิมแล้ว แต่นวินดาที่ยังคงงุนงงปนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้แต่หันรีหันขวางอย่างหวาดระแวง พลางกระเถิบตัวหนี ก่อนจะเปิดประตูรถออกเพื่อหวังจะหนีไปจากที่นี่ แต่ร่างสูงลืมไปเสียสนิทว่าหัวเข่าด้านขวาของตนได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับมุมกันชนของรถมาเมื่อครู่นี้ จึงทำให้ทันทีที่เขาเปิดประตูออกไปก็ต้องลงไปนอนกองกับพื้นพลางร้องอุทานเสียงหลงก่อนจะโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

                โอ๊ย เจ็บ ขาฉัน ทำไมเป็นแบบนี้

 

หญิงสาวรีบเปิดประตูลงมาดู ก็เห็นว่านวินดาลุกขึ้นมานั่งกุมบริเวณเข่าด้านขวาของตัวเองเอาไว้ พลางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

 

                เป็นยังไงล่ะ ตื่นมาก็เอาแต่โวยวาย ไม่ฟังกันบ้างเลย จะรีบไปไหนกัน ฉันไม่กินเลือดกินเนื้อเธอหรอกน่ะ แล้วนี่เป็นอะไรมากรึเปล่า

 

หญิงสาวย่อตัวลงไปนั่งยองๆ อยู่ที่พื้นด้วยกัน คนเจ็บพยายามขยับถอยห่าง พลางเอ่มถามด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ

 

“คุณเป็นใคร พาฉันมาที่นี่ทำไม ต้องการอะไรกันแน่”

 

คนถูกถามได้ยินดังนั้น ก็เหมือนถูกสะกิดต่อมโมโหเข้า หญิงสาวลุกขึ้นยืนเท้าเอว พลางเหลือบตามองร่างสูงที่นั่งอยู่ที่พื้นอย่างนึกเคือง ดูท่าทางเธอจะทำคุณบูชาโทษแท้ๆ รู้อย่างนี้เธอน่าจะขับรถหนีมาเสียตั้งแต่แรกเลย จะได้ไม่ต้องมาปวดเศียรเวียนเกล้ากับคำถามของคนตรงหน้าที่ตอนแรกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชายหนุ่ม แต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงและบุคลิกท่าทางที่แสดงออกมาแล้ว จึงทำให้รู้ว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกันกับเธอ

 

                ที่จริงแล้ว ฉันควรจะเป็นฝ่ายถามมากกว่านะ นายหูแมว ว่าอยู่ดีๆ ก็วิ่งพรวดพราดออกมายืนขวางหน้ารถฉันทำไม แต่เอาเถอะ ฉันจะแนะนำตัวก่อนก็ได้ ฉันชื่อรัญชนา ตอนนั้นฉันคิดว่านายโดนรถของฉันชนเข้าน่ะสิ พอถามว่าเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่ยอมตอบ คนก็มามุงดูกันเยอะแยะ ฉันไม่รู้ว่าจะทำไงก็เลยพานายมาที่นี่ เพราะเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากแต่นายก็ไม่ยอมพูดอะไรสักที ฉันเลยคิดว่านายอาจจะเป็นใบ้ นี่ก็กำลังว่าจะโทรเรียกคนรู้จักที่เป็นล่ามภาษามือมาช่วยพูดกับนายอยู่พอดี

 

                สาวหล่อร่างสูงเงยหน้ามองใบหน้าของหญิงสาวที่สวมแว่นตากรอบสีดำด้วยสายตาที่อ่อนลง แต่ยังคงมีความกลัวปนหวาดระแวงแฝงอยู่ลึกๆ ในแววตาคู่นั้น พลางคาดคะเนอายุของอีกฝ่ายดูแล้ว น่าจะอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน เขาจึงเอ่ยแนะนำตัวเองบ้าง             

 

เอ่อ ฉันชื่อนวินดา เรียกว่า นิว แล้วกัน ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปยืนขวางรถคุณนะ พอดีว่าฉันกำลังวิ่งหนีคนที่น่ากลัวมากๆ ก็เลยเปิดประตูออกมาไม่ได้มอง แล้วตอนนั้นมันตกใจทำอะไรไม่ถูกน่ะ คิดว่าจะถูกรถชนตายไปแล้วเสียอีก แต่ขานี่ก็เจ็บเป็นบ้าเลย โอ๊ย”

 

ร่างสูงพูด พร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง แต่ยืนขึ้นได้ไม่ทันไร ก็ต้องลงไปนั่งกองกับพื้นพลางกุมหัวเข่าตัวเองไว้เหมือนเดิม รัญชนาจึงโน้มตัวลงไปยื่นมือให้อีกฝ่าย เขามองมือเล็กที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยความงุนงง จนอีกฝ่ายพ่นลมหายใจทางจมูกออกมาพรืดใหญ่ เริ่มเซ็งกับอาการเอ๋อรับประทานของสาวหล่อร่างสูงเต็มที

 

“ลุกไม่ไหวไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลยจะช่วยพยุงนี่ไงเล่า โธ่ นายนี่มันเป็นคนเข้าใจอะไรยากจริงนะ เอ้า ยังจะมัวมองหน้าอีก เร็วๆ เข้า ฉันเมื่อยแล้วนะ เดี๋ยวก็ปล่อยให้คลานเข้าไปในบ้านเองเสียเลย ดีไหม”

 

นวินดาทำหน้าเข้าใจ พลางรีบคว้ามือขาวของรัญชนาไว้แล้วอาศัยแรงของเธอช่วยฉุดรั้งร่างของเขาขึ้นจากพื้นจนยืนได้เต็มความสูง ร่างสูงทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวไม่พูดพล่ามทำเพลง จู่ๆ ก็คว้าแขนข้างหนึ่งของเขาไปพาดไว้บนไหล่ของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ประคองพาคนเจ็บเข้าไปในคฤหาสน์หลังงามที่อยู่เบื้องหน้านั้น

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #20 My Angle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:44
    เมื่อไหร่จะตัวเล็กอ่ะ
    #20
    0
  2. #12 Frie_ice (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:54

    น่าติดตามแหะ


    มาต่อเร็วๆ นะ 


    ว่าแต่ จะตัวเล็กลงตอนไหนหว่า 555+                               เจอกันเมื่อเทออัพ

    #12
    0