รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 : แค่เพื่อน...เท่านั้นจริงๆ นะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.พ. 53

ตอนที่ 4 : แค่เพื่อน...เท่านั้นจริงๆ นะ

 

หากมองเผินๆ คงดูเหมือนว่าความเศร้าในใจของนวินดานั้นจะมลายหายไปจนเกือบหมดแล้ว ทว่าพอคล้อยหลังกวินทร์ไปได้ไม่ทันไร สาวหล่อร่างสูงก็กลับเข้ามาสู่โหมดเคร่งเครียดเหมือนเดิม เขาพยายามที่จะสลัดความรู้สึกแย่ๆ ในใจออกไปตั้งไม่รู้กี่ครั้ง แต่ไม่ว่าพยายามยังไง คำพูดของบิดาก็ยังคอยเข้ามารบกวนจิตใจอยู่ดี เขาได้แต่ครุ่นคิดไปมาอย่างคนสับสนและหาทางออกไม่ได้ กระทั่งเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

 

เมื่อเจ้าของห้องออกมาจากห้องน้ำในสภาพแต่งกายเรียบร้อย เขาก็เห็นว่าเพื่อนรักนั้นผล็อยหลับไปบนเตียงรกๆ ของตัวเองแล้ว กวินทร์ย่อตัวลงนั่งบนเตียง พลางมองใบหน้าของนวินดาที่นอนหลับตานิ่ง ใบหน้าที่เคยดูร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอมีร่องรอยของความกังวลใจแฝงอยู่ คิ้วเข้มทั้งสองข้างนั้นขมวดมุ่นจนแทบจะชิดติดกันอยู่แล้ว ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้เห็นเพื่อนรักในสภาพนี้ นั่นคงเป็นเพราะว่านวินดาเป็นคนที่ไม่ชอบแสดงความอ่อนแอของตัวเองให้ใครได้เห็น เท่าที่เขารู้ทุกครั้งที่สาวหล่อร่างสูงมีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะแกล้งทำเป็นกลบเกลื่อนด้วยการทำตัวให้ร่าเริงเข้าไว้ แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้คงจะหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เจ้าตัวจะรับไหวจริงๆ

 

สาวหล่อหน้าตี๋เอื้อมมือไปลูบผมที่ปรกบนหน้าผากของคนที่นอนอยู่ พลางนึกไปถึงเมื่อครั้งที่ได้พบเจอกับเพื่อนคนนี้ในวันแรกของงานรับน้องใหม่ของคณะ เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่ยิ้มแย้มดูเป็นมิตรกับทุกคน ท่าทางออกจะดูเหมือนเป็นเด็กไม่ยอมโตที่ทำให้ใครๆ นึกเอ็นดูอยู่เสมอ ไหนจะชื่อเล่นของตัวเขาและนวินดาที่ต่างกันเพียงแค่สลับตัวอักษรหน้าและหลังเท่านั้น นั่นยังไม่รวมไปถึงความมีน้ำใจที่หยิบยื่นมาให้ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกว่าเพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนแท้เพียงคนเดียวสำหรับเขา เด็กกำพร้าที่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาเกือบทั้งชีวิต

 

ดังนั้นในตอนนี้กวินทร์รู้ดีว่าสิ่งที่เพื่อนรักต้องการที่สุด ไม่ใช่พวกทรัพย์สินเงินทองหรือที่อยู่อาศัยชั่วคราวเหล่านั้น แต่กำลังใจต่างหากคือสิ่งที่สำคัญสำหรับคนที่หัวใจอ่อนแอในเวลาแบบนี้ และเขาคงเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถให้สิ่งเหล่านั้นกับนวินดาได้

 

“อ้าว วิน แกอาบน้ำเสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ขอโทษที ฉันเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้”

 

“เพิ่งอาบเสร็จเมื่อกี้นี้เอง แกตื่นก็ดีแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวจะแย่แล้วว่ะ”

 

คนที่นอนหลับลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเพื่อนนั่งอยู่ข้างๆ เขารีบลุกขึ้นนั่ง พลางเอ่ยขอโทษ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจอะไร สาวหล่อหน้าตี๋บอกพลางลุกขึ้นยืนแล้วคว้ากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือมาใส่ลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินนำออกจากห้องไป

 

                หลังจากที่สองสาวหล่อออกมาจากคอนโดมิเนียมเพื่ออาหารมื้อแรกของวันสำหรับประทังชีวิต กวินทร์ก็พยายามพาเพื่อนรักไปสมัครงานหลายต่อหลายแห่ง แต่ดูเหมือนว่าช่วงเศรษฐกิจขาลงแบบนี้ ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็งดรับพนักงานใหม่ มิหนำซ้ำบางแห่งยังปลดคนงานออกเป็นว่าเล่น แล้วนับประสาอะไรกับเด็กจบใหม่แถมไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานอย่างนวินดากันเล่า

 

                ทั้งสองเดินเตะฝุ่นกันมาได้พักใหญ่ก็เริ่มถอดใจ แอบหลบอากาศร้อนๆ ในยามบ่ายคล้อยมานั่งตากแอร์ฟรีในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน คงเพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ จึงทำให้รู้สึกว่าบรรดาลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้าแห่งนี้มีผู้คนเพียงบางตา  ลานฟู้ดคอร์ตที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายจึงมีเพียงลูกค้าที่มานั่งรับประทานอาหาร บ้างก็นั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลารอคนที่นัดเอาไว้ เสียงทำนองเพลงแจ็ซที่เปิดดังมาตามสาย ช่วยให้คนที่อยู่ในบริเวณนี้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

 

เช่นเดียวกับนวินดาที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะอาหารในโซนฟู้ดคอร์ต เขารู้สึกเหนื่อยจนแทบจะหลับไปจริงๆ อยู่รอมร่อแล้ว แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเหมือนมีใครบางคนมองอยู่ เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ และก็ได้พบว่าสายตาที่จ้องมองมาจนแทบจะทะลุผ่านร่างเขาได้อยู่แล้วนั่นคือสายตาของเจ้าเพื่อนรักนั่นเอง

 

สาวหล่อร่างสูงเปลี่ยนเป็นนั่งเท้าคางมองเพื่อนสาวหล่อหน้าตี๋อีกคนที่นั่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม พลางเอ่ยถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

 

                “แกมองหน้าฉันทำไมวะ มีอะไรติดอยู่รึไง”               

 

                “จริงสิ ฉันว่ามีอยู่งานนึงที่เหมาะกับแกนะ ฉันเคยทำอยู่เดือนสองเดือนได้มั้ง เป็นงานง่ายๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่พูดเชียร์ลูกค้านิดๆ หน่อยๆ ก็มีรายได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว จริงๆ ฉันก็อยากกลับไปทำนะ แต่พอช่วงหลังเรียนหนัก รายงานเยอะ ก็เลยไม่ได้ทำต่อ”

 

                กวินทร์ที่นั่งจ้องหน้าเพื่อนอยู่นาน เผยสิ่งที่คิดเอาไว้ออกมาแล้วทำท่าตื่นเต้น ส่วนคนที่กำลังหางานอยู่นั้นได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย จะมีงานอะไรที่ไม่หนักและได้เงินดีขนาดนั้นเชียวหรือ

 

                “งานอะไรของแกวะ อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันไปขายประกัน ไม่เอานะ ฉันยังไม่อยากเป็นแมลงสาบ”

 

                นวินดาถามคนต้นคิด พลางส่ายหน้าทำปากเบะ เมื่อนึกไปว่าเพื่อนจะให้ตนไปเป็นตัวแทนบริษัทประกันชีวิต เหมือนที่เคยเห็นในภาพยนตร์โฆษณาประกันชีวิตชุดหนึ่งเมื่อนานมาแล้วแต่ยังคงจำได้ติดตาจนถึงทุกวันนี้

 

                “บ้าน่า งานนี้ง่ายกว่าไปเป็นแมลงสาบตั้งเยอะ เอางี้เดี๋ยวฉันลองถามเขาดูก่อนว่าตอนนี้ยังรับคนเพิ่มอยู่รึเปล่า รอแป๊บนะ”

 

                สาวหล่อหน้าตี๋บอก พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไล่หารายชื่อยิกๆ เมื่อพบเบอร์ที่ต้องการแล้วก็กดโทรออกไปหาใครบางคน โดยมีสายตาฉงนของนวินดามองจ้องหน้าเพื่อนตลอดการสนทนานั้น มือข้างหนึ่งของสาวหล่อร่างสูงคว้าเอาแก้วน้ำเข้ามาใกล้พลางก้มลงดูดวิญญาณชาเย็นที่ตอนนี้เหลือเพียงน้ำแข็งละลายปนอยู่ที่ก้นแก้ว เสียงน้ำผสมอากาศที่ถูกดูดขึ้นมาเกิดเป็นเสียงดังฟืด ๆ รบกวนสมาธิในการคุยโทรศัพท์เป็นอย่างมาก จนกวินทร์ต้องเอามือป้องปากคุย พลางทำสายตาดุๆ ใส่เพื่อนที่ชอบทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อย

 

                ครับ พี่นก วินเองครับ ใช่ฮะ ไม่ได้คุยกันนานเลย. . .พอดีวินมีเพื่อนที่กำลังหางานอยู่น่ะ พี่นกยังรับคนเพิ่มไหมครับ ครับ ได้ครับ โอเคเดี๋ยววินจะพาเขาไปเย็นนี้เลยแล้วกัน ครับขอบคุณมากครับพี่นก สวัสดีครับ

 

 กวินทร์กดวางสายด้วยใบหน้าเบิกบานใจเป็นที่สุด ประหนึ่งว่าทำการฝากฝังลูกรักให้เข้าเรียนอนุบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยได้สำเร็จก็ไม่ปาน เขาบอกข่าวดีกับเพื่อนพลางรีบเก็บข้าวของที่กองอยู่บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว

 

                นิว ฉันโทรบอกพี่เขาให้แล้ว วันนี้ขาดคนพอดี เลยบอกให้แกรีบไปช่วยด่วน แล้วนี่ร้านพี่เค้าจะเปิดแล้ว เรารีบไปกันเถอะ เฮ้ย นิวแกฟังฉันอยู่รึเปล่าวะเนี่ย เลิกดูดน้ำนั่นสักที เหลือแต่น้ำแข็งยังจะกินเข้าไปอีก ไปๆ เก็บข้าวของแล้วรีบตามฉันมาเลยนะ

 

กวินทร์ที่เก็บสมุดโน้ต ปากกา และอะไรต่อมิอะไรยัดลงในกระเป๋าเป้สะพายข้างเรียบร้อยแล้ว หันมาเห็นว่าคนที่บอกว่าอยากได้งานหนักหนายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม จึงดึงแขนสาวหล่อร่างสูงให้ลุกขึ้นแล้วลากออกมาจากโต๊ะ

 

                เฮ้ย! แกจะพาฉันไปไหนเนี่ยวิน

 

นวินดาพูดพร้อมกับทำสีหน้าเหลอหลา สาวหล่อหน้าตี๋ไม่สนใจ เขาลากเจ้าเพื่อนจอมโวยวายออกมาจากฟู้ดคอร์ตได้ก็ตรงดิ่งไปยังประตูทางเข้าด้านหน้าศูนย์การค้าทันที พลางโบกมือเรียกรถแท็กซี่ รถสีเหลืองอ๋อยคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้า เขาเปิดประตูบอกจุดหมายปลายทางที่จะไป เมื่อคนขับพยักหน้า เขาก็รีบจับสาวหล่อร่างสูงที่ดีดดิ้นราวกับถูกหลอกมาขายยัดตัวเข้าไปภายในรถ แล้วตามเข้าไปนั่งประกบข้างๆ ก่อนจะสั่งคนขับให้ออกรถทันที

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #6 pafe_love (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:06
    มาอัพไวๆนะคะ
    #6
    0