รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 33 : ความทรงจำครั้งเก่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 มี.ค. 53

ตอนที่ 33 : ความทรงจำครั้งเก่า

เวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงกลางดึก รัญชนาเดินโซซัดโซเซเกาะมาตามขอบประตู ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนล้า การทดลองของเธอที่จะทำยากลับคืนสภาพให้คนตัวจิ๋วนั้นล้มเหลวเหมือนเช่นเคย หญิงสาวนอนหงายเอามือก่ายหน้าผาก พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ไม่มั่นใจเอาเสียใจ คนตัวเล็กปีนออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วไต่ขึ้นมาบนหมอนอีกใบข้างกายคนตัวโต

“นี่ ถ้าฉันทำให้นายกลับมาตัวโตเหมือนเดิมไม่ได้ นายกับเพื่อนจะจับฉันเข้าคุกหรือเปล่า ฉันขอโทษนะนิว ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายต้องมาอยู่ในสภาพนี้เลย ฉันก็แค่อยากปรุงยาที่ทำให้คนเรากลับไปเป็นเด็กๆ ได้อีกครั้งเท่านั้นเอง”

นักวิจัยสาวได้แต่พร่ำขอโทษขอโพยสาวหล่อด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ต่อว่าเธอเลยสักนิด ทั้งยังบอกให้เธอทำใจให้สบาย เพราะตัวเขาไม่ได้รีบร้อนจะกลับคืนไปอยู่ในสภาพเดิมอีกแล้ว เขาจะรอจนกว่าเธอจะคิดหาสูตรยาแก้ได้

“ไม่หรอก อย่าคิดมากเลย แต่นิวเชื่อนะว่าคนเก่งอย่างคุณ สักวันต้องทำสำเร็จได้แน่ นิวจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้นก็แล้วกัน ว่าแต่นิวขอถามได้ไหม ทำไมคุณถึงอยากทำยาที่ทำให้คนกลับไปเป็นเด็กได้ล่ะ”

สาวหล่อในร่างจิ๋วเอ่ยปากถามเรื่องที่สงสัยมานานแล้ว เขาแค่อยากรู้ว่าทำไมรัญชนาจึงเลือกที่จะทำการทดลองปรุงยาแปลกประหลาดมหัศจรรย์ขนาดนี้ หรือว่าอยากจะทำให้คนทั้งโลกต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของหญิงสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่างเธอ เหมือนอย่างที่เจ้าเพื่อนรักว่าจริงๆ

“เหตุผลน่ะเหรอ ก็เพราะเงินค่าจ้างไง ไม่สิ ที่จริงแล้วส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะฉันมีความทรงจำที่ดีๆ ในวัยเด็กมากจนเกินไปล่ะมั้ง ก็เลยอยากลองกลับไปเป็นเด็กดูน่ะ ตอนเด็กๆ ฉันมักจะชอบขลุกตัวอยู่ในห้องทดลองของคุณพ่อคุณแม่ พวกท่านสอนให้ฉันทำเรื่องน่าสนุกตั้งมากมาย แต่ว่าพอฉันโตจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ชีวิตมันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่านทั้งสองประสบความสำเร็จในการคิดยาต้านโรคมะเร็ง จนได้รับการเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายตามที่ต่างๆ ทั่วโลก”

รัญชนานึกย้อนไปถึงความทรงจำในวัยเยาวน์ของตนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พลันเรื่องราวมากมายก็พร่างพรูออกมาจากปากของหญิงสาว ทำให้คนที่นอนอยู่บนหมอนใบข้างๆ มีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ฟังเรื่องในอดีตของนักวิจัยสาวอย่างไม่คาดคิดมาก่อน น้ำเสียงที่บอกเล่าความเป็นมาในวัยเด็กฟังดูสดชื่น กระทั่งมาถึงในช่วงท้ายที่สาวหล่อร่างจิ๋วเริ่มรับรู้ถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างจากน้ำเสียงที่สั่นเครือนั้น

“แต่แล้ว ในวันที่ฉันคว้าใบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยที่อเมริกามาได้ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นวันที่ฉันได้รับข่าวร้ายเรื่องของท่านทั้งสอง พวกญาติๆ ปิดบังความจริงไม่ยอมบอกฉันว่าคุณพ่อคุณแม่ของฉันพวกท่านประสบอุบัติเหตุ ระหว่างการไปบรรยายเกี่ยวกับยาตัวใหม่ที่ประเทศแถบแอฟริกา ก่อนหน้าที่ฉันจะเรียนจบเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้นเอง พวกท่านยังไม่มีโอกาสได้เห็นฉันสวมชุดครุยส์ขึ้นรับใบปริญญาเลยด้วยซ้ำ”

“คุณรัญอย่าร้องไห้เลยนะ นิวว่าวันนี้คุณคงเหนื่อยมากแล้ว นอนพักเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงมาคิดสูตรยาแก้ใหม่อีกที”

นักวิจัยสาวกล่าวขอบคุณคนตัวเล็ก  ก่อนที่เจ้าตัวจะหลับตาลงและเข้าสู่นิทราในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนคนตัวจิ๋วนั้นได้แต่นอนมองใบหน้างามซึ่งปราศจากแว่นตาหนาเตอะที่เธอใส่อยู่เป็นประจำ เมื่อได้ฟังเรื่องในอดีตของหญิงสาว ก็ทำให้หัวใจของนวินดาอ่อนยวบลงไปกว่าเดิม เขารู้สึกสงสารเธอจับใจ

ที่จริงแล้วผู้หญิงคนนี้ แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง แต่หัวใจของเธอช่างอ่อนแอและอ้างว้างเดียวดายเหลือเกิน

คนตัวจิ๋วเข้าใจความรู้สึกเหงา เปล่าเปลี่ยวและอ้างว้างเช่นนั้นดี เพราะตัวเขาเองก็ต้องสูญเสียมารดาที่เคารพรักไปอย่างไม่มีวันกลับตั้งแต่เด็กๆ เขาต้องทนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับบิดาที่ไม่เคยจะอยู่ติดบ้าน พร้อมทั้งภรรยาใหม่ของบิดาและน้องชายต่างมารดาอีกคนที่เขาไม่เคยนึกอยากนับเป็นญาติมานานเช่นกัน

จู่ๆ ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องหญิงสาวตรงหน้าก็เข้ามาอยู่ในห้วงความคิดของเขา มือเล็กเอื้อมไปแตะตรงหางตาของนักวิจัยสาวที่นอนหลับตาอยู่ข้างๆ น้ำหยดใสไหลรินลงมาตามมือนั้นจนแขนเสื้อของเขาเปียกชื้นไปหมด สาวหล่อในร่างจิ๋วได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างปลงกับตัวเอง พลางก้มลงมองร่างกายตัวเอง ตัวเล็กกระจิริดแบบนี้ แค่ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย แล้วนับประสาอะไรที่จะไปปกป้องดูแลคนอื่นได้ เขาได้แต่กำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อรัญชนาได้เลย

ในขณะที่หลายคนหลับไปแล้ว แต่ยังมีอีกคนที่นอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด ชญานันท์พลิกตัวไปมาหลายครั้ง แต่ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้สักที เธอยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลยสักนิด ตกลงว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ แค่หวงน้องสาวหรือว่าอิจฉาที่ชนัญญามีคนคอยรักและดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาแบบนั้น หญิงสาวได้แต่คิดวนเวียนไปมาอยู่เรื่องเดียวซ้ำๆ พลางนึกไปถึงเมื่อตอนกลางวันที่กวินทร์ช่วยเธอเอาไว้ไม่ให้ล้มกลิ้งลงไปที่พื้น ดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นที่เธอเคยค่อนขอดมาตลอดว่าทำให้เขามีโลกทัศน์แคบ แต่มันกลับมีเสน่ห์ดึงดูดเธอจนไม่อาจละสายตาไปจากดวงตาคู่นั้นได้เลย เพราะอะไรกันนะ

ต่อ

เสียงเคาะประตูสองสามครั้ง ทำให้คนที่กำลังเคลิ้มจะหลับสะดุ้งตื่น เขาสบถออกมาเบาๆ พลางตะโกนถามคนที่อยู่หน้าประตูทั้งที่ตายังไม่ลืมดี

 นั่นใครน่ะ เคาะทำไม จะเอาอะไรเหรอ

 อะ เอ่อ ญาเองค่ะ คือว่า. . .คืนนี้ญาขอนอนกับวินได้ไหม

เจ้าของเสียงเคาะประตู เอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักผ่านบานประตูเข้ามา หญิงสาวทำท่าลังเลคิดว่าจะยืนรออีกสักหน่อยหรือเดินกลับห้องไปเลยดีไหม เมื่อคนที่อยู่ข้างในไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเสียที แต่ในขณะที่ตัดสินใจว่าจะเดินกลับไปยังห้องของตัวเองนั้น บานประตูก็ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมๆ กับที่มือของกวินทร์เอื้อมมารวบร่างของเธอเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว แล้วจึงปิดประตูลงทันทีเพราะกลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าญาจะเป็นคนมาหาวินถึงห้องเองแบบนี้ รู้ไหมวินคิดถึงญามากๆ เลยนะครับ”

สาวหล่อหน้าตี๋เอ่ยกระซิบที่ข้างหูของคนในอ้อมแขนพลางก้มหน้าลงซุกไซ้ลำคอขาวอย่างถวิลหา หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบการกระทำนั้นอย่างลืมตัว คนตัวสูงกว่าชะงักไปอย่างแปลกใจกับปฏิกิริยาของแฟนสาว แต่เขามองเห็นหน้าเธอได้ไม่ถนัดนักเพราะในห้องไม่ได้เปิดไฟ จึงมีเพียงแสงรำไรที่ลอดผ่านมาจากภายนอกเท่านั้น จึงอดถามไม่ได้

“ญาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ วันนี้ดูแปลกๆ นะ”

“ปละ เปล่านี่คะ ญาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย คือว่าญาง่วงแล้วน่ะ วันนี้วินเองก็คงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว นอนเลยดีกว่านะคะ”

หญิงสาวว่าพลางจูงมือกวินทร์มาที่เตียงนอน อย่างเร่งรีบจนคนถูกจูงถึงกับงุนงง ปรับอารมณ์ตามคนรักแทบไม่ทัน เขาเอ่ยถามอีกครั้งอย่างข้องใจ

 แล้วนันท์เขาไม่ว่าเหรอครับ ที่ญามานอนกับวินแบบนี้น่ะ

 ไม่ว่าหรอกค่ะ

หญิงสาวตอบกลับเพียงสั้นๆ เธอย่อกายนอนลงบนเตียงแล้วรีบหันหลังให้อีกคนทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอกได้อยู่แล้ว สาวหล่อหน้าตี๋ทำเอียงคอมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ของร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงของเขา ก่อนจะถามย้ำซ้ำอีกครั้ง

 แน่ใจนะว่าไม่เป็นไรจริงๆ น่ะ

“โธ่ ก็ญาบอกว่าไม่เป็นไรไงคะ มาค่ะดึกแล้ว รีบนอนเถอะ”

คนที่นอนอยู่ก่อนแล้วชักเริ่มหงุดหงิด เธอหันกลับไปดึงเขาล้มตัวลงมานอนเคียงข้างกัน ก่อนจะยื่นหน้าไปจุมพิตร่างสูงที่แก้มเบาๆ แล้วรีบพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้อย่างเดิม กวินทร์ถึงกับอึ้งไปดูท่าทางเมื่อเย็นนี้คงไปกินอะไรผิดสำแดงเข้าแน่ๆ ถึงได้มีท่าทีเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือกลายเป็นหลังมือแบบนี้ แต่จะว่าไปเขาก็ชอบที่เธอเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนแบบนี้เหมือนกัน สาวหล่อหน้าตี๋ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขายืดแขนออกไปคว้าร่างของคนรักที่นอนเว้นระยะห่างไว้มากเกินให้เขยิบเข้ามาชิดใกล้กว่าเดิม

“วันนี้ญาน่ารักจังเลยครับ แล้วนี่ทำไมตัวสั่นจัง หนาวเหรอครับ”

ลมหายใจอุ่นๆ กับเสียงนุ่มๆ ที่คลอเคลียอยู่ตรงริมใบหู ยิ่งทำให้หญิงสาวในอ้อมแขนแข็งแรงเกิดอาการเกร็งจนสั่นสะท้านไปทั้งกาย เธอกล่าวตอบเขาด้วยน้ำเสียงอู้อี้

“ค่ะ สงสัยแอร์จะหนาวไปหน่อยน่ะ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวคืนนี้วินจะกอดให้แน่นๆ เลยนะ หลับฝันดีนะครับสุดที่รักของวิน”

กวินทร์โน้มหน้าลงมาหอมแก้มคนในอ้อมกอดพลางโอบกระชับวงแขนของตนให้แน่นขึ้น ก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุด แต่สาวหล่อหน้าตี๋คงไม่รู้เลยว่า ลมหายใจแผ่วๆ ที่เป่ารดคลอเคลียอยู่ตรงแก้มของหญิงสาว จะทำให้เธอได้แต่นอนใจเต้นระรัวจนจับจังหวะแทบไม่ได้ พลางภาวนาในใจอยากขอให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้ไปตลอดกาล

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน

วันนี้
LovePenguin จะมาแจ้งข่าวเกี่ยวกับ กิจกรรมการตอบคำถามจากนิยายเรื่อง "รักซนๆ ของคนตัวเล็ก" ค่ะ
ซึ่งกิจกรรมนี้จะเริ่มประมาณช่วงกลางสัปดาห์หน้า ยังไงรอติดตามรายละเอียด เพื่อร่วมสนุกและรับของรางวัล
จาก
LovePenguin ได้ ที่นี่ เร็วๆ นี้ค่ะ 

อ้อ...เกือบลืมบอกไป กิจกรรมพิเศษนี้ ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่แอดเรื่องนี้ไว้เป็น
favorite เท่านั้นนะคะ ^^

ขอบคุณมากค่ะ

LovePenguin
      (อั้ม)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #89 [Mp] : -๏PaSt๏- (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 12:07
     สงสัยนันคงจะว่าไม่ได้? (เพราะเป็นตัวเอง) รึเปล่า?หุหุหุ


    #89
    0