รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 : ช่วยด้วย! นิวจะถูกปล้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ก.พ. 53

ตอนที่ 6 : ช่วยด้วย! นิวจะถูกปล้ำ

 

                หลังจากการแนะนำตัวจบลงแล้ว นกยูงจึงขอตัวออกไปเตรียมต้อนรับแขกก่อน โดยมอบหมายให้สาวหล่อคนหนึ่งชื่อปอนด์ ซึ่งกำลังเป็นโฮสต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของร้านในขณะนี้ เป็นคนช่วยสอนงานให้แก่ นวินดา เมื่อคนอื่นๆ ออกไปจากบริเวณนั้นเพื่อไปเตรียมตัวต้อนรับแขกแล้ว จึงเหลือเพียงร่างสูงและโฮสต์อันดับหนึ่งภายในห้องพักพนักงานแค่สองคน

 

                “เอ่อ หวัดดี เราชื่อ นิวนะ คือว่าเราไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนเลย มันต้องทำยังไงบ้างเหรอ ไอ้การเป็นโฮสต์เนี่ย”

 

                นวินดาเอ่ยถามก่อน ด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง พลางมองคนตรงหน้าไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างสำรวจ ผมสีน้ำตาลทองที่ซอยสไลด์ด้านบนให้สั้นถูกจัดแต่งทรงด้วยเจลจนตั้งชี้ราวกับหัวเม่น ส่วนผมด้านหลังนั้นยาวหรอมแหรมลงมาจนถึงท้ายทอย คงเพราะสีผมที่อ่อนจึงทำให้ใบหน้าสีน้ำผึ้งนั้นดูขาวขึ้นกว่าความเป็นจริง ดวงตารีเล็กทว่าไม่ดูตี่จนเกินไป คงเพราะคิ้วเข้มที่ทำให้โครงหน้าดูคมขึ้น จมูกที่นูนเป็นสันตรง รับกันดีกับริมฝีปากบางสีออกชมพูนิดๆ  ใบหูมีตุ้มหูทั้งแบบก้านและแบบห่วงเป็นแนวยาวเกือบสิบรู รูปร่างผอมเพรียวที่ดูจะเตี้ยกว่าเขาเกือบสิบเซนติเมตร แต่กลับดูดีเมื่ออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกถึงสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกที่แบนราบเรียบราวกับผู้ชายก็ไม่ปาน ยิ่งเมื่อสวมทับด้วยแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิท กับกางเกงหนังสีดำ และรองเท้าคัชชูหัวแหลมเข้าชุดกันแล้ว แทบจะดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าบุคคลตรงหน้านี้เป็นผู้หญิงจริงๆ ไม่ใช่ผู้ชาย

 

                “ก็ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่นั่งเป็นเพื่อนลูกค้าสาวๆ แล้วก็ชวนเขาดื่มนั่นดื่มนี่ สั่งอาหารบ้าง แล้วก็คอยพูดจาหวานๆ เอาใจ แตะเนื้อต้องตัวบ้างนิดๆ หน่อยๆ ให้เขารู้สึกวูบวาบก็พอแล้ว”

 

                ปอนด์บอก พลางมองร่างสูงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเช่นกัน

 

ใบหน้าก็ดูน่ารักดีอยู่ แต่แต่งตัวไม่เข้ากับหน้าตาท่าทางและบุคลิกเอาเสียเลย

 

โฮสต์เบอร์หนึ่งของร้าน ส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อรู้สึกว่าการแต่งกายของอีกฝ่ายนั้นยังดูไม่ค่อยเหมาะกับอาชีพนี้สักเท่าไร เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงทรงกระบอกสีเดียวกัน ดูจะแข็งเกินไปเมื่ออยู่บนร่างของคนที่หน้าตาดูแล้วอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบปีได้

 

“นายอายุเท่าไหร่เนี่ย”

 

“ยี่สิบสาม ทำไมเหรอ”

 

สาวหล่อร่างสูงบอกอายุของตัวเองไปแล้วทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจ พลางนึกไปว่า หรือที่นี่จะมีการจำกัดอายุของโฮสต์ด้วย นี่เขาจะเด็กเกินไปหรือเปล่านะ แต่คำตอบของนวินดาสร้างความประหลาดใจให้กับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก เขาถูกมองด้วยสายตาราวกับเห็นสัตว์ประหลาดมายืนอยู่ตรงหน้า จึงอดถามอย่างข้องใจไม่ได้

 

“มีอะไรเหรอ ฉันมีอะไรผิดปกติตรงไหนรึเปล่า”

 

“อ่อ ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่นึกว่านายอายุสักสิบหกสิบเจ็ดน่ะ ไม่คิดเลยว่าจะอายุมากกว่าฉันตั้งห้าปี”

 

คำตอบของปอนด์ ทำให้นวินดาถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะอายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น แต่แล้วอีกฝ่ายก็รีบเปลี่ยนท่าทีของตัวเองทันทีเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ พลางเดินไปเปิดตู้ล็อกเกอร์แล้วหยิบอะไรบางอย่างมาส่งให้ เมื่อร่างสูงรับมาดู ก็เห็นว่าเป็นเสื้อกั๊กสีชมพูหวาน กับที่คาดผมสีขาวอันหนึ่งซึ่งทำเป็นรูปหูแมวติดอยู่บนนั้น เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างงุนงง

 

“ให้ฉันทำไมน่ะ อย่าบอกนะว่าฉันต้องแต่งชุดนี้น่ะ ไม่ดีกว่า นายเอาคืนไปเถอะ ฉันไม่ชอบอะไรที่มันกุ๊กกิ๊กแบบนี้”

 

“เถอะน่า รู้รึเปล่าว่าที่นี่น่ะ ยิ่งดูแอ๊บเด็กมากเท่าไหร่ ค่าตัวยิ่งสูงนะ แล้วหน้าตาอย่างนาย รับรองพวกป้าแก่แม่ม่ายคงติดตรึมเชียวล่ะ พวกนั้นน่ะกระเป๋าหนักจะตาย อยากได้อะไรก็ยอมจ่ายไม่อั้นอยู่แล้ว เชื่อฉันเถอะน่า อ้าว จะมัวยืนรออะไรอยู่อีก ใกล้จะได้เวลาทำงานแล้ว รีบแต่งแล้วออกมาเร็วๆ เลย”

 

สาวหล่อที่ถูกจัดว่าเป็นเบอร์หนึ่งของร้านบอกพลาง เดินนำออกไปก่อน ทิ้งให้ร่างสูงถือเสื้อกั๊กสีหวานกับที่คาดผมหูแมวยืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง เขามองของทั้งสองในมือพลางถอนหายใจยาวอย่างหนักใจ คงไม่มีทางเลี่ยงแล้วใช่ไหม พลางนึกไปถึงเพื่อนรักที่ป่านนี้คงกำลังมีความสุขอยู่กับชนัญญา แฟนสาวหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นไปแล้ว

 

เจ้าเพื่อนบ้า พาฉันมาแล้วก็ทิ้งกันซะงั้น คอยดูนะ กลับไปฉันจะอัดให้น่วมเลย

 

นวินดาพูดพลางทำท่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน กำหมัดชกลม แต่แล้วมือที่พุ่งออกไปก็มีอันต้องชะงักเมื่อเสียงของใครบางคนดังลอยเข้ามาภายในห้อง

 

“นี่เด็กใหม่น่ะ รีบออกมาได้แล้ว มัวอู้อยู่ได้”

 

“ครับๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

 

ร่างสูงรีบตอบกลับไป ก่อนจะกลั้นใจใส่ชุดที่โฮสต์เบอร์หนึ่งของร้านให้เขามา ด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย จากนั้นจึงเดินตามออกไปทางด้านนอก

 

นวินดายื่นมือผลักประตูเปิดออกไปด้านหน้า ทำให้เสียงดนตรีที่เล่นในสไตล์ย้อนยุคนิดๆ ดังเข้ามากระทบโสตประสาทของเขา เสียงนักร้องหญิงที่ก้องกังวานใสเรียกความสนใจจากเขาได้เป็นอย่างดี จนต้องรีบยื่นหน้าไปมองตามต้นเสียงที่ดังมาจากมุมด้านซ้ายที่เขาคาดว่าน่าจะเป็นเวที แต่แล้วภาพที่ได้เห็นเมื่อประตูถูกเปิดออก ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าหลุดเข้ามาอยู่ในอีกโลกหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

 

โคมไฟแบบแชนเดอเลียที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงส่องประกายไฟสีเหลืองอำพันสลัวท่ามกลางความมืดมิด เผยให้เห็นบรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจคล้ายๆ กับที่บ้านของเขา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นโซฟาตัวยาวบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเลือดหมู มีโต๊ะกระจกกลมวางอยู่ตรงหน้าโซฟานั้น คาดคะเนด้วยสายตาแล้วคงประมาณสามสิบกว่าที่ได้ นี่เขาหลุดเข้ามาในช่วงเวลายุค’60หรือเปล่านะ ร่างสูงได้แต่นึกในใจ

 

                เขามองออกไปเบื้องหน้า แต่ละโต๊ะนั้นมีลูกค้าซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงแทบทั้งสิ้น บางโต๊ะก็มีสาวหล่อนั่งประกบลูกค้าคนเดียวอยู่ราวสามถึงสี่คน บางโต๊ะก็มีแค่หนึ่งหรือสองคนต่อจำนวนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบกับสาวหล่อเบอร์หนึ่งของร้านที่กำลังนั่งคุยอย่างสนุกสนานอยู่กับลูกค้าสาวใหญ่รายหนึ่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่นกยูง เจ้าของร้านที่กำลังดูแลแขกอยู่นั้นหันมาเห็นร่างสูงเข้าพอดี จึงปรี่เข้ามาหาด้วยท่าทางพออกพอใจเป็นอันมาก

 

                “โอ้โห นิว เธอแต่งตัวแบบนี้แล้วน่ารักมากๆ เลยจ้ะ เจ้าปอนด์นี่เข้าใจเลือกพร็อพให้จริงๆ

 

                “เอ่อ อย่าชมถึงขนาดนั้นเลยฮะ นิวว่ามันดูตลกมากกว่า”

 

                ร่างสูงเอ่ยพลางทำหน้าเจื่อนๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างไรพิกลเมื่อต้องมาอยู่ในชุดแบบนี้ พลันเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากโต๊ะที่อยู่ถัดไปทางขวาจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่เล็กน้อย

 

                “คุณนกค้า เชิญทางนี้หน่อยค่า พาน้องหูแมวคนนั้นมาด้วยนะค้า”

 

                เมื่อทั้งคู่หันไปมองตามต้นเสียง ก็พบว่าเป็นลูกค้าสาวใหญ่ร่างอวบอ้วนผิวคล้ำคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟา กำลังกวักมือเรียกอยู่ นวินดามองเห็นว่า ข้างกายของลูกค้าคนนั้นมีสาวหล่อหน้าตาน่ารักอีกคนนั่งอยู่ในอ้อมแขนด้วย และเสียงแหลมปรี๊ดที่ลากยาวและยานคางแบบนั้น ทำให้เขารับรู้ได้ในทันทีว่าฝ่ายนั้นกำลังเริ่มเมาได้ที่แล้ว

 

                “นิวจ๊ะ นั่นคุณนภามาศ ลูกค้าประจำของร้านเรานะ ดูท่าทางว่าจะชอบนิวมากเลยล่ะ ทำตัวดีๆ กับเขาหน่อยนะจ๊ะ รายนี้กระเป๋าหนักมาก เผลอๆ แค่คืนแรกนี้ เธออาจจะได้เงินกลับบ้านเป็นกอบเป็นกำเชียวล่ะ”

 

                เจ้าของร้านสาวใหญ่หันมาพูดกับนวินดา พลางรุนหลังให้เขาเดินมายังโต๊ะของลูกค้าขาประจำรายใหญ่คนนี้ด้วยกัน แม้ว่าแสงไฟภายในร้านจะค่อนข้างมืด แต่ทว่าเขากลับมองเห็นหน้าตาท่าทางของลูกค้ารายนี้ได้อย่างชัดเจน เธอดูเป็นสาวใหญ่วัยสี่สิบกว่าปลายๆ รูปร่างเจ้าเนื้อหรืออาจจะเรียกได้ว่าอวบระยะสุดท้าย สวมชุดเดรสผ้าซาตินสีแดงสด คอคว้านลึกจนเห็นหน้าอกอวบอูมนั้นได้อย่างชัดเจน ใบหน้ากลมถูกฉาบไว้ด้วยเครื่องสำอางค์สีสันฉูดฉาด ทั้งยังหนาเตอะราวกับแต่งหน้าเค้กก็ไม่ปาน ผมยาวสีดำสนิทที่ดัดจนหยิกพองฟูราวกับหัวของปิศาจเมดูซ่า ทำเอาร่างสูงถึงกับยกมือขึ้นมาลูบแขนตัวเองอย่างหวาดหวั่น เมื่อมองลูกค้าคนนี้แล้วเขารู้สึกขนสยองพองเกล้าอย่างไรบอกไม่ถูก

 

                “สวัสดีค่ะพี่นภา เป็นยังไงบ้างคะ น้องเจนบริการดีหรือเปล่าเอ่ย วันนี้นกมีเด็กใหม่มาแนะนำให้ด้วยค่ะ นิวจ๊ะ นี่คุณนภามาศ ทักทายหน่อยสิจ๊ะ”

 

                สาวใหญ่เจ้าของร้านในชุดสีเขียวมรกตบอกพลางกระทุ้งแขนเข้าที่สีข้างของร่างสูง เขาจึงรีบโน้มศีรษะก้มหน้ายกมือไหว้ แต่ไม่ทันรู้ตัวว่ายายปิศาจเมดูซ่านั่นลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ตั้งแต่ตอนไหน อยู่ดีๆ มือของเขาที่ยกขึ้นประนมไหว้นั้นก็ถูกรวบเอาไว้ด้วยมืออวบอ้วนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ร่างสูงตกใจจะชักมือกลับแต่ก็ช้ากว่าอีกฝ่าย ที่แม้ออกแรงกระตุกเพียงเบาๆ ก็สามารถฉุดร่างของเขาให้ถลาลงไปบนโซฟาแล้ว ก่อนจะเอื้อมแขนมาดึงตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ พลางโอบไหล่เขาเอาไว้แน่น

 

                “ว้าก เอ่อ ปล่อยนิวเถอะครับ นิวไม่ชอบแบบนี้”

 

                “อุ๊ยตายเด็กใหม่คนนี้ท่าทางน่ารักจังนะคะคุณนก ดูสิตัวสั่นเป็นลูกนกถูกฝนเลย แอร์ในร้านคงหนาวสิท่า มามะ เดี๋ยวเจ๊จะกอดให้นานๆ เลยนะจ๊ะ อยากดื่มอยากทานอะไรก็สั่งได้เลยเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจนะจ๊ะ”

 

                ดูเหมือนสาวร่างอวบจะไม่ฟังที่นวินดาพูดเลยสักนิด แถมยังพูดไปยิ้มไปกับเจ้านายของเขาหน้าตาเฉย นกยูงพูดคุยกับนภามาศได้ไม่กี่คำก็ขอตัวไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่นต่อ ร่างสูงพยายามจะร้องเรียกแต่ฝ่ายนั้นก็เดินจากไปไกลแล้ว เขาได้แต่นั่งเกร็งอยู่ในอ้อมแขนของหญิงร่างอวบคนนี้ พลางหันไปมองสาวหล่ออีกคนที่นั่งคนละฝั่งกับเขาด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ แต่กลับได้รับเพียงรอยยิ้มแบบปลอบใจกลับมาแทน

 

                “นี่ใครจับแต่งตัวให้จ๊ะเนี่ย น่ารักจริงๆ เลย รู้ไหมว่าพี่น่ะชอบลูกแมวมากเลยนะ แบบนี้ต้องพกกลับไปเล่นที่บ้านสักคืนแล้วล่ะ”

 

                สาวใหญ่ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเชยคางของนวินดาขึ้น พลางจับใบหน้าเขาพลิกซ้ายเอียงขวา มองมาด้วยสายตาหวานเยิ้มฉ่ำ แต่ร่างสูงไม่ได้รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับคำชื่นชมนั้นเลยสักนิด เขารู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ยิ่งเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งออกมาจากริมฝีปากหนาที่ทาทับไว้ด้วยลิปสติกสีเดียวกับชุด ไหนจะกลิ่นฉุนของน้ำหอมราคาแพงที่ผสมปนเปกับกลิ่นตัวซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของคนอ้วนอีก ทำเอาท้องไส้ของเขาปั่นป่วนรู้สึกพะอืดพะอมเหมือนของเก่าที่ยังค้างอยู่ในกระเพาะตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายถีบตัวสูงขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอเตรียมจะขย้อนออกมาอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าสาวหล่ออีกคนที่คอยบริการอยู่ตั้งแต่แรกทนได้อย่างไรกัน แต่ตัวเขาทนไม่ไหวแล้ว อย่างไรเสีย ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้

 

ร่างสูงอาศัยจังหวะที่สาวใหญ่เผลอปล่อยมือจากไหล่ของเขาแล้วหันไปให้ความสนใจกับสาวหล่ออีกคนที่อยู่ในอ้อมแขนอีกข้าง เขาจึงรีบลุกพรวดขึ้นจากโซฟา แล้วตรงดิ่งไปยังประตูหน้าร้านอย่างรวดเร็ว พลางนึกในใจว่า ถ้าต้องมาคอยเอาอกเอาใจคอยให้บริการกับยายเมดูซ่ากลิ่นสกั๊งค์แบบนี้ เขายอมอดตายดีกว่า

 

                นวินดาวิ่งหนีออกมาจากคลับอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อหันไปเห็นว่าสาวชุดแดงนั้นทำท่าจะลุกขึ้นแล้ววิ่งตามเขามาทางหน้าร้านด้วย สาวหล่อร่างสูงรีบผลักประตูร้านให้เปิดออก แล้วพุ่งตัวไปข้างนอกทันที โดยไม่ทันได้ดูว่ามีรถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นมาจากทางด้านขวาด้วยความเร็วสูง

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #46 Sammael Sin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 15:27
    โว้ววว!! งานแบบนี้น่าสน  เค้ารับหนุ่มร่างเล็กหน้าตาละอ่อนเหมือนอุเคะมั้ยครับเนี่ย!!
    #46
    0
  2. #19 My Angle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:42
    ตอนแรกมันเศร้า

    ไหงตอนนี้มันขำได้ว้า
    #19
    0